สุดแต่ใจจะไขว่คว้า สุดแต่ใจจะไขว่คว้า สุดแต่ใจจะไขว่คว้า
=สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ^_^ สุดแต่ใจจะไขว่คว้า=
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
28 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

ยิว เผ่าพันธุ์ยอดทรหด

อารยธรรมทุกอย่างในโลกนี้เมื่อมีความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดก็ต้องมีการล่มสลาย เป็นวัฏจักรมาช้านานแล้ว     Everything that has beginning has an end

ในอดีตไม่มีพลังอำนาจใดคงอยู่อย่างถาวรทุกอย่างเมื่อถึงเวลาก็จะล่มสลายไปเช่น
อียิปต์เมื่อเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดสร้างปิรามิดสร้างสิ่งก่อสร้างแผ่ขยายอำนาจที่สุดก็ต้องล่มสลาย
อารยธรรมกรีกแผ่ขยายอำนาจเข้ามาสู่เอเอชียแถบอาหรับผลสุดท้ายเมื่อถึงเวลาก็ต้องล่มสลาย
และการล่มสลายของจักรวรรดินาซีเยอรมันเมื่อถึงเวลาไม่สามารถต่อต้านศัตรูได้ก็ล่มสลายไป
หรือแม้แต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตประเทศที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกผลสุดท้ายก็ต้องล่มสลายไปจนได้

ปัจจุบันนี้ศูนย์กลางของพลังอำนาจในปัจจุบันอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแทบจะเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะเป็นเศรฐกิจการเมืองการทหารสงครามวัฒนธรรมศิลปะหรือแม้แต่ดนตรีของอเมริกา
มีแฝงตัวอยู่ในทุกหนทุกแห่งบนโลกนี้ แล้วเมื่อไหร่ละเมื่อไหร่กันที่สิ่งเหล่านี้จะล่มสลายไปซะทีเหมือนทุกๆพลังอำนาจและทุกๆอารยธรรมในอดีตที่เคยล่มสลายไป
(www.pantip.com:หมื่นเทพยุทธจอมราชันณ์)

ยิว เผ่าพันธุ์ยอดทรหด 

ในบรรดาเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ของมนุษย์ชาติที่อุบัติขึ้นมาบนโลกใบนี้ ว่ากันว่า ยิว คือเผ่าพันธุ์ที่เฉลียวฉลาด ขยันขันแข็ง กล้าแกร่งอดทนและยิ่งใหญ่ที่สุดเผ่าพันธุ์หนึ่งของโลก นักการเมือง นักปรัชญา นักการศึกษา นักวิทยาศาสตร์ ผู้นำศาสนา และบุคคลสำคัญ ๆ ของโลกหลายคนล้วนแต่เป็นคนเชื้อชาติ ยิวทั้งนั้น 

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ชนชาติยิวยิ่งใหญ่ สามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบันนี้ ทั้ง ๆ ที่ถูกกดขี่ข่มเหง ถูกฆ่าฟันล้างเผ่าพันธุ์มานับครั้งไม่ถ้วน ถ้าอยากรู้เชิญติดตามผมมาซิครับ…. 

แต่เริ่มเดิมที “ยิว” เป็นขนกลุ่มน้อยที่เคยอามัยอยู่ในบริเวณแม่น้ำไทกริสยูเฟรติส (หรือดินแดนเมโสโปเตเมียแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลก) ต้นกำเนิดของยิวจริง ๆ จะเป็นมาอย่างไรไม่มีใครทราบ แต่เท่าที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ (คัมภีร์เก่าของยิว) พบว่าเมื่อประมาณ 1800 ปีก่อนคริสต์กาล มีชายผู้หนึ่งนามว่า “เทราห์” เป็นหัวหน้าเผ่าได้ฝันเห็นพระเจ้าและสั่งให้เขาพาลูกหลานชาวยิว อพยพออกจากเมืองเออร์ (Ur) ในดินแดนคาลเดีย ข้ามแม่น้ำยูเฟรติสไปยังดินแดนแห่งน้ำผึ้งน้ำนมที่พระเจ้าสัญญาว่าจะประทาน ให้ แผ่นดินที่ว่านี้ก็คือ “คานาอัน” หรือ “ปาเลสไตน์” นั้นเอง (ปัจจุบันคืออิสราเอล เลบานอนและจอร์แดนบางส่วน” 

อันว่าความเชื่อใดเลยจะเหนียวแน่นและฝังรากลึกได้เท่ากับความเชื่อในศาสนา โดยเฉพาะชาวยิวที่เชื่อว่า “พระยะโฮวาห์” คือพระเจ้าเที่ยงแท้แต่องค์เดียว ผู้มีบทบาทอยู่ในทุกแง่มุมของชีวิตตั่งแต่เกิดจนตาย อาศัยความเชื่อนี้เองที่ทำให้ชาวยิวรวมเป็นหนึ่งเดียว และ กลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา ในคัมภีร์กล่าวไว้ว่า เมื่อพระเจ้าสั่งให้พวกเขาออกจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปยังดินแดนใหม่ที่ไม่เคย รู้ไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขาก็ต้องปฏิบัติตาม ทั้ง ๆ ที่การอพยพโยกย้ายถิ่นฐานจากลุ่มแม่น้ำยูเฟรติสไปสู่ดินแดนใหม่ไม่ใช้เรื่อง ง่ายเลย 

ท่านผู้อ่านลองนึกภาพดูว่าพวกเขาต้องหอบลูกจูงหลาน บริวารคนใช้ขนสัมภาระพร้อมฝูงสัตว์ร่อนแร่ไปตามทะเลทรายที่แห้งแล้ง ค่ำไหนนอนนั้น และหากพบว่าที่ใดมีน้ำและหญ้าเพียงพอสำหรับฝูงสัตว์ ก็จะพากันตั้งกระโจมพำนักอยู่จนกระทั้งน้ำและหญ้าหมดไป จึงจะโยกย้ายเดินทางกันต่อไป ดูไปก็คล้ายผีตองเหลืองในภาคเหนือของเราเลย แต่เพราะความเชื่อในพระเจ้าอย่างเหนียวแน่น พวกเขาก็สามารถเข้าไปถึงดินแดน คานาอันได้สำเร็จซึ่งก็กินเวลาไปถึงสามชั่วคน นั้นคือตั้งแต่อับราฮัม อิสอัค และยาคอบ 

ตลอดระยะเวลาของการรอนแรมอยู่กลางทะเลทรายนั้น แน่นอนเหลือเกินว่าธรรมชาติของความแห้งแล้งของทะเลทรายนั้น คงจะสอนให้พวกเขามีความทรหดอดทน เข้มแข็ง และมั่นคงในพระเจ้ายิ่งกว่าชนชาติอื่นใด ซึ่งต่อมาเราจะพบว่ายิวนั้นทำอะไรก็ดีไปเสียหมดไม่ว่าจะเป็นนักรบก็เป็นนัก รบที่แกร่งกล้า หรือเป็นพ่อค้าก็เป็นพ่อค้าที่ขยันขันแข็งจนคนทั่วโลกต้องอิจฉา และอื่น ๆ อีกมากมาย 

กลับมาที่เรื่องการอพยพของชาวยิวต่อ หลังจากเข้าไปอยู่ในดินแดนคานาอันได้ไม่ทันเท่าไหร่ ต่อมาประมาณปี 1700 ก่อนคริสต์กาล ชาวยิวก็ต้องมีอันโยกย้ายกันอีกครั้งหนึ่งคราวนี้เป็นการโยกย้ายไปอยู่ใน ประเทศอียิปต์ สาเหตุที่ต้องทำการย้ายก็เพราะมีลูกหลานชาวยิวคนหนึ่งชื่อ “โยเซฟ” (บุตรของยาคอบ) ไปได้ดิบดีที่นั้น โยแซฟเลยได้พาพี่น้องชาวยิวของพวกเขาเข้าไปตั้งหลักแหล่งทำมาหากินอยู่ใน แผ่นดินอียิปต์ และด้วยความเฉลียวฉลาด ขยันขันแข็ง ทรหดอดทน นับวันชาติยิวก็ยิ่งรุ่งเรืองและมีจำนวนมากขึ้น จนกระทั้งฟาโรห์รามเสสที่ 2 ในสมัยนั้นเห็นว่าหากปล่อยให้ชาวยิวเป็นอิสระอย่างนี้ เกรงว่าสักวันชาวยิวอาจจะลุกฮือกันขึ้นมายึดบ้านครองเมืองของตนเป็นแน่แท้ 

คิดได้ดังนั้นฟาโรห์รามเสสที่ 2 จึงได้ออกอุบายกำจัดชาวยิว โดยตอนแรกให้ใช้งานหนักเยี่ยงทาส ให้อาหารแต่น้อย กดขี่ขมเห่ง เฆี่ยนตี บังคับให้สร้างพระราชวังและปีรามิดที่ใหญ่โต แต่พอสั่งปฏิบัติไปแล้วก็เห็นว่าวิธีการนี้ให้ผลช้าเกินไป จึงคิดแผนการให้ชั่วร้ายกว่านั้นอีก โดยสั่งฆ่าทารกเพศชายของชาวยิวทุกคนไม่มีเว้น ด้วยหวังว่าจะทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิวให้สิ้นซากนั่นเอง 

ท่ามกลางเสียงร่ำไห้และการถูกเบียดเบียนข่มเหงนั่นเอง ในราวปี 1250 ก่อนคริสตกาล ชาวยิวก็มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย เขาผู้นี้คือ “โมเสส”(เพื่อน ๆ สามารถอ่านเรื่องของโมเสสได้ในเรื่องลึกลับของ Bangkokboy ครับ) โมเสสได้มาช่วยชาวอียิปต์ให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของอียิปต์ได้สำเร็จ(ด้วย วิธีการต่าง ๆ นา ๆ ด้วยฤทธิ์ของพระเจ้า เหมือนที่เราเห็นในภาพยนต์เรื่องบัญญัติ 10 ประการ) และนำชาวยิวเดินผ่านทะเลทราย มุ่งหน้าสู่แผ่นดินคานาอันอีกครั้งหนึ่ง และในช่วงนี้เองที่โมเสสได้รับบัญญัติ 10 ประการจากพระเจ้าที่ภูเขาซีนาย (มีเรื่องเล่าว่า ฮิตเลอร์จอมเผด็จการของเยอรมันก็ออกสืบค้นหาหีบบัญญัตินี้ เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งศักสิทธิสามารถช่วยให้ชนะสงครามได้) ซึ่งต่อมากลายเป็นหลักธรรมปฏิบัติสำหรับชาวยิวและลูกหลานสืบต่อกันมาอย่าง เคร่งครัด 

ประมาณปี 1200 ก่อนคริสตกาลชาวยิวก็สามารถตั้งหลักแหล่งอยู่ในแผ่นดินคานาอันได้อย่างถาวร และเริ่มมีการปกครองแบบ “ระบบผู้วินิจฉัย” อันเป็นต้นแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เราใชักันอยู่ทุกวันนี้ แต่หลังจากนั้นชาวยิวก็เปลี่ยนระบบการปกครองเป็นแบบกษัตริย์โดยมี “ซาอูล” เป็นกษัตริย์องค์แรกของพวกเขา ในภายหลังซาอูลมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจึงถูกปล่อดจากตำแหน่งและมีการเลือก “เดวิด”(ผู้ฆ่ายักษ์) ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน จะสังเกตว่ากษัตริย์ของชาวยิวนั้นไม่ใช่สมมติเทพเหมือนชาติอื่น ๆ แต่กลับเป็นคนธรรมดาที่ถูกเลือกขึ้นมาเพื่อปกครองบ้านเมืองและช่วยชาติให้ พ้นจากความทุกข์ยาก 

ยุคของกษัตริย์ดาวิดนั้นถือว่าเป็นยุคที่รุ่งเรื่องที่สุดก็ว่าได้ เพราะกษัตริย์ดาวิดเป็นกษัตริย์ที่ทรงคุณธรรม และมีความเก่งกล้าสามารถทำให้อาณาจักรยิว ขยายออกไปมากมาย แต่ก็เป็นธรรมดานั้นแหละเมื่อมีแผ่นดินกว้างใหญ่ก็เป็นการยากที่จะดูแลทั่ว ถึง อาณาจักรของยิงจึงได้มีการแบ่งแยกดินแดนเป็นสองภาคคือ อิสราเอล (ภาคเหนือ)และยูดาห์(ภาคใต้) โดยอิสราเอลมีเมืองหลวงคือ เชเคม ทีรชาห์ และสะมาเรียตามลำดับ ส่วนยูดาห์มีเมืองหลวงชื่อ ยูเดียและกรุงเยรูซาเล็ม 

คงจะเป็นเพราะการแบ่งแยกดินแดนกันนี่เอง ทำให้ต่อมาชาวยิวจึ่งไม่ค่อยจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนัก โดยเฉพาะยุคหลังจากกษัตริย์ซาโลมอนแล้ว อิสราเอล และยูดาห์ก็รบพุ่งกันเองเป็นเวลานานถึง 100 ปีที่เดียว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชาวยิวจะมีอาณาจักรเป็นของตัวเองแล้วก็ตามแต่เนื่องจากดินแดนคานาอัน นั้น เป็นเสมือนรอยต่อของสามทวีปคือ ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ดังนั้นหากประเทศใดได้ครอบครองเหนือปาเลสไตน์ก็เท่ากับได้ครองสามทวีป ด้วยเหตุผลนี้ประเทศอิสราเอลที่พวกยิวอาศัยอยู่นั้นจึงไม่สามารถรอดพ้นปาก เหยี่ยวปากกาไปได้ 

โดยเมื่อปี 721 ต่อคริสตกาล “อัสซีเรีย” ได้ยกทัพเข้ามาตีเมืองสะมาเรียและยูดาห์ และยึดครองได้หลายปีต่อมาเมื่ออัสซีเรียล่มสลายลง “บาบิโลน” ก็ขึ้นมามีอำนาจแทน และบุกเข้ายึดกรุงเยรูซาเล็มเมื่อปี 598 ก่อนคริสตกาล พร้อมกับจับชาวยิวเป็นเชลยศึกมากมาย และแต่งตั้งกษัตริย์หุ่นขึ้นเพื่อปกครองเมืองแทน แต่ชาวยิวที่เหลือก็ลุกฮือกันขึ้นจับกษัตริย์ที่บาบิโลนส่งมาปกครองฆ่าทิ้ง เสีย ซึ่งก็เป็นเหตุให้กษัตริย์เนบูชัด เนซซาร์แห่งบาบิโลนสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวทั้งหมด พร้อมทั้งกวาดต้อนชาวยิวที่เหลือไปเป็นทาสในบาบิโลน

เมื่ออำนาจของบาบิโลนเสื่อมลง “เปอร์เซีย”ก็เข้ามามีอำนาจแทน ในสมัยนี้กษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียได้ให้อิสระแก่ยิวเป็นอันมาก โดยอนุญาตให้พวกเขากลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มได้เพื่อบูรณะเมืองและพระวิหาร ขึ้นมาใหม่จนกระทั้งปี 515 ก่อนคริสตกาล เมืองใหม่ก็สำเร็จ อาณาจักรยูดาห์ของชาวยิวก็กลายเป็นเมืองขึ้นของชาวเปอร์เซียไป โดยมีมหาปุโรหิตเป็นผู้ปกครอง แต่ต่อมาไม่นาน พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่ง

กรีก ก็สามารถพิชิตอาณาจักรเปอร์เซียลงได้ ยิงต้องตกมาอยู่ในอำนาจของกรีกแทน จะเห็นว่าชาวยิวไม่เคยมีอิสระเป็นของตนเองเลย ดู ๆ ไปแล้วชนชาตินี้เหมือนถูกสาปมาให้เป็นทาสคนอื่นตลอดเวลา

กลับมาที่สมัยกรีกยึดครองยิวกันต่อ ในสมัยนี้ได้มีการก่อตั้งเมืองอเล็กซานเดียร์เพื่อเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม ศิลป์ การศึกษา การค้า ฯลฯ ชาวยิวเองก็มีอิสระในการทำมาค้าขาย และก็ได้รับวัฒนธรรมกรีกเข้ามา ทำให้ลูกหลานยิวภายหลัง บางคนไม่สามารถพูดภาษาฮีบรูอันเป็นภาษาของตนได้ ทำให้พวกยิวที่เป็นชาตินิยมไม่พอใจและเป็นห่วงอนาคตของเผ่าพันธุ์ได้มีการ จัดตั้งกองทัพประชาชนที่ชื่อว่า “แมคคาบี” เพื่อต่อต้านกรีก และได้ทำการฆ่าพวกข้าราชการที่กรีกส่งมาบริหารงาน จึงเป็นชนวนให้เกิดสงครามระหว่างกรีกกับยิว จนในที่สุดปี 165 ก่อนคริสตกาลยิวก็สามารถเอาชนะกรีกได้และสามารถตีเอานครเยรูซาเล็มกลับคืนมา จากกรีกได้สำเร็จ ในปี143 ก่อนคริสตกาลราชอาณาจักรยูดาห์ก็ได้รับการสถาปนาให้เป็นเอกราช ชาวยิวจึงมีอิสระภาพกันอีกครั้ง ในรอบหลายร้อยปี

แต่อย่างไรก็ตามแม้จะได้รับอิสระภาพมาแล้ว แต่ก็เกิดการแตกแยกภายในอาณาจักรยิวเองโดยแบ่งพรรคแบ่งพวคเป็น 3 พรรค ได้แก่ พวกธรรมาจารย์ พวกนี้จะเคร่งครัดศาสนา และบทบัญญัติของโมเสสและรอคอยการมาของ พระแมสไซอาห์ (ผู้กอบกู้ชาวยิวให้เป็นอิสระ) อีกพวกหนึ่งคือ พวกฟาริสี พวกนี้จะเป็นชาตินิยม ต่อต้านกรีก และพวกสุดท้าย พวกสะดูสี พวกนี้จะเป็นพวกนิยมกรีก ความขัดแย้งใน 3 กลุ่มนี้นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นจนในที่สุดก็ได้เกิดเป็นสงครามกลางเมือง รบพุ่งกันเองระหว่างพวกฟาริสีและพวกสะดูสี

ในขณะที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวายแตกแยกกันอยู่อย่างนั้น ประมาณปี 63 ก่อนคริสตกาล “โรมัน” ก็เริ่มมีอำนาจขึ้นมาแทนกรีก โรมันได้เข้ามายึดครองอาณาจักรยูดาห์ที่กำลังแตกแยกอยู่นั้น และเปลี่ยนชื่อให้เป็น ยูเดีย มิหนำซ้ำยังบอกว่าเป็นแค่แคว้น ๆ หนึ่งของอาณาจักรโรมันเท่านั้นเอง พร้อมทั้งแต่งตั้งข้าหลวงมาปกครอง โดยในปีที่ 44 ก่อนคริสตกาลเป็นสมัยที่ จูเลียสซีซาร์ครองอาณาจักรโรมันเขาได้แต่ตั้งเฮโรด (มหาราช) เป็นกษัตริย์ปกครองชาวยิวในแคว้นยูเดียและสะมาเรีย(ทั้งอิสราเอลเหนือและ ใต้)

ต่อมาในปี 31-14 ก่อนคริสตกาล จักรพรรดิ์ซีซาร์ ออกัสได้ขึนครองราช จักรพรรดิ์ผู้นี้เป็นผู้นิยมวัฒนธรรมกรีกเป็นอันมาก ต้องการให้วัฒนธรรมกรีกครองอาณาจักรโรมันจึงได้มีการสร้างวิหาร โคลอสเซี่ยม โรงละคร และสถาปัตยกรรมอื่น ๆ มากมาย และเป็นสมัยนี้นี่เองที่ได้มีการสั่งให้ผลเมืองที่อยู่ในปกครองของโรมันทุก คน ต้องไปจดทะเบียนสำมะโนครัวที่บ้านเกิดเมืองนอนของตน

และในที่สุดเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ก็บังเกิดขึ้น เมื่อประมาณ 6-4 ปีก่อนคริสตกาล ได้มีทารกน้อยผู้หนึ่งเกิดขึ้นที่หมู่บ้านเบ็ทเลแฮม ในแคว้นยูเดีย ทารกน้อยนี้มีชื่อว่า “เยซู” ซึ่งสามสิบปีต่อมาได้ออกเทศนาและป่าวประกาศว่าเป็นบุตรของพระเจ้า เกิดมาเพื่อช่วยให้มนุษย์ให้รอด และเล่าลือกันว่าเขาสามารถทำสิ่งอัศจรรย์ต่าง ๆ ได้จนมีผู้ติดตามไปเป็นศิษย์มากมาย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เขาเกิดในยุคสมัยที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวายตกเป็น เมืองขึ้นของต่างชาติ มีการตั้งกลุ่มเพื่ออนุรักษ์ความเชื่อเดิม แต่สิ่งที่พระองค์สอนกลับตรงข้ามกับความเชื่อเดิมและวัฒนธรรมเก่า ๆ ที่เคยสอนกันมา ดังนั้น 3 ปีต่อมาพระองค์ถูกจับกุมและถูกชาวยิวบางกลุ่มตัดสินประหารชีวิต โดยการถูกตรึงบนไม้กางเขนเยี่ยงนักโทษ แต่หลังจากนั้น 3 วันก็มีคนเล่าลือกันว่า พระเยซู ได้กลับคืนชีพ มีพยานพบเห็นมากมาย และสุดท้ายได้เสด็จกลับสู่สวรรค์ต่อหน้าต่อตาลูกศิษย์ขององค์มากมาย หลังจากนั้นลูกศิษย์เหล่านั้นก็เริ่มออกประกาศข่าวและคำสอนไปทั่วโลก จนทำให้ศาสนาคริสต์กระจายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

แต่แล้วในสุดเมื่อปี ค.ศ. 66 ชนชาติยิวก็ต้องมีอันสลายอีกครั้งหนึ่ง เมื่ออาณาจักรโรมันเป็นว่ายิวลุกฮือกันขึ้นทำสงครามกับพวกตน โรมันได้บุกเข้าทำลายกำแพงเมืองเยรูซาเล็มจนราบเรียบ กวาดล้างชาวยิวจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนกระจัดกระจายไปอยู่ทั่วโลกตั้งแต่บัด นั้นเป็นต้นมา แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าชาวยิวจะพากันอพยพไปอยู่ประเทศใด แต่ยิวก็คือยิว นั่นคือมีความเชื่อมันในศาสนาของตนอย่างเคร่งครัด มีความรักใคร่สามัคคีในหมู่พี่น้องตน มีความรักชาติรักแผ่นดินอย่างเหนียวแน่น และที่สำคัญชาวยิวที่อยู่ต่างถิ่นทุกคนมีความหวังเหมือนกันว่า สักวันหนึ่งพวกเข้าจะต้องกลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิดของพวกเขาให้ได้

ดังนั้น เราจึงเห็นว่าในประเทศต่าง ๆ ที่ชาวยิวอาศัยอยู่ จะมีการรวมกลุ่มจัดตั้ง “องค์กรไซโอนิสม์” ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินและสนับสนุนให้มีการตั้งประเทศของตนขึ้นมา และแล้วในวันที่ 14 พฤษภาคม 1948 ความฝันของพวกเขาก็เป็นจริง เมื่อเดวิด เบน คูเรียน นายกรัฐมนตรีชาวยิวได้ประกาศอิสรภาพให้แก่ชาวยิว และสถาปนาประเทศของชาวยิวขึ้นมาใหม่ ประเทศนี้มีชื่อว่า “ประเทศอิสราเอล” ในปัจจุบันนี้เอง

เป็นอย่างไรบ้างครับ เห็นชีวิตของชนชาติยิวเป็นอย่างนี้ คงจะทึ่งในความอดทนทรหดของพวกเขา ที่แม้จะถูกขดขี่ ข่มเหงจากรอบด้าน แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังบากบั่นและสู้ทน จนสามารถมีดินแดนเป็นของตนเอง และเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ชาติหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก แล้วอย่างนี้พวกเราจะไม่เรียกพวกเขาว่าเผ่าพันธ์ทรหดหรือ 

http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/Y2991235/Y2991235.html 





 

Create Date : 28 ธันวาคม 2555
0 comments
Last Update : 28 ธันวาคม 2555 13:28:06 น.
Counter : 766 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


bestyx
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





เป็นคนเรียบง่าย สบาย ๆ ..คิดอะไรได้ช้า.. คิดไม่ค่อยทันคนอื่น...เขียนอะไรไม่ค่อยเป็น... เลยต้องหาสิ่งที่คนอื่นคิด สิ่งที่คนอื่นเขียน มาเก็บรวบรวมไว้อ่าน เพื่อให้ตนเองได้ฉลาดขึ้น เป็นคนที่ไม่ชื่นชอบหรือหลงใหลสิ่งใดเป็นพิเศษ ..แต่ก็ค้นหาหาไปเรื่อยๆ.. จนกว่าได้จะพบเจอ....แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งค้นหาก็ .."ยิ่งยาก".. ที่จะพบ เพราะโลกกว้างใหญ่เกินไปที่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะเรียนรู้ได้หมด

การเรียนรู้ เป็นการศึกษาตลอดชีวิต
Friends' blogs
[Add bestyx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.