Chopsticks "นิยายรักสื่อด้วยภาพ"



Chopsticks คือนิยายภาพของ เจสสิก้า แอนโธนี่ และ ร็อดริโก้ คอร์รัล ที่เล่าถึง กลอเรีย เด็กสาวนักเปียโนอัจฉริยะ ที่สูญเสียแม่จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ วันหนึ่งเธอพบกับ ฟรานซิสโก้ นักเรียนแลกเปลี่ยนจากอาร์เจนติน่า ที่ย้ายมาอยู่บ้านข้างๆเธอ ทั้งสองเริ่มทำความรู้จักและสื่อสารกันอย่างที่วัยรุ่นทำ แน่นอนที่อุปสรรคก็ย่อมเกิด เมื่อพ่อของ กลอเรีย ไม่ต้องการให้เธอคบกับหนุ่มคนนี้ เขาพาเธอข้ามมหาสมุทรไปอยู่ในยุโรป ขณะที่ ฟรานซิสโก้ ก็ดิ้นรนกับการศึกษาในอเมริกา ทั้งๆที่เขาต้องการเพียงแค่วาดรูป... แต่เมื่อลองๆคิดดู มันก็อาจไม่ใช่อุปสรรคซะทีเดียว เพราะเมื่อความรักบังเกิดเกิดขึ้น สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็แค่ทำตามความต้องการของหัวใจ

หมายเหตุ: มีอะไรเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ cap รูปมามากมาย ลองไปหามาอ่านดู





ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มด้วยภาพข่าว





“กลอเรีย” นักเปียโนอัจฉริยะหายสาบสูญ





ก่อนหน้านั้น 18 เดือน... ชายหนุ่มคนหนึ่งย้ายเข้ามาแถวบ้าน กลอเรีย





ฟรานซิสโก้ มาจากอาร์เจนติน่า เขาไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีจากเพื่อนใหม่นัก





เขาเห็นเธอที่อยู่บ้านตรงข้าม เขาเริ่มเขียนไดอารี่ถึงเธอ เขาหยุดคิดถึงเธอไม่ได้





ทั้งสองทำความรู้จักกัน และเริ่มออกไปเที่ยวด้วยกัน





เขาไรท์ซีดีเพลงให้เธอ





เขาและเธอคุยกันตลอดวัน.. ตลอดคืน.. ตลอดเวลา





ถึงแม้ไม่ได้เจอหน้ากัน การสื่อสารก็ยังคงอยู่





พวกเขาชอบดูหนังแบบไม่ต้องคุยกัน





เขาไม่สนใจการเรียน การวาดภาพคือสิ่งเดียวที่เขารัก





เธอต้องย้ายตามพ่อไปอยู่ยุโรป พวกเขาเขียนโปสการ์ดหากัน





เขาบินไปหาเธอที่ยุโรป





"ทำแบบนี้โอเคไหม?"




เขาวาดรูปนี้เพื่อแทนความสัมพันธ์





เธอกำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ เธอเกลียดมัน





เขาบอกว่า “คุณไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ”





เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ





เขาเดินทางกลับอาร์เจนติน่า เธอวางทุกสิ่งทุกอย่างที่ทั้งสองมีประสบการณ์ร่วมกัน





สวัสดี บัวโนส ไอเรส...




 

Create Date : 13 มีนาคม 2555
3 comments
Last Update : 13 มีนาคม 2555 2:01:32 น.
Counter : 1553 Pageviews.

 

น่าอ่านมากเลยครับ
หนังสือนี้หาซื้อได้จากที่ไหนบ้างครับ

 

โดย: fun_bar 13 มีนาคม 2555 14:45:57 น.  

 

ผมซื้อที่ Kinokuniya สาขาพารากอนครับ ช่วงนี้ลด 20% อยู่พอดีเลย

 

โดย: BloodyMonday 13 มีนาคม 2555 18:13:28 น.  

 

หนังสือแปลกดีนะคะ ครีเอทีฟมากๆเลย น่าสนใจมากค่ะ ขอบคุณนะคะ

 

โดย: TaMaChaN (narumol_tama ) 14 มีนาคม 2555 22:57:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BloodyMonday
Location :
Imaginationland, Valley of Bliss China

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






-= M & M in Nutshell =-


Gentlemen Broncos (2009)


You could have brain tumor by watching this contaminated turd. Nothing in Gentlemen Broncos pays off, it’s incoherent mess, and chock-full of incredibly annoying characters. You will not only loath this movie, but it also makes you want to punch someone who responsible for this abomination in the face.

BloodyMonday Rating:



Fantastic Mr. Fox (2009)


Imagine if Akira got Live-Action treatment by... say Alfonso Cuarón, you know how awesome it might be? That’s what happened to "Fantastic Mr. Fox". Wes Anderson's auteur perfectly captured the quirkiness and blissful tone of the material. Its stop-motion technique might be a little crude and... somewhat unsophisticated, but that's the charm of it. You’ll feel like pop-up book unveiled before your eyes. This is an exceptional animation of the year.

BloodyMonday Rating:



Planet 51 (2009)


ถ้าถามว่าสนุกไหม? ก็โอเค ทุกอย่างถอดแบบมาจาก Shrek มุขที่อ้างอิงวัฒนธรรมป็อป ตัวละครสมทบที่น่าสนใจกว่าตัวเอก กราฟฟิคที่สอบผ่านฉลุย (ถ้าไม่ไปวัดกับพิกซาร์) แต่ถ้าถามว่าต้องดูไหม? ..... เอาเป็นว่าเวลาชั่วโมงครึ่ง ทำอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้ได้เยอะแยะ

BloodyMonday Rating:



It's Complicated (2009)


รู้สึกสนุกกับการได้เห็นป้าเมอรีล เข้าโหมดแอ๊บเด็ก (อีกแล้ว) ในขณะเดียวกัน อเล็กซ์ บอลด์วิน และ จอห์น ครากินสกี้ ก็ขโมยซีนได้ตลอด แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนังยาว 2 ชั่วโมงมีเรื่องให้เล่าแค่ 15 นาที... It's Complicated อาจเหมือนคนกินไวอากร้าแล้วเข้านอน คึกตลอดคืนแต่มันจะมีประโยชน์อะไร?

BloodyMonday Rating:



Up in the Air (2009)


Up in the Air is a blockbuster movie for people who think blockbuster movies are dumb, as it chock full of brilliantly written dialogue, and acting showcase for three talented actors (especially star-making turn by Anna Kendrick). But in the end, there's little to love, not so much story to chew on (plus disappointing third act), and no real connection to the meaning of human interaction as it intended to be.

BloodyMonday Rating:



I Love You, Beth Cooper (2009)


Cliché-ridden plot about a bunch of annoying characters get together in one idiotic circumstance, "I Love You, Beth Cooper" is shameless exploitation & biggest insult to 80s teen flicks. It's like memorizing magic trick from internet, hoping to perform like David Copperfield. Neither sense of wonder nor magic flare happens here. Only good thing is, it makes me wanna cleanse my soul with genuine 80s teen movie night marathon.

BloodyMonday Rating:



Everybody's Fine (2009)


Meh. The movie serious lack of originality & characters development. Only Robert De Niro comes out fine in this schmaltzy, "Lifetime" movie-of-the-week plot.

BloodyMonday Rating:



Paper Heart (2009)


Twee delight... That's only two words I can think of right now.

BloodyMonday Rating:



Adam (2009)


A perfect companion to Mary & Max (one of the best animation of 2009), Adam is star-crossed love story (pun intended) between Adam, Asperger's Syndrome bearer, and Beth, free spirit woman. The picture wouldn’t be this intimate without stunning performance by Hugh Dancy. On the other hand, the lack of depth on why Beth would love someone like Adam, preventing me from wholeheartedly embraces her choice in the end (which is nice & perfect but requires a leap of faith). Otherwise, this is touching romantic film, which putting its feet firmly on the ground, making the world full of hope and seems nicer place to live.

BloodyMonday Rating:



The Invention of Lying (2009)


Expected to be like “Click” or “Yes Man”, where high-concept plot turned into endless gags, with moral lesson (forcefully) shoving down your throat. But "The Invention of Lying" is thinking man’s film. The whole concept is not seeing how first lying man exploits the ability. But it's about him finding the way not to lie, in order to find genuine happiness. Great stuff.

BloodyMonday Rating:



Give ‘Em Hell Malone (2009)


This is one damn frustrating experience. It’s like watching an infant trying to stand up and walk. They would take a few steps then fall their asses. In fact, kiddie film like “Bugsy Malone” has done better job paying a tribute to film noir than this borefest.

BloodyMonday Rating:



Zombieland (2009)


ถ้าอังกฤษมีหนังซอมบี้ฮาแตกอย่าง Shaun of the Dead แล้ว ทำไมอเมริกาจะมีบ้างไม่ได้... Zombieland คือการผสมผสานระหว่างบรรดาหนังซอมบี้เก่าๆ เข้ากับทัศนคติของคนสร้างที่อาจดูหนังแนวนี้มากเกินความจำเป็น จนสามารถสร้างหนังซอมบี้ที่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเป็น และเล่นสนุกไปกับกฏพื้นฐานของซอมบี้ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยกความดีให้สี่นักแสดงนำ โดยเฉพาะ วู้ดดี้ ฮาเรลสัน (เขาเกิดมาเพื่อบทนี้) ที่ช่วยกันสร้างมนต์เสน่ห์ ให้กับการเดินทางในโลกไร้มนุษย์ได้อย่างเต็มที่

ถึงแม้พลังงานที่ขับเคลื่อนจะมาหมดเอาดื้อๆในองค์สุดท้าย เมื่อฉากใหญ่ในสวนสนุกถูกทำขึ้นเพื่อแสดงฉากการฆ่าซอมบี้เด็ดๆ (ซึ่งไม่ใช่จุดเด่นสำหรับเรื่องนี้เลย) แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัว ที่บรรดาแฟนซอมบี้จะมาพลาดหนังเรื่องนี้... อ้อ แล้วหนังยังมีดารารับเชิญสุดเซอร์ไพรซ์ ที่สร้างเสียงฮาที่สุดในเรื่องได้จากประโยคสุดท้ายอีกด้วย

BloodyMonday Rating:



Frequently Asked Questions About Time Travel (2009)


เมื่อเพื่อนสามคนก๊งเบียร์กันในผับแล้วเจอสาวฮ็อต (แอนนา ฟาริส) ที่อ้างว่ามาจากอนาคตจนเกิดรอยแยกของเวลา ทำให้ทั้งสามต้องท่องไปทั้งโลกในอนาคตและอดีตจนวุ่นวาย...

หนังมีไอเดียกิ๊บเก๋ ทำออกมาได้สนุกสนานสไตล์ซิตคอมอังกฤษ โดยเฉพาะการนำกฏเหล็กต่างๆจากหนังที่เกี่ยวกับการท่องเวลา (ดูเหมือนว่า Back to the Future จะเป็นแรงบรรดาลใจหลัก) มาปู้ยี้ปู้ยำอย่างเมามัน ถึงแม้ว่าตลอดเวลาการรับชมจะให้ความรู้สึก เหมือนตัวเองกำลังดูซีรี่ย์ทางโทรทัศน์ แต่มันก็คือตอนที่ฮาที่สุดของซีซั่น แถมเอฟเฟ็คที่ใช้ก็มีคุณภาพจนคาดไม่ถึง

BloodyMonday Rating:



Looking for Eric (2009)


มีความรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มองโลกในแง่ดีเกินบรรยากาศโดยรวม จริงอยู่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงเอยด้วยดีในตอนสุดท้ายนั้น สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนดู แต่จากสถานการณ์ในเรื่องและบริบทที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันยากที่จะทำใจเชื่อในสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะพล็อตรองเกี่ยวกับปืน ซึ่งถ้าถูกตัดออกไปและหนังยังดำเนินเรื่องอย่างที่เป็นอยู่ Looking for Eric ก็น่าจะเป็นหนังฟีลกู้ดที่อบอุ่นที่สุดเรื่องหนึ่งของปีเลยทีเดียว

BloodyMonday Rating:


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add BloodyMonday's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.