แซม คุก: เอลวิส เพรสลีย์ ของคนแอฟริกัน-อเมริกัน



ในขณะที่ เอลวิส เพรสลีย์ ทำเพลงกอสเปลของคนดำให้มาอยู่ในเมนสตรีม แซม คุก นักร้องกอสเปลตัวจริงก็กำลังทำสิ่งเดียวกัน โดยในช่วงระหว่างปีค.ศ. 1957 ถึง 1964 เขามีเพลงฮิตติดชาร์ต Top 40 ถึง 29 เพลง เหมือนกับ เอลวิส เขาเกิดอย่างยากจนในรัฐมิสซิสซิปปี้ เหมือนกับ เอลวิส ทั้งคู่พบแรงบันดาลใจจากการเติบโตในครอบครัวเคร่งศาสนา และทั้งคู่ก็ยังเป็นขวัญใจสาวๆทั่วทั้งอเมริกา เอลวิส สำหรับวัยรุ่นผิวขาว ส่วน แซม สำหรับวัยรุ่นผิวดำ

สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างศิลปินทั้งสองนั้นคือ แซม คุก มีเสียงร้องที่ว่ากันว่าดีที่สุดในวงการ เขาไม่ใช่นักร้องที่แสดงบนเวทีเก่งเหมือนกับ เอลวิส แต่เสียงของเขาทำให้ทุกคนต้องหยุดนิ่ง สิ่งที่แตกต่างอีกอย่างก็คือ เพลงของ เอลวิส ถือเป็นเพลงลูกกวาดที่ฮิตติดลมบน แต่ก็ขาดความจริงจัง ในขณะที่เพลงของ คุก ใส่ความละเอียดอ่อนและความฉลาดเข้ามาในเนื้อหา... เขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินโซลชื่อดังมากมาย ถ้าคุณฟัง มาร์วิน เกย์, สโมคกี้ โรบินสัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอทิส เรดดิง คุณก็จะสัมผัสได้กลิ่นอายที่มีต้นกำเนิดมาจาก แซม คุก




แซม คุก มีชีวิตที่น่าสนใจและเส้นทางอาชีพที่มีทั้งขึ้นและลง หลังจากรับหน้าที่เป็นนักร้องนำให้กับวงกอสเปล the Soul Stirrers คุก ก็พยายามเปลื่ยนแปลงจากราชาเพลงกอสเปลสู่ราชาเพลงป็อป เขาถูกไล่ออกจากวงเนื่องจากเพลงของเขาไม่เข้ากับรากฐานของแนวดนตรี แต่นี่ก็คือช่วงเวลาที่ บั้ม แบล็คเวลล์ เข้ามาดูแลสัญญาและทำให้ คุก กลายเป็นราชาเพลงป็อปของคนผิวดำ อย่างไรก็ตามเขาก็หายตัวไปถึงสองปี เนื่องจากการต่อสู้กันเรื่องลิขสิทธิ์กับทางค่ายเพลง จนทำให้เขาตัดสินใจตั้งค่ายเพลงของตัวเองขึ้นมา และกลายเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่ทำเช่นนั้น

ในปี 1963 คุก ได้ยินเพลง Blowin’ in the Wind ของ บ็อบ ดีแลน เขารู้สึกหัวเสียที่ตัวเองไม่ได้เขียนเพลงนี้ขึ้นมาก่อนชายผิวขาว แต่นั้นก็ทำให้เขาได้เขียนเพลงที่ทรงพลังมากที่สุดเพลงหนึ่ง เป็นเพลงสดุดีของการเคลื่อนไหวทางสิทธิมนุษยชน มันถูกเปิดในงานศพของ มัลคอล์ม เอ็กซ์ และถูกเปิดระหว่างการขึ้นรับตำแหน่งของประธานาธิปดี บารัค โอบาม่า นี่คือเพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์ทางโลกดนตรี




แต่กว่าที่ A Change Is Gonna Come จะถูกปล่อยออกมาก็ล่วงเข้าสู่ปีค.ศ. 1965 หนึ่งปีหลังจากการเสียชีวิตอย่างปริศนา แซม คุก ถูกยิงโดย เบอร์ธ่า แฟรงคลิน ผู้จัดการของโรงแรมที่เขาอาศัยอยู่ คุก ถูกพบในสภาพเปลือย โดยมีเพียงเสื้อโค้ทและรองเท้าอยู่บนร่างกาย มีเรื่องราวที่พูดถึงมากมายเกี่ยวกับการตายของเขา เบอร์ธ่า ให้ปากคำว่าเธอยิง คุก จากการป้องกันตัว หลังจากที่เขาจะทำร้ายเพราะไม่ยอมบอกว่า เอลิซ่า โบเยอร์ อยู่ที่ไหน โดยผู้หญิงที่ชื่อ เอลิซ่า ก็อาจเป็นคนที่สะกดรอยตาม คุก เพื่อทำการปล้น หรืออาจเป็นคนที่ถูกลักพาตัวมาโดย คุก เพื่อข่มขืน หรือแม้กระทั่งทฏษฏีสมทบคิดของการลอบสังหาร คุก ที่เล่าโดย เอตต้า เจมส์ อย่างไรก็ตามไม่มีใครทราบถึงเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับ คุก นี่คือปริศนาอีกชิ้นหนึ่งที่ยังไม่มีบทสรุปในโลกมายา

จากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น (ประกอบกับการเป็นทากหนังโดยสายเลือดของผู้เขียน) มันเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยน่าจะดัดแปลงจากหนังสืออัตชีวประวัติที่เขียนโดย ปีเตอร์ การัลนิค ความยาว 650 หน้า บันทึกการขึ้นสู่จุดสูงสุดและการตกสู่จุดต่ำสุดของ คุก นี่น่าจะเป็นโปรเจ็คที่ท้าทายสำหรับนักแสดงที่เข้ามารับบทเป็น คุก ผู้เขียนรู้สึกว่าไม่มีใครที่จะเหมาะสมไปกว่า เทอเรนซ์ โฮเวิร์ด ซึ่งพิสูจน์ความสามารถทางดนตรีมาแล้วใน Hustle & Flow (ความจริง เทอเรนซ์ กำลังจะแสดงหนังจากชีวประวัติของ มาร์วิน เกย์) บวกกับบท บั้ม แบล็คเวลล์ ที่นำแสดงโดย เดนเซล วอชิงตัน ก็น่าจะเป็นสองนักแสดงที่การันตีคุณภาพหนัง แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ คนรุ่นใหม่จะได้มีโอกาสฟังบทเพลงของ คุก ที่ไม่มีใครหรือศิลปินหน้าไหนเลียนแบบได้แล้ว






เทอเรนซ์ โฮเวิร์ด รับบทเป็น แซม คุก


ปล. จากบล็อคแก้ขัดกลายเป็นบล็อคจริง ๆ จัง ๆ ต้องขอบคุณอป.ที่ทำให้เรารู้สึกผิดจนต้องอัพบล็อค




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2553
8 comments
Last Update : 22 กรกฎาคม 2553 18:36:46 น.
Counter : 2211 Pageviews.

 

น่าสนใจมากๆครับ

และถ้าเป็นหนังอย่างที่ว่าคงน่าสนใจไม่น้อย

 

โดย: navagan 22 กรกฎาคม 2553 7:11:36 น.  

 

^
โฮกก บล็อกดีมีสาระเพลงเพราะแบบนี้ ขอยื่นหน้าหนาๆออกรับเครดิตทั้งๆที่ตัวเองมิได้ทำอะไรเลย

it's been a long time coming but I know a change is gonna come...ฟังเพลงท่อนนี้แล้วนึกถึงcontextที่เล่นในงานศพมัลคอล์มxและพิธีของประธานาธิบดีโอบาม่าบอกได้เลยว่าขนลุก
เพลงแรกก็เพราะนะ เราไม่เคยฟังเพลงแซมคุกเลยแต่คลิ๊กวิดีโอแรกแล้ว อุแม่เจ้า นี่คือต้นแบบมาร์วินเกย์(โอทิส เรดดิงอป.ไม่รู้จักจ้า) ฟังเพลงในบล็อกนี้ของเลือดสาดจันทร์สยองแล้วอยากแจ้นไปร้านซีดีอ่ะ ที่เชียงใหม่มีอยู่ร้านนึงแถวท่าแพขายแผ่นเก่าเยอะดีด้วย

เฮียเทอเรนซ์ไม่ได้เล่นironman2แล้วรู้สึกขัดๆอ่ะ ทำไมเฮียแกไม่เล่นต่อ~ อ้อ..ตอนนี้เราเป็นมนุษย์โลกคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้ดูinceptionกำลังลงแดงจากเสียงรีวิวของคนรอบข้าง

เพิ่งรู้ว่ามีการเลือกเล่นเพลงในวันinaugurationด้วย หนอนอป.ติดตามแต่ว่าใครได้อ่านกลอนอ่ะ Maya Angelouอ่านตอนสมัยคลินตันด้วย เรื่องนี้ทำให้เราสนใจไปวิกิดูปรากฏว่ามีกวีอ่านอีกคนคือ Miller Williams..เป็นพ่อ Lucinda Williamsด้วยนะ โอม..วิกิจงเจริญ เดี๋ยวไปหาดูดีกว่าว่าประธานาธิปดีคนอื่นเค้าเล่นเพลงอะไรกัน คนเท็กซัสขี่ม้าร้องyeehaww!!มารับตำแหน่งคราวนั้นเปิดเพลงลูกทุ่งรึเปล่าคะ;p

สตูดิโอไหนสนใจสร้างหนังเรื่องนี้บ้าง จะรอดู^^ แอบกรี๊ดคุณแซม คุกรูปในยูทู้ปคลิปสองกับสามหล่อมากก ใจละลาย~

 

โดย: อป (apple_cinnamon ) 22 กรกฎาคม 2553 18:14:02 น.  

 

แอร๊~กิ๊กเก่าอิชั้นได้ใส่เกราะโรมันเล่นหนัง น้ำหมากกระจายน้ำลายหกตอนตะเองเคยแนะนำให้ปิดsafesearchในกู้เกิ้ลแล้วดูรูปเอาอ่ะ โฮกกก

ไม่น่าจะใช่เรื่องเดียวกันแต่เราเคยอ่านหนังสือโรมันย้อนยุคชื่อ Eagle in the snow น่าเอามาสร้างหนังเป็นที่สุด มียกทัพตีกันกับพวกgothด้วย ตอนนี้ผีบล็อกเกอร์กำลังองค์ลงอาจเอามารีวิว ฮี่ๆ เปล่านะคะ ดิชั้นไม่ได้กินยาบ้ามา อัพบล็อกทุกอาทิตย์จิตแจ่มใส (จากนั้นก็จะหายหน้าออกทะเลไปเป็นเดือน- -)

สเตลิออสมันคนไหนหว่า เดี๋ยวไปขุดดีวีดีมาดูอีกรอบ ซิกซ์แพ็คจ๋า<3
ปล.ถ้าสนใจ300เวอร์ชั่นหนังสือติดต่อหยิบยืมไปดองได้เน้อ รับรองเลือดสาดไม่แพ้หนัง บรรยายฉากแอ็คชั่นได้เลือดส์ถึงตับไตไส้พุงมากอง>w<
Gates of Fire: An Epic Novel of the Battle of Thermopylae

อยากรู้ว่าใครยังให้เงินอีตาuwe bollทำหนังอยู่อีกอ่ะ หนูไม่เข้าใจ

ปล.ลิ้งค์กระต่ายevildeadดูไม่ได้ง่า T^T ขอแอดเดรสยูทู้ปหน่อยเดี๋ยวกดไปดู

 

โดย: อป (apple_cinnamon ) 22 กรกฎาคม 2553 18:32:58 น.  

 

"ปลลล. บล็อคเราไม่มีใครเลย สงกะสัยเนื้อหาจะไม่เข้าแก๊บกับแนวเพื่อน ๆ"

ใจเย็นๆคุณอาร์ต ผมมาแว้ววววววววววววว

ไหนๆอัพเรื่องอะไรนะ "แซม คุก: เอลวิส เพรสลีย์ ของคนแอฟริกัน-อเมริกัน" อ๋อ เพลงฝรั่ง อืม... เอ่อ... ก็ดีนะ อืม... เอ่อ ผมขอไปอ่านอีกทีก่อนนะ เดี๋ยวมาใหม่ สัญญา

 

โดย: แฟนผมฯ IP: 114.128.98.157 24 กรกฎาคม 2553 21:59:24 น.  

 

อืม... อ่านแล้วเห็นด้วยว่ามันน่าถูกเอาไปสร้างเป็นหนังจริงๆ แต่พูดก็พูดเถอะ ทำไมคดีฆาตรกรรมในวงการบันเทิงมันมักไม่กระจ่างก็ไม่รู้แฮะ

ปล. ถึงพี่เทอเรนซ์ Iron Man ที่ไม่มีพี่มันดูกระป๋องมากเลยคร้าบบบบบบ

 

โดย: แฟนผมฯ IP: 114.128.98.157 24 กรกฎาคม 2553 22:18:25 น.  

 

ยอมรับว่าไม่รู้จักเลยและเพิ่งทราบว่าจะมีการทำเป็นหนังก็ตอนนี้แหละครับ

แต่เพลงนี้เพราะจริง อะไรจริง

 

โดย: Seam - C IP: 58.9.198.15 26 กรกฎาคม 2553 14:45:12 น.  

 

A Change Is Gonna Come นี่เคยฟังอยู่ คุ้นหูทีเดียว

ไม่ค่อยได้ดูหนังเทอร์เรนซ์ โฮเวิร์ดจริงๆ จังๆ เลย Hustle and Flow ที่ดังๆ ของเค้าก็ยังไม่ได้ดูเลยด้วย

 

โดย: เอกเช้า IP: 124.120.193.166 26 กรกฎาคม 2553 23:35:10 น.  

 

โอ แซม คุก :)

 

โดย: Elizabeth Town 28 กรกฎาคม 2553 23:56:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BloodyMonday
Location :
Imaginationland, Valley of Bliss China

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






-= M & M in Nutshell =-


Gentlemen Broncos (2009)


You could have brain tumor by watching this contaminated turd. Nothing in Gentlemen Broncos pays off, it’s incoherent mess, and chock-full of incredibly annoying characters. You will not only loath this movie, but it also makes you want to punch someone who responsible for this abomination in the face.

BloodyMonday Rating:



Fantastic Mr. Fox (2009)


Imagine if Akira got Live-Action treatment by... say Alfonso Cuarón, you know how awesome it might be? That’s what happened to "Fantastic Mr. Fox". Wes Anderson's auteur perfectly captured the quirkiness and blissful tone of the material. Its stop-motion technique might be a little crude and... somewhat unsophisticated, but that's the charm of it. You’ll feel like pop-up book unveiled before your eyes. This is an exceptional animation of the year.

BloodyMonday Rating:



Planet 51 (2009)


ถ้าถามว่าสนุกไหม? ก็โอเค ทุกอย่างถอดแบบมาจาก Shrek มุขที่อ้างอิงวัฒนธรรมป็อป ตัวละครสมทบที่น่าสนใจกว่าตัวเอก กราฟฟิคที่สอบผ่านฉลุย (ถ้าไม่ไปวัดกับพิกซาร์) แต่ถ้าถามว่าต้องดูไหม? ..... เอาเป็นว่าเวลาชั่วโมงครึ่ง ทำอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้ได้เยอะแยะ

BloodyMonday Rating:



It's Complicated (2009)


รู้สึกสนุกกับการได้เห็นป้าเมอรีล เข้าโหมดแอ๊บเด็ก (อีกแล้ว) ในขณะเดียวกัน อเล็กซ์ บอลด์วิน และ จอห์น ครากินสกี้ ก็ขโมยซีนได้ตลอด แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนังยาว 2 ชั่วโมงมีเรื่องให้เล่าแค่ 15 นาที... It's Complicated อาจเหมือนคนกินไวอากร้าแล้วเข้านอน คึกตลอดคืนแต่มันจะมีประโยชน์อะไร?

BloodyMonday Rating:



Up in the Air (2009)


Up in the Air is a blockbuster movie for people who think blockbuster movies are dumb, as it chock full of brilliantly written dialogue, and acting showcase for three talented actors (especially star-making turn by Anna Kendrick). But in the end, there's little to love, not so much story to chew on (plus disappointing third act), and no real connection to the meaning of human interaction as it intended to be.

BloodyMonday Rating:



I Love You, Beth Cooper (2009)


Cliché-ridden plot about a bunch of annoying characters get together in one idiotic circumstance, "I Love You, Beth Cooper" is shameless exploitation & biggest insult to 80s teen flicks. It's like memorizing magic trick from internet, hoping to perform like David Copperfield. Neither sense of wonder nor magic flare happens here. Only good thing is, it makes me wanna cleanse my soul with genuine 80s teen movie night marathon.

BloodyMonday Rating:



Everybody's Fine (2009)


Meh. The movie serious lack of originality & characters development. Only Robert De Niro comes out fine in this schmaltzy, "Lifetime" movie-of-the-week plot.

BloodyMonday Rating:



Paper Heart (2009)


Twee delight... That's only two words I can think of right now.

BloodyMonday Rating:



Adam (2009)


A perfect companion to Mary & Max (one of the best animation of 2009), Adam is star-crossed love story (pun intended) between Adam, Asperger's Syndrome bearer, and Beth, free spirit woman. The picture wouldn’t be this intimate without stunning performance by Hugh Dancy. On the other hand, the lack of depth on why Beth would love someone like Adam, preventing me from wholeheartedly embraces her choice in the end (which is nice & perfect but requires a leap of faith). Otherwise, this is touching romantic film, which putting its feet firmly on the ground, making the world full of hope and seems nicer place to live.

BloodyMonday Rating:



The Invention of Lying (2009)


Expected to be like “Click” or “Yes Man”, where high-concept plot turned into endless gags, with moral lesson (forcefully) shoving down your throat. But "The Invention of Lying" is thinking man’s film. The whole concept is not seeing how first lying man exploits the ability. But it's about him finding the way not to lie, in order to find genuine happiness. Great stuff.

BloodyMonday Rating:



Give ‘Em Hell Malone (2009)


This is one damn frustrating experience. It’s like watching an infant trying to stand up and walk. They would take a few steps then fall their asses. In fact, kiddie film like “Bugsy Malone” has done better job paying a tribute to film noir than this borefest.

BloodyMonday Rating:



Zombieland (2009)


ถ้าอังกฤษมีหนังซอมบี้ฮาแตกอย่าง Shaun of the Dead แล้ว ทำไมอเมริกาจะมีบ้างไม่ได้... Zombieland คือการผสมผสานระหว่างบรรดาหนังซอมบี้เก่าๆ เข้ากับทัศนคติของคนสร้างที่อาจดูหนังแนวนี้มากเกินความจำเป็น จนสามารถสร้างหนังซอมบี้ที่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเป็น และเล่นสนุกไปกับกฏพื้นฐานของซอมบี้ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยกความดีให้สี่นักแสดงนำ โดยเฉพาะ วู้ดดี้ ฮาเรลสัน (เขาเกิดมาเพื่อบทนี้) ที่ช่วยกันสร้างมนต์เสน่ห์ ให้กับการเดินทางในโลกไร้มนุษย์ได้อย่างเต็มที่

ถึงแม้พลังงานที่ขับเคลื่อนจะมาหมดเอาดื้อๆในองค์สุดท้าย เมื่อฉากใหญ่ในสวนสนุกถูกทำขึ้นเพื่อแสดงฉากการฆ่าซอมบี้เด็ดๆ (ซึ่งไม่ใช่จุดเด่นสำหรับเรื่องนี้เลย) แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัว ที่บรรดาแฟนซอมบี้จะมาพลาดหนังเรื่องนี้... อ้อ แล้วหนังยังมีดารารับเชิญสุดเซอร์ไพรซ์ ที่สร้างเสียงฮาที่สุดในเรื่องได้จากประโยคสุดท้ายอีกด้วย

BloodyMonday Rating:



Frequently Asked Questions About Time Travel (2009)


เมื่อเพื่อนสามคนก๊งเบียร์กันในผับแล้วเจอสาวฮ็อต (แอนนา ฟาริส) ที่อ้างว่ามาจากอนาคตจนเกิดรอยแยกของเวลา ทำให้ทั้งสามต้องท่องไปทั้งโลกในอนาคตและอดีตจนวุ่นวาย...

หนังมีไอเดียกิ๊บเก๋ ทำออกมาได้สนุกสนานสไตล์ซิตคอมอังกฤษ โดยเฉพาะการนำกฏเหล็กต่างๆจากหนังที่เกี่ยวกับการท่องเวลา (ดูเหมือนว่า Back to the Future จะเป็นแรงบรรดาลใจหลัก) มาปู้ยี้ปู้ยำอย่างเมามัน ถึงแม้ว่าตลอดเวลาการรับชมจะให้ความรู้สึก เหมือนตัวเองกำลังดูซีรี่ย์ทางโทรทัศน์ แต่มันก็คือตอนที่ฮาที่สุดของซีซั่น แถมเอฟเฟ็คที่ใช้ก็มีคุณภาพจนคาดไม่ถึง

BloodyMonday Rating:



Looking for Eric (2009)


มีความรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มองโลกในแง่ดีเกินบรรยากาศโดยรวม จริงอยู่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงเอยด้วยดีในตอนสุดท้ายนั้น สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนดู แต่จากสถานการณ์ในเรื่องและบริบทที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันยากที่จะทำใจเชื่อในสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะพล็อตรองเกี่ยวกับปืน ซึ่งถ้าถูกตัดออกไปและหนังยังดำเนินเรื่องอย่างที่เป็นอยู่ Looking for Eric ก็น่าจะเป็นหนังฟีลกู้ดที่อบอุ่นที่สุดเรื่องหนึ่งของปีเลยทีเดียว

BloodyMonday Rating:


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add BloodyMonday's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.