Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
เล่าเรื่อย ๆ



เปลี่ยนมาภาคไทยบ้าง

วันนี้เพิ่งได้คุย msn กับคริสเตียน เพื่อนชาวเม็กซิกันที่ค่อนข้างสนิทกัน (แต่หลัง ๆ ห่างไปตั้งแต่เขามีแฟนเลยไม่ค่อยได้ hang out กันเท่าไร) ช่วงสมัครมหาลัยก็คุย ๆ กันเพราะเขาก็สมัคร เราเอาคู่มือศัพท์ GRE ที่จดไว้ไปให้เขาท่องด้วย ปรากฎว่าเขาได้ อันที่ดีเหมือนกันคือ Wharton โปรแกรม PhD Business and Public Policy กับ Duke โปรแกรม Economics and International Politics ปัญหาคือทั้งสองอันไม่ให้ทุนเลย ซึ่งแปลกมาก ปกติ PhD น่าจะให้ทุนนะ เพราะสองโรงเรียนนั้นก็ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างใจปั้ม ปีที่แล้วก็มีนักเรียนไทยคนหนึ่งเข้าไปเรียน Econ ที่ Duke เหมือนกัน เห็นว่าได้เงินพอสมควรทีเดียวแหละ

จริง ๆ ตอนช่วงแรก ๆ ก็ว่าจะสมัครโปรแกรมนั้นที่ Wharton เหมือนกัน (คิดว่า B-School คงให้เงินเยอะ) แต่รู้สึกว่ามันคงยากและแข่งขันมาก แฟนก็นั่งดูอยากจะให้สมัคร พวก Wharton, Johnson (Cornell), Kellogg (Managerial Econ) แต่เราคิดว่ามันคงจะยากมากเพราะรับน้อย เลยไม่เอา (ขี้เกียจเขียน SOP อีกรอบ,เปลืองเงิน) และมันก็ดูไม่ค่อยเกี่ยวกับสาขาเราเท่าไร (แต่ก็ดูว่าถ้าจบ PhD พวกนี้มันน่าจะมีโอกาสกว้างกว่า เช่นเป็นอาจารย์พิเศษพวกศศินทร์ หรือเป็น consult น่าจะพอได้)

สรุปคือไม่ได้สมัคร แต่คริสเตียนก็ได้เนอะ แปลกดี เราว่าเขาก็ไม่ได้เก่งมากเท่าไร (ประมาณพอ ๆ กันแหละ ที่หลัง ๆ เหมือนกัน ฮิฮิ) แต่ก็คงจะเครดิตดีที่จบจากชิคาโกมั้ง ไม่รู้เหมือนกัน ปัญหาคือไม่รู้ว่าจะไปเรียนได้หรือเปล่าเพราะไม่มีเงิน ตอนมาเรียนที่ได้ก็ได้ทุน ADB มาให้แค่ ป.โท และก็อยากให้กลับไปทำงานในประเทศ น่าเสียดายเหมือนกันถ้าไม่ได้เรียนเพราะไม่มีทุน วันศุกร์นี้เลยนัดกินกาแฟกันที่ร้าน จะได้นั่งเมาท์เรื่องนี้กัน

วันนี้ก็เรียนวิชา อ.Terry Clark มีแขกมาพูดคือ Alderman Ray Colon ก็สนุกดี อาจารย์แนะนำหนังสือให้อ่านเรื่อง The Next Deal ของ Andrei Cherny

Paper อาจารย์บอกว่าไม่ซีเรียส ส่งเมื่อไรก็ได้ ...เราก็เลยคิดว่าคงรอให้ปิดเทอมก่อนแล้วค่อยทำ เหอะๆๆๆ ช่วงนี้งามสุมทุมเต็มไปหมด..ต้องเอาอย่างอื่นไปก่อน

พิมพ์ไทยง่ายกว่าเยอะเลย ฮา ๆ ๆ ( แต่ต้องเข้าหน้าเวปนี้เพราะเครื่องที่นี่ไม่มี Thai Font)


Create Date : 03 มีนาคม 2548
Last Update : 3 มีนาคม 2548 9:58:35 น. 23 comments
Counter : 237 Pageviews.

 
อ่านไทย สนุกกว่า อ่าน อังกฤษ อิอิ


โดย: Micky IP: 203.151.140.112 วันที่: 3 มีนาคม 2548 เวลา:11:57:02 น.  

 
ูู^^ มาเยี่ยมค่ะ


โดย: neaq วันที่: 3 มีนาคม 2548 เวลา:13:42:00 น.  

 
:)


โดย: prncess วันที่: 3 มีนาคม 2548 เวลา:14:25:33 น.  

 
เสียดายแทนเพื่อนเนอะ ถ้าไม่ได้เรียน ให้เค้าลองหาทุนที่อื่นสิคะ มีโอกาสไม๊?


โดย: yodmanud^ying IP: 81.155.12.0 วันที่: 3 มีนาคม 2548 เวลา:20:30:29 น.  

 
ไม่รู้เหมือนกัน...ไม่รู้มัน ฮาๆๆ


โดย: B.F.Pinkerton วันที่: 3 มีนาคม 2548 เวลา:20:48:24 น.  


 




แวะมาเยี่ยมนะคะ

…กุชชี่กับเวจจี้ยินดีต้อนรับนะคะ…

Gucci & Veggie


++จิ้มนู๋เลยก๊ะ++



โดย: ถั่วแดงเย็น วันที่: 3 มีนาคม 2548 เวลา:23:02:31 น.  

 
ขนาดงานสุม..ยังขยันอัพบล็อกขนาดนี้..
..
เราดิ...เขียนอะไรไม่ออกเลย
...
เดี๋ยวว่างๆ แล้วจะมาตามเก็บเรื่องที่เขียนไว้
ไปละ...





โดย: ซีบวก วันที่: 3 มีนาคม 2548 เวลา:23:53:19 น.  

 
ขนาดงานสุม..ยังขยันอัพบล็อกขนาดนี้..--> that's why my work doesn't progress :)


โดย: B.F.Pinkerton วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:1:46:22 น.  

 
ขอให้เพื่อนหาทุนได้ครับๆๆๆ


โดย: ฮวด ฮงฮวย IP: 61.90.51.163 วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:1:52:53 น.  

 
เดี๋ยวเอารูปเพื่อนมาลงให้ดู :)


โดย: BFP IP: 68.22.192.143 วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:6:51:48 น.  

 
จริง ๆ ชิคาโก ก็ไม่ค่อยมีเงินหรอกครับ บางสาขา ป.เอก ก็ไม่ค่อยให้ทุน อย่าง Economics บางคนก็ต้องจ่ายเองแบบเต็ม ๆ บางคนก็ได้ทุนลดค่าเรียน แต่ไม่ได้ stipend (เหตุผลส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอยากจะรอให้ผลสอบ core ออกมาก่อน จะได้รู้ว่าใครผ่านใครตก ไม่งั้นอาจจะกลัวเสียงบเปล่าๆ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องคนสอบตกกันครึ่งต่อครึ่ง ...แต่ช่วงหลัง ๆ ส่วนน้อยนะที่ตก ส่วนใหญ่ก็ผ่านกัน)

ผมเข้าใจว่าที่ไม่ให้ทุนอาจจะหมายถึงไม่ให้ในปีแรก..นะ


โดย: BFP IP: 68.22.192.143 วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:6:54:17 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะที่แวะไปอวยพรวันเกิด^^...


จะแวะมาอ่านเรื่องเล่าบ่อยๆ ค่ะ


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:8:38:24 น.  

 
เห็นมั๊ยคะ เขียนไทยสนุกกว่าเนอะ อิอิ


โดย: Tiny IP: 68.68.29.123 วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:10:44:21 น.  

 
เขียนอังกฤษก็สนุกครับ เพียงแต่คนอ่านทั่วไปบางทีก็ไม่ค่อยสนุก (แต่เรารู้ว่าคนอ่านบล๊อกเราส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อิอิ ) ถ้าเป็นเพื่อนสนิทกันจริง ก็อ่านครับ แต่ถ้าผ่านไปผ่านมาจะไม่อ่านก็ไม่เป็นไร :)


โดย: B.F.Pinkerton วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:11:44:28 น.  

 
งานไม่เดิน เพราะมัวอัพบล็อกเหมือนกันเลย


โดย: แบ่งกันเซ็ง วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:14:30:54 น.  

 
มาเยี่มมชมครับผม


โดย: Onter วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:20:47:57 น.  

 
เคยได้ยินว่าชิคาโกได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากตระกูลร็อคกี้เฟลเลอร์ ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากตระกูลนี้อยู่หรือเปล่าครับ

ผมคิดว่าเรื่องFunding ของมหาวิทยาลัยนี่น่านะใจมากนะครับและคิดว่าในประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาเรื่องนี้ ถ้าคุณพิงค์เคอร์ตันกลับมาคงได้รับใช้ประเทศไทยด้านนี้แน่นอนรวมถึงการจัดงบประมาณการศึกษาในระดับอื่นๆด้วย

เขียนถึงเรื่องงบการศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นนำ นึกถึงบทความของเพื่อนผมซึ่งก็คือคุณวโรดมเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างเยลเกี่ยวกับงบประมาณมหาวิทยาลัยดูที่ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=4634835640787

บทความเรื่องอื่นๆของวโรดมดูที่
http://www.manager.co.th/politics/viewbrowse.aspx?BrowseNewsID=6021&Page=2

คุณพิงค์เคอร์อย่าลืมทำPaper นะครับ


โดย: ปริเยศ (Pariyed ) วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:21:06:44 น.  

 
คิดว่าคงเป็นในช่วงเริ่มต้นเมื่อร้อยปีที่แล้วอ่ะครับ แต่ตอนนี้งบของ Rockefeller คงจะไม่มีแล้วมั้ง (ผมไม่แน่ใจนะ)

อยากเล่าให้ฟังว่าในอดีต (อันรุ่งเรือง) ชิคาโกเคยมี endowment เป็นอันดับสามของอเมริกา รองจาก Harvard และ Yale ครับ แต่เพราะวิสัยทัศน์ที่ไม่ดี (หรือดี? แล้วแต่จะตีความ) ของ Robert Maynard Hutchins อธิการบดี ผู้วางรากฐานต่าง ๆ ให้ชิคาโก อย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้ ต้องการจะแปลงโรงเรียนให้เป็นวิชาการจ๋าแบบบริสุทธิ์ เน้นการสร้าง hard core theory (จนเกิดเป็น Chicago school of econ, political science, sociology ฯลฯ หลายสาขา..ล้วนแต่โดดเด่น) ไม่สนับสนุนวิชา applied ต่าง ๆ เช่นวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ กิจกรรมนอกหลักสูตร ถึงกับยกเลิกการเข้าแข่ง Big 10 (ชิคาโก เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Big 10 -ลีคของ college football ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอเมริกา นะคับ) และก็สร้างห้องสมุดบนสนามกีฬา ฯ ฯลฯ

เมื่อโรงเรียนตัดสินใจจะสร้างนักปราชญ์ (scholar) แทนที่จะสร้างนักปฏิบัติ (practical) ผลที่ตามมาก็คือพวกนักปราชญ์มันกระเป๋าแห้งครับ เรียนจบมาก็ไปเป็นครูบาอาจารย์กัน (ชิคาโกได้ชื่ออีกอันว่าเป็น Teacher of teachers- คือศิษย์เก่าเป็นครูในอัตราส่วนสูงที่สุดในอเมริกา) เงินไม่เยอะ เงินบริจาค ก็ไม่เยอะ

เงินบริจาคเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยในอเมริกาครับ โรงเรียนอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค (เปรียบกับไทยก็เหมือนกับ วัดอยู่ได้ด้วยศรัทธาของประชาชน ด้วยเงินทำบุญ...ฝรั่งทำบุญโดยการบริจาคเงินให้ alma mater ของพวกเขา)

เมื่อเงินบริจาคน้อย มันก็เริ่มเสื่อมลง ๆ ประกอบกับไม่มีคณะวิศว ฯ หรือคณะที่จะออกไปสร้างผลงาน สร้างเงิน เงินสนับสนุนมหาวิทยาลัยก็น้อยลง ๆ ก็เริ่มตกต่ำลงมากขึ้นครับ อาจารย์ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นบ้าง ตอนนี้ก็เป็นอย่างที่เห็นแหละครับ งบทางการเงินยังสู้พวก Big Four (Harvard, Stanford, Yale, Princeton ) ไม่ได้ รายได้จาก patent ก็สู้ Columbia, MIT ไม่ได้ ตอนนี้มหาลัยก็เริ่มพยายามกลับเข้ากระแสโลกมากขึ้น (แต่ก็โดนต่อต้านไม่น้อย) เช่นรับนักเรียน college มากกว่าเดิม จัดให้หลักสูตร ป.ตรีมันง่ายขึ้น ทำให้โรงเรียนสนุกขึ้น สร้างโรงยิม ฯ อันสวยงาม (ก่อนผมมาอยู่ โรงยิมห่วยมากกก อยู่เป็นยี่สิบปีได้)

ไว้ให้ผมรวยเมื่อไรจะบริจาคให้ชิคาโกมั้ง แบบ Sanford Grossman นักเศรษฐศาสตร์รางวัล John Bates Clark ศิษย์เก่า บริจาคที่เป็นล้าน ๆ เหรียญ (ตอนนี้รวยมาก)

ปล. ว่าง ๆ ชวนคุณวโรดม มาเขียนบล๊อกดิครับ ชอบอ่านเรื่องที่เขาเขียนเหมือนกัน น่าจะอยู่เขียนต่อที่ manager


โดย: B.F.Pinkerton วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:21:39:57 น.  

 
ถ้าสนใจเรื่อง education finance มันมีสมาคมนักเศรษฐศาสตร์อันหนึ่งที่น่าสนใจ คุณลองเอาไปดูครับ (อาจารย์รุ่นพี่ที่สอนอยู่ที่ wellesley- mona lisa smiles เพิ่งส่งอีเมล์มาให้ดูเรื่องคอนเฟอเรนซ์ตะกี้เอง)

http://www.aefa.cc


โดย: B.F.Pinkerton วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:21:42:28 น.  

 
มาทักทายค่ะ...ติดตามคุณ BFP ในห้องไกลบ้าน
มานานแล้ว...ขอสมัครเป็นแฟนประจำ Blog ด้วยคนนะคะ :D


โดย: Hello_Hello วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:21:56:28 น.  

 
ขอบคุณมากครับ คุณพิงค์เคอร์ตัน


โดย: ปริเยศ (Pariyed ) วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:23:19:44 น.  

 
วโดมคงไม่มีเวลาเขียนบล็อกหรอกครับ พอกลับมาเมืองไทย ต้องจัดคิวดินเนอร์กับสาวๆให้วุ่นกันไปหมด เพื่อนๆคอยดูอยู่ว่าหนุ่มplayboyอย่างวโรดมจะพบจุดหมายปลายทางที่ผู้หญิงคนไหน

ผมเองพยายามตะล่อมให้เขาเขียนอยู่ทุกวันแต่วโรดมก็ไม่มีเวลาเขียนจริงๆ

เพราะฉะนั้นผมเองต้องมาตะล่อมคุณพิงเคอร์ตันล่ะครับว่าได้เวลาออกโรงแล้ว :)


โดย: ปริเยศ (Pariyed ) วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:23:23:36 น.  

 
ผมเขียนสู้วโรดมกับวริษฐ์ (น้องชายเพื่อนผม) ไม่ได้หรอก เดี๋ยวโดนคอมเมนต์ด่าเอา ยิ่งพวก manager ยิ่งปากจัดกันอยู่ด้วย :)


โดย: B.F.Pinkerton วันที่: 5 มีนาคม 2548 เวลา:23:22:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

B.F.Pinkerton
Location :
Midway United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add B.F.Pinkerton's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.