Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
15 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
ชีวิตคู่ หรืออยู่เพียงลำพัง



วันนี้เป็นวันที่ฉันได้ใช้เวลาว่างนั่งคุยกับแม่ เพราะความขี้เกียจตัวขึ้นขนของฉันนี่แหละ จะออกไปซื้อของข้างนอกก็ไม่ไป จะอาบน้ำก็ไม่อาบสักที จนบ่ายคล้อย ยังเดินตัวเหม็นอยู่ในชุดนอนว่อนไปรอบบ้าน

ขยันก็ตอนเดินมาชงน้ำส้มกินกับแม่หน้าทีวี แต่ไม่ได้เปิดทีวีหรอกนะ นั่งคุยกันกับแม่

แม่คุยเรื่องเพื่อนบ้าน คนนั้นคนนี้ ฉันเองก็ฟังแบบที่แทบนึกหน้าคนโน้นคนนี้ที่ว่าไม่ออกเอาเสียเลย น่าแปลก ที่ทุกคนที่แม่เล่าถึงค่อนข้างจะสนิทกับแม่หมดเลย แต่มีไม่ถึงสองคนที่ฉันนึกหน้าออก เพราะเธอเหล่านั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ถึงอย่างนั้น ฉันก็จำไม่ได้อยู่ดีว่าพวกเขาอยู่บ้านหลังไหน ในขณะที่พ่อกับแม่ สามารถให้ข้อมูลได้หมดเลย อยู่หลังไหน อยู่กี่คน มาจากจังหวัดไหน ลูกสาวลูกชายเขาทำมาหากินอะไร ฯลฯ

ทั้งหมดทั้งมวลนั่นเป็นกรณีที่พวกเขามาเล่าให้แม่กับพ่อฟังทั้งนั้น

บ้านฉันอยู่กันสามคน พ่อกับแม่อยู่บ้านทั้งวัน แม่มีวิชาตัดเย็บเสื้อผ้าติดตัวอยู่ แม่เลยติดป้ายหน้าบ้าน ว่ารับตัดเสื้อ แก้ไขเปลี่ยนทรงเสื้อผ้า แรกๆ ที่พ่อกับแม่มาอยู่ด้วย ฉันทำป้ายร้านให้ เอาไปขอติดตามร้านอาหารแถวนั้น ไม่นาน ก็มีคนมากันบ้าง บอกต่อกันบ้าง จนตอนนี้ สองปีแล้ว แม่ยึดตำแหน่งช่างเย็บผ้าประจำหมู่บ้านไปแล้ว ส่วนพ่อ ก็เป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ของอีกหลายบ้าน ค่าที่พ่อเป็นคนแข็งแรง ไม่เคยอยู่นิ่ง ทำสวน ปลูกต้นไม้ ทำนู่นนี่ตลอดเวลา บางทีก็ไปจับงูที่เข้าบ้านเพื่อนบ้าง ปีนไปดับไฟที่ป่าหญ้านอกรั้วหลังบ้านบ้าง แม้แต่ไปช่วบ้านอื่นปลูกต้นไม้ พ่อก็ทำมาแล้ว

สรุปคือ ทั้งพ่อและแม่ เป็นผู้ใหญ่ใจดีในหมู่บ้านที่ใครๆ ก็รู้จัก และมักมาคุยเรื่องราวหลายเรื่องอยู่เสมอ

ในขณะที่ตัวฉันเอง แทบจำหน้าใครไม่ได้เลย

มันเป็นนิสัยส่วนตัวที่ฉันเองก็ไม่คิดว่ามันดีนักหรอก ฉันเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมาก ไม่ชอบยุ่งวุ่นวายกับใคร และก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของฉัน และมันอาจจะมากมายไปหน่อย เลยรวมไปถึงการที่ไม่สนใจจะทักทายใครต่อใคร และการที่ไม่ค่อยรู้จักใครนอกจากบ้านซ้ายขวาที่อยู่ติดกัน เพราะเลี่ยงพบปะหน้ากันไม่ได้จริงๆ เท่านั้นเอง

ฉันเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง รักอิสระเสรี ชอบที่จะทำอะไรได้โดยไม่มีใครขัดใจ ฉันไม่ใช่คนที่เรียกว่า “เด็กเอาแต่ใจตัวเอง” พ่อกับแม่ฉันเลี้ยงฉันมาดีกว่านั้นเยอะ ฉันไม่ขัดใจใคร ถ้านั่น มันไม่ได้มาละเมิดความเป็นส่วนตัวของฉันแล้วละก็นะ

การเป็นคนที่ไม่สนใจใครนอกจากตัวเองของฉันทำให้แม่เป็นห่วง

ฉันเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์กับมนุษย์ชนิดยอดแย่ แต่ฉันอาจจะมี สัตวสัมพันธ์ยอดเยี่ยมก็ได้ หมา แมว นก ปลาทอง พวกมันไม่ขัดใจ ไม่เถียง ไม่มาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่คอยป้อนคำถามรำคาญใจให้ฉัน ฉันมีความสุขกับการอยู่ใกล้ๆ พวกมันมากกว่า

นิสัยที่เกินกว่าจะยื้อไว้ได้แบบนี้ ทำให้การ “คบหา” ของฉันขาดสะบั้นลงมาแล้วหลายครั้ง ไม่เคยมีใครทนฉันได้ ขนาดคนที่มีความอดทนสูงต่อแรงกดดันรอบข้าง คนที่ใจเย็น ยังทนฉันไม่ได้เลย และฉันเองก็เคยที่จะลดความเป็นตัวเองลงมาเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับมนุษย์เอาไว้ ผลคือ ฉันไม่มีความสุข...

ฉันจึงเลือกแล้ว ที่จะเดินทางที่มีแต่ความเหงา มากกว่าทางที่จะทำให้ฉันต้องแบ่งความเป็นตัวเองไปให้ใครอีกคน หรืออาจหลายคน...

เหงาไหมกับสิ่งที่เลือก เลือกที่จะอยู่กับตัวเอง คำตอบคือใช่ มันเหงา และในบางครั้ง มันเหงาและหนาวจนเข้าไปถึงขั้วกระดูก ส่วนการเลือกที่จะมีชีวิตกับผู้อื่นนั้น คงไม่เหงาแต่ฉันต้องยอมเสียบางส่วนของตัวเองไป

ไม่ว่าเลือกทางไหนมันก็ข้อเสียข้อดีของมัน ที่สำคัญ ฉันได้เลือกไปแล้ว

แม่บอกฉันว่า แม่คุยกับพ่ออยู่นะ แม่เป็นห่วงชีวิตของฉันในอนาคต พ่อกับแม่ไม่อาจอยู่ด้วยกับฉันตลอดไป และในวันนั้น ฉันจะมีใครมาคอยดูแล เป็นเพื่อนกันหรือเปล่า ไม่มีคู่ชีวิต ไม่มีลูกหรือหลาน เพื่อนฝูงที่จะคบกันจนวันสุดท้ายของชีวิต ฉันก็ไม่มีหรอก เพราะฉันอยู่แต่กับตัวเองมาตลอด

แม่รู้ว่าฉันเป็นคนที่รักและหวงแหนอิสระยิ่งกว่าสิ่งใด อยากทำอะไรก็ทำโดยไม่สนใจว่าใครจะมองแบบไหนทั้งนั้น ใครก็ขัดใจฉันไม่ได้ และนี่แหละ เป็นสิ่งที่แม่ห่วง แม่บอกว่า การใช้ชีวิตคู่ หรืออยู่ร่วมกันในทุกวันนั้น ต้องอาศัยการแบ่งปัน การยอม ความเข้าใจ ความอดทน และการให้อภัยกัน ไม่เช่นนั้น พ่อกับแม่ไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้จนถึงทุกวันนี้หรอก แม่ยังบอกอีกว่า คนสมัยนี้ไม่มีความอดทนกันแล้ว ลูกชายบ้านนั้นเลิกกับเมีย แบ่งลูกกันคนละคน ลูกสาวบ้านนี้ ทิ้งสามีไปหาคนใหม่ ส่วนคนบ้านโน้น หลังจากเลิกกับสามีไปครั้งหนึ่ง สามีก็กลับมาอยู่ด้วย มีลูกเพิ่มอีกหนึ่งเป็นสาม แล้วตอนนี้ สามีเขาก็เลิกกัน และทิ้งเมียกับลูกสามคนเอาไว้อีก

จริงอยู่ว่าแม่อยากให้ฉันได้พบคนดีๆ แล้วประคับประคองกันเอาไว้ แต่แม่ก็ยังห่วงอีก ว่าหากฉันได้พบใครแล้วสุดท้ายมันก็ไปติดตรงที่เลวร้ายยิ่งกว่าไม่มีจะทำอย่างไร

วันนี้ ฉันได้บอกแม่ไปอีกครั้ง อย่างที่เคยบอกไว้แล้ว ว่ามันเป็นทางเลือกที่ฉันเลือกเอง ฉันเลือกที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว วันหนึ่ง หากฉันล้ม ก็คงจะล้มแบบไม่มีใครช่วยประคองขึ้นมาแน่ หากโชคดี กำลังขาฉันอาจแข็งแรงพอที่จะยืนหยัดขึ้นมาเองได้ แต่หากไม่... ฉันก็คงต้องยอมแพ้พ่ายไปแบบนั้น เพราะนั่น มันก็เป็นทางที่ฉันเลือกเอง

ฉันเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง และยังคิดอยู่ว่า ฉันมีพลังมากพอที่จะดูแลครอบครัวเล็กๆ ตรงนี้ได้ สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งตัวเองเท่านั้น ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใรเป็นที่พึ่งให้ฉันได้ดีไปกว่าการที่ฉันพึ่งพาตัวเองเลย แต่ฉันก็ไม่ได้หูตามัวจนลืมคิดไปว่า ตัวเองเป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา ไม่ใช่เทวดานางฟ้ามาจากไหนถึงจะไม่มีวันแพ้

ฉันแค่พร้อมจะยอมรับความพ่ายแพ้เท่านั้นต่างหาก

แม้การยืนยันอย่างไม่ลังเลของฉันมันจะทำให้แม่เงียบกริบ แต่ในสายตาของแม่ที่มองมายังฉัน ฉันยังรู้สึกได้ว่าเขายังห่วงอู่เสมอ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแม่ต้องการอะไร แต่สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ ฉันคงทำให้ไม่ได้ แม้ว่า... สิ่งเหล่านั้น มันจะเพื่อตัวฉันเองก็ตาม

ถึงแม้ว่า อีกสิบปีข้างหน้า ฉันอาจจะต้องนั่งนิ่งด้วยสายตาเหม่อลอย เหมือนรอคอยอะไรบางอย่างตามที่ใครคนหนึ่งได้ทำนายชีวิตฉันไว้ ถึงแม้ว่า อนาคตข้างหน้าของฉันมันจะเหน็บหนาวจนปวดร้าวเพียงไหน ฉันก็ต้องยอมรับมันให้ได้

เพราะฉันเลือกเองที่จะเดินมาเส้นทางนี้ ฉันก็ต้องเดินต่อไปโดยให้ตัวเองหกล้มน้อยที่สุด จนกว่าเส้นทางนั้น...

มันจะไม่เหลือให้เดินอีกต่อไป...







Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2552 15:26:29 น. 17 comments
Counter : 340 Pageviews.

 
แวะทักทายจขบ.คนสวยค่า


โดย: dokjantana วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:02:10 น.  

 
อืม อ่านแล้วนึกถึงตัวเองอ่ะ


โดย: IamJuthaporn วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:27:55 น.  

 
อ่านแล้วเข้าใจอย่างลึกซึ้งอ่ะค่ะ เพราะแม่เราก็เพิ่งพูดกับเราเหมือนกัน แต่เราก็อธิบายให้แม่ฟังคล้ายๆกัน

เอาเน้อออ มาสู้ สู้ ไปด้วยกัน 555


โดย: Pemy_ja วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:43:18 น.  

 
คุณ dokjantana - ทักทายคนสวยเช่นกันค่า (ปากหวานจริงวุ้ยเรา)

คุณ IamJatuporn - เง่อ มีเพื่อนแล้ว

คุณ Pema_ja - เอ้า สู้ๆ ไม่สิ ขั้นนี้แล้วต้อง "สู้โว้ย"

ฮึกเหิมเหลือเกินกรู


โดย: BestChild วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:18:27 น.  

 
ไม่ดื่มมาก ไม่ล้มหรอก อิอิ..

ปลงเรื่องลูกเขยไปแล้วว๊อยยยย!!!!!


โดย: คุณแม่ใจดี วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:14:36 น.  

 
เฮ้ยยยยย ไม่มีคู่ชีวิตไม่เป็นไรมั้ง ยังไง เพื่อนก็ แวะๆ ไปดูได้นิ (ตอนแก่ อิอิ)


"เพื่อนไม่เคย ไม่เคยทิ้งกัน"

ป.ล. พูดจริงนะ


โดย: ก็ไอ้เพื่อนคนนั้น IP: 203.146.6.28 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:54:49 น.  

 
อ่านแล้วไม่ยักห่วงคุณเบสต์แฮะ แต่ห่วงคุณพ่อคุณแม่มากกว่า จ๊าก...

ถึงที่สุดแล้วชีวิตนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนนะครับ ต่อให้มีชีวิตคู่ ก้ไม่ใช่ว่าจะอยู่ด้วยกันดูแลกันไปได้ตลอดรอดฝั่งเสมอไป ส่วนใหญ่แล้วไม่ใครก็ใครก็ตายก่อนแหละ (ถ้าไม่ประสบอุบัติเหตุพร้อมกัน พูดเรื่องนี้เป็นไรมั้ยเนี่ย) แล้วคนที่เหลือก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดี

มีคู่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีลูก หรือมีลูกก็ไม่ใช่ว่าจะได้อยู่ด้วยกันเสมอไปอีก เหตุปัจจัยเป็นร้อยเป็นพัน

ไม่ได้คิดว่าไม่ควรมีนะ แต่ผมว่า ถ้ามีแล้วดี การมีก็คือเป็นบุญ เป็นความสุข แต่ถ้ามีแล้วไม่ใช่ ไม่ดี หรือมีแต่ปัญหา บางทีมันก็เหมือนทรมานกันไปเสียมากกว่า

ส่วนเรื่องที่ว่าคุณเบสต์ไม่แยแสสนใจใคร (ถ้าไม่แคร์... เอ๊ะ ก็ถูกแล้วใช่มั้ยนะ) ผมว่ามันเป็นธรรมดาของคนรุ่นเราด้วยมั้ง โดยธรรมชาติทุกคนต้องการสังคม แต่ก็มีความชอบในการ "เลือก" ที่แตกต่างกันไป และมีความพอใจใน "ระยะห่าง" ที่ไม่เหมือนกัน

บางคน (อย่างคุณเบสต์) อาจจะรักสันโดษมากหน่อย ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้แปลว่าถ้าเจอคนที่ใช่แล้วจะปรับเข้าหากันไม่ได้

เล่าเรื่องตัวเองจะน่าเกลียดรึเปล่า สมัยก่อนผม "แข็ง" กว่านี้มาก เชื่อมั่นในความคิดตัวเองสูงจนน่ากลัว เรียกว่าไม่ยอมใคร ไม่มีซะล่ะจะมาพูดจาถนอมน้ำใจไว้หน้า ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด และมักจะเชื่อว่าตัวเองถูกซะด้วยสิ

ตอนเจอคุณจอห์น ก็อายุเกือบสามสิบแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองแก่เกินวัย เพราะเรียนเร็วด้วย และตอนเรียนก็ทำกิจกรรมด้วย จบออกมารู้สึกตัวเองโคตรแก่ และพอคิดเรื่องคู่ชีวิตก็บอกได้เลยว่า ไม่แน่จริงอย่าแหย็ม

แล้วก็เจอคนแน่จริงจนได้ กร๊าก

การที่เราไม่แคร์คนอื่นเท่าไหร่ ไม่ได้แปลว่าเราไม่แคร์ตัวเองใช่มั้ยครับ แต่พอมีใครอีกคนในชีวิต มันก็คล้ายๆ กับว่า "ตัวเอง" นั้นรวมเขาเข้าไปด้วย พูดไม่ถูกแฮะ ก็ยังตีกันนะ ไม่ใช่ไม่ตีกันเลย (ยังแน่อยู่ อิๆ) แต่ที่แปลกคือ เขากลับสำคัญเหลือเกิน อะไรนิดอะไรหน่อยเหมือนจะเป็นจะตาย สมัยปิ๊งหนุ่มๆ ตอนเด็กๆ ยังไม่อ่อนไหวขนาดนี้เลยให้ตาย (ขนาดสมัยนู้นเพ้อฝันมากแล้วนะ)

เล่าไรไม่รู้ คือจะบอกว่า ไม่แน่หรอก อาจจะเจอ "เมื่อถึงเวลา" อิๆ และเมื่อเจอคนที่ "ใช่" แล้ว หัวใจมันก็จะสั่งให้สมองปรับตัวไปเองแหละ ช้าบ้างเร็วบ้าง เป็นเรื่องธรรมด๊า


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:20:07 น.  

 
คุณแม่ฯ - ถ้าล้มเพราะดื่มจะไม่กลัวเลยต่างหากค่ะ

คุณเพื่อนคนนั้น - ก็บอกแล้วไง ว่าเพื่อนก็ไม่มีคบ แง่ม

คุณพีท - ยาว ยาวมากมาย แต่อ่านแล้วได้อะไรเยอะแยะ ขึ้นอยู่กับว่าไอ้ที่คุณพีทบอกมามันจะทะลวง "อีโก้" เข้ามาได้ไหมอะนะ เฮ้อ...


โดย: BestChild วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:51:56 น.  

 
เอาสว่านแมะ


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:7:33:31 น.  

 
^
^
ฮึ!!!


โดย: BestChild วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:37:38 น.  

 
เราเข้าใจ


โดย: B IP: 117.47.6.56 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:34:24 น.  

 
คุณ B - ขอบคุณค่ะที่เข้าใจ... (แล้วไงต่อล่ะทีนี้)


โดย: BestChild วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:45:33 น.  

 
ง่วงมากมายแต่ก็เข้าใจคุณเบสต์นะคะ


โดย: ปณาลี วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:12:34 น.  

 
คนนั้นบอก...ทางนั้นดี
คนนีบอก...ทางโน้นดี
ฉันรับฟัง..
แต่ขอทำ...
ตามใจ.....ฉันเอง
ฉันเลือกเอง.


โดย: น้องแคน IP: 117.47.157.151 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:47:20 น.  

 
สู้ๆ นะ คุณเบสต์ ส่งใจมา...อือ มาเชียร์แล้วกัน

อีกไม่ถึงร้อยปีก็ต้องจากกันแล้ว

อยากทำอะไรก็ทำ

ทำในสิ่งที่คุณเบสต์ทำแล้วสบายใจ

ฟ้าก็คอยดูคุณเบสต์อยู่ห่างๆ

เพราะเป็นแค่แฟนคลับคนหนึงจ้ะ

หวังว่าคงไม่ผลักไสไล่ส่งนะ


สู้สู้....



โดย: ฟ้า IP: 110.49.149.181 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:37:26 น.  

 
คุณตูน - ง่วงแต่เข้าใจ แสดงว่า ถ้าตื่นดีอาจอ่านไม่เข้าใจสิคะ

น้อง'ป๋อง - ใช่แล้ว แคนเอ๋ย ถ้าเสียงรอบข้างทำเราสับสน เราต้องเลือกเอง ตัดสินใจเอง และยอมรับผลที่จะตามมาทั้งหมดเองด้วย

คุณฟ้า - ขอบคุณค่ะ


โดย: BestChild วันที่: 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:06:38 น.  

 
อืม มันก็จริงนะ คนเราคบกันมักจะมีข้อแม้ สวยมั๊ย หล่อมั๊ย รวยมั๊ย ดีมั๊ย เริ่ดมั๊ย บลาๆๆ มีข้อแม้แม้แต่ตอนคบกันเป็นเพื่อน แต่สัตว์มันไม่มีข้อแม้ในการสร้างความสัมพันธ์ เราก็คิดอยู่ว่า พักหลังๆมานี่ก็ชักจะป่วยกับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเหมือนกัน เปิดใจก็แล้วทั้งๆที่โลกส่วนตัวก็สูงเหมือนกับคุณBestchildอ่ะแหละค่ะ แต่มันก็ฝืนจริงๆ พื้นที่ของคนที่อยู่คนเดียวทำอะไรคนเดียวจนกลายเป็นความชาชินนี่มันค่อนข้างจะแคบ โดยเฉพาะการที่จะเปิดรับใครเข้ามา มันก็หนักหนาเอาการอยู่พอสมควรอยู่ รู้สึกว่าเข้าใจอาการคุณนะคะ เพราะหลังๆมานี่มองหาอะไรที่เป็นความจริงจับต้องยากเพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่การโกหกหลอกลวงกัน ก้าวออกจากบ้านแค่ก้าวเดียวก็จิตหลอนไปต่างๆนาๆแล้วล่ะค่ะ ปล.ตามจริงกำลังจะจัดฟันแล้วหาข้อมูลในกูลเกิลมาใครจัดฟันมีรูปประกอบก่อน หลังจัดอะไรทำนองนี้ แล้ว ปรากฏมาเจอบล็อกคุณซะงั้น ก็เลยอ่านซะเลย โดนใจหลายเรื่องค่ะ โดยเฉพาะช่วงบ่นๆ ช้อบชอบ ฮ่าๆ


โดย: cha IP: 124.120.1.161 วันที่: 16 มิถุนายน 2554 เวลา:3:27:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BestChild
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่ใช่คนเลว แต่ไม่ใช่คนดี
ไม่ใช่คนมีน้ำใจ แต่ไม่ได้เห็นแก่ตัว
ไม่ใช่คนใจร้าย แต่ไม่ใช่ผู้หญิงใจดี
ไม่ได้ต่อต้านใคร แต่ไม่ใช่คนยอมคน
รับรู้ในตัวตน และไม่สนใครจะว่าอย่างไร
รู้จักให้อภัย แต่ไม่ใช่ไม่รู้จักแค้น
เป็นผู้หญิงแท้ที่ชอบโชว์แมน แต่ความจริงแสนจะอ่อนโยน O_o!!!


~ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ~


"...มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่เรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่มีใครเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกต้องเสมอไปในโลกใบนี้ หากจะมีก็ให้ไอ้คนนั้นมันไปเป็นเทวดาเสีย อย่ามาเป็นคนให้เสียชาติเกิดกันเลย"

โรม / เพราะเธอ...เลอค่าอมตะ







"คนที่บอกว่าคุณไม่สวยคือคนที่ไม่ได้มองคุณรู้ไหม ถ้าหากเพียงมองคุณดีๆ รู้จักมองให้ถึงความเป็นตัวคุณแล้วก็จะรู้ว่าคุณน่ะสวย..."

ยอด / ผมก็เป็นพระเอกคนหนึ่ง







จิ๊กซอว์ที่ต่อกันได้พอดีทั้งสองฝ่ายมันไม่ใช่สิ่งที่จะซื้อหาง่ายๆ เมื่อได้มันมาแล้วต้องรักษามันไว้ให้ดี อย่าทิ้งขว้างเหมือนเป็นสิ่งที่หมดค่า เพราะรู้ไหม ว่าหากแกปล่อยมันหลุดมือไปแล้วความสูญเสียจะเทียบไม่ได้กับอะไรทั้งนั้น"

อวิกา / เพราะเธอ...เลอค่าอมตะ






"...ไอ้ผู้ชายมาดแต๋วที่พี่ก่นด่านักหนาตรงหน้านี่นะ...เท่าที่รู้จักมา บอกได้คำเดียว...โคตรแมนเลยเว้ยค่ะ"

นงนุช / แมน







คุณค่าที่ว่า ความรู้สึกในทุกๆ ใบหน้าของคนในรูปคือ 'ความสุข' ไม่เห็นจะต้องมีองค์ประกอบเป็นฉากสวยงาม

ลูกชุบ / สาวติสท์แตกกับหนุ่มไฮเปอร์







"...คุณกับผมอาจดูต่างกัน คุณเชื่องช้า ผมว่องไว คุณใจเย็น ผมใจร้อน คุณชอบจดจ้องและลากเส้น แต่ผมชอบมองผ่านเลนส์และกดชัตเตอร์ แต่รู้มั๊ยในจุดประสงค์ของทั้งหมดมันคือสิ่งเดียวกัน..."

นที / สาวติสท์แตกกับหนุ่มไฮเปอร์







"มันเป็นแค่ความทรงจำ จะดีหรือร้าย เราไม่สามารถลบมันออกไปได้ เก็บมันไว้ในอดีตและเดินต่อไปยังอนาคตข้างหน้า ปล่อยให้ความทรงจำเป็นเพียงแค่ความทรงจำ"

Matsumura Ryo / Hiroshima eki สถานีแห่งความทรงจำ








"...บางทีสิ่งที่แกเห็นมันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ เหรียญยังมีสองด้านได้เลยแก ประสาอะไรกับใจมนุษย์เล่า มันขึ้นอยู่กับว่าแกเลือกที่จะรับมันทุกด้านหรือเปล่า หากแกเลือกที่จะรับไว้เพียงด้านเดียวแล้วทุกข์ไปตลอดชีวิตน่ะมันคุ้มกันไหม..."

ลูกชุบ / เพราะเธอ...เลอค่าอมตะ









เฮ้อ... ผู้ชาย ไม่มีไม่ตาย แต่อยากได้สักคนแฮะ

"ฉัน"/ ท้องฟ้า หาดทราย สายลม ผมกระเจิง




ฝากคำทักทายไว้ด้วยจิ...รักตายเลย




ShoutMix chat widget




BestChild ในคอลัมน์นักเขียนรับเชิญ ลายปากกา 2009

BestChild ในคอลัมน์ "ลายรัก" ลายปากกา 2010




Free Website Counter
Friends' blogs
[Add BestChild's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.