สุดแต่ใจจะไขว่คว้า สุดแต่ใจจะไขว่คว้า สุดแต่ใจจะไขว่คว้า
=สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ^_^ สุดแต่ใจจะไขว่คว้า=
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
13 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 

The Matrix Reloaded

 The Matrix Reloaded...
(เป็นหนังที่ผมดูแล้ว ไม่รู้เรื่อง ดุแล้วหลับในโรงหนัง เลยขออนุญาตินำบทวิเคราะห์ของท่านผู้รู้จากเวบพันทิป  มาใส่ในblog นี้ สักวัน ผมจะเอาแผ่นมาดูอีกสักรอบครับ )

*************************************

หนังเริ่มต้นด้วยความฝันของนีโอที่เห็นการตายของทรินิตี้ เพียงแต่สิ่งที่นีโอเห็นนั้นยังไม่ "ชัดเจน" นักซึ่งทำให้นีโอมีความกังวลว่าจะสูญเสียทรินิตี้ไป ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของยานแต่ละลำประชุมกันใน matrix เนื่องจากตรวจสอบพบว่า machine city พบที่ตั้งของไซออน (ผมเข้าใจว่าที่ machine city รู้ตำแหน่งของไซออนได้เพราะ agent น่าจะจับกัปตันจากยานลำใดลำหนึ่งและบังคับให้บอกตำแหน่งของไซออน เหมือนกับที่มอร์เฟียสถูกจับ (ในภาคแรก) และฉีดยาเพื่อบังคับให้บอกที่ตั้งของไซออน) และได้ส่งเซนทิเนล 4 แสนตัวพร้อมกับเครื่องเจาะเพื่อเจาะลงไปทำลายไซออน โดยมีคำสั่งจาก "ผู้บัญชาการล็อค" ให้ยานทุกลำกลับไปที่ไซออนเพื่อต่อต้านการบุกของเซนทิเนล แต่มอร์เฟียสกลับต้องการให้มียานหนึ่งลำ stand by เพื่อรอการติดต่อของ "เทพพยากรณ์" เพราะมอร์เฟียสเชื่อว่าการทำนายของเทพพยากรณ์จะนำพาให้สงครามสิ้นสุด แต่ยานเนบูคาร์เนซาร์จำเป็นต้องกลับไปที่ไซออนเพื่อชาร์จพลัง ซึ่งการกระทำของมอร์เฟียสเป็นการขัดขืนคำสั่งอย่างชัดเจน แต่ "กัปตันไนโอบี" แห่งยานโลโกสสนับสนุนความคิดของมอร์เฟียส
-----------------------------------------

ตามเนื้อเรื่องในช่วงแรกได้เล่าว่ามนุษย์กลุ่ม สุดท้าย และมีการมาของผู้ปลดปล่อยรุ่นแรก ได้หลบหนีไปสร้างไซออน นครใต้ดินซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายของมนุษย์ แต่มีข้อเท็จจริงภายหลังที่ขัดแย้งกับเรื่องเล่านี้ รวมถึงพวกบนยานที่คิดว่านี่เป็นปี 21xx แต่แท้จริงเมทริกซ์อาจจะดำเนินมายายนานกว่านั้นนับร้อยปี ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าต่อไป
***

เนื้อเรื่องในช่วงหลังได้มีคีย์บอกไว้ชัดเจนว่า ไซออน ไม่ได้เกิดจากการหลบลี้ของมนุษย์ที่รอดจากสงคราม หรือ เป็นการสร้างอย่างแท้จริงโดย ผู้ปลดปล่อยรุ่นแรก แต่ สถาปนิก (The Architect) เป็นคนบอกเองว่า การมีอยู่ของไซออนนั้น เป็นการ ยอมให้มีของฝ่ายเครื่องจักร เนื่องจากเงื่อนไขในการก่อสร้างเมทริกซ์ที่สมบูรณ์ (เขาคือโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้เป็นพระเจ้าผู้ดีไซน์ (คล้ายกับ Teleological Argument) เมทริกซ์ที่สมบูรณ์ และอยู่รอด ซึ่งเป็นมิติของการยับยั้งสงครามตามแบบความคิดของเครื่องจักรทื่อๆ ซึ่งต่างจาก Oracle หรือเทพยกรณ์ที่พยายามนำไปสู่การยุติสงครามแบบอื่น

นีโอ คือผู้ปลดปล่อยรุ่นที่ 6 ทำให้เราได้รุ้ว่า เมทริกซ์ ดำเนินมาแล้วอย่างน้อย 6 เวอร์ชั่น ซึ่งไม่รู้ว่ากินเวลาที่แท้จริงไปเท่าไหร่แล้ว ผู้ปลดปล่อยรุ่นแรก ได้พาผู้ที่เหลือรอดจากเมทริกซ์เวอชั่นแรก (เมทริกซ์สมบูรณ์ ซึ่งฟังดูแล้วราวกับ ยูโธเปีย, สวรรค์, สวนเอเดน หรือยุคพระศรีอารย์ สร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ เป็นระบบ เหมือนกับที่เครื่องจักรจะคิดหรือสร้าง ซึ่งสุดท้ายก็ได้ล่มสลายลง เนื่องจากมนุษย์ ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงความเป็นมนุษย์) ออกไปตั้งรกรากที่ไซออน ผมไม่รู้ว่า วิทยาการต่างๆที่ไซออนสร้างโดยมนุษย์หรือเครื่องจักร แต่เป็นวิทยาการที่ล้ำสมัยมากจนอาจคิดได้ว่านั่นเป็นการเอื้อประโยชน์โดยเครื่องจักร ก่อนที่อนุชนรุ่นหลังในไซออนจะถือกำเนิดขึ้นและลืมเลือนไปแล้วว่าเครื่องจักรช่วยเหลือเหล่านี้(ในไซออน) มาได้อย่างไร เช่นระบบเกษตร, ระบบบำบัดและรีไซเคิลน้ำ เป้นต้น

การมีอยู่ของไซออน เป็นอีกหนึ่งข้อที่ย้ำเรื่อง การเลือก ซึ่งเป้นที่ที่ทำให้มนุษย์ส่วนหนึ่งได้ เลือก ไม่เหมือนโลกที่น่าจะเป็นอย่างยูโธเปียในเวอร์ชั่นแรก ซึ่งเป็นโลกที่มนุษย์ปุถุชนอยู่ไมไ่ด้นั้น ได้กลับมา รู้สึกว่าตัวเองได้เลือกอะไรบางอย่างอย่างที่มนุษย์มักจะเป็น(ไม่ว่ามันจะเป็นทางเลือกที่ถูกกำหนดไว้แล้ว, ทางเลือกหลอกๆ หรือไ่มก็ตาม) แม้จะปลดปล่อยมนุษย์ให้เล็ดรอดออกจากเมทริกซ์ได้ (ซึ่งน่าจะเป็นภัยต่อระบบ) แต่ทั้งหมดทำให้ระบบเมทริกซ์ที่กักขังมนุษย์ มีสเถียรภาพมากขึ้นและอยู่ได้นานกว่าเดิม(แม้สุดท้ายจะยังล่มอีกก็ตาม) และสถาปนิกยังคงยอมให้เป็นอย่างนี้(คือพังสร้างใหม่ พังสร้างใหม่ ซ้ำๆ)จนกว่าจะหาทางแก้ไขเพื่อสร้างเมทริกซ์ที่ดีที่สุดหรือประณีประนอมที่สุดและสเถียรที่สุดได้นั่นเอง

-------------------------------
เนื่องเรื่องหลักสั้นๆนะครับ
Trilogy ซึ่งผมจะไม่กล่าวมากนะครับ
-The Matrix เป็นเนื้อหาเกริ่นนำเข้าสู่โลก เดอะเมทริกซ์ เดอะเมทริกซ์คืออะไร ผู้ปลอดปล่อยคืออะไรมีไว้ทำไม โลกเดอะเมทริกซ์ที่ไม่ได้คุมขังไว้แต่มนุษย์ แต่ยังมีโปรแกรมที่รุปลักษณ์ภายนอกคล้ายคลึงมนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกับระบบเพื่อส่งผลควบคุมสิ่งต่างๆภายในนั้นอย่างเป็นระบบ(คล้ายๆพวกเทพเจ้า) นักจารกรรมที่เจาะเข้าไปในเมทริกซ์ และจุดประสงค์ของพวกเขา เมทริกซ์เกิดขึ้นได้อย่างไรมีอะไรเป็นเบื้องหลังและจุดกำเนิดนั่นเอง

สรุปสั้นๆให้เข้าใจง่ายๆ คือเมทริกซ์เป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่จำลองโลกปลอมๆขึ้นมาคล้าย Game Online ที่เสมือนจริงมากโดยมีมนุษย์เข้าไปเล่นในเกม โดยในเกมยังมีสิ่งที่คล้ายกับ NPC คือพวกที่รุปลักษณ์เหมือนมนุษย์คนอื่นๆ แต่แท้จริงพวกเขาเป็นโปรแกรมซึ่งมีทั้งโปรแกรมที่ทำงานตามหน้าที่ที่ถูกกำหนดมาในเกม และโปรแกรมที่ฝ่าฝืนหน้าที่ในเกม โดยมีคนที่ถูกจองจำเป็นผู้เล่นปกติ และในที่นี้มี NPC กลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถสูงกว่าขีดจำกัดปกติของระบบ ที่ทำหน้าที่ตามล่า พวกที่โกงระบบ(คือพวกพระเอก) เกิดการต่อสู้ขึ้น โดยพระเอกคือคนที่ถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นผู้ที่ โกงระบบได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฝ่าฝืนทุกคำสั่งในระบบ และท้ายที่สุดืคอพาทุกคนออกจากเกมกลับมาสู่โลกจริง โดยความช่วยเหลือของพวกที่โกงเกมคนอื่นๆ และพวก NPC ฝ่ายคอมพิวเตอร์ที่ฝ่าฝืนหน้าที่และคำสั่ง(ซึ่งNPCพวกนี้ก็เป็นเป้าหมายในการถูกตามล่าเช่นกัน) ท้ายที่สุดเรื่องจบลงทีนีโอได้กลายเป็นสุดยอดนักโกงเส้นใหญ่ไม่โดนแบน กลายเป็นผู้ปลดปล่อยซึ่งเป็นความหวังของฝ่ายมนุษย์ที่รู้แล้วว่า โลกนั้นคือเกมปลอมๆไม่ใช่ของจริง หวังว่านีโอจะปลดปล่อยและพาคนอื่นๆกลับมาสู่ความจริงได้

-Reloaded และ Revolution สองภาคนี้แทบจะรวมกันเป็นภาคเดียวได้เพราะเนื้อหาไม่ซับซ้อนเหมือนภาคแรกแต่เป็นการรองรับเหตุการณ์ถัดมาจากภาคแรก ภารกิจที่แท้จริงของ ผู้ปลดปล่อย เพิ่งได้เริ่มต้นในภาคนี้ เป็นการตอบโจทย์ว่าผู้ปลดปล่อยมีไว้ทำไม และต้องทำอะไรเพื่อปลดปล่อยมนุษย์ออกจากเมทริกซ์ จนท้ายที่สุดนำไปสู่เงื่อนไขของการยุติสงครามระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรซึ่งดำเนินมายาวนานนับร้อยปี

ถ้าจะกลับไปยกตัวอย่างสำหรับสองภาคนี้แบบ Game Online ต่อจากภาคแรก ก็เหมือนกับตอบโจทย์ว่า นีโอ ผู้ที่โกงระบบได้นั้นมีไว้ทำไม โดยความช่วยเหลือจากฝ่าย NPC ที่แนะนำวิธีการที่ฝ่ายมนุษย์เชื่อว่าจะนำไปสู่การปลดปล่อยคนอื่นออกจากเกม และนำไปสู่การยุติสงคราม(ได้ไงไม่รู้)ลงในที่สุด แต่เรื่องเหนือความคาดหมายของฝ่ายมนุษย์(แต่ไม่เหนือความคาดหมายของผู้สร้างเกม) ก็คือ NPC เอเจนท์ที่ทำหน้าที่ตามล่าผู้ที่โกงเกม เกิด Bug ขึ้น 1 ตัว กลายเป็นหันมาโกงและทำลายระบบ สร้างความปั่นป่วนให้เกมซะเองท้ายที่สุด Bug ตัวนี้พัฒนาการเป็นไวรัสทำลายล้างเกมจนเสียหาย และผู้ที่จะจัดการกับ Bug นี้ได้ไม่มีเหลือเลยแม้แต่คนเดียว (และแม้แต่ นีโอจอมโกงเกม ก็ไม่ได้ถูกกำหนดว่าจะสามารถทำลายไวรัสนี้ได้) ไม่มี NPC ไหนของฝ่ายเครื่องจักรเก่งพอจะสู้กับ Bug นี้ แม้กระทั่งพวกNPCที่หลบหนีหรือฝ่าฝืนระบบก็ไม่อาจรอดพ้น ส่วนมนุษย์ที่อยู่ในเกมนั้นโดนกินหมดตั้งแต่หัววันแล้ว

แต่อย่างที่ว่า ทั้งหมดนี้ไม่เกินความคาดหมายของผู้ออกแบบเกม(และที่จริงคือมันตั้งใจให้เป็นแบบนี้อยู่แล้วต่างหาก) NPC ส่วนหนึ่งที่รู้ความจริงนี้ได้ชี้นำเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าสู่การเลือก ของจอมโกงเกม ว่าจะ Rollback ล้างเซิฟเวอร์เล่นใหม่หมดทั้งเกม แล้วพาคนกลุ่มหนึ่งที่ยังรอดอยู่ก่อนจะพังระบบหนีออกไปข้างนอกเพื่อให้มีลูกหลานกลับเข้ามาโกงเกมได้ใหม่ หรือจะเลือกทำอย่างอื่น(สำหรับนีโอคือการไปช่วยทรินิตี้ที่กำลังจะต้องตาย) โดยปกติ สุดยอดนักโกงเกมรุ่นก่อนเลือกที่จะล้างเซิฟเวอร์ reset เกมเล่นใหม่เลย แต่นีโอทำแปลกไปกว่านั้นคือ เลือกไปช่วยทรินิตี้ ซึ่งเป็นคนรัก ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่แปลกไปจากสถิติที่เครื่องจักรเคยรู้และคิดจะคาดเดาได้

สุดท้ายสงครามก็ไม่ยุติ เกมก็ทำท่าจะ server ล้มเพราะโดนไวรัสกินเกลี้ยง ส่วนพวกมนุษย์ข้างนอกเกมก็มีแนวโน้มจะโดนถล่มโดยฝ่ายเครื่องจักร ทั้งหมดนำไปสู่เงื่อนไขใหม่คือ จอมโกงเดินทางไปบริษัทเอ้ยเมืองของพวกสร้างเกม เพื่อต่อรองกับประธานบริษัทว่า จะขอเข้าเกมไปซัดกับไวรัส และยืนยันว่าจะไม่แพ้ แลกกับ Peace หรือสันติภาพ (จะเห็นว่าไม่ใช่การขอให้ยุติสงครามโดยตรง หรือขอให้ปลดปล่อยมนุษย์ออกจากเมทริกซ์โดยทันที แต่เ็ป็นการขอแลกเพียง สันติภาพ ระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรเท่านั้น) ซึ่งท้ายที่สุดทุกอย่างจบลงด้วยดี นีโอชนะไวรัสได้ ระบบต่างๆกลับคืนมา สันติภาพเกิดขึ้นทันที(แม้ไม่รู้ว่าจะสงบไปได้นานเท่าไหร่) นีโอสุดยอดนักโกงเกมรุ่นที่6กลายเป็นฮีโร่ของทั้งฝ่ายคอเกม และฝ่ายคุมเกมทันที

เรื่องราวใน Trilogy จบลงเท่านี้ ส่วนต่อไปเดี๋ยวจะมาเล่นภาคเสริมคือ Animatrix และเนื้อเรื่องเสริมใน Enter The Matrix รวมทั้งเหตุการณ์ในกาลถัดมาใน Matrix Onilne ให้ฟังครับ



ฉากที่ดูแล้วออกจะน่าเบื่อแต่มีนัยยะแฝงอยู่อีกอันก็คือ ฉากที่สมาชิกสภาสูงสนทนากับนีโอถึงความลักลั่นย้อนแย้ง (ขอให้ศัพท์ของหงสาหน่อยนะ) ว่า "น่าแปลกที่มนุษย์ทำสงครามกับเครื่องจักรกล แต่อีกด้านหนึ่งเราก็ต้องอาศัยเครื่องจักรกลในการดำรงชีวิต ทั้งการสร้างอากาศ บำบัดสิ่งปฎิกูลที่มนุษย์สร้างขึ้น และการช่วยให้ไซออนดำรงอยู่ได้"

ส่วนฉากงานรวมพลังเพื่อสร้างขวัญกำลังใจที่มีขึ้นพร้อมกับ love scence ของนีโอ และทรีนิตี้ เป็นส่วนเติมเต็ม (ที่ดูเหมือนไม่ค่อยมีประโยชน์) ว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่ามนุษย์อยู่ในภาวะใดก็ตาม ก็ยังคงถูกครอบงำด้วย กิเลส และตัณหา ซึ่งพอตีความได้ว่า มนุษย์เข้าสู่ยุคเสื่อมตามวัฏจักร ซึ่งก็ผูกกับคริสต์ศาสนาถึงวันสิ้นโลก (อันนี้ผมตีความเอง) และในที่สุด เทพพยากรณ์ก็ได้ติดต่อเข้ามา (เพิ่มเติมส่วนที่ตกหล่นนะครับ) โดยยานที่รอสัญญาณของเทพพยากรณ์ได้นำสารมาให้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยานที่รอติดต่อเทพพยากรณ์นั่นได้ถูก smith ไล่ล่าและ "เบน" เจ้าหน้าที่ในยานคนหนึ่งได้ถูก smith ดูดกลืน และ smith ก็ได้ออกสู่โลกแห่งความจริงในร่างของ "เบน" ซึ่ง smith สามารถก้าวข้ามเข้าสู่ความมีตัวตนในอีกโลกหนึ่ง ซึ่งหมายถึง smith เข้าใกล้นีโอขึ้นมาอีกก้าวหนึ่งแล้ว

to be continue...

ตอนต่อไปจะเป็นตอนที่สำคัญมากเพราะจะเป็นตอนที่เงื่อนหลายๆ อย่างจะถูกผูกและคลายไปพร้อมๆ กัน ถ้ายังมีคนอ่านอยู่ก็ส่งเมนต์มาหน่อยนะครับ


ผมจะเล่าต่อในส่วนของ Animatrix แต่ละตอนโดยสรุปนะ
- Final Flight of the Osiris เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับยานลำหนึ่งในเวลาคาบเกี่ยวระหว่างภาค 1 และ 2 ของ Trilogy โดยยาน Osiris ที่กำลังลาดตระเวนได้ตรวจจับสัญญาณของ Sentinel จำนวนมากได้ และยานกำลังถูกติดตามโจมตีในที่สุดยาน Osiris ได้พยายานหนีจนแทบจะจนมุมและต้องขึ้นไปยังผิวโลก ที่นั่นเอง พวกเขาได้พบว่าฝ่ายเครื่องจักรกำลังใช้หุ่นยนเจาะพื้นขนาดยักษ์ เจาะลงไปยังใต้ดิน พร้อมกันนั้นยังมี Sentinel คุ้มกันนับแสนตัว กัปตันของยานรู้ทันทีว่าพวกเครื่องจักรกำลังจะบุกไซออน จึงได้หาทางแจ้งข่าวซึ่ง ณ ที่นั้นไม่สามารถกระทำอะไรได้เลยนอกจากส่งข่าวเข้าไปยังเมทริกซ์เผื่อว่าจะมียานลำอื่นได้ทราบ และท้ายที่สุดหลังจากลูกเรือคนหนึ่งเข้าไปส่งจดหมายข่าวในเมทริกซ์ ยาน Osiris ก็ถูกSentinel รุมโจมตีและทำลายยานไปพร้อมกับการสังหารลูกเรือทั้งหมด

(จดหมายในที่นี้นั้นไม่ได้จ่าหน้าว่าให้ส่งไปที่ไหน ซึ่งมีคำอธิบายว่ายานลำอื่นรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรใน Enter The Matrix โดยในจดหมายมีภาพถ่ายจำนวนมากที่ถ่ายภาพยืนยันให้เห็นว่า พวกเครื่องจักรกำลังจะบุกทำลายไซออน ฐานที่มั่นสุดท้ายของมนุษย์ซึ่งภาพถ่ายนี้ถูกวางบนโต๊ะ ในที่ประชุมของตอนเปิดในภาค Reloaded นั่นเอง)

- The Second Renaissance ตอนนี้เป็นตอนยาว มี 2 ตอนจบ ดังนั้นการเขียนก็จะต่อเนื่อง 2 ตอนทำให้ยาวนะครับ เป็นการเล่าที่มาที่ไปในยุคอดีตโดยการเข้าไปที่แหล่งข้อมูล "Zion Archive" File 12 – 1 เป็นเรื่องเล่าจากบันทึก ซึ่งย้อนไปถึงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี Robot ซึ่งสูงขึ้นจนสามารถสร้างหุ่นยนต์รูปแบบที่มี AI ขั้นสูง และใกล้เคียงกับมนุษย์ จนวันหนึ่งก็มีผู้ที่เชื่อได้ว่าหุ่นยนต์เหล่านี้ มีจิตใจและการตระหนักรู้ ไม่ต่างจากมนุษย์ เหตุการณ์ไปได้สวยเมื่อพวกมันเข้าแทนที่ชนชั้นแรงงานทั่วโลกและสามารถทำงานกรรมกร และงานต่างๆอีกหลายอย่างให้กับมนุษย์ นอกจากนี้ยังมี Robot อื่นๆที่ทำงานใกล้ชิดมนุษย์ตั้งแต่บริกร , คนใช้ หรือแม้กระทั่งรุ่นที่ดัดแปลงหน้าตาผิวหนังได้เหมือนมนุษย์ผู้หญิงที่คอยให้ความบันเทิงทางกามคุณแก่เหล่ามนุษย์ผู้ไม่เคยเพียงพอ

จนกระทั่งวันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมนุษย์ส่วนใหญ่ยังใช้งานเหล่าหุ่นยนต์เหมือนสิ่งของ ไม่ได้ตระหนักว่ามันที่สร้างเลียนแบบมนุษย์ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ความกาวหน้าทางเทคโนโลยีจะพาไปและมันเองในท้ายที่สุดอาจมีจิตใจและการตระหนักรู้เช่นเดียวกับมนุษย์นำมาซึ่งอัตตาและอารมณ์ไม่ต่างจากพวกเรา ในขณะที่เรายังใช้งานมันโดยถือว่าเป้นสิ่งของและสามารถจะทำลายมันได้เมื่อมันเสื่อมสภาพ กลับมีหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง B166ER ชื่อที่จะถูกจดจำไปตลอดประวัติศาสตร์ของฝ่ายเครื่องจักร เป็นหุ่นยนต์ตัวแรกที่ลุกขึ้นมาประกาศว่ากลัวตายและไม่อยากถูกส่งไปทำลาย ด้วยเหตุนี้มันจึงก่อคดีฆาตกรรมเจ้านายตัวเองซึ่งเป็นมนุษย์แล้วพยายามหลบหนี แต่ท้ายที่สุดมันก็ถูกจับกุมอยู่ดีและถูกนำไปขึ้นศาลของมนุษย์ คำตัดสินของศาลซึ่งอยู่ในความสนใจของเครื่องจักรทั่วโลก(เครื่องจักรที่มี AI ขั้นสูงและเชื่อได้ว่าแทบไม่ต่างจากมนุษย์แล้ว) ศาลตัดสินว่าอย่างไรเสียมันก็เป็นเครื่องจักร เป็นสิ่งของที่มนุษย์ผู้เป็นเจ้าของสามารถทำลายได้ และการกระทำของ B166ER ไม่มีกฏหมายได้คุ้มครอง ถือเป็นการกระทำผิดและต้องทำลายมันทิ้ง จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการลุกฮือ ของมนุษย์ฝ่ายที่อ้างมนุษยธรรมและจริยธรรมที่ควรมีต่อเครื่องจักร มนุษย์ผู้มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจเหล่าเครื่องจักร ซึ่งเข้าร่วมกับการลุกฮือของเครื่องจักรจำนวนมากที่หยุดงานแล้วเข้าร่วมก่อม็อบคัดค้านคำตัดสินนี้ ขณะเดียวกันก็นำไปสู่กระแสต้านของผู้ที่เห็นด้วยกับศาล เกิดการทำร้ายร่างกายเครื่องจักร และสังหาร(ทำลาย)หุ่นยนต์AIขึ้นไปทั่วทุกแห่ง(ซึ่งไม่ผิดกฏหมาย) ท้ายที่สุดม็อบของกลุ่มที่คัดค้านการตัดสินของศาลก็กลายเป็นจลาจลและถูกปราบปรามขั้นเด็ดขาด มีมนุษย์ที่อยู่ฝ่ายเครื่องจักร และบรรดาเครื่องจักรเองต้องล้มตายลงจำนวนมาก

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เครื่องจักรที่ยังรอดอยู่ หลบหนีไปก่อตั้งเมืองของตนเองในใจกลางทะเลทรายซึ่งปลอดมนุษย์ ไม่นานพวกมันก็ฟื้นตัวและขยายเมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันมันก็พัฒนาเทคโนโลยีมากมายขึ้นมาแข่งขันกับ อาณาจักรของมนุษย์ จนแซงนำหน้าไป และในประจวบเหมาะกับภาวะเศรษฐกิจโลกเกิดปัญหา นครเครื่องจักรแห่งแรก "ซีโร่วัน" ก็ได้เข้าครอบงำตลาดการค้าและเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ประเทศมหาอำนาจของมนุษย์ไม่อาจยอมรับการมีอยู่ของนครเครื่องจักรได้อีกต่อไป แม้จะมีการส่งทูตเจรจาเข้าหามนุษย์ก็ไม่เป็นผล มนุษย์เป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉากสงครามเข้าโจมตีนครเครื่องจักรอย่างหนัก ด้วยหวังว่าจะทำลายมันให้สิ้นซาก ด้วยความหยิ่งผยองของเผ่าพันธุ์ตนเองนี้กลับนำไปสู่การพ่ายแพ้ยับเยินเพราะฝ่ายเครื่องจักรกับรับมือสงครามได้ดีกว่าและเมื่อมันรุกกลับ มนุษย์ก็พ่ายแพ้ไม่มีชิ้นดีจนต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดสหประชาชาติเห็นชอบว่าการจะชนะเครื่องจักรได้ต้องตัดแหล่งพลังงานหลังของพวกมันคือการทำลายปิดกั้นท้องฟ้าทั้งหมดไม่ให้แสงอาทิตย์ส่งลงมายังผิวโลกได้ (ส่วนปัญหาที่จะตามมาค่อยไปแก้ทีหลังหลังจากชนะสงครามได้ ซึ่งน่าสมเพชสมกับเป็นความคิดของเหล่ามนุษย์) แต่การณ์กลับตาลปัดเพราะเครื่องจักรเองได้จับเอาเชลยมนุษย์จำนวนมากในระหว่างสงคราม ไปศึกษาวิเคราะห์จนเข้าใจก้อนโปรตีนมีชีวิตอย่างมนุษย์ได้ลึกซึ้ง และพบว่ามนุษย์สามารถสร้างพลังงานออกมาได้อย่างมหาศาล เพียงเลี้ยงไว้ไม่ให้ตาย ความคิดในการออกแบบและสร้างเมทริกซ์ เพื่อครอบงำมนุษย์และใชเป็นแหล่งพลังงานให้เหล่าเครื่องจักรทั้งปวงจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความพ่ายแพ้ต่อเผ่าพันธุ์เครื่องจักรอย่างสิ้นเชิงของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทั้งหมดนี้คือแก่นของความเปลี่ยนแปลงครึ่งใหญ่บนโลกที่ถูกขนานนามว่า The Second Renaissance นั่นเอง

 Kid's Story
เป็นเรื่องของเด็กหนุ่ม Michael Karl Popper (ต่อไปขอเรียกพ็อพเพอร์) ผู้ซึ่งเกิดความสงสัยต่อเมทริกซ์ และไขว่คว้าหาคำตอบ เขาถามกับบุคคลนิรนามในอินเตอร์เนทความว่า เขาไม่แน่ใจว่าบางทีในความฝันทำไมกลับรู้สึกว่ามันจริงเสียยิ่งกว่าเวลาตื่น จะรู้ได้อย่งไรว่าประสาทสัมผัสกำลังหลอกตัวเราเองอยู่ นำไปสู่ความสงสัยในโลกแห่งความเป็นจริง(จอมปลอมของเมทริกซ์) ข่าวสารหนึ่งที่เขาได้รับจากอินเตอร์เนทคือการมีอยู่ของ นีโอ, ทรินิตี้ ผู้ซึ่งน่าจะช่วยให้เข้าได้คำตอบของสิ่งเหล่านี้ ขณะที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ในวันหนึ่งที่โรงเรียนของเขา มีสายโทรศัพท์ปริศนาโทรเข้ามา (ซึ่งผู้ที่โทรเข้ามาคือนีโอนั่นเอง) โดยเป็นการแจ้งเตือนว่า พวกเอเจนท์กำลังจะเข้าไปจับกุมตัวเขา ให้เขาหาทางหนีออกไป ท้ายที่สุดการหลบหนีไม่สำเร็จเท่าที่ควรนัก พ็อพเพอร์ปีนขึ้นไปยังดาดฟ้าตึก ในขณะที่ถูกล้อมด้วยเอเจนท์และอาจารย์ในโรงเรียนที่ให้ความร่วมมือ(ด้วยอาจคิดว่าเขาทำอะไรผิด และผู้ที่มานั้นล้วนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาล) พ็อพเพอร์นึกย้อนไปถึงการแชทในอินเตอร์เนทหนก่อน คำตอบที่เขาได้รับต่อความสงสัยนั่นคือ เขาต้องเลือกเสี่ยงโดยเอาทุกอย่างเข้าแลก เพื่อที่จะได้รับรู้ความจริง(Truth) ท้ายที่สุดเขาเอ่ยปากออกมาว่า เขาเชื่อนีโอ และกระโดดลงจากดาดฟ้า

เหตุการณ์ต่อมาในเมทริกซ์คือเขาศีรษะน็อคกับพื้นและเสียชีวิตลง แต่แท้จริงแล้วนีโอได้ค้นหาสัญญาณและพิกัดของตัวเขาพบ (คงแบบคล้ายๆกับที่ตอนนีโอออกจากเมทริกซ์ตอนแรกแต่ตอนนั้นยังไม่มีผู้ปลดปล่อย การจะค้นหาตัวพบจึงต้องกินยาขยายสัญญาณ) และเข้าช่วยเหลือพ็อพเพอร์ได้ในที่สุด ที่โลกภายนอกพ็อพเพอร์ไม่ได้ตาย แต่ได้มาอยู่บนยานของมอเฟียสและที่สุดแล้วเขาก็ยังเ)็นผู้ที่เชื่อมันในนีโออยากสุดหัวใจ และเชื่อว่านีโอคือผู้ช่วยให้เขารอด ก็จบเนื้อเรื่องในตอนนี้

พ็อพเพอร์นี้มีบทในภายหลังใน Trilogy คือเด็กหนุ่มคนที่วิ่งมาหานีโอตอนลงจากยาน, และได้นำช้อนจากเด็ก Spoon ที่ออกจากเมทริกซ์และมาอยู่ที่ไซออนในภายหลัง มาให้นีโอก่อนที่นีโอจะกลับไปปฏิบัติภารกิจยังเมทริกซ์ และในตอนสงครามเขาคืออาสาสมัครแผนกเติมกระสุนให้ APU และตอนท้ายเขาได้สานต่องานของ กัปตันมิฟูเน่ ขุนพลยอดซามูไรแห่งไซออน โดยการขับ APU ไปเปิดประตูให้พวกมอเฟียสได้กลับมาช่วยยับยั้งการบุกไซออนของเครื่องจักร ผมเข้าใจว่าชื่อของพ็อพเพอร์นั้นเลียนมาจากไบเบิ้ลซึ่งกล่าวถึงผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ว่าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดอย่างไม่สงสัยแม้แต่น้อย แบบเดียวกับที่พ็อพเพอร์เชื่อในตัวนีโอว่าช่วยให้เขารอด และในตอนจบของ Revolution เขาก็เป็นผู้ประกาศว่านีโอได้ช่วยทุกคนให้รอดแล้ว

-Program
ตอนนี้เป็นเรื่องของยานลำหนึ่งซึ่งกัปตันแล้วคู่หูกำลังฝึกซ้อมการต่อสู้อยู่ในโปรแกรมจำลองเลียนแบบเมทริกซ์ ระหว่างนั้นกัปตันกลับเริ่มบทสนทนาแปลกๆกับคู่หูโดยอ้างว่าเขาทำการปิดสัญญาณและสิ่งที่กำลังพูดคุยนี้รู้กันเพียงสองคนเท่านั้น เขาเริ่มชักชวนคู่หูให้ร่วมกันกับเขา หักหลังไซออนและตัดสินใจกลับเข้าสู่เมทริกซ์ โดยอ้างว่าได้ทำสัญญาไว้กับเอเจนท์แล้ว(แบบเดียวกับไซเฟอร์ บนยานของมอเฟียส) หากไม่ตกลงเธอจะต้องถูกฆ่าเพราะได้รู้ความลับไปแล้วหรือไม่เช่นนั้นก็ต้องฆ่ากัปตันของยานเพื่อให้ตัวเองรอด ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยากมากสำหรับผู้ถูกทดสอบ การต่อสู้จบลงด้วยความตายของกัปตันและชัยชนะอันกล้ำกลืนของคู่หูเพื่อยืนยันว่าจะไมมีวันกลับไปอยู่ในเมทริกซ์อีกเป็นอันขาด ท้ายที่สุดคือการเฉลยว่านี่เป็นโปรแกรมทดสอบจิตใจต่อสมาชิกยาน ว่าจะไม่หักหลังและหลงอยากกลับไปอยู่ในโลกวังวนจอมปลอมแบบเมทริกซ์อีกไม่ว่าจะมีเงื่อนไขหรือข้อเสนอใดมาแลก และกัปตันนั้นไม่ได้ตายจริงๆ ซึ่งทำให้คู่หูของกับรู้สึกโกรธ(และซัดเขาไปหนึ่งหมัดเต็มๆในโลกจริง) แต่สำหรับกัปตันมันก็คงคุ้มที่อย่างน้อยคู่หูของเขาก็เป็นบุคลากรที่ไว้ใจได้ 100% ไม่มีวันหักหลัง เรื่องทั้งหมดนี้คงเป็นสิ่งที่ไซออนตระหนักขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมตายยกยานเพราะการกระทำของไซเฟอร์ ทำให้ต้องเสียลูกเรือที่สำคัญไปถึง 5 คน(เมาส์ สวิทช์ เอพ็อค โดเซอร์ และแทงค์ที่แม้จะรอดแต่ก็เสียชีวิตภายหลัง) รวมทั้งตัวไซเฟอร์เป็น 6 คน

-World Record เป็นเรื่องของยอดนักวิ่งผิวหมึก Dan Davis ผู้ซึ่งเคยวิ่งได้เร็วทำลายสถิติโลก แต่ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกกล่าวหาว่าใช้ยาโด๊ปจนแทบจะสูญเสียอนาคต ในความเป็นจริงเขาไม่ได้วิ่งเพื่อแข่งขันกับใคร แต่เขาวิ่งเพื่อทำลายสถิติตัวเองแล้วก้าวข้ามตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องอย่างโดยบังเอิญที่การกระทำของเขาในการก้าวข้ามตัวเองอาจนำพาให้เขาฝ่าฝืนกฏทางฟิสิกส์ และกายภาพของเมทริกซ์ออกไปได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น นั่นทำให้การวิ่งของเขาถูกจับตาโดยเหล่าเอเจนท์อยู่อย่างใกล้ชิด เพราะหากเขาก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป้นมนุษย์(การวิ่ง) ขีดจำกัดของกล้ามเนื้อ และร่างกาย อาจจะทำให้เขาหลุดพ้นออกจากเมทริกซ์ไปเลยก็เป็นได้ และไม่เกินการคาดเดามันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆในการวิ่งทำลายสถิติครั้งล่าสุด เขาหลุดพ้นออกจากเมทริกซ์ไปพบกับโลกจริง แต่โชคร้ายที่การวิ่งของเขาถูกจับตามอย่างใกล้ชิตโดยฝ่ายเครื่องจักร ทำให้เขาต้องหลับลงอย่างรวดเร็วโดยการทารุณกรรม ช๊อตเขา(ในโลกจริง)ให้หมดสติและกลับมายังเมทริกซ์ เพื่อรับกรรม ที่จะไม่ยอมให้เขาหลุดพ้นจากเมทริกซ์ได้อีกต่อไป เหตุการณ์ต่อมาคือเขาสูญเสียการวิ่ง, ขา และสติ ต้องเข้าบำบัดทางกายภาพ และจิตใจในโรงพยาบาล พวกสายลับนั้นคิดว่าเขาคงจะไม่สามารถฝ่าฝืนเมทริกซ์ได้อีกแล้ว กระนั้นเขาก็ยังไม่ลืมความคิดในการก้าวข้ามต้นเอง และนำไปสู่เสรีภาพ ซึ่งเป้นภาพในตอนท้ายที่เขาพยายามลุกจากรถเข็น และร่ำร้องหาอิสระ (Free) แม้จะล้มลงในทันทีก็ตาม

ตัวอย่างนี้ผมคิดว่าเป้นเคสของผู้ทีปลดปล่อยจิตใจจากเมทริกซ์ได้ด้วยตนเองแบบหนึ่งแม้ไม่ต้องไปรับการฝึกจากบนยาน ซึ่งในเนื้อเรื่องหลักมีการพูดถึงคนแบบ Dan Davis โดยเฉพาะในตอนจบของ Revolution ซึ่งกล่าวถึงโดนเทพยากรณ์ ผมคิดว่าเขานี่แหละคือคนแบบที่ "พร้อม" จะได้รับการปลดปล่อย ในขณะที่คนจำนวนหนึ่งคงยังไม่พร้อมที่จะตื่นออกจากเมทริกซ์ และอาจรับไม่ได้กับโลกจริงเสียยิ่งกว่าตอนที่นีโออ้วกบนยานในตอนที่ออกจากเมทริกซ์และได้รู้ความจริงแรกๆ ซึ่งยังมีคนอีกจำนวนมากที่น่าจะสมยอมต่อเมทริกซ์(แบบไซเฟอร์) และต่อต้านการทำลายมันเสียด้วยซ้ำ เป้นความจริงที่เกิดขึ้นบนโลกอย่างสม่ำเสมอเมื่อเกิดความขัดแย้งตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป แม้แต่ในการเมืองระดับประเทศ หรือในโลกของระบบความเชื่อความศรัทธาต่างๆทั่วโลก



- Beyond เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับ Bug ในระบบเมทริกซ์ ซึ่งเป็น field หรือพื้นที่ที่เกิดความผิดพลาดของโปรแกรมขึ้น ญ บ้านหลังหนึ่ง เนื้อเรื่องนำเสนอโดยหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่ตามหาแมวของเธอที่หายไปจนกระทั่งหลงเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง พร้อมพวกเด็กๆที่คุ้นเคยกับแมวของเธอดี ซึ่งบ้านหลังนี้มีสิ่งมหัศจรรย์หลายอย่างเช่น สิ่งของรวมทั้งตัวเธอหรือเด็กๆสมารถลอยตัวหยุดอยู่กลางอากาศ, ประตูที่เปิดเข้าไปแล้วไม่มีที่ไหนเลยนอกจากห้วงความคิดของตนเอง, ฝนที่ตกลงมาเฉพาะตรงกลางบ้าน, อากาศ และเวลาในบ้านที่ดูจะผิดเพี้ยน ฯลฯ ทั้งหมดนี้พวกเขาไม่รู้เลยว่ามันคืออะไรนอกจากคิดได้ว่ามันอัศจรรย์มากเกินกว่าจะเป็นความจริง ท้ายที่สุดผู้ชมก็ได้รับคำอธิบายพอประมาณว่าที่ตรงนั้นเป้น จุดบกพร้อง ของโปรแกรม และถูกตรวจสอบพบ มีการส่งโปรแกรมที่ใช้แก้ไข พื้นที่รอบบริเวณจุดบกพร่องเข้าไปยังที่เกิดเหตุพร้อมพวกสายลับ เพื่อแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมดรวมทั้งกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ในไม่กี่วันถัดมา หญิงสาวคนเดิม และเด็กๆก็เช่นกัน ได้ย้อนกลับมายังพื้นที่ดังกล่าว กลับไม่พบอะไรเลย ที่ตรงนั้นกลายเป็นเขตก่อสร้างธรรมดา และความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่มีอีกแล้วเหมือนกับทุกอย่างเป้นเพียงฝันไป

- A Detective Story
เรื่องราวของนักสืบคนหนึ่งซึ่งได้รับการติดต่อจากบุคคลปริศนาให้ตามหาตัวแฮคเกอร์ลึกลับ ที่ใช้นามแฝงว่า Trinity โดยมีเงินว่าจ้างระดับสูงเป็นรางวัล(และเงินนั้นได้โอนเข้าในบัญชีเข้าเรียบร้อยแล้วส่วนหนึ่ง) ด้วยเงินมากมายขนาดนี้นักสืบที่ดูเหมือนกำลังขาดรายได้เต็มทีอย่างเขาก็ยากจะปฏิเสธ เขาเริ่มตามหาตัวทรินิตี้ในทุกทางและได้พบว่ามีนักสืบอีกมากมายที่ตามหาทรินิตี้ แต่ส่วนใหญ่หายสาปสูญหรืออาจจะเสียชีวิตแล้วทั้งนั้น ส่วนคนที่ยังรอดอยู่ก็กลายเป็นคนบ้าวิกลจริต ท้ายที่สุดเขาได้รับคำไบ้ลึกลับซึ่งเชื่อได้ว่าผู้ที่ส่งคำไบ้นี้มาคือทรินิตี้นั่นเองที่ดูเหมือนกำลังล้อเลียนหรือเล่นสนุกกับเขาทำให้เขาแก้ปริศนาและติดตามจนไปได้เจอตัวทรินิตี้ในที่สุด เขาได้รับการช่วยเหลือโดยดึงเอาเครื่องมือติดตาม(คล้ายๆกับแบบที่นีโอเคยโดนตอนยังไม่ได้ออกจากเมทริกซ์) ออกมาจากดวงตาและทั้งคู่ได้สนทนากันจนนักสืบเริ่มจะเข้าใจความลึกลับบางอย่างนั้น ขณะเดียวกันก็ต้องหาทางหลบหนีออกจากที่นั่น(บนรถไฟ) เพราะรู้แล้วว่าถูกเอเจนท์ติดตามอยู่ แต่โชคร้าย นักสืบเริ่มถูกแทรกแซงระบบโดยเอเจนท์และเริ่มกำลังสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง (แบบเดียวกับที่พวกเอเจนท์ย้ายร่างไปอยู่ที่คนนั้นคนนี้ที) ทรินิตี้ตัดสินใจยิงเขาเพื่อให้เขาได้สติคืนมา เขารู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถไปต่อได้แม้จะบอกกับทรินิตี้ว่าอยากจะตามเธอไปยังคำตอบสุดท้าย(ซึ่งถ้าเขายังรอดก็คงได้พบกับความจริงในการออกจากเมทริกซ์) ทั้งคู่กล่าวอำลาและทรินิตี้ที่หนีออกไป โดยนักสืบนั่งรอปะทะกลับเหล่าเอเจนท์ในท้ายที่สุดแม้จะรู้ว่าไม่มีทางรอดไปได้

- Matriculated เรื่องสุดท้ายเรื่องนี้ไม่ได้ระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เป็นเรื่องของหน่วยราบ บนพื้นผิวดินที่ค่อยจับตาเครื่องจักรและหลอกล่อเครื่องจักรลาดตระเวนเข้าไปยังฐานที่มั่น เพื่อจับกุมโดยไม่ได้ทำลายทิ้ง และนำมันเข้าไปเชื่อกับระบบเมทริกซ์พิเศษซึ่งออกแบบขึ้นมาเองใหม่ของหน่วยนี้โดยเริ่มต้นจากการหลอกล่อ และนำพาเครื่องจักรเข้าไปพบกับการเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างของมนุษย์ ซึ่งพวกเขา(ในยุคหลัง)เชื่อว่าเครื่องจักที่มี AI ระดับสูงสามารถจะเรียนรุ้ได้เช่น การสังคมและการเรียนรู้ผู้อื่น การเข้าอกเข้าใจกัน และนำไปสู่ "การเลือก" ของตัวมันเอง (ซึ่งเมทริกซ์ก็มักจะย้ำเรื่อง ทางเลือกหรือ การเลือก โดยขัดขืนโชคชะตาอยู่เสมอ) การเลือกของเจ้าเครื่องจักรนี้ เป็นการสั่งสอน Free will ให้แก่มัน โดยเลือกที่จะขัดขืนชุดคำสั่ง ที่ระบุหน้าที่ของมันมา (การล่าสังหารศัตรู) และมีความหวังว่าพวกมันที่หลุดพ้น หรือได้รับอิสระภาพ พร้อมที่จะทำตามใจตนเองหรือเลือด้วยตนเองแล้ว จะหันไปเข้ากับฝ่ายมนุษย์และช่วยเหลือกันในที่สุด แต่ในเนื้อเรื่องนั้น กลับเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับหน่วยราบนี้เนื่องจากก่อนบุกเข้าไปในฐานเครื่องจักรลาดตระเวนได้ส่งสัญญาณเรียกSentinel มาแล้วทำให้พวกมันบุกเข้ามาทำลายล้างทันทีโดยไม่อาจต้านทานได้ทันการณ์ และสายไปสำหรับเจ้าเครื่องจักรที่พวกเขากำลังสอน เพราะมันยังคงงงกับอิสภาพที่ไม่ต้องทำตามชุดคำสั่งอยู่ กว่ามันจะเริ่มตัดสินใจเลือกช่วยมนุษย์ และต่อสู้กับเครื่องจักร Sentinel ทุกอย่างก็ช้าไปหมดเสียแล้ว และทุกคนในหน่วยก็เสียชีวิตลงในที่สุด


จบครับตรงไหนสงสัยถามได้เหมือนเดิมครับ เพราะไม่ได้พูดหมดเอากระชับเข้าว่า ไว้จะมาต่อ Enter The Matrix ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องเสริมเหตุการณ์ต่างๆในเรื่อง และ The Matrix Online ซึ่งกล่าวถึงเนื้อเรื่องหลังจากการกอบกู้เมทริกซ์กลับคืนมาของนีโอและกับการช่วยไซออนให้รอด โดยจะมาเล่าอีกทีทีหลังนะครับ พักก่อนครับ


reloaded กันต่อนะครับ อาจไม่ละเอียดเท่าคุณ ไม่อยากมีชื่อ แต่พยายามเขียนให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ และประเด็นใดน่าสนใจหรือผมตีความไม่ถูก ก็รบกวนท่าน ไม่อาจมีชื่อ เพิ่มเติมให้ด้วยนะครับ

การเดินทางไปพบเทพพยากรณ์ครั้งนี้ นีโอมีสิ่งที่อยากถามมากมาย แต่เมื่อเดินทางไปยังสถานที่นัดพบ เขากลับไม่พบกับเทพพยากรณ์ แต่กลับพบชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า "เซราฟ" ซึ่งได้ทำการทดสอบนีโอว่า ใช่ "ผู้ปลดปล่อย" หรือไม่ หรือเป็นเพียง "ผู้แปลกปลอม" ที่หวังจะพบกับเทพพยากรณ์ หลายท่านอาจแปลกใจว่า ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้มีเซราฟโผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อันนี้ผมคิดเองนะครับว่าจริงๆ แล้วเราได้เจอเซราฟตั้งแต่ภาคแรกแล้ว เพียงแต่ในภาคนั้นเป็นผู้หญิงผิวดำที่เปิดประตูพร้อมกับนีโอเมื่อครั้งที่นีโอไปพบกับเทพพยากรณ์ในครั้งแรก (ลองหาหนังมาดูนะครับ) เพียงแต่ตอนนั้นเทพพยากรณ์ยังไม่ได้ถูกภัยคุกคามดังเช่นตอนนี้ เซราฟในตอนนั้นจึงไม่ใช่โหมดต่อสู้ แต่เป็นเพียงผู้ติดตามดูแลเท่านั้น แต่ในภาคนี้เซราฟต้องเปลี่ยนเป็นโหมดต่อสู้เพื่อปกป้องเทพพยากรณ์จาก"ภัยคุกคามครั้งยิ่งใหญ่"

จนในที่สุดเซราฟก็พานีโอไปพบเทพพยากรณ์ด้วยการเปิดประตูด้วย "key" ที่ทำให้ด้านหลังประตูกลายเป็นอีกมิติหนึ่งที่มี "ประตู" อีกมากมาย และเมื่อเปิดอีกประตูหนึ่ง นีโอก็ได้พบกับเทพพยากรณ์

คคห. 31 ถ้าดู Animartix ภาค Matriculated อาจจะเข้าใจมากขึ้นครับ เหมือนกับว่าสองพี่น้อง Wachowski อยากจะสื่อให้เห็นว่าแม้เครื่องจักรจะพัฒนามันสมอง และกระทั่งมีจิตใจหรือการตระหนักรุ้ใกล้เคียงกับมนุษย์แล้ว มันยังมีอีกอย่างนึงซึ่งต่างจากมนุษย์มากคือ การยึดติดในหน้าที่ เช่นพวกหุ่นยนต์ล่าสังหารภายนอกแม้มันจะฉลาดแต่มันไม่มี Free Will และมีชีวิตอยู่เพื่อนหน้าที่เท่านั้น (ดังนั้นในเมทริกซ์ โปรแกรมไหนที่มีอยู่โดยไม่มีหน้าที่ที่จำเป็นจึงต้องถูกลบ เมื่อมันพัง หรือมีโปรแกรม version ใหม่ที่ดีกว่ามาแทนที่ จึงเกิดโปรแกรมหลบหนี,อพยพ ไปรวมตัวกันที่ Mega City ซึ่งเป้นเมืองที่ไม่ได้กล่าวถึงมากในภาพยนต์ (แต่หลายสถานที่ในเรื่องอยู่ที่นั่นแหละครับ))

โปรแกรม เอเจนท์ สมิธเองก็เช่นกัน หน้าที่ของมันคือการกำจัดผู้ที่ต่อต้านระบบเช่นเดียวกับเอเจนท์อื่นๆ (ที่จริงบรรดาเอเจนท์ก็มี ลำดับวรรณะนะัครับ อย่างสมิธที่จริงเป็น ระดับหัวหน้า ของบราวน์ กับโจนส์ เอเจนท์อีก2คนที่มักจะมาด้วยกัน) และในขณะนั้นภารกิจของเขาคือการจัดการกับ นีโอ ซึ่งดูไม่มีราคามากในทีแรก นอกจากนี้สมิธยังมีความพิเศษ เนื่องในฐานะ AI ที่เริ่มคิดอะไรเกินกรอบของชุดคำสั่ง(command)ที่ตั้งมาแต่แรก หรือหน้าที่ของมัน ถ้าเปรียบเทียบกับมนุษย์ ก็เหมือนกับคนที่ไม่เชื่อในชะตาฟ้าลิขิต (fate) และเลือกจะทำอะไรอย่างที่ตัวเองต้องการนั่นแหละครับ (มาจากตรงที่มันบอกว่า จะเอารหัสเข้าเมนเฟรมและทำลายไซออนให้สิ้นซากเพื่อภารกิจงี่เง่าของมันในเมทริกซ์จะได้จบๆลงและมันจะได้เป็นอิสระไปทำอย่างอื่นซะที) ซึ่งมันเรียนรู้ด้วยตัวของมันเอง

ที่จริงฝ่ายเครื่องจักร และโปรแกรม ที่มีความคิดเกินกรอบของหน้าที่เดิมที่ถูกกำหนดมานี้ก็มีหลายคน เช่น รามากันดรา(พ่อขอซาตี้) ที่เริ่มเข้าใจ การรัก หรือแม้แต่เมอโรวินเจี้ยนที่ไม่มีวันยอมตาย และต้องการมีอำนาจภายในโลกเมทริกซ์ จะเห็นว่าโปรแกรมพวกนี้แตกต่างจากโปรแกรมโบราณที่อยู่กับเมทริกซ์มาตั้งแต่รุ่นแรกอย่าง สถาปนิก มากๆ สถาปนิกดูมีความเป็น Bot มากกว่า จากบทสนทนาที่คุยกับนีโอ ระบบการสนทนาของ สถาปนิกดูไม่ต่างอะไรจาก โปรแกรม Help ใน MS Windows คือคำตอบบางคำตอบของเขา เราอาจไม่เข้าใจ และการถามของเราจะได้รับคำตอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคำถามนั้น ตรงกับประเด็นที่มีคำตอบให้หรือไม่ ไม่สามารถพูดคุยนอกกรอบของ โปรแกรม Help หรือสิ่งที่สงสัยเกินเลยไปกว่านั้นได้ แตกต่างจาก โปรแกรม เทพยากรณ์ ที่สามารถสนทนากับเราได้อย่างมนุษย์ผู้อาวุโส และชี้แนะเราได้ (ซึ่งที่จริงรูปแบบของ Oracle นั้นยังเป้นปัญหาทางปรัชญา และวิศวกรรม AI ของโลกปัจจุบันอยู่เช่นปัญหาชื่อ "Chinese Room" ซึ่งค่อนข้างซับซ้อนในการอธิบายผมขอข้ามไป เพียงแต่ยกตัวอย่างให้ฟัง แต่สามารถนำไปค้นหาอ่านต่อได้ถ้าสนใจครับ)

กลับมาที่ สมิธ ถามว่า สมิธหลังจากการกลับมาเกิดให่มคืออะไร สมิธไม่ได้ไม่ตายหรือฆ่ายังไงก็ไม่ตายครับ แต่จากการวิเคราะห์ คิดว่าเบื้องต้นหลังจากในภาคแรกที่ถูกนีโอทำลายล้างไปนั้น ถ้าเปรียบเทียบในระบบ โปรแกรม มันเหมือนกับว่า นีโอ แทรก Code ของตัวเองเข้าไปในตัว สมิธ และเกิดการแลกเปลี่ยน source code กันขึ้น ในภาคสองสมิธเริ่มเข้าใจในการแทรกแซง code เข้าไปในผู้อื่น และเริ่มเข้ายึดครองร่างของ มนุษย์และโปรแกรมในเมทริกซ์ ซึ่งแม้แต่นีโอก็ไม่แน่ว่าจะชนะได้ในทีแรก

คือผมคิดว่าไม่เกี่ยวกับว่าถ้านีโอไม่ตายสมิธก็ไม่ตายน่ะครับ แต่เหมือนกับว่า code ของทั้งสองเป็น หยิน และ หยาง ของกัน จากเหตุการณ์ในภาคแรก ทำให้เมื่อเขากลับมารวมกันอีกครั้งในภาคสุดท้ายตอนที่สมิธชนะนีโอได้และพยายามยุดร่างนีโอ ผลกลับตาลปัดเกิดเป็นภาวะหักล้างกัน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในการที่สมิธยึดร่างคนอื่น

ที่สมิธยึดติดกับนีโอ (มิสเตอร์แอนเดอร์สัน) มากๆ ผมคิดว่าเพราะนีโอมันฆ่าไม่ตายนั่นแล้วดันมาทำลายตัวเองนั่นแหละครับ แต่กลายเป็นว่าจริงๆแล้วไม่ได้ทำลาย แต่ทำให้ สมิธถูก unplug แต่ยังคงอยู่ในเมทริกซ์กลายเป้นโปรแกรมแปลกปลอม ที่มันคิดว่าตัวมันมีเสรีภาพ ซึ่งหากไม่มีนีโอ สมิธคงพัฒนาต่อไปโดยการกินโปรแกรมของโรบอทแม้กระทั่ง เซนตินอลที่อยู่ด้านนอกเมทริกซ์และเข้ายึดครองทุกอย่างราบคาบ เพื่อทำลายมนุษย์ และขณะเดียวกันก็ทำให้นครเครื่องจักรต้องล่มสลายลงด้วย (ในตอนเริ่มของภาครีโหลดก่อนที่พวกเอเจนท์จะบุกมา สมิธกลับมาถึงก่อนแต่ไม่ได้ปะทะ เพียงแต่ฝาก เอียร์โฟนของสายลับ ไปให้นีโอเพื่อท้าทายเฉยๆ เหมือนกับว่าถ้าจะฟัดกันนั้นเมือไหร่ก็ทำได้)

อนึ่ง ผู้ชมอาจจะดูไม่ออก แต่สมิธแต่ละคนในภาครีโหลดและภาครีโวลูชั่น(ที่มีเป็นพันล้าน)นั้น แตกต่างกันนะครับแม้จะหน้าตาเหมือนๆกัน บางคนอาจจะงงว่าทำไมตอนที่ สมิธยึดร่างของ เทพยากรณ์ได้แล้วเขาดีใจมากจนเวอร์(ที่มันหัวเราะสยองๆน่ะ) จนสมิธตัวอื่นๆเกิดอาการระแวงกึ่งกลัว และถอยหลังห่างออกมาดู นั่นเพราะว่าสมิธค้นพบ ร่างที่เก่งพอจะสามารถต่อกรกับนีโอได้ ซึ่งในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายจะเห็นว่า สมิธไม่ได้เข้ามารุมนีโอเหมือนกับตอนภาค รีโหลดเด็ด อีกนั่นก็เพราะมันรู้แล้วว่าถึงจะรุมก็เปล่าประโยชน์ ร่างที่เข้าไปสู้กับนีโอมีเพียงคนเดียว คือสมิธที่ยึด code และร่างของเทพยากรณ์มาครับ สมิธแต่ละคนนั้น เป็นเพียงแค่การยึด และแลกเปลี่ยน code กับร่างอื่นๆ แม้กระทั่ง เบน (ชาวไซออนที่ถูกยึดร่าง) หรือซาตี้เด็กโปรแกรมที่ถูกฝากให้มาอยู่กับออราเคิล โดยเข้าไปแทนที่จิตใต้สำนึกของคนหรือโปรแกรมนั้นแทน ซึ่งสุดท้ายก็ไม่เก่งพอที่จะสู้กับนีโอ (ซึ่งการชนะนีโอคงถือว่าเป็นการ พิชิตเมทริกซ์ทั้งหมดได้โดยสมบูรณ์)

เหตุการณ์หลังจากที่สมิธเกิดอาการ ไม่รู้จะเรียกยังไง ขอใช้คำ anti-body ละกันครับแม้จะไ่มตรงความหมาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังจากที่กลืนร่างนีโอไปแล้ว ถ้ามองในลักษณะของโปรแกรม ผมคิดว่ามันเหมือนกับทั้งคู่กับมา ผนวก source code เข้าหากันอีกครั้ง หลังจากหยินหยางทำลายกันแล้ว code ของนีโอ ยังใช้ความสามารถของ smith ย้อนไปกัดกิน สมิธทั้งหมดในระบบ ทำให้ทุกอย่างคืนกลับมาครับ

ในตอนท้ายแม้เราจะเห็นนีโอในโลกจริงดูเหมือนตายไปแล้ว(ที่มีเครื่องจักรมารับ ในท่านอนกางแขนเหมือน พระผู้ไถ่ (ซึ่งเครื่องจักรที่มารับนี้คือ แทนตัวพระนารายณ์ที่มีอวตารเป็น รามากันดราข้างในเมทริกซ์นั่นแหละครับ เหตุผลเพราะเขาชอบและนับถือในตัวนีโอมาก)) แต่คำพูดของออราเคิลและซาตี้เป็นคีย์หนึ่งให้รู้ว่านีโอยังคงมีความสำคัญและไม่ว่าจะยังเป็นอยู่หรือสลายไปพร้อมกับสมิธแล้วก็ตาม

reloaded...

เมื่อนีโอพบกับเทพพยากรณ์ การถามตอบเพื่อล้อมกรอบของนีโอทำให้นีโอได้รู้ว่าความจริงว่าเทพพยากรณ์เป็นเพียง "โปรแกรม" โปรแกรมหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น "ผู้นำทาง" ซึ่งการทำนายของเทพพยากรณ์นั้นไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดการยุติสงครามและช่วยเหลือมวลมนุษย์ตามที่มอร์เฟียสเข้าใจ แต่เป็นเพียงการนำทางให้ผู้ปลดปล่อยเดินทางและพัฒนาตัวเองไปสู่ "เป้าหมาย" ตามที่เคยเป็นมาก่อน และจากการที่เทพพยากรณ์บอกว่า "ฉันไม่สามารถบอกได้ถึงสิ่งที่ฉันไม่เคยเข้าใจมันมาก่อน" แสดงให้เห็นว่า การทำนายของเทพพยากรณ์มาจากการประมวลข้อมูลและบอกในสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุด ดังนั้น เทพพยากรณ์ จึงไม่สามารถจะทำนายในสิ่งที่ไม่มีเคยพบหรือไม่เคยมีข้อมูลนั้นๆอยู่ได้ ดังนั้นการทำนายทางเลือกของเทพพยากรณ์จึงเป็นการนำทาง ด้วยข้อมูลที่เทพพยากรณ์มีอยู่ ดังที่เทพพยากรณ์บอกว่า "จงอย่าสงสัยว่าควรเลือก ทางเลือกไหน เพราะเธอได้เลือกแล้วว่าจะเลือกทางไหน แต่จงสงสัยว่า ทำไมเธอถึงเลือกทางนั้นดีกว่า" ซึ่งเทพพยากรณ์ได้บอกกับนีโอว่าตอนนี้นีโอมี "นิมิต" หลังจากที่นีโอเล่าความฝันเกี่ยวกับทรินิตี้ให้ "The oracle" ฟัง ซึ่งเทพพยากรณ์ก็ไม่รู้เช่นกันว่าปลายทางสุดท้ายของความฝันนั้นคืออะไร นั่นหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับ "การเลือก" ของนีโอเท่านั้น...

ก่อนที่ภัยคุกคามจะมาถึงตัวนั้นเทพพยากรณ์ได้บอกกับนีโอว่านีโอต้องเดินทางไปสู่ "the source" หรือแหล่งกำเนิดและ ณ แหล่งกำเนิดนั้นนีโอจะต้องพบกับทางเลือกครั้งสำคัญเพื่อยุติสงคราม แต่การเดินทางไปสู่ the source นั้นนีโอจำเป็นต้องมี key ของประตูที่จะเข้าสู่ the source ซึ่ง key นั้นถูกเก็บอยู่กับ keyman ซึ่งเป็นโปรแกรมผลิต key สำหรับเข้าออกใน matrix ซึ่งจะมีเพียงโปรแกรมชั้นสูงเท่านั้นที่จะครอบครอง key นั้นๆ ได้ดังเช่นที่ the oracle มีกุญแจเพื่อเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของ matrix ได้อย่างอิสระซึ่งเรียกว่าเป็น "ด้านหลัง" ของ matrix ซึ่งหากเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ล่ะก็เปรียบเหมือนกับการทำงานของโปรแกรมล่ะครับ โดยที่โปรแกรมจะ run อยู่บนพื้นที่ความจำหนึ่ง โดยจะทำการเรียกไฟล์ที่เก็บอยู่ตาม location ต่างๆ ใน harddisk โดยสามารถไปได้อย่างอิสระ และจะคอยออกคำสั่งให้ ไฟล์ต่างๆ ทำงานตามหน้าที่ของมันเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เป็นปกติ ซึ่งหมายถึงการที่ใครก็ตามที่เดินทางมาหา the oracle ไม่ว่าจะเป็นมอร์เฟียส ทรินิตี้ หรือ นีโอ นั่นก็หมายถึงมันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดอยู่แล้วนั่นเอง

กลับสู่ reloaded ต่อนะครับ

โชคร้ายที่ keyman ถูกกักขังอยู่กับโปรแกรม"ระดับสูง" อีกโปรแกรมหนึ่งคือ "เมโรวินเจี้ยน" ซึ่งเทพพยากรณ์ได้ให้บอกสถานที่และเวลาที่แน่นอนให้กับนีโอเพื่อให้เดินทางไปพบ และในที่สุดภัยคุกคามเทพพยากรณ์ก็กำลังจะมาถึง..

ต่อไปคือ Enter The Matrix นะครับ ผมแยกเป็นส่วนๆ อาจจะสั้นบ้างยาวบ้างแล้วแต่จะเน้นนะครับ (บางส่วนถ้าเห็นว่าไม่มีอะไรสำตัญต่อเนื้อเรื่องหลักก็อาจจะข้ามไปนะ) โดยในเกมผู้เล่นสามารถเลือกจะเล่นเป็น ไนโอบี กัปตันของยานโลโกส หรือโกสต์คู่หูของในโอบีก็ได้ซึ่ง จะส่งผลให้เนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นต่างกันเล็กน้อยนะครับ (โดยการเล่านี้อาจจะมีผิดพลาดเพราะเป็นเกมทำให้ไมไ่ด้ดูย้อนไปมาเหมือนหนังอ่ะครับ+กับการย้อนอ่านเนื้อเรื่องย่ออีกทีซึ่งอาจมีบางส่วนที่มึนๆจำไม่ค่อยได้แล้ว)

ช่วงแรกจะเป็นเวลาเกิดเหตุใน Final Flight of the Osiris โดยยานโลโกส ของกัปตันไนโอบี ซึ่งคงได้รับการติดต่อจากดิออราเคิล ให้ไปนำของสำคัญคืนมา นั่นคือข่าวสารจากยานโอไซริส ซองจดหมายไม่จ่าหน้าที่ชูเอนำมาส่งไว้ก่อนที่ยานจะถูกทำลาย เนื่อเรื่องก็ไม่มีอะไรมากครับ ทั้งคู่บุกไปที่ทำการไปรษณีและเข้าไปบู๊ เพื่อค้นหาและชิงเอาจดหมายออกมา ในท้ายที่สุด ฉากมันๆก็คงเป็นตอนที่ต้องตัดสินใจลัดไปทางหนึ่งโดยต้องฝ่าเข้าไปใน Mega City ซึ่งเป็นดงของพวกโปรแกรมหลบหนีที่มีความวิปลาศ(ซึ่งสมควรถูกลบ) ที่มีความสามารถพิลึกๆและไม่เป็นมิตรกับทุกฝ่ายทั้งมนุษย์และเครื่องจักร แต่จบลงโดยการผ่านออกมาได้ ซึ่งข่าวสารที่ได้รับมาถูกส่งต่อไปยัง ผู้บัญชาการล็อค และกัปตันของยานลำอื่นๆ นั่นืคอการบุกไซออนของเครื่องจักรพร้อมเซนตินอลนับแสน โดยล็อคฝากแจ้งข่าวไปยังยานทุกลำให้กลับมาประจำการที่ไซออนเพื่อรับมือ(ซึ่งมีพูดถึงอีกทีในตอนต้นของภาครีโหลด)

ช่วงถัดมา ขณะที่พวกไนโอบีตัดสินใจจะส่งข่าวให้ยานลำอื่นโดยการเข้าไปในเมทริกซ์ใช้โทรศัพท์สนามบินเพื่อโทรไปยังยานลำอื่น (บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่โทรในโลกจริงไปเลย หรือใช้สัญญาณวิทยุ จะเข้ามาทำไมในเมทริกซ์ ผมคิดว่านั่นก็เพราะหากใช้ในโลกจริงอาจจะทำให้เซนตินอลดักจับสัญญาณได้ อาจถูกดักฟังหรือถูกตรวจเจอตำแหน่งของยานครับ) ขณะนั้นกลับมีการติดต่อมาจากยานวิจิลันท์ ของกัปตันโซเรน ว่ากำลังมีปัญหา เหตุการณ์ในช่วงนี้คือไนโอบีและโกสต์ต้องไปช่วยอักเซล เพื่อนสมาชิกของยานที่ติดต่อมาซึ่งถูกล้อมไว้โดยพวกเอเจนท์ บนเครื่องบินลำหนึ่ง สุดท้ายก็หนีออกมาได้และหลบหนีไปทาง hardline ก่อนจะออกไปจากเมทริกซ์ เทรนแมน(คนที่ควบคุมรถไฟเข้าออก gateaway ที่อยู่กับเมอโรวินเจี้ยน) ได้บอกไนโอบีว่า เคื่องจักรกำลังจะโจมตีไซออนในอีก 72 ชม.ข้างหน้านี้แล้ว

ถัดจากตรงนี้ก็ตัดไปยังเนื้อเรื่องในภาค reloaded ซึ่งมีการชุมนุมกันแล้วพวกเขาก็แยกตัวหนีออกมา ฟัดกับตำรวจพักนึง แล้วก็ได้รับการติดต่อจาก เทพยากรณ์ (ผ่านทางยานอีกลำที่รอการติดต่อจาก ออราเคิล ตามเนื้อเรื่องในหนัง) ให้ไปช่วย Keymaker ออกจากห้องที่มีประตูเยอะๆน่ะครับถ้าจำไม่ผิดนะ (ที่เราเห็นในหนังแหละ) ก็เป็นการพบกับ Keymaker โดยภารกิจคือไนโอบีและโกสต์ ต้องบุกเข้าไปในคฤหาสถ์ของเมอโรวิเจี้ยน(ที่พวกนีโอ มอเฟียสเคยเข้าไป) เพื่อไปคุ้นหากุญแจพิเศษสำหรับเปิดประตูสู่The Source ของ Keymaker ซึึ่งนีโอต้องใช้ แต่ี่ถูก คาอิน กับอาเบล ลูกน้องของเมอโรวิเจี้ยนขโมยไป โดยสองคู่หูจากยานโลโกสจะมี 1 คนที่ถูกจับได้และขังไว้ในปราสาท(อยู่ที่ว่าเราเลือกเล่นเป็นใครในเกม) ระหว่างการตามหาเพื่อนอีกคนที่ถูกจับตรงนี้ฉากสำคัญคือเราต้องเจอกับ เพอซิโฟเน่(ภรรยาของเมอโรวินเจี้ยน) และ เราต้องจูบกับเพอซีโฟเน่ เพื่อแลกกับการบอกทางไปช่วยคู่หู ถ้าเราเล่นเป็นไนโอบีจะมีเนื้อหาปลีกย่อยสื่อว่าไนโอบีที่จริงยังรักมอเฟียสอยู่แม้จะเลิกกันและไปอยู่กับผู้บัญชาการล็อคแล้ว ส่วนถ้าเล่นเป้นโกสต์ก็ต้องจูบเหมือนกัน ซึ่งเพอซิโฟเน่บอกว่าโกสต์จูบได้ไรอารมณ์ และสื่อว่าโกสต์นั้นหลงรัก ทรินิตี้ของพ่อหนุ่มนีโอ ที่จริงตรงนี้ไม่มีอะไรมากแต่คิดว่าเล่าให้ฟังขำๆ สุดท้ายกุญแจถูกเมอโรวินเจี้ยนทำลายไปแล้ว สุดท้ายทั้งสองหนีออกมาโดย Keymaker ยอมโดนจับและขังไว้ในคฤหาสถ์(ซึ่งพวกนีโอบุกไปช่วยอีกทีตอนหลัง)

ถัดมาเป็นเนื้อเรื่องตอนกลับมาไซออน ก็มีจิปาถะหลายอย่างครับ เช่นตอนที่นีโอกับทรินิตี้ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นของตัวเองแล้วนีโอโดนล้อมโดยชาวไซออนที่เชื่อว่านีโอเป็นพระผู้ไถ่ หรือผู้วิเศษ ทรินิตี้ที่แยกตัวไปตอนนั้น ได้ไปพบกับโกสต์ แล้วก็มีตอนที่ไนโอบีกับผู้บัญชาการล็อคถกเถียงกันเรื่องมอเฟียสในห้องส่วนตัว (ซึ่งล็อคก็โวยวายเพราะเป็นห่วงไนโอบี) และล็อคยังแจ้งไปที่สภาสูงว่ายานโลโกสเล็กเกินกว่าจะออกไปลุยกับพวกเครื่องจักร แต่สุดท้ายก็คงจำได้ในหนังนะครับ ที่กลายเป็นว่าไนโอบี พร้อมกับยานอีกลำ(ของกัปตันโซเรน) อาสาออกไปตามหายานเนบฯของมอเฟียสเพื่อพากลับมาตั้งอยู่ที่ฐานเพื่อสู้กับพวกเครื่องจักร พร้อมกับยานของกัปตันโซเรน

จากตรงนี้ก็เป็นตอนที่พวกมอเฟียสกำลังช่วย Keymaker และขับรถหนีขึ้นไฮเวย์ในหนังครับ ไนโอบีติดต่อไปที่ยานเนบฯโดย ลิงค์เป็นคนรับสาย ก็ไม่ีมีอะไรมากเป็นเหมือนในหนังเลย

ถัดจากนั้นก็เป้นการประชุมลับระหว่างยาน 3 ลำกับ Keymaker ที่เราเห็นในหนังนั่นแหละครับ ภารกิจก็เริ่มขึ้นหลังจากนั้นคือพวกไนโอบีต้องไปทำลายโรงไฟฟ้าให้ไฟดับหมด 27บล็อค(ถ้าจำไม่ผิด) มีฉากบู๊ในเกมแต่ เนื้อเรื่องเหมือนในหนัง

ถัดมาก็เป็นตอนกลับมาที่โลกจริง เป้นตอนที่เจอ เบนแล้ว หลังจาก ยานอื่น 5 ลำพังและทุกคนตายหมดโดยไม่ทราบสาเหตุยกเว้นเบน(ซึ่งจริงๆคือสมิธ และเป็นคนกดEMPทำลายยานทุกลำที่ไปด้วยกัน)

ก็เป็นตอนเดียวกับที่มีกล่าวถึงในหนังที่ยานโลโกส ได้รับการติดต่อจากเซแรฟ(องครักษ์ของเทพยากรณ์) เพื่อไปรับข่าวสารจากเทพยากรณ์ ก็มีต้องบู๊กับเซแรฟเล็กน้อยเหมือนตอนที่นีโอเจอเซแรฟครั้งแรกที่โรงน้ำชา ซึ่งตรงนี้คนที่เข้าไปหาเทพยากรณ์ได้จะมีแค่ 1 คน ก็ก็มีเนื้อเรื่องแยกอีก ถ้าเราเล่นเป็นไนโอบี เทพยากรณ์จะบอกว่า อนาคตอันใกล้นี้ไนโอบีจะเจอทางเลือกว่าจะช่วยนีโอหรือไม่ ส่วนถ้าเราเล่นเป็นโกสต์ เขาจะจำเทพยากรณ์ไม่ไ้ด้เหมือนไนโอบี(กลายเป็ร่างผอมแล้วเดี๋ยวจะอธิบายถัดไป) แต่หลังาจกประโยคทักทายทำให้โกสต์เชื่อแล้วว่านี่คือเทพยากรณ์(บทสนทนาสื่อถึงเรื่องที่เทพยากรณ์เท่านั้นที่รู้กว่าโกสต์ หลงรักทรินิตี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่โกสต์เคยคุยกับเทพยากรณ์เมื่อครั้งกระนู้น) ซึ่งหลังจากนั้นก็ออกมาจ๊ะกับสมิธจำนวนมาก ระหว่างหลบเข้าห้องที่มีประตูเยอะๆ อีกรอบ แต่สุดท้ายก็ออกจากเมทริกซ์ไป (เวลาในช่วงนี้คือสมิธค้นพบวิธีบุกเข้าห้องประตูเยอะๆนั่นแล้วและเกิดทับซ้อนกับเหตุการณ์ในหนังตอนที่สมิธไปจ๊ะกับนีโอ มอเฟียส และ Keymaker ในอีกด้านหนังของห้องประตุเยอะๆพอดี โดยสมิธพูดกับโกสต์หรือไนโอบีว่า บ๊ะ นี่ไม่ใช่ที่ฉันตามหานี่นา)

หลังจากนั้นก็กลับไปที่โลกจริง โลโกสถูกพวกเซนตินอลดักจับต่ำแหน่งได้และถูกไล่ล่าแต่ว่าเปิด EMP ได้ทันทำให้รอดจากการถูกเซนตินอลจัดการ แต่ยานก็แบตเตอรี่หมดและทำได้แค่จอดรอการช่วยเหลือ(ซึ่งต่อกับในหนังที่มียานมาช่วยพอดี)

เนื้อเรื่องในเกมจบแค่นี้ครับ ส่วนเสริมมีแค่เรื่องของเทพยากรณ์ ทำไมกลายร่าง

โดยช่วงที่พบกับเทพยากรณ์นี้ เทพายากรณ์ได้กลายเป็นร่างผอมแล้ว (เราที่เป็นคนดูก็คงทราบว่าเหตุผลจริงๆคือผู้แสดงคนก่อนเสียชีวิตเลยต้องหาคนแสดงแทน) ซึ่งในเมทริกซ์ได้ให้เหตุผลที่ เทพยากรณ์กลายหน้าตาเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคนว่า เพราะเธอยอมรับการขอความช่วยเหลือของ รามากันดรา และกมลา พ่อแม่ของซาตี้ ที่จะขอฝากหนูน้อยไว้กับออราเคิล โดยการลักลอบพาซาตี้เข้าสู่เมทริกซ์ผ่านทาง เกทเวย์ Mobil Ave ซึ่งเป็นสถานีของ เทรนแมน โดยการไปขอให้เมอโรวินเจี้ยนช่วย ซึ่งเงื่อนไขของเมอโรวินเจี้ยนคือทั้งสองต้องนำบางอย่างมาให้ เทพยากรณ์ นั่นคือ Termination Code ที่จะทำลายเทพยากรณ์ เรื่องนี้เทพยากรณ์รู้อยู่แล้วแต่ยินยอมให้เกิดขึ้นเพราะต้องการรักษา ซาตี้เอาไว้ไม่ให้โดนลบ ซึ่งเทพยากรณ์ได้บอกว่า ซาตี้ จะมีความสำคัญอย่างมากต่อไปในอนาคต (โดยท้ายที่สุดก็ยังไม่ได้เฉลยในหนังทุกภาคหรือในเกม,ส่วนเสริมตอนไหนๆเลย)

จบเท่านี้ครับสำหรับ Enter The Matrix ไว้จะมาเล่าเกี่ยวกับ Matrix Online ใน patch ล่าสุดนะครับ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อเรื่องหลังจากการยุติสงคราม โดยตัวละครหลักๆยังอยู่ครบ มอเฟียส ได้ยานลำใหม่ ไนโอบีได้ยานลำให้ พ็อพเพอร์หรือ เดอะ คิด จาก animatrix ก็ได้เลื่อนระดับขึ้นเป็นหัวหน้ายานและมียานของตัวเอง (ชื่อยาน Neo's Hope สุดยอดแห่งศรัทธาจริงๆกับตานี่) ไว้มีเวลาจะมาเล่าต่อครับ ขอบคุณด้วยอีกคนที่ติดตามแม้จะมีคนติดตามไม่เยอะ แต่มีเพื่อนคุยก็นับว่าสนุกแล้วครับ

รอติดตามอ่านของคุณ GODTING อยู่ด้วยเช่นกัน ^^


reloaded....

ภาวะคุกคามใหม่ของ the oracle นั่นคือ "agent smith - unplugged version" หลังจากที่ smith เปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบใหม่หลังจากที่ source code ของ smith ถูกเปลี่ยนไปเพราะนีโอ ทำให้ smith ได้ความสามารถใหม่ นอกเหนือจากการ "เข้าสวม" ร่างที่ต้องการแล้ว แต่ยังสามารถเปลี่ยน source code ของร่างนั้นๆ ให้เหมือนกับตัวต้นฉบับ (ไม่เว้นแม้แต่ agent) ซึ่งเป็นการเพิ่มความสามารถที่เหนือกว่า agent ทั่วไป ทำให้ smith มีความคิดที่จะกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่ใน matrix และเป้าหมายสำคัญของ smith ของการได้ดูดกลืนเทพพยากรณ์เพราะต้องการ "ความสามารถ" ที่สำคัญของ the oracle (น่าจะเป็นดวงตาของเทพพยากรณ์) จึงได้ไล่ล่า oracle แต่การดูดกลืนนั้นก็ยังมีข้อจำกัดตรงที่ยังไม่สามารถ copy source code ของตัวเองลงบนสิ่งที่มี "ความสามารถ" เหนือกว่าได้ ทำให้ smith ไม่สามารถดูดกลืนนีโอได้เหมือนคนอื่น  smith ใช้วิธีการ "เพิ่มจำนวน" เพื่อต่อสู้กับนีโอ แต่ด้วยการที่แต่ละตัวมีขีดความสามารถที่ต่ำกว่า ทำให้ smith ทำให้เพียงแค่ "เกือบ" ชนะเท่านั้น

reloaded

เมื่อนีโอพ้นจาก smith ได้แล้วก็ได้นำสิ่งที่เทพพยากรณ์บอกเขาไปบอกกับมอร์เฟียส เพื่อเดินทางไปพบกับ "เมโรวินเจียน" โปรแกรมระดับสูงเฉกเช่นเดียวกับ the oracle ซึ่งอยู่ใน matrix มาตั้งแต่เวอร์ชั่น 1.0 (ไว้อธิบายตอนหลังนะครับ) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถเขียน"โปรแกรม"พัฒนาสิ่งที่มีอยู่ใน matrix ได้ (รวมถึงเจ้าแฝดที่สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนไม่มีร่างกายได้ และยังมีเทรนแมนซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับติดต่อสื่อสารระหว่าง machine city และ matrix ซึ่งจะปรากฎตอน revolution) เมื่อเมโรวินเจียนรู้ว่า มอร์เฟียส ทรินิตี้ และนีโอ เดินทางมาพบเพียงเพราะคำบอกของ the oracle แต่ไร้ซึ่งเหตุผลและแรงจูงใจใดๆ ในการมาพบเขา (คือ "มาเพราะต้องมา" ไม่ใช่ "มาเพราะอยากมา) ทำให้เมโรวินเจียนปฏิเสธคำร้องขอของมอร์เฟียสที่จะมอบ keyman ซึ่งจะเป็นผู้นำทางไปสู่ the source  แต่ด้วยความช่วยเหลือปนประชดของภรรยาเมโรวินเจียน เนื่องจากเบื่อที่สามีมากรัก และเธอโหยหาสิ่งที่เรียกว่า "รักแท้" และเธอได้ร้องขอให้ นีโอ จูบเธอให้เหมือนกับการจูบคนรัก (ทรินิตี้) ซึ่งนีโอก็ยอมทำตาม ทำให้ในที่สุดนีโอก็ได้พบ keyman และสามารถพา keyman กลับมาได้ท่ามกลางฉากต่อสู้ที่ตื่นตาตื่นใจ และ มันส์สุดๆ (หาดูกันเองนะครับ) ไม่อยากอธิบายเพราะมันคงไม่เท่ากับดูเองล่ะครับ

reloaded...

เมื่อนีโอได้ตัวของ keyman เรียบร้อยแล้ว "เนบูคาร์เนซาร์" "โลโกส" และยานอีกลำหนึ่ง (ผมจำชื่อไม่ได้ครับ) ได้รวมกันเพื่อดำเนินการให้นีโอได้ไปถึงประตูที่จะเข้าสู่แหล่งกำเนิด (the source) โดยประตูนี้ถูกติดตั้งอยู่ในตึกหนึ่งซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดและมีระเบิดฝังอยู่ ทางเดียวที่จะเข้าไปได้คือต้องตัดกระแสไฟที่จ่ายเข้าสู่อาคารทั้งแหล่งพลังงานหลักและสำรองเพื่อตัดสัญญาณเตือนภัยซึ่งหลังจากตัดกระแสไฟฟ้าแล้วต้องเปิดประตูเพื่อสู่ห้องที่จะไปถึง the source ภายใน 314 วินาที โดยทีมของ ไนโอบี และ ยานอีกลำรับหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้า ก่อนปฏิบัติการจะเริ่มขึ้นนั้น นีโอขอร้องให้ทรินิตี้อย่า plug เข้าไปใน matrix เพราะเขากังวลว่าทรินิตี้อาจต้องพบกับความตายตามความฝัน ซึ่งทรินิตี้ก็รับปาก ขณะที่การดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้าของไนโอบีเป็นไปอย่างเรียบร้อย ขณะที่ยานอีกลำถูกเซนทิเนลตรวจพบและระเบิดทิ้ง ซึ่งเป็นเหตุให้ทรินิตี้จำเป็นต้อง upload เข้าไปตัดกระแสไฟฟ้าสำรองซึ่งทรินิตี้สามารถทำได้สำเร็จ ขณะที่นีโอเข้าสู่ประตูที่ออกสู่ "ด้านหลังของ matrix" smith ได้ดักรออยู่ (เข้าใจว่า smith มาได้จากการดักฟังยานทั้งสามลำประชุมกัน) และเมื่อ keyman บรรลุ "เป้าหมาย" ที่จะเปิดห้องที่จะนำนีโอไปสู่ the source ได้สำเร็จ keyman ก็ได้พบกับความตาย ขณะที่ทรินิตี้กำลังจะออกจากตึกหลังจากภารกิจสำเร็จ ทรินิตี้ก็ต้องพบกับสายลับแต่เพียงลำพัง

the last reloaded...

เมื่อนีโอเปิดประตูเข้าไปในแหล่งกำเนิด "the source" นีโอได้พบกับ "สถาปนิก" ซึ่งเป็นผู้สร้าง the matrix version แรก และเขียนโปรแกรมของตัวเองให้อยู่ใน matrix และในช่วงของการ input ข้อมูล (คำถาม) และคำตอบ (output) ของนีโอจะเห็นได้ว่ามีการแสดงคำตอบของนีโออยู่มากมายทางจอทีวีเล็กๆ ผมคิดว่านั่นเป็นการแสดงของถึง "การประมวลผล" ที่อยู่ในภายจิตใจออกมาซึ่งมีคำตอบมากมายที่จะตอบคำถามนั้น แต่สุดท้ายคำตอบที่ออกมาจริงๆ ก็มีเพียง "หนึ่งเดียว" เท่านั้น (การเงียบก็คือคำตอบหนึ่ง) นั่นแฝงนัยว่าถึงแม้ว่าทางเลือกจะมีมากมายสุดท้ายก็จะมีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้นที่จะถูกเลือก

สถาปนิกได้อธิบายว่า matrix version 1.0 นั้นยังไม่สมบูรณ์แบบและยังขาดซึ่งความสมดุลทางสมการ ดังนั้นสถาปนิกจึงออกแบบโปรแกรม "ผู้ปลดปล่อย" ขึ้นมาเพื่อใช้ในการหาสมการที่สมดุลและทำให้ matrix เสถียรที่สุด โดยผู้ปลดปล่อยทุกคนตั้งแต่รุ่นแรกจะถูกสร้างขึ้นมา และถูกนำทางด้วย the oracle ให้ผ่านประสบการณ์ต่างๆ และให้นำพาตัวเองเข้ามาสู่ the source เพื่อให้สถาปนิกได้นำผู้ปลดปล่อยไป decode เพื่อพัฒนา matrix ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยสร้าง "ทางเลือก" ให้ผู้ปลดปล่อยเลือกว่าจะยอมให้ decode โดยแลกกับการทำลายล้างไซออน แต่เหลือมนุษย์อยู่ 23 คน เป็นหญิง 16 คน ชาย 7 คนเพื่อสร้างไซออนใหม่ หรือจะปล่อยให้มนุษยชาติสูญเผ่าพันธุ์หมด ซึ่งสถาปนิกเล่าให้นีโอฟังว่า matrix เวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่น 6.0 นั่นหมายถึง ไซออนผ่านการถูกทำลายมาแล้ว 5 ครั้ง -ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจว่าอ้างอิงจากพระคัมภีร์ในศาสนาคริสต์ว่าด้วยการที่พระเจ้าจะทรงล้างโลกเมื่อถึงคราวเสื่อมของมนุษย์แต่จะยังคงเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีความดีหลงเหลืออยู่ (จำนวนนั้นผมไม่แน่ใจ)- ซึ่งผู้ปลดปล่อยทุกคนจะต้อง "เลือก" ว่าจะปล่อยให้ matrix พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และไซออนคงอยู่ หรือจะปล่อยให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์มนุษย์ และผู้ปลดปล่อยรุ่นก่อนทุกคนเลือกที่จะดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ไว้ ขณะที่นีโอต้องเผชิญทางเลือกที่มีสมการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อเขาต้องเลือกระหว่างการถูก decode หรือการไปช่วยทรินิตี้ที่กำลังจะตายตามนิมิตของเขา ซึ่งอย่างที่บอก "ทางเลือกนั้นได้ถูกกำหนดไว้แล้ว" นีโอเลือกที่จะปฏิเสธการดำรงอยู่ของไซออน และออกจาก the source เพื่อไปช่วยทรินิตี้ แม้ว่านีโอจะช่วยในทรินิตี้หลุดพ้นจากความตายมาได้ แต่สิ่งที่พบคือ เซนทิเนลยังคงมุ่งหน้าเพื่อจะทำลายไซออนต่อไป เมื่อนีโอกลับมา ความศรัทธราทั้งชีวิตของมอร์เฟียสต่อการยุติสงครามของผู้ปลดปล่อยนั้นถูกทำลายลงในทันที เพราะผู้ปลดปล่อยได้เดินทางไปสู่แหล่งกำเนิด แต่สงครามก็ยังไม่ยุติ และยิ่งเมื่อนีโออธิบายว่า "เทพพยากรณ์" ที่แท้จริงนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่มอร์เฟียสศรัทธรา ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของเขายิ่งดำดิ่ง ซ้ำร้ายยานเนบูคาร์เนซาได้ถูกเซนทิเนลตรวจพบและได้ระเบิดทำลายอย่างไม่เหลือซาก แต่มอร์เฟียส นีโอ ทรินิตี้ และลิงค์ ได้หลบหนี้ออกจากและนีโอต้องเผชิญหน้ากับ เซนทิเนลในโลกที่เขาไร้พลัง แต่ทันใดนั้นนีโอก็สามารถรวบพลังและปล่อยออกไปหยุดเซนทิเนลได้ แต่ก็หมดสติไปในทันที (ผมจะอธิบายสิ่งที่ผมคิดไว้ในภาค revolution นะครับ) โชคดีที่มียาน (ที่ผมจำชื่อไม่ได้) มาช่วยเพราะได้รับมอบหมายให้ตามยานต่างๆ กลับไปปกป้องไซออนโดยที่เหลือเวลาอีกเพียง 9 ชี่วโมงเครื่องเจาะและเซนทิเนล 4 แสนตัวก็จะไปถึงไซออน นอกจากนั้นยานลำนี้ได้ช่วยผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากยาน 5 ลำ ซึ่งผู้ที่รอดชีวิตเพียงคนเดียวนั่นคือ "เบน" ที่ในจิตใจคือ agent smith นั่นเอง

ขอเล่าแบบความรับรู้ของตัวเองบ้างนะครับ ผิดถูกกับบางความเห็นก็ขออภัยด้วย

ถ้าเล่าเรื่องแบบไม่นับภาคนะครับ เรื่องจะเริ่มต้นตรงมนุษยชาติ ได้ประสบความสำเร็จในการสร้าง AI ที่เป็นโปรแกรมที่คิดได้ด้วยตัวเอง และหลังจากนั้นได้พัฒนาเป็นหุ่นยนต์ที่ทำอะไรได้มากมายตามคำสั่งของมนุษย์ แต่ก็มีหุ่นยนต์มากมายที่ถูกทอดทิ้ง และถูกทำลายหรือ delete ไปด้วยน้ำมือมนุษย์ ทำให้เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง และสงครามก็เริ่มต้นขึ้น ในทีแรก หุ้นยนต์ ได้รวมกำลังกันที่ Machine city เพื่อป้องกันอันตรายจากมนุษย์ เมืองหุ่นยนต์กลายเป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุดในโลก สามารถคิดค้นอะไรใหม่ ๆ ได้มาก และมีอาวุธใหม่ ๆ เกิดขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีจากชาวโลกได้ ในนาทีสุดท้ายก่อนที่มนุษยชาติจะพ่ายแพ้ ได้ใช้ไม้ตายตัดพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานหลักที่ Machine ใช้ โดยการสร้างพายุฟ้าผ่า ที่หุ่นยนต์ไม่สามารถผ่านไปได้ โดยที่ยังมีชีวิตอยู่

แต่กลับกลายเป็นการกระทำที่ผิด เพราะหุ้นยนต์ได้ปรับตัว โดยการจับมนุษย์ที่เหลือในโลกมาเป็นแบตเตอรี่ให้ตัวเองซะเลย กลายเป็นจุดเริ่มต้นยุค Matrix อย่างแท้จริง ...

The Matrix คือ software จำลองโลกในยุคปี 2000 โดยใช้ concept ที่ว่าความรู้สึกหรือจิตใจของมนุษย์นั้น เกิดขึ้นมาจาก เส้นประสาทที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าไปให้สมอง The matrix ได้จำลองสัญญาณเหล่านั้นไปยังสมองโดยตรง โดยตัดความรู้สึกนึกคิดออกจากเส้นประสาท และนำข้อมูลจาก Matrix ใส่เข้าไปแทน และนำพลังงานร่างกายของมนุษย์ไปใช้ ดังนั้น The Matrix จำสามารถจำลองได้ทั้งรูป รส กลิ่น สี สัมผัส ให้กับมนุษย์ทุกคนเลยก็ว่าได้

ในช่วงเริ่มแรกของ Matrix นั้น The Matrix ได้ถูกออกแบบมาให้เกิดความสมบูรณ์แบบ (อ้างจากภาคแรก) นั่นคือมนุษย์ทุกคนจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เหมือนสวรรค์บนดินดีดี แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด (ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด) หลังจากนั้น สถาปนิกได้ออกแบบ The Matrix มาหลาย ๆ แบบ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนมาถึงแบบที่จำลองชีวิตในระดับเทคโนโลยีสูงสุดของมนุษย์ก่อนจะเกิด Machine นั่นคือช่วงปี 2000ใน The Matrix ภาคแรกนั่นเอง

จากนั้น The Matrix ได้มีการสร้างใหม่และทำลายตัวเองไปแล้วอย่างน้อยสี่รอบ (จากคำพูดของสถาปนิก)

อย่างไรก็ตาม The Matrix นั้นยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากจะมีมนุษย์ที่มีญาณสัมผัสที่ดี หรือสามารถกระตุ้นตัวเองไปสู่จุดสูงสุดที่มนุษย์สามารถไปได้ จะสามารถหลุดพ้นจากโลกของ Matrix ออกไปได้ และจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของ The Matrix ได้ ดังนั้นสถาปนิก ซึ่งได้ข้อมูลจาก the oracle ที่เป็นคนเก็บข้อมูลความผิดพลาด และนิสัยของมนุษย์ เพื่อทำนายอนาคต ก่อนที่เหตุการณ์จริงจะเกิดขึ้น สถาปนิกได้พยายาม balance equation นี้ ด้วยการสร้าง ไซง่อนขึ้นมา หลังจากที่ทำลายไปแล้ว โดยจริงๆ  คือมนุษย์กลุ่มสุดท้ายได้สร้างไซง่อนขึ้นมา แต่จากคำพูดของสถาปนิกกับนีโอ แสดงให้เห็นว่าเค้าได้ทำลายไซง่อนมาแล้วหลายครั้ง

ไซง่อนเป็นเหมือน ชุมชนของคนที่หลุดพ้นจาก The Matrix ได้ และพยายามรวมตัวกันเพื่อต่อสู้ปลดปล่อยผู้คนจาก The Matrix แต่ไม่ใช่ทุกคนจะถูกปลอดปล่อยได้ ทุกคนต้องมีความเชื่อ และมี ญาณ (Sense) เบื้องต้นก่อนว่าสิ่งที่ตัวเองสัมผัสอยู่เป็นของปลอม

ไซง่อนจะมีทีมที่คอยปลดปล่อยผู้คนจาก Matrix โดยจะทำงานโดยใช้ยานบินไปตามเส้นทางอุโมงค์ใต้ดินในโลกแห่งความเป็นจริง และจะเชื่อมต่อเข้ากับ The matrix เพื่อพาคนของตัวเองเข้าไปทำงานใหญ่เพื่อปลดปล่อย ผู้มนูษยชาติ โดยทำตามคำแนะนำของ The oracle ซึ่งในเรื่องได้ถูก excile (ขับไล่) ออกมาเป็นอิสระแล้ว

จริง ๆ แล้ว The oracle ก็ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งของสถาปนิก ในการ balance the matrix โดย The oracle จะเป็นคนชี้แนะเพื่อนำไปสู่ The One ผู้ชึ่งเป็นปัญหาของ The Matrix มาโดยตลอด โดยสถาปนิกได้เป็นคนออกแบบเงื่อนเวลา รวมถึงปมปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ the one แก้ไข จนสามารถมาถึงตัวสถาปนิกได้ โดย The one ต้องร่วมมือกับ The oracle เพื่อไปสู่จุดหมายดังกล่าวด้วยกัน

เมื่อ The one ได้พบกับ สถาปนิก จะเป็นเวลาใกล้เคียงกับที่ไซง่อนจะถูกทำลายทุกครั้งไป เพราะสถาปนิกได้วางแผนไว้หมดแล้ว ณ เวลานั้น ไซง่อนในโลกแห่งความเป็นจริงใกล้จะถูกทำลาย The one ต้องเลือกว่าจะทำอย่างไรต่อ ระหว่างปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามระบบของสถาปนิก และ ไซง่อนถูกทำลาย หรือยอมให้ตัวเองออกไปตั้งไซง่อนใหม่ในจำนวนคนที่ถูกเลือก เพื่อ balance ต่อไป และดำรงความเป็นมนุษยชาติไว้

The one มีมาแล้วสี่คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เลือกทางเดินเพื่อรักษามนุษยชาติไว้ แต่กรณีของ Neo นั้นแตกต่างกันไป

ที่นี่ก็มาเข้าที่เนื้อเรื่อง The Matrix คงไม่ต้องเล่ากันมาก ตามเนื้อเรื่องน่าจะได้รู้เรื่องราวเริ่มต้น แต่จุดที่ทิ้งไว้คือ The one ในตอนนี้คือ Neo นั้น ถูกขับดันจากความรักที่มีต่อ Trinity ในช่วงเวลาที่ตัวเองตายไปแล้ว ฟื้นมาเป็น Neo The one ตอนท้ายเรื่อง และยังได้ทำลาย Smith ซึ่่งเป็น agent ที่คอยทำลายไซง่อนเพื่อ balance นั่นเอง จะสังเกตว่า Smith ถูกทำลายโดยการรวมตัวกับ Neo ดังนั้น Smith จึงได้พลังด้านมืดจาก Neo และกลายเป็น โปรแกรมที่มีการกลายพันธุ์ สามารถแปลงแปลงรูปลักษณ์ของใครก็ได้ให้เป็นตัวเอง

ในภาคสอง ได้มีการพูดถึงเรื่องการกลายพันธุ์ของ Smith และการเดินทางของ Neo เพื่อที่จะไปพบกับสถาปนิก ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดย The oracle ซึ่งอ้างว่าถ้าไปถึงจุดนั้น สงครามจะยุติ (จริง ๆ ก็จะยุติ แต่จะวิธีไหนแค่นั้นเอง one way or another)


จุดไคลแมกซ์อยู่ที่จากรุกรานไซง่อนไกล้เสร็จสมบูรณ์ และ Neo ได้พบสถาปนิก ผู้ซึ่งเสนอทางเลือกให้ Neo เลือกระหว่างมนุษยชาติ กับ เลือก Fate โดยมี Trinity ที่ตกอยู่ในอันตรายเป็นตัวเร่งการตัดสินใจ Neo เลืัอกที่จะไปตาม Fate ที่ตัวเองเชื่อมาโดยตลอด เพื่อไปช่วย Trinity ให้รอดพ้นจากความตาย

ท้ายเรื่องยังมีการแสดงการ revolution ของ Neo ที่สามารถใช้พลังขับเคลื่อนจิตวิญญาณ ของ Machine ซึ่งส่วนตัวผมมองว่ามันคือวิวัฒนาการของมนุษย์จริง ๆ และเนื้อเรื่องได้สื่อชัดเจนว่าวิญญาณ คือพลังงานนั่นเอง

ภาคสาม จะเป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องไซง่อนช่วงสุดท้าย โดยมีการไปช่วยเหลือ Neo ออกมาจาก program ที่ถูก excile Marovingi รวมไปถึงการพัฒนาการของ Smith ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายสามารถครอบครองได้ทั้ง Matrix

ในส่วนของ Neo หลังจากที่มี Revolution สามารถรับรู้ถึงจิตวิญญาณได้ จึงเดินทางไปสู่ Machine city เพื่อไปพบกับสถาปนิกอีกครั้ง การต่อสู้ของ Neo ที่สู้กับกองทัพ Machine city จนสามารถฝ่าฟันเข้าไปยัง Machine city ได้ แต่ก็ต้องเสีย Trinity ไป

Neo ได้พบกับ สถาปนิกในร่างจริงที่เป็นเครื่องจักร และเดิมพันกับสถาปนิกว่าจะปราบ Smith ให้ได้เพื่อแลกกับการหยุดยั้งสงคราม

สถาปนิกจำเป็นต้องรับข้อเสนอของ Neo เนื่องจาก Smith ได้ครอบครอง The matrix ไปแล้ว และอาจจะระบาดมาสู่ Machine city ได้ ดังนั้น จึงได้ส่ง Neo ไปสู้กับ Smith ใน final battle

Neo สู้กับ Smith ที่มีพลังและการหยั่งรู้ของ The oracle (จากการกลืน The oracle เข้าไป) ทำให้ Neo สู้ไม่ได้ แต่สุดท้าย Neo ก็ถูก Smith กลืนเข้าไปด้วยความจงใจ และได้รับความร่วมมือจากสถาปนิก เพื่อกำจัด Smith ออกไปได้ เป็นจุดจบที่เหมือนกับจุดเริ่มต้น คือการรวมร่างกัน แต่จุดที่ทำให้ Smith หมดพลังจริง ๆ คือ เค้าหมดว่าเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง และเกิดความกลัวขึ้น ทำให้ตัวเองอ่อนแอลง และพ่ายแพ้พลังของ Neo และ สถาปนิก

ตอนสุดท้าย ดูเหมือนว่า Neo จะตายไปแล้ว แต่ยานที่นำศพของ Neo ไป ยังเต็มไปด้วยแสงสว่าง นั่นหมายความนัย ๆ ว่า Neo ยังไม่ตาย !!!

ตอนสุดท้ายจึงมาเฉลยว่า ทุกอย่างกลายเป็นว่าครั้งนี้ The oracle หลอกใช้ สถาปนิก โดยวางเดิมพันด้วย The Matrix แทน อย่างไรก็ตาม ไซง่อน รอดพ้นจากการถูกทำลาย และ คนใน The Matrix จะถูกปลดปล่อยโดยสมัครใจ เป็นอันว่าสงครามยุติชั่วคราว  Happy ending

แหล่งที่มา
(http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/04/A6503069/A6503069.html )





 

Create Date : 13 มิถุนายน 2558
0 comments
Last Update : 13 มิถุนายน 2558 9:39:03 น.
Counter : 400 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


bestyx
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





เป็นคนเรียบง่าย สบาย ๆ ..คิดอะไรได้ช้า.. คิดไม่ค่อยทันคนอื่น...เขียนอะไรไม่ค่อยเป็น... เลยต้องหาสิ่งที่คนอื่นคิด สิ่งที่คนอื่นเขียน มาเก็บรวบรวมไว้อ่าน เพื่อให้ตนเองได้ฉลาดขึ้น เป็นคนที่ไม่ชื่นชอบหรือหลงใหลสิ่งใดเป็นพิเศษ ..แต่ก็ค้นหาหาไปเรื่อยๆ.. จนกว่าได้จะพบเจอ....แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งค้นหาก็ .."ยิ่งยาก".. ที่จะพบ เพราะโลกกว้างใหญ่เกินไปที่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะเรียนรู้ได้หมด

การเรียนรู้ เป็นการศึกษาตลอดชีวิต
Friends' blogs
[Add bestyx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.