เทคโนโลยีการใช้ฮอร์โมนเอทธิลีนเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยาง 2-3 เท่าตัวต่อเดือน
ในอดีต เมื่อพูดถึงการเร่ง หรือยาเร่งน้ำยาง หรือสารเคมีเร่งน้ำยาง จินตนาการของผู้ฟังมักจะมองไปในทางลบหรือมองว่าเป็นสิ่งเลวร้ายต่อต้น ยางพารา หากใครจะใช้ ก็คงจะใช้กับต้นยางพาราที่จะโค่นภายใน 1 ปี หรืออย่างมากก็ 2 ปี แต่ที่จริงแล้ว สถาบันวิจัยยางได้แนะนำให้เกษตรชาวสวนยางพาราใช้กับพันธุ์ยางพาราที่ให้ผล ผลิตน้อยในช่วงแรกของการเปิดกรีดและเป็นพันธุ์ยางที่ตอบสนองต่อยาเร่งน้ำยาง ด้วย ซึ่งหากชาวสวนยางใช้ตามมคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ก็จะได้รับผลผลิตคุ้มค่าโดยต้นยางพาราไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ

บ.ไทยเท็กซ์ฯ สาธิตการติดตั้งริมโฟลว์-RRIMFlow ที่อ.นาทวี จ.สงขลาแต่ ปัจจุบัน สภาพสังคมเปลี่ยนไป ชีวิตชาวสวนยางพาราใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีความปลอดภัยที่จะเข้าไปทำการกรีดยางพาราตอนเที่ยงคืนหรือหลังเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยางพาราให้ได้มากเท่า ที่ควรจะได้ สารเคมีเร่งน้ำยาง จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อชาวสวนยางพาราดังกล่าวและชาวสวนยางพาราทั่วไปที่ สนใจจะทำการกรีดยางในเวลากลางวัน ทั้งนี้ชาวสวนยางอาจเลือกใช้สารเคมีเร่งน้ำยางชนิดเหลวแบบทาหรือหยด หรือจะเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ในรูปของการใช้แก๊สเอทธิลีน(เอทธิลีนเป็นฮอร์ โมนพืชที่อยู่ในรูปของแก๊ส) โดยทั้ง 2 แบบจะมีผลต่อต้นยางพาราเหมือน ๆ กัน คือทำให้ท่อน้ำยางถูกเปิดอยู่ได้นาน น้ำยางจึงไหลได้นาน จึงทำให้ได้ผลผลิตน้ำยางเพิ่มมากขึ้น เมือ่พิจารณาลึก ๆ แล้ว จะเห็นว่าเป็นการยืดระยะเวลาการไหลของน้ำยางให้นานขึ้น ไม่ได้เป็นการเร่งให้เร็วขึ้น ดังนั้นในบทความนี้ จึงขอให้คำว่า การเพิ่มผล

==========



Create Date : 13 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2554 0:07:06 น.
Counter : 87 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

saveja01
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พฤศจิกายน 2554

 
 
7
9
10
14
15
16
17
18
19
20
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog