Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 

ตอนพิเศษ: บ้านที่สมบูรณ์

“พี่ก้องฮะ....มันเจ็บหรือเปล่าฮะ”

ดวงตากลมโตของคนไข้ตัวจิ๋วมองมาที่ผมตาแป๋วแหว มือเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งจับมือผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยพลางพยักเพยิดไปทางคุณหมอเจ้าของไข้ที่กำลังจะตัดเฝือกหนาที่แขนข้างซ้ายของตัวเอง ผมยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนแล้วลูบศีรษะเล็กๆ เบาๆ เพื่อปลอบขวัญ

“ไม่เจ็บหรอกครับ ไม่ต้องกลัวนะ”

“จริงนะฮะ”

“จริงสิครับ”

“แล้ววันนี้พี่พีจะมามั๊ยฮะ รอพี่พีมาก่อนได้มั๊ยฮะ”

ผมหันไปหาพี่หมอวินที่กำลังนั่งยิ้มขำกับความงอแงของคนไข้ตัวน้อย รอยยิ้มใจดีของคนตรงหน้าถูกส่งออกมาแทนคำตอบว่าไม่เป็นไร มือของผมควานเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเก่งแล้วหยิบโทรศัพท์ที่พีรวิชญ์ซื้อให้เมื่อวันครอบรอบแต่งงานปีที่สองออกมา

“พี อยู่ไหนแล้วเนื่ย”

“ใกล้จะถึงแล้วคร้าบบบ ผมกำลังวนหาที่จอดรถอยู่เนี่ย”

“งั้นถ้าคุณมาถึงแล้วมาที่ห้องพี่หมอเลยนะ”

“คร้าบ ที่รัก ไว้เจอกันนะ”

“อืม”

สายโทรศัพท์ถูกตัดไปแล้ว แต่ความร้อนที่แก้มของผมยังไม่จางหายไป แม้จะถูกพีรวิชญ์เรียกว่า “ที่รัก” อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งผมก็ยังไม่ชินสักที

“ก้อง...พีจะมาหรือเปล่า” เสียงของพี่หมอวินดึงผมออกมาจากห้วงความคิดที่น่าขัดเขินนั่น หน้าของผมมันคงจะแดงมาก เลยทำให้พี่หมอส่งสายตาล้อเลียนแบบนั้นออกมา ‘ฮึ่ยยยย พีนะพี’

“มาครับ กำลังจะขึ้นมาแล้ว”

ผมหันไปยิ้มอีกครั้งให้กับเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ พร้อมกับกระชับมือเล็กที่อยู่ในอุ้งมือของผมให้แน่นขึ้น

“พี่พีกำลังจะมานะครับ รอแป๊บนึงนะ”

คนไข้ตัวน้อยเมื่อได้ยินชื่อพี่ชายคนโปรดก็ยิ้มแย้มออกมาด้วยดวงตาเป็นประกายสดใส ผมกับพีเจอน้องคิมเมื่อเดือนก่อนบนท้องถนนในยามค่ำคืนที่การจราจรวุ่นวายยุ่งเหยิง รถมอเตอร์ไซด์ที่น้องนั่งซ้อนท้ายถูกรถยนต์ที่คนขับมีแอลกอฮอล์อยู่ในกระแสเลือดพุ่งเข้าชนเต็มแรง น้องพุ่งกระเด็นไปนอนเจ็บอยู่บนพื้นถนนในขณะที่คนขับถูกอัดเสียชีวิตคาที่ ผมและพีพาน้องมาส่งที่โรงพยาบาลและฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังจากที่รู้ว่าคนขับมอเตอร์ไซด์คันนั้นเป็นพี่ชายแท้ๆ ที่น้องรักมากที่สุด ผม พี และพี่หมอจึงพยายามสุดความสามารถที่จะเป็นพี่ชายที่ดีเพื่อทดแทนสิ่งที่คิมสูญเสียไป อย่างน้อยก็เป็นช่วงสั้นๆ ระหว่างที่พ่อกับแม่ของคิมจะรับไปอยู่ด้วยที่อังกฤษ

เพียงไม่นาน เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องพี่หมอก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มหน้าคมเจ้าของรอยยิ้มสดใส คนที่อยู่ในหัวใจของผมมาตลอดสองปี

“ว่าไงคนเก่ง พี่พีมาแล้วครับ”

สิ้นเสียงทุ้มจากคนที่ผมคุ้นเคย มือน้อยที่เคยจับมือผมไว้แน่นก็คลายออก คนไข้ตัวน้อยวิ่งถลาเข้าไปหาอ้อมกอดของพีที่นั่งย่อตัวอ้าแขนรอไว้อยู่ก่อนแล้ว สองหนุ่มต่างวัยกอดกันกลมดูแล้วเป็นภาพที่น่ารักจนผมอดยิ้มไปด้วยไม่ได้ พีรวิชญ์อุ้มน้องคิมขึ้นมาแนบอกแล้วพามานั่งบนตักที่เก้าอี้ข้างๆ ผมเหมือนเดิม

“แล้วทีนี้จะให้พี่หมอถอดเฝือกออกได้หรือยัง หืม....”

“ได้แล้วครับ แต่พี่ก้องกับพี่พีต้องอยู่กับคิมนะฮะ”

ผมยิ้มให้กับความเซี้ยวของเจ้าตัวเล็ก แล้วอดขยี้ผมนุ่มไม่ได้ด้วยความหมั่นเขี้ยว

“ได้ครับ แต่น้องคิมต้องสัญญากับพี่ก้องก่อนนะว่าจะไม่ดื้อไม่ซน แล้วทำตามที่พี่หมอบอกทุกอย่างนะครับ”

“ครับ คิมสัญญา”
.
.
.
หลังจากเสร็จเรื่องที่โรงพยาบาล และส่งน้องคิมกลับบ้านของพี่หมอเรียบร้อยแล้ว พีรวิชญ์ก็พาผมมาทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารสไตล์ธรรมชาติที่ผมกับพีชอบมาเป็นประจำ เมื่อผมถามว่าพามาเนื่องในโอกาสอะไร พี่ก็ตอบแค่ว่า “โอกาสอยากพามา” ด้วยหน้าตากวนๆ ตามประสาของเค้า แต่นั่นมันก็ทำให้ผมรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจจนบอกไม่ถูก ความรักและความอบอุ่นที่พีรวิชญ์มอบให้กับผมนับวันมันจะยิ่งมากขึ้น และเติมเต็มหัวใจของผมจนล้นปรี่ ผมไม่รู้หรอกนะว่าพรหมลิขิตมีจริงหรือเปล่า แต่ผมก็ต้องขอบคุณไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ผมได้เจอกับพีรวิชญ์ ผู้ชายคนที่ผมรักหมดหัวใจ

“ก้อง น้องคิมน่ารักเน๊อะ คุณว่ามั๊ย”

“อืม ใช่ น้องไม่ดื้อไม่ซน ดูตาโต แบ๊วๆ น่ารักดี”

“คุณว่าถ้าเรามีลูก ลูกจะน่ารักเหมือนผมกับคุณมั๊ย”
คำถามเรียบๆ ที่เหมือนกับการพูดคุยกันธรรมดาปกติทั่วไปมันทำให้มือของผมที่กำลังจะตักข้าวชะงักขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“ผมว่าถ้าเรามีลูกนะ ลูกจะต้องเป็นเด็กที่น่ารักมากแน่ๆ เพราะเค้ามีพ่อหล่อๆ อย่างผม แล้วก็มีแม่สวยๆ อย่างคุณ” เขี้ยวเสน่ห์ของคนตรงหน้าผุดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ดูเหมือนว่าพีจะมีความสุขเวลาที่คิดถึงครอบครัวของเราที่มี “พ่อ แม่ ลูก” อยู่กันพร้อมหน้า

“คุณอยากมีลูกเหรอพี”

“ถ้ามีมันก็ดีไม่ใช่เหรอก้อง เวลาที่ผมไปทำงานกลับดึกๆ คุณจะได้ไม่เหงาไง”

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน สองปีที่ผ่านมาผมคิดมาตลอดว่าเราเป็น “ครอบครัว” ที่สมบูรณ์ ถึงแม้ว่าผมจะมีลูกไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสุขของเราลดน้อยถอยลงไป แต่ในวันนี้สิ่งที่ผมคิดมันคงจะไม่ใช่อีกแล้ว เพราะพีเค้าอยากมีลูก ลูกที่ผมรู้ตัวดีว่าผมไม่มีวันมีให้เค้าได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคตข้างหน้าพีจะรักผมน้อยลงหรือเปล่า นี่ถ้าผมมีลูกให้พีได้ก็คงจะดี

เสียงโทรศัพท์ของพีดังขึ้นทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ ได้ยินแว่วๆ ว่าคนที่โทรมาหาชื่อราเชล พีคุยอยู่ไม่นานเพียงสองสามประโยคก็วางสาย ดวงตาคมเข้มสบตากับผม ก่อนจะรายงานสิ่งที่คุยไปเมื่อสักครู่ให้ผมฟัง

“ก้องครับ พรุ่งนี้เพื่อนผมจะกลับจากอเมริกาและจะอยู่กรุงเทพก่อนที่จะกลับไปบ้านเค้าที่เชียงใหม่ เค้าให้ผมไปรับที่สนามบิน ก้องไปกับผมนะ”

“ไม่เอาอ่ะพี ผมไม่รู้จักเพื่อนของคุณนี่”

“ไปเถอะนะก้องนะ ผมจะได้แนะนำคุณให้เค้ารู้จักด้วยไง ว่าคุณเป็นแฟนผม”

“จะดีเหรอพี ไม่เอาอ่ะ”

“น๊า ไปกับผมนะ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดของคุณไม่ใช่เหรอ ผมจะปล่อยให้คุณอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไง นะครับ นะ ไปกับผมนะ”

“ก็ได้พี แต่คุณต้องบอกว่าผมว่าผมเป็นเพื่อนกับคุณนะ”

“อ้าว....ทำไมอ่ะ”

“ก็ผมทำตัวไม่ถูกนี่!!! ไม่รู้ล่ะถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมบอกผมก็ไม่ไป”

“ง่า......ก็ได้ครับ แล้วแต่ที่รักจะบัญชาเลยครับผม”
.
.
.
ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าของท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ผมสีทองยาวเป็นลอนบ่งบอกเชื้อชาติลูกครึ่งลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เดินมาทางผมและพีด้วยท่วงท่ามั่นใจ ชุดเดรสเกาะอกสีแดงสั้นเหนือเข่า กับเสื้อคลุมแขนสั้นสีดำทำให้เธอแลดูเซ็กซี่จนหนุ่มๆ ต้องมองกันเหลียวหลัง รองเท้าส้นสูงปรี๊ดพาเจ้าของร่างมาหยุดอยู่ตรงหน้าพีแล้วแขนกลมกลึงทั้งสองก็โอบรอบคอโน้มแก้มของพีรวิชญ์มาจูบซ้ายขวา ผมรู้สึกหน่วงๆ แปลกๆ สังเกตเห็นพีผลักร่างสมส่วนออกไปเบาๆ แล้วหันมาหาผม

“ราเซล นี่ก้องบดินทร์ ‘เพื่อน’ ของผม”

ราเชลยื่นมือมาให้ตรงหน้า ผมจึงต้องยื่นมือออกไปสัมผัสกับเธอ

“ไฮ.......ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณก้อง”

“เช่นกันครับ”

ราเชลปล่อยมือออกจากมือผมแล้วหันไปควงแขนของพีรวิชญ์เอาไว้ พีหันมามองผมแว๊บนึงเหมือนขออนุญาตผมก็เลยยิ้มตอบกลับไปแทนคำตอบว่าไม่เป็นไร แต่ในใจผมรู้สึกปวดหนึบอย่างบอกไม่ถูก เป็นคนบอกให้พีแนะนำว่าเป็นเพื่อนเองแท้ๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็รู้สึกหน่วงๆ เหมือนหัวใจมันถูกบีบ ยิ่งเห็นความสนิทสนมของทั้งคู่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเค้าทั้งสองดูเหมาะสมกันดี เวลาพีอยู่กับราเชลพีดูเป็นชายหนุ่มที่ดูเท่ห์มาก ผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวย ถ้าพีแต่งงานกับราเชล พีก็คงจะมีลูกน่ารักๆ ได้แน่ๆ เมื่อนึกมาถึงตรงนี้น้ำตามันก็รื้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ รู้สึกว่ามือของตัวเองมันสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ ถ้าวันนั้นมันเกิดขึ้นมาจริงๆ ถ้าพีคิดจะสร้างครอบครัวกับราเชลขึ้นมาจริงๆ เมื่อถึงวันนั้นผมจะทำยังไงดีล่ะพี


ก้องของผมดูเงียบๆ ไปจนเห็นได้ชัด อยากจะเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วถามว่าเป็นอะไรรึเปล่าแต่ราเชลเธอก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนผมเลยแถมยังชวนผมคุยจ้อไม่หยุด จริงๆ แล้วราเชลเธอก็น่ารัก เป็นสาวยุคใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง อาจจะเพราะสายเลือดอเมริกันส่วนหนึ่งที่เธอได้มาจากฝั่งคุณพ่อ หรืออาจเพราะประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนานเกือบสิบปี

เรื่องที่ก้องบอกให้ผมแนะนำกับราเชลว่าเราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ แล้ว ผมก็ไม่ได้อยากทำนักหรอก แต่ก็กลัวเค้าจะงอแงก็เลยอยากเอาใจ แต่อาจเพราะท่าทีแนบชิดสนิทสนมของราเชลที่มีต่อผมที่ทำให้ก้องดูจะพูดน้อยกว่าปกติเหลือเกิน เห็นทีแบบนี้คงต้องหาโอกาสคุยกันเสียหน่อย พอเห็นใบหน้าหวานๆของคนที่ผมรักเป็นแบบนี้ก็อดรู้สึกห่วงไม่ได้

“คนมองเราเต็มไปหมด ราเชลว่าเราต้องเหมาะสมกันมากแน่ๆเลยพีดูสิ” ราเชลเอ่ยขึ้นพลันหัวเราะคิกคัก

ผมก็ได้แต่ยิ้มตามแล้วก็ส่ายหัวไปมาด้วยเพราะขำกับความคิดของเธอ ผมว่าถ้าผมกับราเชลคบกันจริงๆโลกคงจะแตก ความสัมพันธ์ของเรามันเกินกว่าเพื่อนได้ซะที่ไหนกันล่ะ

แต่ก้องของผมนี่สิ รึเพราะจะเหนื่อยมากเกินไป ช่วงนี้ก้องทำงานกลับดึกแทบทุกวันเลย



ก้องหลับตานิ่ง ผมที่กำลังจะเอ่ยปากถามอะไรบางอย่างก็เลยต้องเงียบ หลังจากที่ผมลงจากรถเพื่อเดินไปส่งราเชลที่ห้องบนโรงแรมระดับห้าดาวที่ใช้เป็นที่พักชั่วคราวสำหรับการอยู่พักในกรุงเทพแล้ว กลับขึ้นรถมาเราก็ยังไม่ได้คุยกัน ผมจอดรถเข้าข้างทาง มองใบหน้าสวยยามหลับ เปลือกตาปิดสนิทเห็นเพียงแผงขนตางอนยาว สัมผัสเบาๆจากมือของผมที่แก้มของเค้าคงทำให้ตื่น ดวงตากลมโตไหวระริกกำลังมองมาที่ผม

“วันนี้คุณดูเงียบๆจัง คิดอะไรอยู่รึเปล่า หรือว่าเรื่องราเชลหืม?”

ก้องจ้องผมอยู่อย่างนักพักนึงแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ไม่มีอะไรหรอกพี ผมคงเหนื่อย เลิกงานดึกๆมาตั้งหลายวัน”

เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆด้วย ก้องดูเหนื่อยมากจริงๆ ผมใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่ลงมาคละใบหน้าหวานไปทัดไว้ที่ใบหู ก้องยิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่อาจจะดูล้าๆไปบ้างแต่ก็นับเป็นกำลังใจอันสำคัญให้ชีวิตของผมได้ดำเนินต่อไปได้ ผมรู้ดีว่าทุกวันนี้ผมทำเพื่อใคร ครอบครัวของผมนอกจากพี่พัฒน์แล้วก็ไม่มีใครนอกจากเค้า ครอบครัวของเค้า ทุกครั้งที่มีคนเข้าใจว่าผมเป็นหนุ่มโสด ผมก็จะตอบได้อย่างมั่นใจว่า ผมน่ะคนมีครอบครัวแล้ว ก็คือเค้า ก้องคือครอบครัวของผม และผมก็จะดูแลเค้าไปอย่างนี้ตลอด ผมไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ผมทำเพื่อหัวใจของตัวเอง



วันนี้ที่คอนโดของเราวุ่นวายพอสมควร เหตุเพราะมีแขกมาคอยทำให้ปั่นป่วน ทำนู่นทำนี่เยอะแยะมากมาย ราเชลมาที่ห้องของเราตั้งแต่เช้า เธอคงจะเหงา และอันที่จริงผมเองที่เป็นคนชวนเธอมาเที่ยวเล่นในระหว่างที่ยังไม่ได้กลับเชียงใหม่ จากห้องเงียบๆที่มีเพียงเสียงคุยกระหนุงกระหนิงของเราสองคนก็เลยกลายเป็นมีเสียงหวีดๆแหลมๆของราเชลเพิ่มขึ้นมาด้วยทำให้ห้องของเราดูคึกครื้นมากกว่าปกติ ก้องกำลังช่วยราเชลทำมื้อเที่ยงอยู่ หรืออันที่จริงน่าจะต้องบอกว่าก้องเป็นคนทำ ส่วนราเชลน่ะเป็นคนต้นคิดจะทำ แต่เอาเข้าจริงกลับช่วยป่วนเสียมากกว่าเพราะเธอทำอาหารไม่เป็น ไข่ดาวกับไส้กรอกมื้อเช้าคือเมนูเดียวที่เธอทำแล้ว “กินได้”

“กลิ่นจะติดตัวราเชลมั้ยคะก้อง ชุดนี้ราเชลซื้อมาเกือบสองหมื่นเลยนะ แต่เอาเถอะยังไงก็เป็นกลิ่นของความเป็นแม่บ้าน มีกลิ่นอาหารติดอยู่บ้างก็ดูเร้าใจดีใช่มั้ยคะพี”

ราเชลหัวเราะร่า ผมเองก็หัวเราะตามไปด้วย ก้องหันไปหยิบผักทั้งหมดที่เตรียมเอาไว้แล้วเทลงหม้อที่มีน้ำซุปอยู่ครึ่งค่อนแล้วก็จัดการปิดฝา ก่อนจะหันมายิ้ม

“คุณราเชลอยากเป็นแม่บ้านเหรอครับเนี่ย”

“อยากเป็นสิคะ ครอบครัวที่สมบูรณ์นอกจากมีลูกแล้วถ้าให้ดีภรรยาก็ควรจะทำอาหารเป็นด้วยนะ แต่ราเชลน่ะทำไม่เป็น ก็เลยชอบแอบคิดว่าซื้อกินง่ายกว่า “ เธอว่าแล้วก็หัวเราะคิกคักแล้วก็พูดต่อ

“ราเชลเคยฝันว่าอยากมีครอบครัวเล็กๆ มีสามีดีๆแล้วก็มีเด็กๆวิ่งเล่นไปมาในบ้านซักสามคน เอาเป็นผู้หญิงคนนึงแล้วก็ผู้ชายซักสองคนเอาไว้ดูแลน้องสาวคนเล็ก แบบนี้ต้องเป็นครอบครับที่มีความสุขมากแน่ๆเลยนะคะ”
ก้องหน้าซีดลงเล็กน้อยแล้วก็ทำเพียงยิ้มบางๆ หันไปจัดการกับหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือดปุดๆต่อ ผมที่กำลังยิ้มตามความฝันของราเชลก็เลยหยุดหัวเราะ เห็นก้องดูซึมๆไปก็อยากจะกระชากให้ขึ้นไปบนห้องแล้วถามให้รู้เรื่องเดี๋ยวนั้นว่าคิดมากอะไรอีกรึเปล่า

“ต่อไปก็รอได้เวลาแล้วก็เสิร์ฟได้แล้วล่ะครับ เดี๋ยวผมมานะครับคุณราเชล” คนหน้าหวานแก้ผ้ากันเปื้อนออกแล้วก็เดินขึ้นไปบนห้อง ผมเองก็ไม่รอช้ารีบเดินตามขึ้นไป ประตูห้องยังไม่ทันจะปิดสนิทดีร่างของก้องก็อยู่ในอ้อมกอดของผมเป็นที่เรียบร้อย คนหน้าหวานตกใจนิดหน่อยแต่แล้วก็สงบลงแต่โดยดี แผ่นหลังของเค้าแนบอยู่กับอกกว้างของผม ผมกระชับกอดเค้า ซุกจมูกลงกับแก้มใสแล้วหอมเบาๆหลายๆครั้ง ก้องย่นคอหนีผมก็ไล่ริมฝีปากตามติด คลอเคลียอยู่กับซอกคอขาวๆนั่นไปมาเพื่อสูดดมความหอมหวานที่กรุ่นอยู่ในกายของเค้าทุกเมื่อเชื่อวัน

“หอมจัง”

ผมจูบเช้ากับใบหูเล็กและก้องก็เบี่ยงหนี เห็นใบหูที่แดงก่ำแล้วก็ยิ่งอดใจไม่ได้ กลุ่มสีแดงผุดขึ้นบนแก้มขาวก่อนจะกระจายจนแดงระเรื่อเต็มใบหน้าหวาน ผมยิ้มได้ใจ ก้องของผมน่ารักแบบนี้แล้วผมจะห้ามใจไหวได้ยังไง

“อื้อออ พี ผมเหนียวตัว จะไปล้างหน้า ปล่อยก่อนครับ”

“งั้นอาบน้ำมั้ย เดี๋ยวผมช่วย ดีมั้ยครับ” ผมกระชับกอดแน่นขึ้นแล้วพลิกตัวก้องให้หันหน้ามามองกันแต่เค้ากลับเอาแต่ก้มหน้างุด ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วเมื่อครู่เทียบไม่ได้เลยกับตอนนี้ ผมเชยคางก้องขึ้นสำรวจดวงหน้าหวานที่กำลังเม้มปากแน่นอย่างขวยเขิน ใช้นิ้วมือแตะที่กลีบปากแดงอิ่มเบาๆจนมันเผยออกมาดังเดิมแล้วก้มลงประกบจูบแผ่วเบา ก้องสะดุ้งแล้วเผลอยกมือดันหน้าอกผมแต่ผมก็กระชับเอวของเค้าให้เข้ามาชิดตัวมากขึ้น รสหอมหวานอวลอยู่ในปากจนผมไม่อยากจะผละออกแต่ก็กลัวคนรักของผมจะหมดแรงซะก่อนกับจูบที่เพิ่มความหนักหน่วงของผม มือเล็กๆจิกหัวไหล่ผมแน่นจนกระทั่งวงแขนเรียวเปลี่ยนมาเป็นโอบรอบคอของผมไว้ เรียวลิ้นเกาะเกี่ยวกันไปมาแทนความรู้สึกในใจที่ท่วมท้นมากขึ้นทุกวัน อยากจะให้เค้าเชื่อใจว่าผมจะไม่มีใครอื่นนอกจากเค้าคนเดียว

ผมรักเค้าคนเดียว..

พอผละออกจากกันปากของก้องที่แดงอยู่แล้วก็เพิ่มความเข้มขึ้นอีก ผมมองปากเล็กที่เจ่อขึ้นนิดๆจากฝีมือของผมเองแล้วก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจและคงแสดงออกมาทางสายตามากไปหน่อยก้องถึงได้ทุบที่อกผมดังปั๊ก แต่แรงแค่นั้นทำให้ผมเจ็บไม่ได้หรอก

“เชื่อใจผมนะ”





............


อากาศที่เชียงใหม่ดีมากๆ ถึงชาวบ้านเจ้าของพื้นที่บางคนจะบอกว่ามันหนาวเกินไปแต่สำหรับคนกรุงเทพที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกับอากาศเย็นๆแบบนี้มันช่างเป็นอากาศที่น่าอยู่และสุดแสนจะสบาย ผมกับก้องมาส่งราเชลที่เชียงใหม่ จริงๆตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะส่งที่สนามบินตามที่เธอบอกแต่คิดไปคิดมาก็อยากจะถือโอกาสพาก้องมาเที่ยวด้วย เลยฉวยเอาโอกาสนี้ทำเรื่องลาหยุดให้กับก้องไปสี่วันเต็มๆ เล่นเอาผมโดนก้องบ่นซะหูชาเพราะทำเรื่องให้โดยไม่บอกเค้าก่อน ก็ถ้าบอกก่อนเค้าอาจจะไม่ยอม นานๆจะได้พาก้องมาเที่ยวซักทีก็เลยต้องเจ้าเล่ห์หน่อย

แผนที่อยู่ในมือ บวกกับมนุษย์สัมพันธ์อันดีที่พอจะมีอยู่บ้างก็งัดเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์โดยการถามทางชาวบ้านแถวนั้นไปเรื่อยๆเพราะด้วยความที่มันกะทันหันเราก็เลยไม่ได้วางแผนกันเอาไว้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในเชียงใหม่บ้าง อีกทั้งจะหวังพึ่งเจ้าบ้านอย่างราเชลก็ไม่ได้เพราะเธอเองก็จากบ้านเกิดเธอไปอยู่ที่อเมริกากับพ่อของเธอตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ

เสียงของราเชลดังไปตลอดการเดินทางตามประสาสาวมั่นที่คุยเก่ง ในขณะที่ก้องของผมกลับเงียบ พอผมมองกระจกหลังก็พบว่าเค้าเอาแต่ยิ้มน้อยๆแล้วก็หันหน้ามองไปนอกหน้าต่าง ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่เวลาไปไหนด้วยกันเค้าจะชวนผมคุยไปตลอดทางเพื่อไม่ให้ผมเหงาเวลาขับรถ หรืออาจเพราะเค้ากำลังคิดว่าผมมีราเชลชวนคุยอยู่แล้ว แต่ผมอยากจะบอกเหลือเกินว่าผมอยากได้ยินเสียงของเค้ามากกว่า แต่ก้องคงไม่ล่วงรู้ความคิดของผม เพราะพอเราขับรถไปถึงที่โรงแรมที่ราเชลพัก ก้องก็จัดการตัวเองเสร็จสรรพโดยการลงจากฝั่งด้านข้างของคนขับย้ายไปนั่งข้างหลังแล้วให้ราเชลขึ้นมานั่งข้างๆผมแทน ผมคว้ามือเค้าไว้แต่เค้าก็ยิ้มกลับมาแล้วก็บอกเพียงว่านั่งข้างหลังคนเดียวหลับสบายกว่า ผมก็เลยได้แต่มองตามเค้าอย่างกังวล

ช่วงที่แวะเติมน้ำมัน เสียงข้อความของก้องก็ดังขึ้น ผมแอบมองผ่านกระจกหลังก็เห็นว่าก้องมองโทรศัพท์แล้วก็ยิ้มออกมาบางๆ ผมจัดการพิมพ์ข้อความแล้วกดส่งออกไปอีกฉบับ แอบมองเค้าผ่านกระจกหลังอีกครั้งก็ผมว่าเราสบตากันกันชั่ววินาทีก่อนที่ก้องจะทำแก้มป่องแล้วผินหน้าออกไปมองด้านนอกหน้าต่างอีกครั้ง ที่สำคัญที่ทำให้ผมยิ้มกว้างออกมาได้ก็คือแก้มป่องๆนั้นกำลังแดงจัดยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศ ทำเอาผมอดขำออกมาไม่ได้


‘ตาบ้าพี!’

ผมคิดในใจอย่างเคืองๆ เมื่อเห็นคนเส้นตื้นตัวโตกำลังนั่งหัวเราะคิกคักอยู่ในขณะนี้ ผมก้มลงมองดูข้อความในมือถือที่เพิ่งถูกส่งมาหมาดๆ ข้อความแรกนั่นยังไม่เท่าไหร่ “ยิ้มหน่อยนะคะคนสวย” แต่ข้อความล่าสุดนี่สิ “ยิ้มน้อยเกินไป คืนนี้โดนดีแน่” เฮ๊อะ พี เห็นว่าผมเป็นตัวตลกหรือไง ชอบทำให้ผมอายอยู่เรื่อย

“พีขำอะไรเหรอ” เสียงหวานๆของราเชลดังขึ้น ทำให้พีกลั้นหัวเราะจนหน้าแดง

“ขำมะเขือเทศ”

ผมถลึงตามองคนช่างขำผ่านกระจกส่องหลังของรถ พีรวิชญ์ส่งยิ้มกวนๆ มาให้ ทำให้ผมทำแก้มป่องผินหน้าไปนอกหน้าต่างรถอีกครั้ง

“อะไรนะพี”

“ไม่มีอะไรหรอกราเชล...หึหึ”

หญิงสาวทำหน้าตางงๆ พลางมองพีสลับกับวิวที่กระจกหน้ารถไปมา แล้วก็หยักไหล่น้อยๆ เหมือนจะบอกว่า ‘ช่างเถอะ’
.
.
.
เรามาถึงรีสอร์ทที่เชียงใหม่ในเวลาอาหารค่ำพอดี ทุกคนเหนื่อยกันมากเลยตัดสินใจกินอาหารกันในรีสอร์ทที่พัก ราเชลยังคงเกาะติดพีของผมไม่ยอมห่าง เธอนั่งติดกับพีบนโต๊ะอาหาร ชี้ชวนให้พีดูบรรดาไม้ดอกที่พากันอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ทั้งดอกปีปสีขาวต้นสูงใหญ่ พุดน้ำบุศย์สีเหลืองสดกระจ่างตา หรือดอกแพงพวยสีชมพูสวยสด พีรวิชญ์เองก็ออกจะมีความสุขที่ได้มีราเชลอยู่ข้างๆ จนกระทั่งบริกรมาเสิร์ฟอาหาร ราเซลจึงตักปลานึ่งมะนาวหน้าตาหน้ากินไปให้พีถึงในจาน ผมนั่งมองด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในใจแล้วตักผัดผักแขนงขึ้นมาจะทานบ้างแต่แล้ว.......

อุ๊.........

อยู่ๆผมก็รู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้อย่างบอกไม่ถูก จะว่าเมารถก็ไม่น่าจะใช่ พีรวิชญ์รีบวิ่งถลาเข้ามาหาผม แววตากังวลจ้องมองผมอย่างเป็นห่วง

“ก้อง เป็นอะไรมากหรือเปล่า ทานน้ำเย็นๆ ก่อนมั๊ย”

น้ำส้มคั้นสดๆ ถูกยื่นออกมาให้ผมตรงหน้า แต่กลิ่นชวนคลื่นไส้ของมันทำเอาผมแทบจะอาเจียนบนโต๊ะอาหาร เดี๋ยวนะ!! ทำไมผมถึงเหม็นกลิ่นอาหารบนโต๊ะขนาดนี้ แล้วคนอื่นๆ ล่ะ

“พี น้ำส้มมันเสียหรือเปล่า ทำไมกลิ่นมันเหม็นอย่างนี้อ่ะ”

“ไหนก้อง....” พีนำแก้วน้ำส้มเจ้าปัญหาไปจ่อที่จมูก ดมฟุดฟิตๆ อยู่สักพักก็วางมันไว้บนโต๊ะ

“ไม่ได้เสียนี่ก้อง แล้วมันก็ไม่ได้เหม็นด้วย”

“จริงอ่ะพี”

“ผมว่าคุณไปหาหมอดีมั๊ย ไป ผมพาคุณไปเอง”
.
.
.
“ยินดีด้วยนะครับ แฟนของคุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว”

สิ้นเสียงของคุณหมอ พีรวิชญ์ก็นั่งนิ่งอึ้งไม่ขยับเขยื้อนอยู่ข้างๆ ผมที่ตอนนี้สภาพก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ ความคิดหลายอย่างวิ่งวนไปวนมาอยู่ในหัว ท้อง!!! ผมท้องเนี่ยนะ!!! เป็นไปได้ยังไง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

“คุณหมออย่าล้อเล่นแบบนี้นะครับ บอกมาเถอะว่าผมเป็นอะไร”

“ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ คุณท้องแล้วจริงๆ”

“จริงเหรอหมอ”

“แน่นอนครับ ผลตรวจปัสสาวะของคุณระบุชัดเจนว่าคุณท้อง ความจริงแล้วผู้ชายก็สามารถท้องได้นะครับ เพียงแต่เป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก หนึ่งในสิบล้านก็ว่าได้ นับว่าคุณโชคดีมากนะครับที่พระเจ้าได้ประทานเลือดเนื้อเชื้อไขมาให้คุณทั้งสองคน”

“แล้ว มันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ” พีรวิชญ์ที่เพิ่งหาเสียงของตัวเองเจอเอ่ยถามย้ำกับคุณหมอด้วยความสงสัย คุณหมอนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะอธิบายความไปเป็นได้ทางวิทยาศาสตร์

“ความจริงแล้วคนเรามีทั้งฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ในตัว ในระยะของการสร้างเซลล์สืบพันธุ์จะมีฮอร์โมนมากระตุ้นให้เกิดการแบ่งเซลล์ ปกติเซลล์ที่จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ในเพศชายจะพัฒนาไปเป็นตัวอสุจิที่มีหัวและหาง รูปร่างเรียวเพื่อเจาะกับเซลล์ไข่ แต่หากช่วงการสร้างเซลล์สืบพันธุ์มีฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายมากเกินกว่าปกติ เซลล์ต้นกำเนิดที่จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ จะเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่ชื่อว่า Oogonium ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเซลล์ไข่ เมื่อมีการแบ่งเซลล์จากเซลล์ที่ว่านี้ เซลล์ที่ได้จะเป็นเซลล์ไข่ในระยะเริ่มต้นหรือที่เรียกว่า primary oocyte เมื่อมีการแบ่งเซลล์ต่อไปอีกสองครั้งก็จะได้เซลล์ไข่หรือ ovum ที่สมบูรณ์ เมื่อมีน้ำเชื้อจากภายนอกเข้ามา ไข่จึงมีโอกาสได้รับการผสม คุณจึงท้องได้ไงครับ”

ผมและพีรวิชญ์นั่งฟังเรื่องทั้งหมดอย่างงงๆ ตกลงว่าผมท้องจริงๆ ใช่มั๊ยเนี่ย ความดีใจ ความตื้นตันหลั่งไหลเข้ามาในใจของผมจนจะล้นออกมานอกอก พีโผเข้ามากอดผมไว้แน่นโดยไม่แคร์สายตาของคุณหมอ ปากก็พร่ำพูดแต่ว่าขอบคุณมากนะก้อง ขอบคุณมากซ้ำไปซ้ำมา ผมหัวเราะออกมาเต็มเสียงอย่างมีความสุขก่อนที่พีจะพาผม เอ่อ.....ประคับประคองผมกลับรีสอร์ทด้วยความทะนุถนอม
.
.
.
กลับถึงที่พัก พีก็รีบเก็บของกลับกรุงเทพฯ ในทันที พีบอกว่าอยู่กรุงเทพฯ ใกล้มือหมอที่เค้าไว้ใจมากกว่า ราเชลตามมาส่งเราที่รถแล้วกล่าวแสดงความยินดีกับผมอีกเล็กน้อย พีประคองผมแทบจะอุ้มไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ ผมรู้สึกรำคาญเล็กน้อยจึงบ่นออกไปอย่างไม่จริงจังนัก

“พี ผมท้อง ไม่ได้เป็นง่อย!!!”

คนหน้าคมทำหน้าตาหงอยๆ เหมือนลูกสุนัขถูกขัดใจ ดวงตาคมทำตาละห้อยอ้อดอ้อนเสียจนผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ คนตัวสูงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผมแล้วเอื้อมมือมาลูบท้องผมแผ่วเบา

“ก็ผมเป็นห่วงคุณกับลูกนี่นา ลูกจ๋า....โตไวๆ แข็งแรงๆ นะครับ พ่อรักหนูนะ”

ว่าแล้วพีรวิชญ์ก็เอาหูมาแนบกับท้องของผมเพื่อฟังเสียงลูก สักพักก็ถอยห่างออกมา บ่นกระปอดกระแปดว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย สงสัยลูกจะหลับ ผมจึงทุบไหล่พีไม่แรงนักไปสักทีสองทีด้วยความหมั่นไส้

“ก้อง นี่คุณทุบผมทำไมเนี่ย” คนหน้าคมทำเสียงออดอ้อน แล้วทำตาโตแป๋วแหวว

“ไปขับรถได้แล้วคุณ อ้อยอิ่งอยู่นั่นแหละ”

พีรวิชญ์อ้อมไปประจำที่คนขับอย่างว่าง่าย แล้วขับรถออกไปอย่างนุ่มนวล ผมยิ้มน้อยๆ ด้วยความพอใจ เออเน๊อะ ถ้ารู้ว่าท้องแล้วพีจะเชื่องขนาดนี้ ผมท้องไปตั้งนานแล้ว
.
.
.
“ก้อง วันนี้ผมซื้อผัดไทยเจ้าที่คุณชอบมาฝาก เดี๋ยวผมเอาไปใส่จานให้นะ”

“ไม่เอาอ่ะพี ผมไม่อยากกินผัดไทย” ผมทำปากยื่นน้อยๆ สะบัดหน้าหนีคนที่อยู่ตรงหน้า พีรวิชญ์รีบเข้ามาออดอ้อนบีบๆ นวดๆ ผมอย่างเอาอกเอาใจ

“แล้วคุณอยากทานอะไรล่ะครับ เดี๋ยวคุณพ่อมือใหม่คนนี้จัดให้”

“ผมอยากกินหูฉลามน้ำแดง เป็ดปักกิ่ง พระกระโดดกำแพง ซุบเห็ดหลินจือ คุณหามาให้ได้มะ”

“โหย...ก้องอ่ะ เล่นของแพงเลยนะครับ”

“ไม่ได้เหรอ!!!” ผมตบโต๊ะหน้าทีวีเสียงดังปัง พีตกใจสะดุ้งโหยงแล้วมองผมอย่างหวาดๆ เหมือนลูกหมาตัวน้อยที่จะง้อเจ้าของ เสียงทุ้มเอ่ยออกมาช้าๆ อย่างติดขัด คงกลัวว่าผมจะโกรธเข้าให้ ผมกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่เพราะหน้าตาหงอยๆ ปากยื่นๆ ของพีตอนนี้ตลกที่สุดเลย

“ดะ ดะ ได้คร้าบ ได้คร้าบที่รัก อย่าเครียดน๊า อย่าเครียด เดี๋ยวลูกไม่สบาย เดี๋ยวผมโทรสั่งให้เดี๋ยวนี้เลยน๊า”

“เดี๋ยวพี....”

“คร้าบบบบบบบ” คนตัวโตชะงักกึกหันมายิ้มหวานให้กับผมอย่างว่าง่าย ร่างสูงย้อนกลับมานั่งข้างผมบนโซฟาแล้วลูบท้องผมเล่นเบาๆ

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว อยากกินไข่เจียวฝีมือคุณมากกว่า”

“ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดให้”

พีรวิชญ์กำลังจะลุกออกไปจากโซฟา แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจนั่งกลับลงมาที่เดิม แววตาเจ้าเล่ห์ที่ผมคุ้นชินกลับมาอีกครั้ง ผมกระถดตัวไปข้างๆ ด้วยความหวาดระแวง เตรียมที่จะลุกออกไปทันที แต่พีรวิชญ์ก็ไวกว่า จับแขนของผมแล้วดึงเข้ามากอดไว้ทั้งตัว

“เมื่อกี้ที่คุณบอกว่าอยากกินหูฉลามน้ำแดง เป็ดปักกิ่ง พระกระโดดกำแพง ซุบเห็ดหลินจือ เนี่ย คุณแกล้งผมใช่มั๊ย”

“เปล่า....ไม่ได้แกล้ง ก็ผมอยากกินจริงๆ นี่”
“ปากแข็ง” คนหน้าคมโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ จนปลายจมูกสัมผัสกัน ผมเบือนหน้าหนีแต่คนตรงหน้าก็จับหน้าผมให้หันกลับมาสบตากัน ผมเลยทำใจดีสู้เสือตอนกลับไปเสียงสั่น

“ไม่ได้ปากแข็งสักหน่อย”

“ไม่เชื่อ” ว่าแล้วริมฝีปากอุ่นก็ประทับลงมาบดเบียดกับริมฝีปากของผมอย่างอ่อนโยน เรียวลิ้นชุ่มชื้นเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของผมในปากอย่างรักใคร่ พีรวิชญ์ถอนจุมพิตที่อ่อนโยนนั่นออกมาอย่างแสนเสียดาย แล้วประทับเรียวปากชื้นบนหน้าผากของผม

“ไม่ว่าคุณกับลูกต้องการให้ผมทำอะไร ผมทำได้ทั้งนั้นแหละครับ รอผมแป๊บนึงนะ ไข่เจียวสุดพิเศษสำหรับคุณจะยกมาเสิร์ฟให้ตรงหน้าพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ ในอีกไม่เกินห้านาทีนะครับ”



ผมวางถาดอาหารมื้อค่ำวางลงตรงหน้าก้องที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟา ก้องก้มลงมองอาหารในถาดแล้วก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ผมเองก็เลิกคิ้วตามอย่างสงสัยว่าก้องแปลกใจอะไรหรือ

“ไม่ใช่ไข่เจียวหรอกเหรอ” เสียงหวานเอ่ยกับผมเหมือนคนที่ยังไม่ตื่นดี

“ไข่เจียว? คุณอยากทานไข่เจียวเหรอก้อง ขอโทษนะครับผมไม่รู้เลยบอกพนักงานไปว่าเอาเป็นข้าวต้มปลากะพง เห็นคุณหลับยาวตั้งแต่อยู่บนรถเหมือนจะไม่ค่อยดีก็เลยสั่งอาหารอ่อนๆมาให้ ไม่สบายหรือเปล่าหืม” ฝ่ามือใหญ่ๆของผมจัดกลุ่มผมนุ่มที่ยุ่งเหยิงน้อยๆจากการนอนให้เข้าที่ จับปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มไปทัดไว้ที่ใบหูเล็ก ก้องพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“หลับตั้งแต่อยู่บนรถ?”

“ใช่ พอถึงรีสอร์ท จัดการเรื่องที่พักเสร็จแล้วผมก็เลยอุ้มคุณขึ้นมานอนต่อบนห้องแล้วก็สั่งอาหารค่ำขึ้นมา ถ้ารู้ว่าคุณเหนื่อยขนาดนี้ผมไม่พาคุณมาดีกว่า “

ก้องเงียบไป สีหน้าสลดไม่เหมาะกับดวงหน้าหวานทำให้ผมใจกระตุก ขยับเข้าไปนั่งแนบชิดแล้วเชยคางเรียวขึ้น

“เป็นอะไรไปครับก้อง พูดกับผมสิ”

แก้วตาใสไหวระริกมองผมเหมือนไม่มั่นใจ ไม่นานหยาดน้ำใสๆก็เอ่อขึ้นมาจนตาคู่สวยชื้นแฉะสะท้อนแวววาวล้อแสงไฟ หัวใจผมหล่นวูบ รีบประคองใบหน้าสวยไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ใช้นิ้วเกลี่ยไปมาที่แก้มใสเพื่อปลอบประโลม

“ก้องเป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม พูดกับผมสิ อย่าเงียบแบบนี้ผมใจไม่ดีเลย”

เพียงแค่นั้นน้ำตาก็ไหลทะลักออกมา ตากลมโตจ้องผมเขม็งในขณะที่ปากอิ่มก็ถูกฟันขาวๆขบเอาไว้แน่นเหมือนกลั้นสะอื้น

“พี...ผม..ผมฝัน ผมฝัน..มันเป็นได้แค่ฝันพี” ก้องร้องไห้หนักขึ้นจนผมต้องรั้งตัวเค้าเข้ามากอด ให้อกอุ่นๆของผมเป็นที่ซับน้ำตา ผมนุ่มๆของเค้าถูกผมลูบไปมาอย่างทะนุถนอม ก้องร้องไห้แบบนี้ผมก็เจ็บปวด ไม่ว่าเค้าจะเสียใจเรื่องอะไรผมย่อมมีส่วนผิดทั้งนั้น ผิดที่ไม่สามารถทำให้เค้าสบายใจ ผิดที่ดูแลเค้าได้ไม่ดีพอ

“ฝันร้ายเหรอก้อง ไม่เป็นไรนะ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่เป็นไร จะไม่มีใครทำร้ายคุณได้ ผมยู่ตรงนี้ ไม่เป็นไรนะ”

ผมหลับตาแน่นข่มความเจ็บปวดไม่ให้เสียงตัวเองสั่น หัวใจของผมเองก็เปราะบางหวั่นไหวไม่ต่างจากคนอื่นที่รู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งเมื่อเห็นคนที่เรารักร้องไห้ แต่ผมจะอ่อนแอไม่ได้ ผมเป็นหัวหน้าครอบครัว ผมต้องดูแลเค้าและจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรเค้าได้

“พี...ผม..ผมมีลูกให้คุณไม่ได้ คุณเสียใจมั้ย”

ก้องเงยหน้าขึ้นมามองผม ผมนิ่งเพื่อตั้งใจฟังเสียงหวานๆที่ถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นๆ คราบน้ำตาที่แก้มขาวผมก้มลงใช้ริมฝีปากจูบซับมันออกจนหมด และผมก็ต้องอึ้งกับคำถามของก้อง หรือว่าเรื่องนี้คือต้นเหตุทั้งหมดที่ทำให้ก้องดูซึมเศร้าในช่วงหลายวันมานี้ โถ่เอ๊ย..

ผมจัดท่าทางให้คนในอ้อมกอดขึ้นมานั่งอยู่บนตัก อาจเพราะความเศร้าในจิตใจที่สื่อออกมาได้จากดวงตาคู่โศกจึงทำให้ก้องยอมโอนอ่อนตามแรงรั้งของผมอย่างว่าง่าย แขนแข็งแกร่งกอดกระชับเอวของคนข้างบนพอหลวมๆ ขาเรียวของก้องแยกออกคร่อมตักของผมเอาไว้ ท่วงท่าแบบนี้ทำให้ใบหน้าของก้องอยู่สูงกว่าผมเล็กน้อยแต่ก็สามารถมองตากันได้อย่างถนัดถนี่ มือเรียวเกาะที่บ่ากว้างของผมในขณะที่อีกข้างก็กำเสื้อที่หน้าอกผมแน่น ตากลมโตที่แดงช้ำและยังคงแฝงแววเศร้าจ้องผมไม่กระพริบเหมือนเด็กน้อยรอคอยคำตอบ ผมยื่นหน้าออกไปใกล้และกระชับให้ก้องขยับเข้ามาชิดมากขึ้นทำให้ปลายจมูกของเราชิดกัน

“แค่ผมมีคุณก็พอแล้ว อย่าคิดมากเรื่องนี้อีกนะ”

“จริงเหรอพี คุณไม่เสียใจจริงๆเหรอที่ผม..ผม..” ก้องก้มหน้าหลบสายตาผม ผมก็เชยคางให้เค้าสบตากับผมอีก

“นอกจากว่าผมยังให้คุณไม่พอ ผมขอโทษนะที่ไม่สามารถให้คุณจนสามารถทดแทนส่วนที่คุณต้องการได้ ผมขอโทษที่ดูแลคุณไม่ดีพอที่จะให้คุณมีความสุข ผมขอโทษที่..”

“ผมมีความสุขพี ผมความสุขแล้ว ผมพอแล้ว แค่มีคุณ ผมไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว” คนหน้าหวานส่ายหน้าไปมาแรงๆ ตาคู่สวยเริ่มมีประกายวาววับของหยาดน้ำใสๆอีกแล้ว ผมบีบจมูกรั้นสีแดงช้ำจากการร้องไห้นั้นด้วยปลายนิ้วเบาๆ ยื่นหน้าขึ้นไปจูบซ้ำเพื่อย้ำให้ชัดเจนว่าผมรักและเอ็นดูเค้ามากแค่ไหน

“ผมก็พอแล้ว ผมมีคุณ มีครอบครัวของคุณนั่นก็คือแม่ฟอง พี่ตุ่ม เจ๋ง มีพิพัฒน์ มีครอบครัวของเราผมก็มีความสุขแล้ว อย่าคิดมากอีกนะครับก้อง ผมไม่สบายใจเลยรู้มั้ย”

ก้องพยักหน้าแรงๆเหมือนเด็กๆ ปากแดงอิ่มยังคงขบเม้มแน่นจนช้ำแล้วช้ำอีก น้ำตาที่แก้มเริ้มแห้งเหือดลงไปบ้างแล้วแต่ยังคงความชื้นที่ปลายขนตางอนสวยอยู่ผมจึงจูบซับเปลือกตาของเค้าเบาๆ


ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ไม่ไกลแล้วกดโทรหาลูกครึ่งสาวสุดมั่นที่เราได้พบเจอมาตั้งแต่หลายวันมานี้ ก้องมองตามผมอย่างสงสัย ผมกระชับเอวบางให้ก้องขยับเข้ามาชิดกับร่างของผมยิ่งขึ้น

“ราเชล พรุ่งนี้ผมคงไปส่งคุณที่บ้านไม่ได้แล้วนะ เช้าพรุ่งนี้เราอาจจะยังลุกจากที่นอนไม่ไหว”

ผมกลั้นขำแทบแย่เมื่อเห็นก้องทำตาโตมองผมด้วยความตกใจ ปากเล็กหุบๆอ้าๆเหมือนจะว่าแต่ก็ว่าไม่ออกได้แต่ทุบลงมาที่อกผมแรงๆจนผมแกล้งร้องโอ๊ยเสียงดังฟ้องคนในสายจนก้องทำปากยื่นแถมแก้มยังแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศเมื่อตอนอยู่บนรถเสียอีก

พอโยนโทรศัพท์ออกไปให้พ้นตัวผมก็จับคนที่นั่งคร่อมผมอยู่บนตักทิ้งตัวหงายลงบนโซฟา ก้องโวยวายแล้วดิ้นขลุกขลักแต่ผมทับเอาไว้ก็เลยไปไหนไม่ได้ ได้แต่ทุบทีฟาดงวงฟาดงาไปเรื่อย ผมหัวเราะขำกับภาพของร่างข้างใต้ที่กำลังใช้ตากลมโตคู่นั้นถลึงมองอย่างคาดโทษ ผมก้มหน้าลงไปตักตวงความหอมหวานบนกลีบปากแดงฉ่ำเบาๆแล้วลากริมฝีปากมาที่แก้มแล้วหอมแรๆอย่างหมั่นเขี้ยว ก้องเบี่ยงหน้าหนีจนแทบจะมุดเข้าไปอยู่ในผนักพิงโซฟาได้แล้ว คนหน้าหวานอ้อมแอ้มถามผม


“คุณไปพูดแบบนั้นคุณราเชลเค้าไม่งงแย่รึไง”

“หืม..ผมพูดว่าอะไรเหรอครับ ” ผมแกล้งถามให้คนใต้ร่างอายเล่น ก้องไม่ตอบเอาแต่มองไปที่อื่นไม่กล้าสบตาผม

“แย่จัง..เมื่อกี๊ราเชลเค้าต่อว่าผมมาด้วยล่ะ” ผมพูดแค่นั้นก้องก็หันขวับมามอง ตากลมโตเลิกขึ้นอย่างสงสัย



“เธอบอกผมว่า..มีแฟนแล้วลืมเพื่อน”








จบตอนพิเศษ~




 

Create Date : 22 มีนาคม 2555
8 comments
Last Update : 22 มีนาคม 2555 1:20:29 น.
Counter : 667 Pageviews.

 

รู้แหละคามหมายของเอส...แต่น่ารักดีชอบจัง..ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของพีที่มีต่อก้อง ว่ายังไงก็รัก แค่มีคุณก็พอ ซึ้ง อ่ะ ^^

 

โดย: Sfc IP: 125.26.140.164 22 มีนาคม 2555 1:55:56 น.  

 

เขียนโยงเรื่องได้ดี บรรยายได้แจ่ม ตอนแรกพี่อิน ดีใจกะก้องอ่ะ โฮ้ทำร้ายความรู้สึกคนอ่าน...มาตอกย้ำว่า ชอบมาก ^^

 

โดย: Sfc IP: 125.26.140.164 22 มีนาคม 2555 1:58:16 น.  

 

อร๊ายยยยยยยย~~~ น่ารักโคตร!!! ชอบอ่ะชอบมากด้วย...
นึกว่าก้องท้องได้จริงๆซะแล้ว เหอๆ เล่นเอาหลักวิชาการมาพูดซะน่าเชื่อถือเลย
แต่นึกเล่นๆถ้าพีกับก้องมีลูกด้วยกันจริงๆ คงน่ารักสุดๆเลยอ่ะเนอะ เพราะมีคุณพ่อหล่อเข้ม และคุณแม่สวยน่ารัก ฮิ้วววว~
อ่านตอนพิเศานี้แล้วรู้สึกถึงความอบอุ่น ความรักละมุนละไมที่เค้ามีต่อกัน มีความสุขที่ได้อ่านจริงๆ ^___^
ขอบคุณน้องเอสผู้ร่วมเมนและเจ้าปอด้วยนะจ๊ะ หวังว่าจะมีตอนพิเศษออกมาอีกนะ (พูดกดดันไว้ก่อนเผื่อฟลุ๊คได้ อิอิ)

 

โดย: Lookwha IP: 58.10.85.80 22 มีนาคม 2555 10:16:17 น.  

 

ก้องน่าร้ากกกกกกกก แต่คุณพีร์หื่นมาก จำไม่ได้ซักทีว่าใครแต่งพาร์ทไหน เหอะๆ... แต่มันบ่งบอกสกิลหื่นมากกก 555555 (หยอกเย้าาา) ใครบอกว่านุ้งก้องท้องไม่ได้ ทำบ่อยๆ เดี๋ยวมันก็ผสมกันได้เองแหละ (การีสสส เม้นต์อะไรออกไป)

เออ... แล้วราเชล ไม่ใช่เอามาจากเด็กผญ.ที่พี่เอสเจอที่เชียงใหม่ใช่มั้ย? อ่านแล้วสะดุ้งวาบๆ ทุกที เอิ๊กกกก

ปล. ตอนพิเศษมาช้าไปนะ ควรจะมีนานแล้วววววว มาเยอะๆ ด้วยยยย!

ปล.สอง พี่เอสยัยปอ ไหนบอกเคาะสนิม... ที่เขียนนี่ออกจะน่าร้ากกกกก เขินมากกกกก

 

โดย: เนี้ยบเนี้ยบ^^ IP: 171.5.53.55 22 มีนาคม 2555 11:38:22 น.  

 

โอ็ยยยยยย น่ารักอ่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ แต่พีร์หื่นน่ะ >////////<

 

โดย: Hikari Bass 23 มีนาคม 2555 0:42:45 น.  

 

คำเดียวสั้นๆ"ซึ้ง"

 

โดย: miyukik IP: 110.49.237.60, 141.0.8.200 26 มีนาคม 2555 23:05:14 น.  

 

น่ารักอ่ะ

 

โดย: miyukik IP: 110.49.236.153, 141.0.9.174 29 มีนาคม 2555 18:49:43 น.  

 

แอบหลงดีใจกับก้อง พี ที่จะมีลูกด้วยกัน สนุกนะคะเห็นถึงความรักของทั้งสองคนที่มีต่อกันความเป็นห่วงของพีที่มีต่อก้องเสมอ การแคร์ความรู้สึกของกันและกัน น่ารักมากเลยค่ะขอบคุณมากนะค่ะ

 

โดย: TUM IP: 27.55.12.58 1 เมษายน 2555 21:43:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


biomedical_girl
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นนัก (หัด) เขียน ที่ได้แรงบันดาลใจในการแต่งเรื่องสั้นเรื่องแรกมาจากความน่ารักของตัวละคร พีรวิชญ์ และ ก้องบดินทร์ จากละครเรื่องพรุ่งนี้ก็รักเธอ โดยปกติจะเป็นนักศึกษาทุนในระดับปริญญาโทสาขาชีวเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ แต่เมื่อไหร่ที่ความเวิ่นเว้อบังเกิดก็จะแปลงร่างจากสาวเนิร์ด เป็นสาววายทันที ^^" นอกจากนี้ยังชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ และมีความใฝ่ฝันว่าสักวันฉันจะได้ออกเทป (หุหุ) บางครั้งในเวลาว่างๆ ก็จะแต่งเพลง แต่งกลอน ออกมาอยู่เสมอ จนบางครั้งคนรอบข้างถึงกับแซวว่าเธอน่าจะไปเรียนอักษรหรือนิเทศมากกว่าชีวโมเลกุลนะ --"
New Comments
Friends' blogs
[Add biomedical_girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.