Group Blog
 
 
มิถุนายน 2558
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
28 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
รีวิว First Trip Taiwan 2015 ตอนที่ 4 Shilin NightMarket & Onitsuka Tiger

มินิรีวิว First Trip Taiwan 2015 ตอนที่ 4 Shilin NightMarket & Onitsuka Tiger



ความเดิมตอนที่แล้ว  เราไปเดินตากฝนกันที่จิ่วเฟิ่น เมืองโบราณในสายฝนพรำ 

เราเดินทางกลับถึงไทเปตั้งแต่เย็นค่ะ  ในตอนแรกคุยกันว่าจะไปที่ตันสุ่ย แต่ระหว่างเดินทาง
เราพบว่า เวลามีไม่พอจะไปถึงตันสุ่ย เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผน
ไปหามื้อเย็นทานกันที่ Shilin NightMarket


Shilin NightMarket (ซื่อหลิน ไนท์มาร์เก็ต)  เป็นตลาดนัดกลางคืนขนาดใหญ่  
แอบเซิร์จข้อมูลพบว่าเป็นตลาดนัดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในไทเปค่ะ  
มีจำหน่ายทุกอย่าง ตั้งแต่ขนม ของทานเล่น ผลไม้  เสื้อผ้าราคาย่อมเยาว์  หรือเสื้อผ้าแฟชั่น
รองเท้าแตะ  คัชชู บูท ทุกสิ่งอย่าง  เครื่องประดับ ร้านอาหารเก๋ ๆ ไปจนถึงร้านอาหารรถเข็น


จากรถเมล ต่อด้วย MRT  เราลงที่สถานี MRT Jiantan ออกมาที่ประตู Exit 1 
เดินตรงมาอีกนิดหน่อยก็จะพบ ซื่อหลิน ไนท์มาร์เก็ตค่ะ




เดินยังไม่ถึงปากซอย  น้องสาวหันมาบอกว่า  เดี๋ยวพี่จะได้เจอคน..มหาศาล
ตอนนั้นก็แค่ยิ้มตอบไปธรรมดา  ก่อนที่ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นเราจะพบว่า  
มวลหมู่มหาชน เยอะมากกกก  เยอะตั้งแต่หน้าปากซอยตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืดเลยค่ะ 




เนื่องจากทริปนี้ เป็นทริปเดิน และกิน เดิน กิน เดิน  เราจึงโฟกัสที่ของกินเป็นหลัก




แม้ว่าจะอิ่มท้องมาจากจิ่วเฟิ่น แต่เมื่อถึงเวลา สายตาก็สอดส่ายหาขนมโดยอัตโนมัติ
ในตู้  ชื่ออะไรไม่รู้ค่ะ แต่เราขอเรียกว่าขนมไข่  วิธีทำคือหยอดแป้งลงไปในพิมพ์สีเงินแล้วรอให้สุก
ตอนที่สุกใหม่ กลิ่นหอมอุ่นๆ  ตรงกลางยังเหมือนนิ่ม ๆ จนแอบเดาไปว่าเป็นไส้คัสตาร์ต
พอลองสั่งมาชิมคิดว่าคล้ายกับขนมไข่มากๆ เลยค่ะ  30NT ได้ประมาณ 5 คู่ ... อิ่มค่ะ เตรียมน้ำไว้ด้วยก่อนทานนะ

วันที่เราไปเดิน  นอกจากเพลินจนลืมถ่ายรูปแล้ว  ซื่อหลินยังมีผู้คนมากมายออกมาเดินเล่น
จับจ่ายใช้สอย  รวมถึงฝากท้องมื้อค่ำ  หลายจุดที่น่าสนใจ อยากเก็บภาพมาฝาก 
แต่ไม่สะดวกที่จะยกกล้องขึ้นมาค่ะ  หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือยังยาก 
เพราะคนเยอะก็จะบังหน้าร้านอยู่ ทำให้ไม่ได้มุม  รวมถึงบางร้านได้รับความนิยมมาก ๆ 
คนจะเข้าคิวยาว  ณ จุดนี้ก็เกรงใจ 

(และคุณลุงที่รัวภาษาจีนด่าที่ไทเป เมน สเตชั่นยังตามหลอกหลอน) จึงได้แค่เดินเมียงมอง
เก็บบรรยากาศด้วยสายตาตัวเองค่ะ  

หากภาพไม่จุใจ  ติดตามรีวิวที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่



ผลไม้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อในไต้หวัน
ที่นี่ ผลไม้จะผลใหญ่ สด หน้าตาน่าทานมาก
ทุก ๆ ร้านที่เดินผ่าน เราเป็นต้องเหลือบมอง

ผลไม้หน้าตาสวยสด  รสชาติคงอร่อย แต่ราคา... สำหรับกระเป๋าแห้งๆ  อย่างเราถือว่าไม่ค่อยเป็นมิตร
ผลไม้สดเริ่มต้นที่กล่องละ 50 - 100NT (*1.095 = เงินบาท)
ในขนาดกล่องคือ 1 อิ่มเล็กๆ ..... เราได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
แล้วอดใจกลับไปกินมะละกอ แตงโม สับปะรด แคนตาลูปที่เมืองไทยบ้านเรา
ถุงละ 30 บาท อิ่ม และอร่อย!! 







เดินชื่นชมและเบียดเสียดกลางฝูงชนได้สักพัก เราก็ตัดสินใจลงไปที่ชั้นใต้ดินของตลาดซื่อหลิน  

ที่ชั้น B1  แค่ก้าวขาลงบันได  กลิ่นอาหาร และควันจากการปรุงอาหารก็ลอยมาปะทะจมูกค่ะ


ที่ชั้น B1 นี้ หากจะเปรียบเทียบ เราคิดว่าเหมือนตลาดโต้รุ่ง  
เป็นชั้นใต้ดินที่กว้างพอประมาณ  แบ่งสรรพื้นที่เป็นบล็อกสำหรับร้านอาหารต่างๆ  มากมาย
เลือกๆ ชื้ๆ  แล้วก็นั่งกันตรงหน้าร้านเรียงรายเหมือนเคาน์เตอร์  บางร้านมีโต๊ะอาหารด้วย
แต่บางร้านก็ไม่มี    บางร้านมีแบบใส่ถ้วยกระดาษพร้อมให้ถือไปเดินกินพร้อมกับช้อปปิ้งเพลินๆ

อาหารยอดนิยมที่ชั้นใต้ดินนี้จะเป็นอาหารทะเล ปิ้งย่าง  ปลาหมึก หอย กุ้ง  
ชิ้นส่วนต่างๆ ของหมู หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ปรุงรสแล้ว  (ไม่ได้ชิมค่ะ แต่ดูสีสันและหน้าตาน่าอร่อยใช้ได้)
กระเพาะปลา  หอยทอดที่ทอดกันทีละกะทะใหญ่ๆ  







คนเยอะจริง ๆ ค่ะ ที่ว่างแทบไม่มี  ควันและกลิ่นอาหารลอยไปทั่วแต่ก็ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้น
หายใจไม่ออกนะ  แค่ยั่วเย้าให้กระเพาะอาหารทำงานหนัก และเร่งเร้าให้ขารีบเดินๆๆ หาที่ว่าง
และสุดท้ายก็ไม่มีร้านไหนว่างและน่าสนใจมากพอสำหรับเรา เราจึงล่าถอยกลับไปที่ชั้นบนค่ะ 


ไม่ได้ทานหอยทอด  ทะเลย่าง ก็ไม่เป็นไร  เพราะเป้าหมายของเราอีกอย่างหนึ่ง
คือไก่ทอดชิ้นใหญ่ยักษ์ Hot Star ซึ่งมีสาขาอยู่ที่ซื่อหลิน และ Ximening 
(ที่กรุงเทพมีไก่ทอด Hot Star แล้วนะคะ)

คิวร้านไก่ทอดก็ยาวไม่แพ้กัน แต่ครั้งนี้เราตัดสินใจไปต่อคิวค่ะ 
ต่อไปด้วยใจระทึก  ยังไม่ถึงคิวแต่ไก่ทอดตรงหน้าเหลือชิ้นเดียว
อารมณ์คนหิวมันเป็นแบบนี้เองสินะ  แถวยาวๆ ก็จ้องกันเข้าไป
พี่คนขายคงกลัวจะเสียใจ เลยยกจากกะทะขึ้นมาวางอีกเกือบสิบชิ้น 
เป็นอันว่าได้กินแน่นอนค่ะ 5555  เขาทอดไปด้วย ขายไปด้วย ได้ทานแบบร้อน ๆ สุกใหม่แน่นอนค่ะ






ได้มาแล้วค่ะ  ไก่ทอด Hot Star  ชิ้นใหญ่ กรอบนอก ฉ่ำใน ไม่อมน้ำมัน
โรยผงปรุงรสเพื่อเพิ่มรสชาติค่ะ



เกือบใหญ่กว่าหน้าค่ะ 55555 ชิ้นเดียว กินสองคนยังไม่รู้จะหมดไหม ราคา 70 NT 



จากร้านไก่ทอดเราเดินตรงมาเรื่อย ๆ ค่ะ  ที่ตลาดนี้มีร้านปิ้ง ทอด แบบเสียบไม้อย่างนี้เยอะมาก
ทุกสิ่งอย่างสามารถเอามาเสียบไม้รอย่าง หรือทอด  ตั้งแต่เครื่องใน ชิ้นส่วน หัวใจไก่ เต้าหู้ ลูกชิ้น 
ไส้กรอก  และผักสด  ในภาพมีฝักข้าวโพดอ่อนแกะเปลือก จนถึงกระหล่ำปลีผ่าซีก
ไม่ได้สั่งทานค่ะเลยไม่รู้ว่ากระหล่ำเขาจะทอด หรือจะย่าง ราคาไม้ละ  10NT ค่ะ



อีกหนึ่งเมนูที่เขาบอกว่า มาถึงไต้หวันแล้วให้ลองชิม คือเต้าหู้เหม็นค่ะ

'เต้าหู้เหม็น' คือเต้าหู้ที่ผ่านการหมักจนมีกลิ่นเหม็น เนื้อเต้าหู้เปลี่ยนสีเป็นเทา จนถึงเขียว และดำ
เป็นอาหารยอดนิยมของจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน  เวลาจะรับประทานนำมาทอดแล้วราดน้ำจิ้ม
ความรุนแรงของกลิ่น ดูได้จากสีของเต้าหู้ค่ะ ยิ่งเข้ม ยิ่งดำ ก็ยิ่งกลิ่นแรง
เต้าหู้เหม็นเคยได้เป็นเครื่องเสวยในวังของซูซีไทเฮาด้วยค่ะ  (ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย และ เต้าหู้เหม็น)



เราลองชิมแล้วค่ะ  คือตั้งใจเลือกสีขาว  มั่นใจว่าเป็นเต้าหู้ธรรมดา
แต่พอกัดแล้วก็ได้กลิ่นขึ้นมาในโพรงปากและจมูกค่ะ  ไม่เหม็นมากนะ  รสชาติใช้ได้ค่ะ 
แต่คงไม่กล้าพอจะสั่งแบบสีเข้ม ๆ มาชิม 



มาต่อกันที่ปลาหมึกย่าง  ร้านนี้คิวยาวอีกเช่นกัน แต่น้องสาวอยากทานหมึกย่าง  เราจึงเข้าคิว



ไม่แน่ใจว่าเป็นพ่อลูก หรือเจ้าของร้านและเด็กในร้าน (แอบเทใจไปว่าเป็นพ่อลูก) 
คุณพ่อเสียงดังมาก  ย่างไปด้วย เงยหน้ามามองเป็นระยะ  พร้อมกับถามเป็นภาษาจีนรัวๆ 
ฟังไม่ออกค่ะ แต่เดาเองว่าคงถามว่าเอากี่ตัว เอาแบบไหน  

มีกลุ่มชายหนุ่มไปยืนตรงหัวแถวด้วย  คุณพ่อ(ของเด็กน้อย ... นี่ไม่ได้เนียนเรียกเป็นคุณพ่อนะ) 
ชี้ๆ แล้วพูดๆๆ เหมือนให้ไปต่อคิวค่ะ  
ดีจังเลย  ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่เดาเองว่าไม่ยอมให้ลัดคิว แบบนี้ลูกค้าปลื้มนะ



เราเลือกสั่งแบบเป็นตัวค่ะ  เอาหนึ่งตัว ไปแบ่งกันกิน  กะว่าคืนนี้จะบังเกิดการ Featuring ระหว่าง
สัตว์ปีกกับสัตว์ทะเล (ไก่ทอดกับหมึกย่าง)  รอปลาหมึกไป แอบมองจมูกเด็กน้อยไป..เพลินๆ ค่ะ





ได้แล้วค่ะ หมึกย่าง ท็อปปิ้งใบโหระพา  สนนราคาตัวละ 100NT แบบไม้ ๆ ละ 50NT


ได้อาหารครบแล้วเราก็หาที่นั่งทานกัน  
และเนื่องจากทริปเราเป็นทริปเดิน กิน และประหยัด  
ทำเลนั่งทานอาหารที่เราจะนั่งฟรี  พร้อม ๆ กับดื่มด่ำบรรยากาศ ซื่อหลิน ได้มากที่สุด
ก็คือริมทางเท้าตรงไฟแดงนั่นเอง  55555 +++ ชิล ๆ  Slow life หรือก็เปล่า
จริง ๆ แล้วคือหิวและขี้เกียจเดินขั้นสุด จึงปักหลักนั่งกินกันตรงนั้นเลย 
ใกล้ๆ กันก็มีคนไต้หวันมานั่งเล่น นั่งคุยเหมือนกันนะ แสดงว่านั่งได้ๆๆ 



รองจากเกาหลี ก็เห็นจะเป็นไต้หวันนี่แหละค่ะ  ดินแดนแห่งคู่รักเดินจูงมือ
นั่งกินข้าวตรงสี่แยกไฟแดง ยังมายืนให้ตาร้อน ...ฮ่วยยยย
(เขายืนถูกที่แต่เรานั่งกินผิดที่เองป่ะ? ..ก็ช่าง เราจะเหวี่ยง 55555 )



ซื้อไส้กรอกมาชิมอีกด้วยค่ะ  ไส้กรอกที่นี่คล้ายกุนเชียงมาก ๆ ของซื่อหลินจะเค็มๆ หน่อย
เราชอบที่ซื้อจากมาร์ตมากกว่า มันหวาน ๆ อร่อยดี





ปิดท้าย ซื่อหลินไนท์มาร์เก็ต ด้วยภาพร้านปิ้งย่าง ที่เราไม่ได้กิน
หึๆ  ร้านนี้ คนก็เยอะ แอบถ่ายก็ยาก เอ้ย คิวก็ยาว  น่ากิ๊นนนนนนนนนนนนน น่ากิน.....
ร่ำ ๆ จะควักกล้องในกระเป๋าขึ้นมากดชัตเตอร์แต่ก็เกรงใจคนมหาศาล 5555
ไปหนหน้าค่อยไปต่อคิวใหม่ก็แล้วกัน คึ คึ




อิ่มหนำ ฉ่ำใจ แล้วก็กลับมาเดินช้อปกันที่ Ximending 
ยังไงก็ต้องเดินผ่านก่อนกลับห้องอยู่แล้ว ถือว่าเป็นกำไร  
ได้เดินเล่นย่านช้อปปิ้งทุกคืน (ว่าแล้วก็คิดถึงทริปเกาหลี เมียงดงทุกค่ำคืนเช่นกัน)



Ximending เหมือนกับเมื่อคืนวานค่ะ  คือคนเยอะเหมือนเดิม
โผล่ขึ้นจาก Exit 6 ก็จะเจอภาพนี้ในทุก ๆ คืน  





Ximending หรือ ซีเหมินติง เป็นย่านช็อปปิ้งของไต้หวันค่ะ
เป็นจุดรวมสินค้าและกลุ่มวัยรุ่นมากมาย รวมไปถึงกิจกรรมยามค่ำคืนต่าง ๆ
หลายคืนที่เดินผ่าน เราจะพบวัยรุ่นจับกลุ่มนั่งคุยกันที่ริมทางเท้าหน้า Shop ใหญ่ ๆ 
มีการแสดงเปิดหมวกทั้งเต้น  แสดงดนตรีสากล  คลาสสิก  จนถึงงานศิลปะ
เรียกได้ว่าถ้าไม่มีโปรแกรมไปไหน แค่เดินที่ซีเหมินติงก็เพลินจนดึกดื่นแล้วค่ะ



คุณลุงคนนี้มาแสดงการวาดภาพด้วยสีสเปรย์  ใช้อุปกรณ์เสริมเป็นกระป๋องเล็ก ๆ วางครอบลงไป
ให้เกิดเป็นภาพเช่นพระอาทิตย์ หรือพระจันทร์  ก่อนจะใช้กระดาษช่วยเสริมในระหว่างการพ่นสี
ลงไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้เกิดภาพ  ก่อนที่ท้ายสุด จะจุดไฟด้วยกระป๋องด้านขวามือ ใช้เปลวไฟ
เผาลงบนภาพค่ะ  ตื่นตาตื่นใจ เรียกว่าคนมุงดูกันมาก  เมื่อเสร็จแล้วก็จะจำหน่ายภาพละ 200NT
ใครชอบก็ซื้อไว้ ใครไม่ชอบก็วางไว้ตรงนั้นแหละ สักครู่คุณลุงก็จะเริ่มวาดภาพใหม่ไปเรื่อย ๆ ค่ะ




ก่อนกลับห้องพัก  เราแวะ Shop Onitsuka Tiger  รองเท้าผ้าใบสุดฮิตที่วางจำหน่ายในไต้หวัน
ราคาถูกกว่าไทย  จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรแวะไปเลือกชมเลือกซื้อ



ร้าน โอนิทสึกะ ไทเกอร์  เป็น shop ไม่ใหญ่ค่ะ คูหาเดียว  
ใครที่แวะมา Ximending แล้วจะเลยมาร้านนี้เซฟแผนที่กันมาด้วยนะ
เราเดินหากันอยู่หลายซอยค่ะกว่าจะเจอ  



มีรองเท้าวางจำหน่ายหลายรุ่นค่ะ  (นอกจากที่ Ximending  แล้วยังมี shop อยู่ที่ตึก SOGOเขียว
และSOGOขาวด้วยค่ะ แต่ที่ SOGO จะมีวางจำหน่ายเฉพาะรุ่นใหม่เท่านั้น)
บางรุ่นเหลือเพียงคู่เดียว สังเกตได้จาก only สีแดงตรงป้ายราคา

รองเท้าราคาเริิ่่มต้นที่ 3,300 - 7,xxx NT  รุ่นที่เป็นหนัง  limited หรือ japan จะราคาสูงหน่อยค่ะ






ข้อสังเกต : รองเท้า Onitsuka Tiger ที่เราเดินหากันหลาย shop ในไต้หวัน 
รุ่นเก่า ๆ จะมีอยู่ที่ Ximending ค่ะ  ที่ SOGO เขียว และ SOGO ขาว แทบจะไม่มีรุ่นเก่าอยู่เลย
และที่น่าสังเกตก็คือรุ่นเก่าที่ว่านี้ได้รับความนิยมพอสมควร ไซส์เหลือน้อยมาก หลายรุ่นมีคู่เดียว
ลูกค้าหลายรายที่มาที่ร้านก็ผิดหวังเหมือนกันกับเรา คือไม่มีไซส์ที่ต้องการ  
ดังนั้น หากจะสั่งพรีออร์เดอร์รองเท้าจากไต้หวันที่ไม่ใช่รุ่นที่เพิ่งออกวางจำหน่าย
ให้สั่งกับร้านที่ไว้ใจได้  เชื่อถือได้นะคะ  เพราะได้ยินมาว่ามีรองเท้าก๊อปเกรดเอเยอะมากค่ะ
แฟนพันธุ์แท้ที่ดูเป็นก็คงไม่เป็นไร เอาเป็นว่าหาข้อมูลให้มาก ๆ ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อนะคะ





















แถมๆ ชุดเดินช้อปปิ้ง 


ก่อนกลับห้องพัก(จริง ๆ แล้ว)  เราไม่ลืมที่จะแวะมาเช็คอินที่ Family Mart ค่ะ 555
อยู่ก่อนถึงห้องพักไม่กี่ช่วงตึก  แวะทุกวัน ได้ของติดมือไปกินก่อนนอนทุกคืน



ขวดน้ำน่ารัก ๆ จาก Family mart  เป็นคนแบบนี้อีกแล้ว
เห็นขวดน่ารักหน่อยต้องเสียเงิน



โกโกร้อนผสมแมคคาเดเมีย ค่ะ  
อยากจะบอกว่า คอกาแฟร้อน หากไปเที่ยวไต้หวัน พก 3in1 สูตรที่ชอบใส่กระเป๋าไปด้วยนะคะ
ใน family mart และ 7-11 กาแฟซองมีแต่ Drip ซึ่งจะเข้มข้มกว่ากาแฟปกติ




ปล. รีิวิว Trip Taiwan 2015 ตั้งแต่ตอนที่ 1 -3 บันทึกภาพด้วย Samsung Duos สภาพเยินๆ ค่ะ
มี จิ่วเฟินบางภาพที่ใช้ canon 450D  ภาพจึงอาจไม่สวยมาก แต่ก็พยายามเก็บภาพมาฝากกันนะ ^^


ตอนหน้า... ไปทรมานตนกันต่อที่ทาโรโกะค่ะ   

มินิรีวิวตอนที่ 4 ปีนเขา เดินทน ชมธรรมชาติตระการตาที่ ทาโรโกะ 



Create Date : 28 มิถุนายน 2558
Last Update : 7 กรกฎาคม 2558 12:53:08 น. 1 comments
Counter : 21912 Pageviews.

 
ืnippon made 2015 ราคาเท่าไหร่ครับคู่สีส้ม,เหลืองอ่ะ


โดย: เอ็ม IP: 203.11.74.2 วันที่: 27 มกราคม 2559 เวลา:14:38:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

maru
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดา
ที่นั่งเหงาเป็นงานอดิเรก




ภาพทุกภาพในนี้
เก็บมาจากปลายนิ้วแค่เสี้ยววินาที
ที่ไม่รู้จะมีโอกาสอีกมั้ย
เพราะฉะนั้น ถ้าถูกใจแล้วต้องการนำไปใช้
ขอความกรุณาบอกกันบ้างและอย่าเอาเครดิตออกนะคะ
~เพราะมันอาจไม่สวยนัก แต่มาจากใจทั้งหมดค่ะ~



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์
หากลอกเลียนแบบส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด
โดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามที่กฏหมาย
บัญญัติไว้สูงสุดค่ะ




กระซิบถึงกันได้ที่นี่ค่ะ
Friends' blogs
[Add maru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.