ห้ามลงจากโรงนอน
ห้ามลงจากโรงนอน (NV Series)

คืนนั้นกว่าที่มิ้นท์จะได้นอน ก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง เป็นคืนที่จ่า C เข้าเวร แต่พวกมันก็ยังคิดจะทำอะไรไม่ดีกันบนกองร้อยอย่างไม่รู้จักเข็ดหลาบ อีกไม่กี่วันก็จะย้ายหน่วยแล้ว แทนที่จะได้นอนหลับพักผ่อนอย่างสบายใจแต่กลับต้องมาถูกทำโทษเสียอย่างนั้น

ในเวลาราวหนึ่งทุ่มทุกคนต้องมานั่งรวมกันที่หน้ากองร้อย สปอตไลท์สีเหลืองที่ติดอยู่บนชั้นสองตรงเสาอาคารเรือนนอนจะเปิดเมื่อแสงอาทิตย์ลาลับโดยยามประจำผลัดนั้น ทหารหนึ่งร้อยห้าสิบนาย ถูกแบ่งออกเป็นสามแถว เรียงตามหมวด มิ้นท์อยู่หมวดที่สอง เมื่อได้ยินเสียงนกหวีดเรียกรวมแถวทุกคนจึงรีบวิ่งกันมาเข้าแถวตามปกติ คืนนั้นไม่มีการจับคนมาช้า อาจเพราะเราซ้อมสวนสนามกันจนเหนื่อยและพวกที่ถูกคัดไปงานนอกก็คงเหนื่อยล้าเต็มที วาทะในเย็นวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับวันอื่นๆ เป็นเรื่องหยาบโลนที่ผู้ชายมักคุยกัน เรื่องสัพเพเหระตลกขบขัน ซึ่งจ่า C ก็ช่างเป็นนักบรรยายมืออาชีพ ทำให้พวกเราคล้อยตาม หัวเราะได้ทุกครั้งที่แกมาพูดคุยก่อนแยกย้ายขึ้นเรือนนอน

เมื่อหัวหน้าหมวดส่งยอด จ่าเวรก็แยกพวกที่ไม่ได้อยู่ในอัตราส่วนสนามออกไปนั่งด้านหน้าซึ่งแมนก็เป็นหนึ่งในนั้น ใจมิ้นท์นั้นก็แอบสงสารแมนอยู่ งานนอกใช่ว่าจะสบายแต่การฝึกซ้อมสวนสนามก็เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน บางวันมีคนเป็นลมระหว่างการซ้อมหลายสิบคนอยู่ หากว่าแมนกลับมาเร็วกว่านี้ก็คงได้อยู่ในอัตราส่วนสนาม

เมื่อแยกพวกที่ต้องสวนสนามกับพวกที่ไม่ได้สวนสนามเรียบร้อยแล้ว จ่า Cจึงจัดการแบ่งงานนอกให้กับพวกที่ไม่ได้อยู่ในอัตราสวนสนาม ส่วนพวกสวนสนามซึ่งมีจำนวนร้อยกว่าคนก็รอฟังคำชี้แจงถึงเรื่องการเดินในวันพรุ่งนี้ ในช่วงที่รอมิ้นท์ก็พยายามหาคนเดินแทน โดยเริ่มจากการสอบถามความสมัครใจของพวกที่เป็นอะไหล่หรือพูดง่ายๆ ก็คือตัวสำรอง แต่พวกอะไหล่ก็กลับต้องเดินแทนพวกตัวจริงหมดทุกคน ยกเว้นณัฐวุฒิ ตอนนั้นมิ้นท์ไม่ค่อยกังวลสักเท่าไหร่เพราะได้บอกจ่า Cไว้ก่อนแล้วว่าพรุ่งนี้จะต้องตื่นขึ้นมาแต่งตัวแต่เช้า กว่าจะเสร็จก็คงสิบเอ็ดโมง อีกอย่างงานนี้จ่า Cเองก็สนับสนุนเรื่องกิจกรรมกีฬาปิดภาคมาก แม้ว่าคนที่มิ้นท์เล็งไว้จะไม่ยอมเดิน แต่คิดว่าพรุ่งนี้มันคงต้องได้เดินแทนแน่

พอแบ่งหน้าที่กันเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงกลับมาเข้าแถวกันอีกครั้ง แต่กว่าจะสงบได้ก็ต้องมีการตะคอกกันอีกรอบ จะอะไรซะอีกหละก็พวกเด็กใต้ที่นั่งอยู่หลังหมวดน่ะสิ คุยกันเสียงดังไม่ฟังใครแต่ก็ยังดีที่จ่า C ไม่สั่งทำโทษ เมื่อตำหนิสั่งสอนกันเรียบร้อยจึงได้แยกย้ายกันไป

น็อตยังคงง่วนอยู่กับการเคลียร์บัญชีภัณฑุปกรณ์ ข้างในมีชมพู่กับไอ้เอ็มนั่งขายของอยู่พร้อมกับเพื่อนมันอีกคนที่นอนเล่นบนเตียงนอน เรื่องของน็อตนี่ก็อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้มิ้นท์อารมณ์เสีย นับจากที่ไอ้เอ็มกลับมามิ้นท์ก็ไม่อยากจะเข้าไปเหยียบภัณฑุอีกเลย เป็นเพราะรับไม่ได้กับความไม่เด็ดขาดของน็อตเองและไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเนื่องจากคนที่อยู่ในนั้นก็เยอะมากแล้ว

พอขึ้นมาบนเรือนนอน พวกกลุ่มเพื่อนมันก็ไปสุมกันที่เตียงไอ้เอ็ดกันเหมือนเคย นั่งดูคลิปโป๊กันได้ทุกวัน พอได้เห็นหน้าไอ้เจก็ใช้ให้ไปเหยียบหลังให้ ตอนนั้นมิ้นท์เหนื่อยมาก ตัวเหนียว เลยไม่ได้ไปนวดให้มันเหมือนอย่างเคย พอพี่หลุยส์เดินผ่านหน้าไปจึงร้องชวนแกไปอาบน้ำด้วยกัน
เราลงมาจากเรือนนอน ที่สนามตะกร้อก็มีพวกขาประจำเตะตะกร้อกันเหมือนเคย ที่ภัณฑุก็มีคอบอลนั่งดูทีวีกันแน่นเอี๊ยดเหมือนเคย เห็นน็อตนั่งทำบัญชีอยู่ที่โต๊ะกลมท้ายภัณฑุฯ กับพวกพี่ชาติและเพื่อนๆ อีกสองสามคน ด้วยความที่ชินกับห้องน้ำฝั่งท้ายมิ้นท์จึงพาพี่หลุยส์มาอาบที่ฝั่งนี้ น้ำเหลือครึ่งอ่างแล้วแต่ก็เหลือพออาบ ทั้งสองคนอาบคนละฝั่ง เมื่อถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่กางเกงในแล้วจึงเริ่มอาบน้ำกัน

ระหว่างที่อาบก็หาเรื่องเม้าท์กันไปเรื่อยเปื่อยเหมือนอย่างเคย แต่ที่เห็นจะเป็นประเด็นหลักคงเป็นเรื่องการเดินขบวนพาเหรดพรุ่งนี้ มิ้นท์ยังคงเสียดายที่ชมพู่ไม่ยอมมาเดินด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเราคงเดินครบทีมสี่คน มิ้นท์ น็อต พี่หลุยส์ และ ชมพู่ และยิ่งรู้สึกแย่กับเหตุผลที่ ชมพู่ ยกมาอ้าง ว่ากลัวเพื่อนภาคใต้ของมันไม่ชอบ เป็นความคิดที่ หลุยส์ เองก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่นอกจากเรื่องของ ชมพู่ แล้วมิ้นท์ก็ยังแอบปลื้มใจน้อยๆ ที่ทางนี้เปิดโอกาสอย่างมากให้กับคนอย่างพวกเขา ไม่รู้ว่ากองร้อยไหนจะเด็ดที่สุด แต่คงคิดว่าจะต้องประชันกันสุดฤทธิ์แน่

ระหว่างเดินกลับขึ้นกองร้อยในสภาพผ้าเช็ดตัวคาดเอวด้วยกันทั้งคู่ มิ้นท์ก็ชวนหลุยส์มาลองชุดที่ห้องประชุม พอขึ้นมาถึงโรงนอนไอ้พวกที่นั่งอยู่บนเตียงไอ้เอ็ดก็ยังคงนั่งดูคลิปกันเหมือนเดิม ส่วนไอ้แมนก็ไล่หยอกคนนั้นคนนี้ ไม่นานจึงกลายเป็นสงครามปาหมอนกัน เมื่อจัดการอะไรเรียบร้อยแล้วทั้งคู่จึงกลับมาที่ภัณฑุฯ เพื่อเอาชุดกับน็อตและเดินมาที่ห้องประชุมเพื่อลองชุดกัน

ทั้งสองนั่งจัดผ้า เครื่องแต่งกาย หันซ้ายขวาอยู่หน้ากระจกเป็นนาน จนไม่รู้ว่าเขาปิดไฟสปอตไลท์หน้าโรงนอนตั้งแต่ตอนไหน มีพวกผู้ชายบางคนที่มันไม่รู้ว่าทั้งคู่จะต้องเดินขบวนพาเหรดในวันพรุ่งนี้ เดินมาชาร์ตแบทที่ห้องประชุมถึงกับตกใจที่เห็นผู้หญิงผมยาวชุดไทยสองคนนั่งส่องกระจกอยู่ กระทั่งไอ้ Pa เดินเข้ามาดูอย่างตกใจ ก่อนจะหัวเราะร่า บอกว่านี่หรือคือทหารไทย... ตอนนั้นมิ้นท์ว่าจะตอกกลับไปเหมือนกัน มาทหารสองเดือน มันลากลับเดือนเป็นเดือน แถมพอกลับมาก็เอาแต่หลบในภัณฑุฯ ฝึกอะไรกับเขาก็ไม่ได้ฝึก ต่างกับมิ้นท์ที่ได้รับการฝึกอย่างหนักเหมือนเพื่อนทหารคนอื่นๆ แล้วสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่อกองร้อย เพราะวันพรุ่งนี้จะมีการแต่งตัวแฟนซี ประกวดการเดินขบวนแข่งกัน แต่ด้วยความที่ไม่อยากจะต่อความยาวให้เกิดเรื่องก็เลยเงียบไว้ พอพวกก่อกวนและอยากรู้อยากเห็นกลับไปกันหมด ทั้งมิ้นท์และหลุยส์จึงเริ่มถอดเครื่องแต่งกายที่ลองออกและเตรียมกลับขึ้นโรงนอน

แต่ทันใดนั้นเอง ทั้งสองก็ต้องดีดตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกัน เพราะได้ยินเสียงคนโห่ร้องและเสียงตึงตังดังมาจากโรงนอนของกองร้อยด้านหน้า ไม่ร้อยหนึ่งก็ร้อยสี่แหละที่ตีกันมิ้นท์นึกในใจอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเห็นพวกผู้ชายสามสี่คนวิ่งฝ่าความมืดและดงไม้ออกมาจากกองร้อยตรงหน้า ผ่านเรือนนอนของพวกเขาไป ขณะที่หลุยส์ยังยืนตะลึงอยู่มิ้นท์ก็รีบเก็บข้าวของก่อนลากหลุยส์กลับขึ้นเรือนนอนอย่างใจไม่ค่อยดี พอวิ่งออกมาจากห้องประชุมพวกผู้ชายจากบนกองร้อยเกือบยี่สิบคนก็กรูกันลงมา มองดูหน้าแล้วส่วนใหญ่เป็นพวกเด็กใต้ พอจ่า C เดินออกมาจาก บก.พร้อมกับท่อนไม้ยาวขนาดแขน มิ้นท์กับพี่หลุยส์จึงรีบวิ่งขึ้นกองร้อย ผู้ชายพวกนั้นก็โดนแกด่าไปหลายยก บางคนก็ถูกเสียดสีว่าลงมาเพราะอาจเป็นแนวร่วมไปช่วยเพื่อน แกบ่นพักใหญ่ก่อนโยนท่อนไม้ลงพื้นอย่างแรงด้วยความโมโหที่พลทหารไม่ยอมหลับยอมนอนกันและไล่พวกนั้นกลับขึ้นกองร้อย ตะโกนด่าพวกที่มีเรื่องว่าอยู่กองร้อยเดียวกัน:-)ยังมาตีกันเหมือนหมา ถ้าเรื่องนี้รู้ถึง ผบ.กองนักเรียนเมื่อไหร่ คงไม่พ้นถูกขังคุกที่ฐานทัพแน่ ซึ่งมิ้นท์ไม่ขอเถียงเลยสักคำกับสิ่งที่แกพูด ก็มันใกล้จะถึงวันย้ายหน่วยแล้วนี่ ยังจะมาตีกันให้เกิดเรื่องเกิดราวอีก ดีนะที่ร้อยเรายังไม่มีเรื่องทะเลาะถึงขั้นรุนแรงแบบนั้น


บนกองร้อยมืด แต่แสงไฟจากด้านถนนหน้ากองร้อยก็สาดเข้ามาพอจะเห็นสภาพโดยรอบได้ แสงนั้นมันตกลงมาที่ช่องกระจกเหนือหน้าต่าง และตกลงมาที่เตียงชั้นบน ซึ่งเป็นที่นอนของมิ้นท์พอดี แต่ผ่านมาสองเดือนก็กลับชินเสียแล้ว...

ที่เตียงชั้นล่างได้ยินเสียงแมนคุยโทรศัพท์อย่างกระฟัดกระเฟียด คงทะเลาะกับแฟนเหมือนอย่างเคย วันนี้ทะเลาะกัน พรุ่งนี้ก็โทร.หากันอีก เป็นอย่างนี้ประจำจนมิ้นท์เห็นว่าเป็นเรื่องปกติเสียแล้ว

พอขึ้นมาบนเตียงนอนได้ ฝั่งตรงข้ามก็เห็นแค่เอ็ดนอนคนเดียว มิ้นท์ได้แต่ถอนใจ ยังดีที่ไอ้เจใช้หนี้ที่ยืมไปแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะเข็ดกับการพนัน เดี๋ยวก็ถูกจับได้เหมือนวันนั้นที่จ่า S แอบย่องขึ้นมาและจัดการกับพวกที่เล่นไพ่

หลังจากก้มกราบพระเรียบร้อยแล้วมิ้นท์จึงล้มตัวลงนอน แต่ก็ใช่ว่าจะหลับ เตียงข้างซ้ายก็ยังเปิดเพลง สุมหัวคุยกันเสียงดัง ส่วนพวกกาบขวาก็เปิดเพลงอีกเหมือนกัน แต่กาบซ้ายจะหนักกว่าคือพวกมันเดินกันพลุกพล่าน ส่วนใหญ่เสียงจะดังมาจากส่วนท้ายโรงนอนด้านกาบซ้าย คงเพราะลูกค้ากำลังเต็มบ่อน

ไม่นานต่อจากนั้นจ่า C ก็ขึ้นมา ใจนึงนั้นมิ้นท์ก็เสียดายที่แกไม่น่าจะตะโกนไล่พวกมันตั้งแต่เข้ามาเลย น่าจะย่องไปจับพวกผีการพนันพวกนั้น พอแกร้องขึ้นพวกที่สุมหัวอยู่ในเงามืดก็เลยสลายตัว วิ่งกันให้พล่าน จ่าแกโกรธจัดมากด่าว่าสารพัดสารเพ ก่อนกลับออกไปและล็อกประตูโรงนอนไว้ กำชับยามหน้าประตูโรงนอนว่าห้ามใครเข้าออก ถ้าใครเข้าออกยามจะต้องรับผิดชอบ แต่สุดท้ายแล้วแกก็ไม่ไว้ใจยาม เลยลากถังขยะเปล่าๆ ใบนึงขึ้นมา ก่อนโยนไว้กลางโรงนอนและกลับออกไปก่อนเอาแม่กุญแจล็อกประตูไว้

ตายล่ะ...!!! แล้วถ้าเกิดปวดขี้ ปวดเยี่ยวขึ้นมากลางดึกจะทำยังไง ตอนนั้นหลายๆ คนเริ่มกังวลขึ้นมาแล้ว แต่ก็มีพวกที่กลั้นไม่อยู่เยี่ยวใส่ถังขยะใบนั้น

พี่หลุยส์เดินมาหามิ้นท์ที่เตียงเพื่อขอน้ำดื่ม ด้วยความที่เป็นคนรอบคอบมิ้นท์มักซื้อน้ำไว้สำรองเพื่อดื่มตอนกลางคืนทุกวันอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ตัวเองกินบ้างให้เพื่อนคนอื่นๆ ดื่มบ้างมันก็เหลือแค่ก้นขวด คงไม่พอความกระหายของพี่หลุยส์ได้แน่ แต่หลุยส์ก็ไม่ละความพยายามโดยโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากน็อต ไม่นานน็อตก็เอาน้ำจากภัณฑุฯ มาส่ง ยังดีที่คืนนี้นังน็อตไม่ได้มานอนกับมิ้นท์บนกองร้อย ตอนนั้นทุกคนหิวน้ำกันใหญ่ แต่ก็อยู่กันได้แบบเงียบๆ กระทั่งถึงประมาณตีสอง มิ้นท์จึงตัดสินใจกระโดดลงจากเตียงเพราะอาการปวดปัสสาวะ และเดินมาที่ประตูกองร้อย ก่อนจะแปลกใจที่มันเปิดออก... แต่ก็ดีใจที่ตัวเองไม่ต้องเยี่ยวใส่ถังขยะใบนั้น

รุ่งเช้าของวันใหม่ มีการจับคนช้า และสอบสวนเรื่องมีคนไขกุญแจให้คนอื่นเข้าออก คนที่ถูกจับคือธวัชซึ่งบอกว่าตัวเองนั่งอุจจาระอยู่ในห้องน้ำ ระหว่างที่เกิดเรื่องบนกองร้อย พอออกจากห้องน้ำเดินขึ้นกองร้อยก็ตกใจที่ ประตูโรงนอนปิด เขาให้การว่ามีนาย ก. ใส่เสื้อสีชมพูแขนยาวเปิดประตูให้ พอสอบสวนผู้ที่ธวัชอ้างว่าเปิดประตูให้ เขาบอกว่าตัวเองใส่เสื้อสีชมพูแขนสั้น เรื่องนี้สอบสวนกันตั้งแต่ตีห้าจนสว่าง... ก่อนจะถูกทำโทษไปตามๆ กัน ทั้งฮา ทั้งขำ...

ขณะที่อัตราสวนสนามกำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวสวนสนามในเวลาเก้าโมง มิ้นท์ก็รีบจัดเตรียมชุด เพื่อนหลายคนแอบไม่พอใจที่มิ้นท์ไม่ยอมเดินสวนสนามทั้งที่ไม่เคยขาดซ้อมแม้แต่ครั้งเดียว บางคนคิดว่ามิ้นท์อู้เหมือนพวกหลายๆ คน แต่มิ้นท์ก็ได้ทำใจให้เย็น เดี๋ยวพวกมันกลับมาก็คงได้รู้เองว่าที่มิ้นท์ไม่ได้ไปเดินสวนสนามนั้นเพราะอะไร ?



Create Date : 04 พฤษภาคม 2555
Last Update : 4 พฤษภาคม 2555 21:36:45 น.
Counter : 757 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ผีเสื้อสีดำ
Location :
ศรีสะเกษ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



จงทำในสิ่งที่คุณคิดว่า...

ทำไม่ได้
พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
4 พฤษภาคม 2555
MY VIP Friend