Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 
จะตั้งใจเปลี่ยนนิสัยในการเล่นเวปบอร์ด


ปัญหาของเราคือ

1. เราชอบการถกเถียงในบางประเด็น ชอบจับผิดคน มีความสามารถพิเศษในการหาจุดอ่อนของผู้อื่น ยิ่งสามารถหาข้อเสียของฝ่ายตรงข้ามได้เท่าไร ยิ่งชอบใจ เวลาหาข้อมูลมาหักหน้าเขาได้

2. เราเป็นคนมีความอดทนต่ำในการ deal กับเรื่องราว หรือคนที่เราคิดว่างี่เง่าโง่เขลา

3. บางครั้งเราก็ชอบว่าคนเอามันส์ ไม่ได้รู้จักหรอก อ่านข่าวเห็นว่าน่าจะเลว ก็ด่า ๆ ไป เรื่องราวจริง ๆ เป็นอย่างไรก็ไม่รู้

4. หลายครั้งเราก็ชอบดูถูกคนอื่น...ทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งเราก็ถือตัว มีมานะสูง อาจจะเป้นการทำร้ายจิตใจคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ

5. สังเกตดูได้ว่าหลายครั้งที่มีเรื่องถกเถียงในอินเตอร์เนท จะทำให้เราฟุ้งซ่าน นั่งสมาธิไม่ดี รู้สึกผิด คงเป็นเพราะกรรมส่งผล และยิ่งเราบางทีก็ชอบไปทะเลาะกับคนอื่นก็รู้สึกถึงผลกรรมได้ ...เรื่องนี้เป็นปัจจัตตัง แต่กรรมมันจะส่งผลเป็นความฟุ้งซ่านและคิดถึงเรื่องราวพวกนั้น เวลานั่งสมาธิหรือในชีวิตประจำวัน ที่เรารู้สึกได้ จิตใจจะขุ่นมัวนะ

ุ6. ไม่รู้จะทำยังไงดี..สงสัยคงต้องเล่น webboard ให้น้อยลง เล่นห้องราชดำเนินให้น้อยลง ถกเถียงแบบใช้อารมณ์ให้น้อยลง พยายามให้ความเห็นแบบกลาง ๆ ไม่ไปเหยียบย่ำใคร หรือไม่ก็พยายามหาสาระให้มากขึ้น ไม่ไปเที่ยวทะเลาะเปิดประเด็นกับใคร ไม่ดูถูกใคร นั่งสมาธิให้นิ่งกว่านี้...

ึ7. หรือไม่ก็เขียน blog เป็นการระบายออกที่ดีกว่าไประบายในเวปบอร์ด เพราะอย่างน้อยก็คงจะไม่ไปว่าใคร ไม่ทำให้ใครเจ็บใจหรือเสียใจ ไม่มีความขัดแย้ง

เราคงจะต้องสังคายนาตัวเองเสียใหม่ เพราะรู้สึกกิเลสหนามาก ไปวัดมากี่หนก็ช่วยอะไรไม่ได้ ช่วยปฏิบัติเสร็จใหม่ ๆ ก็รู้สึกว่าดี จะไม่ทำอะไรไร้สาระ ไม่ด่าใคร อนูปวาโท แต่พออ่านเวปโน้นเวปนี้ ก็เผลอใจไปแจมกับเขาทุกที ค่อนข้างถือว่าแย่มาก...ต้องปรับปรุงตัวอย่างมโหฬาร อยากจะมีชีวิตที่มีระเบียบวินัย และก็ไม่ทำบาป ทำแต่กุศล จริง ๆ ทางโลกอื่น ๆ เราก็ไม่ได้ทำบาปอะไร จะมีก็แต่เรื่อง net นี่แหละ ชอบว่าเขาไปทั่วเลย สะท้อนใจจริง ๆ



อันนี้เป็นข้อเตือนใจจากเวปของคุณดังตฤณ (www.dungtrin.com) คนที่น่าเคารพมากที่สุิดคนหนึ่งในโลกออนไลน์ ครับ

ถาม – การเขียนข้อความหรือนำเสนอเนื้อหาอะไรผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝง ถือเป็นกรรมหรือไม่? เพราะไม่มีใครรู้จักชื่อเรา ไม่มีใครเห็นหน้าเรา ไม่มีใครได้ยินเสียงเรา เหมือนเราไม่มีตัวตน

ผมเห็นว่าคำถามนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องกรรมได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ยังนึกว่าการก่อกรรมเป็นเรื่องที่ต้องโชว์ตัว โชว์เสียง หรืออย่างน้อยก็ต้องมีชื่อแซ่ของเจ้าตัวปรากฏเป็นที่รับรู้เสียก่อน ความเข้าใจดังกล่าวนั้นคลาดเคลื่อนนะครับ กรรมนั้นคือเจตนา ต่อให้คุณนอนคิดร้ายอยู่บนยอดเขา ไม่มีใครเห็น คุณก็ทราบชัดอยู่แก่ใจ และสามารถสำเหนียกรู้สึกได้ว่าใจคุณดำมืดเพราะโดนเมฆหมอกอกุศลทาบทับแล้ว

สำหรับกรรมที่ทำอยู่ในใจจริงๆ มีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจคุณเองคนเดียวนั้น เรียกว่า ‘มโนกรรม’ สำหรับมโนกรรมนั้นจะสำเร็จสมบูรณ์เต็มขั้นในทันทีที่ตั้งใจคิดและมีความยินดีกับความคิดนั้น หากจะพูดว่ามโนกรรมคือกรรมที่ก่อแล้วยังไม่ทันส่งผลกระทบดีร้ายกับผู้อื่นก็คงได้ ตัวอย่างเช่นคุณคิดจะด่าเขา แต่ระงับใจไม่ด่า อย่างนั้นก็เป็นเพียงมโนกรรมอันเป็นอกุศล มีผลให้จิตคุณทุกข์ร้อนอยู่คนเดียว ยังไม่เป็นวจีกรรม ยังไม่มีเสียงกระทบหูใครให้ใจเป็นทุกข์ขึ้นมา

แต่หากคลื่นความคิดแรงจนทะลักรั้วกั้น หลุดจากสมองไปกระทบผู้อื่น ไม่ว่าจะทางภาษาพูดหรือภาษาเขียน ทำให้เขาเกิดความเข้าใจว่าคุณคิดอย่างไร ตรงนั้นจัดว่าเป็นวจีกรรมได้หมด พูดง่ายๆว่า ‘ภาษา’ นั่นเองคือเครื่องมือก่อวจีกรรมของมนุษย์

ฉะนั้นคุณจะแอบเขียนอะไรทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝงเฉพาะกิจ ไม่มีใครอื่นรู้เห็น ไม่มีใครรู้จักเลย แม้เพียงครั้งเดียวก็นับว่าสร้างวจีกรรมไปแล้วหนึ่งครั้ง และกรรมก็จะติดตามคุณเป็นเงาตามตัว ไม่ผิดต่างไปจากกรรมอื่นๆที่กระทำโดยเปิดเผยหน้าตาตัวตน เจตนาเกิดขึ้นที่จิตของคุณ กรรมก็เกิดที่จิตของคุณเช่นกัน เพราะกรรมคือเจตนา เจตนาคือกรรม ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าบุคคลคิดแล้วจึงก่อกรรมทางกาย วาจา ใจ

อินเตอร์เน็ตเปิดโอกาสให้เราเห็นอะไรหลากหลายจริงๆ แม้แต่การทำงานของกรรม อย่างเช่นที่ผมรู้จักหลายๆคน เห็นกรรมทางวาจาของเขาในเบื้องต้น แล้วได้เห็นพัฒนาการหรือความเสื่อมทรามทางจิตใจในเวลาต่อมา เป็นไปตามวิธีคิดเขียนให้ดีให้ร้ายแก่ผู้อื่น

ผู้ก่อความวุ่นวาย นานไปย่อมมีจิตใจที่วุ่นวาย ปั่นป่วนเหมือนพายุ และแสดงแนวโน้มที่จะฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปในเรื่องเหลวไหล พูดจาจับต้นชนปลายไม่ติดมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้ก่อกระแสความเยือกเย็น นานไปย่อมมีจิตใจเยือกเย็น สงบราบคาบผาสุก และแสดงแนวโน้มที่จะแน่วนิ่งหนักแน่นในเรื่องเป็นเหตุเป็นผล พูดจามีต้นมีปลายมากขึ้นเรื่อยๆ

บอกได้เลยครับว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตนั้น อาจจะให้ผลเร็วและแรงเสียยิ่งกว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงเสียอีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร? เพราะบนอินเตอร์เน็ตอาจมีผู้รับคำพูดของคุณจำนวนมาก ขอให้ลองนึกดู หากคุณพูดเบาๆว่า ‘ไอ้โง่’ ก็อาจมีคุณคนเดียวในโลกที่ได้ยินเสียงอกุศลของตัวเอง แต่ถ้าคุณพิมพ์คำว่า ‘ไอ้โง่’ ลงในกระทู้ของเว็บบอร์ดที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมคับคั่ง คุณไม่มีทางปรับให้ดังหรือเบาได้ตามใจชอบได้เลย คุณทำอกุศลกรรมกับคนแบบไม่เลือกหน้าเข้าแล้ว คำด่านั้นอาจทำให้คนนับพันนับหมื่นเกิดความแสลงใจ ความแสลงใจของคนนับไม่ถ้วนนั่นแหละ จะย้อนกลับมาก่อเหตุให้คุณแสลงใจยิ่งกว่าพวกเขาได้

ผมเห็นแล้วนึกเสียดายครับ หลายคนยังเป็นเด็ก และมีความสนุกที่จะขีดเขียนข้อความฝากไว้ในอินเตอร์เน็ตด้วยความคึกคะนอง บางทีไม่รู้ตัวเลยว่าเอาอนาคตมาทิ้งเสียด้วยการสนทนาแบบไร้หน้าไร้เสียงนี่เอง

โอกาสก่อกรรมในยุคไอทีของพวกเรานี้ มีได้เป็นร้อยเป็นพันเท่ามากกว่ายุคอื่นครับ กระดิกนิ้วง่ายๆไม่กี่ที ผลอาจใหญ่หลวงยิ่งกว่าพยายามพูดในห้องประชุมใหญ่หลายๆอาทิตย์เสียอีก หากจิตตั้งไว้ดีแล้วก็สบายตัวไป แต่หากจิตยังตั้งไว้ในมุมมืด อย่างนั้นก็คงน่าเป็นห่วงหน่อยล่ะ

http://dungtrin.com/newsletter/prepare023.2.htm



ปล1.เราอยากใช้ความสามารถของเราในทางสร้างสรรค์ได้แบบพี่ตุลย์จัง ไม่อยากเอามาใช้ในการต่อสู้ คาดคั้น ทะเลาะกับใคร
ปล2. เราจะเลิกอ่านซ้อเจ็ด และเวปที่ด่ากันใน manager.com
ปล3. เราจะเลิกด่าคนในราชดำเนิน
ปล.4 เราจะเลิกเขียนเรื่องการเปรียบเทียบ สถาบัน ในห้องไกลบ้าน เพราะคงทำให้เกิดการถกเถียงด่าทอกันต่อไป ถ้าจะเขียนก็จะเป็นเชิงให้ข้อมูลอย่างเดียว
ปล.5 เราจะพยายามใช้สำบัดสำนวนในการเขียนในเชิงเสียดสี ส่อเสียด satire, cynic, insinuation ทั้งหลายแหล่ ให้น้อยลง (ประเภทหลอกด่าแบบผู้ดี ๆ น่ะ หลอกด่าคนอื่นว่าโง่)
ปล.6 บาปกรรมน่ากลัว...วจีกรรม มโนกรรม...ในอนาคตเราคงโดนกรรมตามสนอง เผื่อได้สัมภาษณ์ลงใน manager คงโดนคนด่า เตรียมใจไว้เลย

สุดท้ายขออโหสิกรรมกับทุกท่านที่เราเคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจผ่านทางการเขียนด้วยครับ ...


Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2548 9:21:44 น. 6 comments
Counter : 200 Pageviews.

 
ผิดกับเราอ่ะ...เราไม่ชอบเถียงกับใคร...
ถ้าเราบอกสิ่งที่เราคิดไปแล้ว...เค้าไม่ัฟัง..เราก็ไม่สนใจแล้ว

ถ้าเราไม่พอใจ...เราก็จะหยุดพูด เฉยๆ..หรือไม่ก็เดินหนีไปเลย..
...
เวลาเค้าเถียงกันทางเว็บบอร์ด...เราก็เฉยๆ อ่ะ..
เค้าเรียกพวกไม่มีความคิด ไม่มีแนวของตัวเองใช่ป่ะเนี่ย...


โดย: ซีบวก วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:9:13:50 น.  

 
ไม่ชอบเถียงกะใครค่ะ
เพราะเราจะพูดไม่รู้เรื่อง
ฮา


โดย: ตุ๊กตารอยทราย วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:13:14:33 น.  

 
ซีบวก,ตุ๊กตา ฯ ...ก็ดีนะไม่เถียงกับใคร ผิดกับผมชอบเถียง เดาว่าคงเป็นเพราะเป็นคนใต้หรือเปล่านะ คนใต้ชอบคุยเรื่องการเมือง สังคม ถกเถียง เป็นวัฒนธรรม บางทีเราก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน เถียงกันไปมา เอาปืนมายิงกันก็บ่อยนะ คนบ้านผมอ่ะ น่ากลัวกว่าผมเยอะ (ผมนี่แบบกลายพันธุ์มากแล้ว)

จริง ๆ เถียงได้ครับ ถกเถียง discussion มันก็ดี แต่บางทีเราก็ใช้อารมณ์มากเกินไป ก็จะทำให้จิตตัวเองตก แต่นี้ไปจะพยายามดูว่าถ้าเราคุยแล้วจิตตก ก็จะเปลี่ยนโทนในการพูดจาหรือแสดงความเห็นลง...เถียงได้แต่ไม่ไปว่าใคร..

ปล. รู้สึกอารมณ์เดียวกับตอนชูวิทย์ประกาศทุบอ่างเลย ฮา ๆ ๆ ๆ แล้วขอเกิดใหม่ในทางการเมือง..เสี่ยอ่างตายแล้ว!!! ..ส่วนเราของเปลี่ยนนิสัยใหม่ในการเล่นอินเตอร์เนท


โดย: B.F.Pinkerton วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:19:27:04 น.  

 
ที่จริงถกเถียงก็ดีนะ แต่เถียงแบบมีนำใจอ่ะค่ะ คือเปิดใจกว้างยอมรับความคิดคนอื่นด้วย แล้วก็ไม่ดูถูกคนอื่น ก็น่าจะทำให้เถียงกันได้อย่างสนุกนะ แล้วก็ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วยว่าเราอยู่ตรงจุดไหนกันแน่--มีประโยชน์ดีออก

เราไม่ค่อยได้สร้างกรรมทางเน็ตเท่าไหร่ แต่จะมาร่วมในการเลิกก่อกรรมทางอื่นๆด้วยค่ะ :-)



โดย: yodmanud^ying IP: 81.155.12.24 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:21:08:54 น.  

 
สาธุครับ

ได้ข้อคิดดี


โดย: ไอติมถั่วแดงโฟร์โมสต์ IP: 203.170.229.241 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:17:22:02 น.  

 
ชอบเหมือนกัน ยิ่งให้คนด่ายิ่งชอบ
แต่ไม่ค่อยด่าคนอื่นหรอก ไม่ค่อยดูถูก
แต่ถ้าใครดูถูกมา ก็ทำกลับ แค่นั้นแหละ
ไม่จริงจังไรมาก

ในเนตเล่าเรื่องไป โดนเค้าด่า
แต่เรื่องจริง ไม่เห็นมีใครด่า


โดย: ~amily~ IP: 24.131.138.157 วันที่: 11 มีนาคม 2548 เวลา:12:04:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

B.F.Pinkerton
Location :
Midway United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add B.F.Pinkerton's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.