Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
26 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 
ปาฏิหาริย์กับการสอบสัมภาษณ์ (รำลึกอดีต)



เมื่อสองสามปีก่อน ผมกับคุณฮวด ฮงฮวย ล้วนประสบปัญหามีชะตากรรมร่วมกัน คือเราเป็นพวกขาสมัครทุน ตามประสาคนชั้นกลาง ครอบครัวไม่ได้มีเงินมากพอสำหรับส่งให้ไปเรียนเมืองนอกได้ เรียนจบก็หวังว่าจะหาทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อต่างประเทศตามที่ใฝ่ฝัน ก็ได้ทำการสอบ TOEFL, GRE, ส่งใบสมัครไปตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หวังเอาไว้ว่า ถ้าเขาตอบรับแล้ว ก็จะค่อย ๆ พิจารณาเอาผลการตอบรับของโรงเรียนไปยื่นขอทุนตามหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไป

ในช่วงนั้นเขามีทุนอะไรเปิดรับสมัคร เราก็ไปสมัครกับเขาหมด ส่วนใหญ่ก็ได้เข้าสอบสัมภาษณ์ เพราะคะแนนภาษาอังกฤษดี เกรดใช้ได้ แต่ผลการสอบสัมภาษณ์กลับเป็นที่น่าผิดหวังทุกครั้งไป คือไม่ได้ทุนเลย (อ่านประสบการณ์ของคุณฮวด) ในที่สุดก็ไม่ได้ไป ต้องทำเรื่อง deferral ไปทางมหาวิทยาลัยว่าเราจะไปปีหน้าแทน โชคดีหน่อยที่ของผมไม่ต้องมีเงินค่ามัดจำอะไร (หรือมีก็ประมาณ 100 เหรียญ ไม่น่าเกินนั้น) ในขณะที่ของคุณฮวด นี่จะจ่ายแพงกว่า (เกือบสองพันเหรียญ) หลังจากช่วงนั้น ก็ได้งานใหม่ทำ ค่อนข้างเป็นงานที่น่าสนใจ ก็เลยไม่ค่อยได้คิดเรื่องเรียนต่ออีก อยากจะทำงานเก็บเงินไปเรื่อย ๆ คิดว่าอาจจะทำงานอีกสักสามสี่ปีแล้วค่อยสมัครเรียน MBA อะไรแบบนั้นไป ถ้าทุนมันหายากนักล่ะก็

ขอเล่าเรื่องประสบการณ์ลึกลับของเราหน่อย โปรดใช้วิจารณญาณ

ปีต่อมาถึงเวลาสมัครมหาลัยแล้ว ผมก็ไม่ได้สมัครมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม เพราะไม่คิดจะไปเรียนต่ออีก ตอนนั้นผมรู้สึกว่าทำไมชีวิตเราช่างโชคร้ายอะไรขนาดนั้น...ไม่ค่อยสมหวังเลย สัมภาษณ์ทีไรก็ตกทุกที เลยไปปรึกษาเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโท-เอก ณ ประเทศอังกฤษ (ของส่วนราชการแห่งนั้น นั่นแหละ) ซึ่งผมไม่รู้มาก่อนว่าคุณแม่ของเธอเป็นคนที่นั่งสมาธิและปฏิบัติธรรม และก็สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ เธอได้บอกว่าจะช่วยดูให้ โดยเอาวันเดือนปีเกิดของผม ไปให้แม่ของเธอดู ปรากฏว่าไม่ได้มีอะไรไม่ดี จริง ๆ แล้วเป็นช่วงเวลาที่ดีด้วยซ้ำไป และเธอก็ได้บอกอะไรผมบางอย่าง ...จริง ๆ แล้วผมก็มีเคราะห์อยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนัก ให้ปั้นตุ๊กตาจากแป้งข้าวเหนียวสิบสองตัว เอาไปวางไว้ในทิศไหนจำไม่ได้แล้วล่ะ แล้วก็จุดธูป บอกกับเจ้ากรรมนายเวร เจ้าที่เจ้าทาง ซึ่งผมก็ทำตามนั้น แอบไปทำคนเดียวแต่เช้าแหนะ...หลังจากนั้นก็ได้สนัครทุนอีกรอบ คราวนี้ คุณแม่เพื่อนบอกว่าจะช่วยให้ได้ โดยจะนั่งสมาธิไปบอกเจ้าแม่กวนอิมให้ช่วย และก็ให้ผมสวดมนต์ระลึกถึงท่าน ในช่วงนั่นผมก็เชื่อมากก็ทำตามทุกอย่าง ในวันสอบแม่เขาก็จะนั่งสมาธิคุมให้เลย..

มาถึงวันสัมภาษณ์ ในช่วงก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์คุณแม่เพื่อน ก็โทรมาบอกว่าได้นั่งช่วยให้แล้ว ตอนแรกเราจะได้เป็นลำดับที่สาม ที่สี่ (เอาสองคน) แต่ตอนนี้จะช่วยให้ขึ้นเป็นลำดับแรก ๆ เลย ผมก็ใจชื้นขึ้น ก็เข้าไปสัมภาษณ์ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองตอบดี หรืออะไรเป็นพิเศษ ก็เหมือนปกติ ๆ อาจจะไม่ดีด้วยซ้ำ สัมภาษณ์เสร็จโทรเล่าให้แม่เพื่อนฟัง แม่เขาก็บอกว่าดูให้แล้ว แม่ว่าได้นะครั้งนี้ คอยดูแล้วกัน ... ผลปรากฏว่าผมก็ได้จริง ๆ ด้วย ได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มเลย (จำไม่ค่อยได้ คิดว่าจากเจ็ดคน เอาสองคน หรือไงเนี้ย) ก็ค่อนข้างแปลกดี ส่วนสำหรับเพื่อนของผม คนที่ได้ทุนเรียนอังกฤษ เขาบอกว่าแม่เขาไปคุยกับเจ้าที่เจ้าทางประจำกระทรวง...ให้แล้ว ก็เลยเข้าได้ (ทั้งที่ปกติทุนของกระทรวงนี้จะได้ชื่อว่า ใช้เส้นเยอะ ลูกท่านหลานเธอ ได้กันเสียส่วนใหญ่-เพื่อนเป็นนักเรียนต่างจังหวัด) ตอนที่เพื่อนผมเรียนปีแรกที่อังกฤษก็ต้องประสบปัญหาความยากลำบากบางอย่างเหมือนกัน ค่อนข้างหนักหนาสาหัสสำหรับผู้หญิงทีเดียว แต่ตอนนี้ก็กลับมาประสบความสำเร็จดี อย่างน้อยก็สามารถเข้าเรียนต่อ ป.เอก ณ มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของอังกฤษได้

แต่ผมคิดว่าว่านอกจากสาเหตุนั้นแล้ว อาจจะเป็นเพราะในช่วงปีนั้น ผมได้ไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่วัดอัมพวันหลายหน สามวันบ้าง เจ็ดวันบาง (นาน ๆ ที) เวลาไปปฏิบัติผมก็ค่อนข้างตั้งใจ ปฏิบัติได้ตามกำหนดเวลาทุกครั้ง คือเดินครั้งละ 1.5 ช.ม. นั่ง 1.5 ช.ม. วันละ 4 รอบ ต้องทนเจ็บปวดทรมานร่างกาย (กำหนดปวดหนอ ๆ ดีนะ ไม่เผลอหลับดี) และก็ได้อธิษฐานจิตกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเอาไว้เยอะ ก็อาจจะเป็นได้ที่ทำให้ในที่สุดก็สามารถได้ทุนกับเขาเหมือนกัน เพราะแม่เพื่อนเขาก็บอกเหมือนกันว่า คนเราถ้าไม่มีบุญอยู่ในตัว เทวดาท่านก็ช่วยไม่ได้มาก แต่ถ้าคนมีบุญอยู่มากแล้ว ถ้าท่านจะช่วยก็ไม่ได้ลำบากอะไร

จริง ๆ นะ ถ้ามีคนมาถามว่าทำยังไง ถ้าอยากได้ทุน หรืออยากเรียนต่อต่างประเทศ ควรจะทำอย่างไร มีคำแนะนำไหม ผมก็อยากให้พวกเขาได้ลองเสียสละเวลาสัก เจ็ดวันไปเข้าปฏิบัติกรรมฐานดู แล้วอธิษฐานในสิ่งที่เป็นกุศล (การเรียนต่อก็น่าจะถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะ) ส่วนใหญ่ก็น่าจะมีผลบ้างไม่มากก็น้อย อยากแนะนำไปที่ยุวพุทธิกสมาคม หรือ วัดอัมพวัน

แต่สำหรับการสมัคร ป.เอก รอบนี้ ผมไม่ค่อยได้ทำเลยนะ เลยกลัว ๆ อยู่เนี้ย ไม่ค่อยได้นั่งสมาธิปฏิบัติธรรมมากเท่าไร ที่ผ่าน ๆ มา ส่วนใหญ่ก็แค่สวดมนต์ แต่ไม่ได้นั่งสมาธิแบบเป็นจริง ๆ จัง ๆ เหมือนตอนอยู่เมืองไทยเลย ก็เลยยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร ว่าบุญที่มีมันยังเหลืออยู่มากขนาดไหน...ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเข้าได้หรือไม่...นั่งลุ้นใน usnews ทุกวัน



Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2548 10:00:04 น. 16 comments
Counter : 412 Pageviews.

 
สู้ๆๆๆครับ

คนเราต้องล้มเสียก่อน ถึงจะลุกขึ้นยืนได้

อ่านแล้วนึกถึงเวลาช่วงนั้น


โดย: ฮวย ฮงฮวด IP: 61.90.51.13 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:5:06:00 น.  

 
อะ ลุ้นๆ คับผม เอาใจช่วยด้วยคนะคับ ..


โดย: เด็กชายหัวหอม วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:8:52:20 น.  

 
อืมม์...เราว่าคุณได้เพราะความสามารถของคุณด้วยนะ
คนที่สัมภาษณ์คุณอาจจะถูกใจคุณ

ของเรา...วันที่ไปสัมภาษณ์...เป็นวันที่เราอยู่ในช่วงต่ำสุดของชีวิตแล้วก็ว่าได้
...
...พ่อเสียน่ะ...ที่บ้านยังจัดงานศพอยู่เลย

ตอนแรกว่าจะไม่ไปสัมภาษณ์แล้ว...แต่แม่บอกว่าไปเถอะ
...
...
วันนั้นเลยตอบแบบไม่มีอะไรจะเสียน่ะ คิดอะไรก็ตอบไปตามที่คิด....เ้ค้าคงเห็นว่าบ้าดี
..
..
กลับไปนี่ก็ว่าจะไปปฏิบัติธรรมเหมือนกัน...

ที่ผ่านมามีหลายช่วงที่เครียดๆ...กลับไปจะขอพักใจซะหน่อย ก่อนเริ่มงาน
....
โชคดีสำหรับเรื่องปริญญาเอกนะ


โดย: ซีบวก วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:9:59:29 น.  

 
ขอบคุณทุกท่าน...

ฟังเรื่องของคุณซีบวกแล้วอึ้งเลย...

ดีครับ ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน
มันอาจจะ่ช่วยได้ไม่มากก็น้อย



โดย: B.F.Pinkerton วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:10:15:25 น.  

 
สู้ๆ นะค่ะ เอาใจช่วยๆ

คิดว่า มันเป็นจังหวะชีวิตมากกว่านะค่ะ

คนเราไม่มีใครจะโชคร้ายหรือว่าโชคดีกันได้ตลอดหรอกเนอะ

ขอให้คุณโชคดีนะค่ะ (^____^)


โดย: . . . (WhaT iT'S W๐l2tH ) วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:10:21:09 น.  

 
ได้อยู่แล้วน่า ......

เชียร์สุดฤทธิ์เลย : )


โดย: แดดเช้า วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:10:43:32 น.  

 
สู้ต่อไปฮะ.....คาเคชิ แหะๆ


โดย: neaq วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:10:46:10 น.  

 
ไม่ว่าจะสัมภาษณ์เข้าเรียน หรือจะเป็นการสัมภาณ์งานนี่แรกๆ เราก็กลัวเหมือนกัน พอบ่อยๆเข้าก็ชักชินกับการถูกหัวเราะเยาะจากคนสัมภาษณ์แล้ว ด้วยความที่ว่า เรามันก็เป็นคนที่ไม่มีอะไรโดดเด่น เกรดก็ไม่ดี แต่โดยส่วนตัวเราก็ไม่ถือว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งสำคัญเท่ากับความสามารถที่เรามี ทั้งการดูถูกทั้งหลายที่ได้รับจนตอนนี้ชักจะชินชาซะแล้วล่ะ

ยินดีด้วยนะคะ ที่สำเร็จจนได้


โดย: Miran วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:18:16:20 น.  

 
สู้ๆๆๆนะคะ


โดย: prncess วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:20:12:10 น.  

 
ขอให้ได้ๆๆๆๆๆๆๆ เดี๋ยวช่วยภาวนาต่อค่า


โดย: yodmanud^ying IP: 217.44.163.212 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:23:36:51 น.  

 
ร่วมภาวนาและเอาใจช่วยด้วยเช่นกันครับ


โดย: ปริเยศ (Pariyed ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:9:49:47 น.  

 
ผมเข้าไปอ่าน บล็อกของนักเรียนเศรษฐศาสตร์LSE เชื้อชาติอินเดียคนหนึ่ง เขาเขียนน่าสนใจมากถึงอากัปกริยาของคนที่เผ้ารอผลการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย เลยเอามาฝากคุณ พิงเคอร์ตันดูครับ

The algorithm of a psychotic applicant:

1 Check email.
2 Visit forums, find out latest admit information, write emails out to other psychotic applicants.
3 Check cellular phone battery and signal.
4 If in lecture pretend to look at board and take notes, then goto 1, else goto 5.
4 Check phone dialtone.
5 Send email to self to check if email working.
6 Goto 1.



โดย: ปริเยศ IP: 61.91.145.188 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:13:38:39 น.  

 
อืม...เป็นกลวิธีโน้มน้าวใจคนให้หันมาทำบุญนั่งสมาธิได้ดีทีเดียวค่ะ..หวังว่าด้วยบุญกุศลที่เผยแพร่เรื่องดี ๆ ที่เล่า จะทำให้คุณประสบความสำเร็จนะคะ


โดย: Hello_Hello วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:19:00:08 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านครับ..

คุณปริเยศ ผมก็ทำตามเกือบทุกข้อนะ ฮาๆๆ ยกเว้นโทรศัพท์ เพราะไม่มีมือถือ :) ส่วนอีเมล์ ผมไม่ค่อยส่งหรอก แต่มีคนในเวป usnews ที่สมัครโปรแกรมเดียวกันส่งมาคุยเหมือนกัน (คนที่ท่าทางอาการหนักกว่า)

ปล.แฟนเพื่อนผม (คนที่เล่าในเรื่องนี้) ก็เรียน
ป.เอกอยู่ LSE เขาเล่าว่าเครียดมาก เพราะเป็นคนเรียนเก่งได้อันดับท๊อปของห้อง ได้ทุนจาก LSE ได้ลงสัมภาษณ์ในหนังสือมหาลัยและก็มีคนจับตามองมาก ต้องทำให้ดี เลยเครียด (ไม่เหมือนเรา อยู่ปลายแถวยังไม่ค่อยเครียดเลย ฮาๆๆ)

คุณ hello_hello..ผมเชื่อแบบนั้นจริง ๆ นะ แต่บางทีก็อาจจะไม่ดีก็ได้ เหมือนไปนั่งสมาธิเพื่อหวังผลหรือเพื่อ *ขอ* แต่ก็ต้องยอมรับว่าคิดแบบนั้นแหละ เราก็ปฏิบัติไปขอตั้งปรารถนาไปเรื่อย ทั้งทางโลก ทางธรรม ตามประสาปุถุชน

เรื่องมหาลัยนี้เป็นแค่เป้าหมายทางโลกอันหนึ่ง ซึ่งมันอาจจะไม่มีความสำคัญอะไรเลยก็ได้ในทางธรรมะ แต่ก็คิดว่าคงจะดีถ้าเราประสบความสำเร็จในทางโลกก่อน และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง

ปล.ไปตั้งกระทู้สามห้องรวด (ไกลบ้าน ห้องสมุด ราชดำเนิน) แนะนำเรื่องเวป video เพราะรู้สึกว่ามีประโยชน์มาก แต่ไม่รู้คนอื่นจะตื่นเต้นด้วยหรือเปล่าน่ะสิ


โดย: B.F.Pinkerton IP: 68.22.192.143 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:21:15:12 น.  

 
ต้องลองทำบ้างแหะ


โดย: แบ่งกันเซ็ง วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:21:27:30 น.  

 
ผม เชื่อในระดับนึงเรือ่งพวกนี้นะครับ แต่ไม่ได้เอามาเป็นตัวเลือกอะไรในการดำเนินชีวิตนะ


โดย: เด็กชายรอยยิ้มโทรศัพท์และน้ำตา วันที่: 20 มีนาคม 2548 เวลา:23:28:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

B.F.Pinkerton
Location :
Midway United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add B.F.Pinkerton's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.