Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
Dream on Tokyo

ทริปโตเกียว 22 – 27 กันยายน 48


เที่ยวบิน JL 707 เวลา 22.30 สนามบินดอนเมือง
คุณน้องจะไปเรียนต่อที่โตเกียว โดยเราและพี่จ๋า
ไปส่งด้วย พยายามบอกว่าจะได้ไปช่วยนู่นนี่
แต่จริงๆกะไปเที่ยวแหละว๊า

เรา จะไปดูลู่ทางโปรเจคหนีแม่ไปดูคอน
พี่จ๋า จะไปโตเกียวทาวเวอร์
(ขอไปเหยียบที่เดียวกันก็ยังดี)

ที่ดอนเมืองบรรยากาศอึมครึมเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าแม่เริ่มอยากเปลี่ยนใจไม่ให้คุณน้องไป
(แต่ไม่ทันแล้วค่ะเสียใจด้วย)
หรือเป็นเพราะคุณพ่อที่เริ่มง่วงนอนและไม่อยากขับรถดึกๆกันแน่

คุณน้องก็ร่ำลาเพื่อนฝูงอยู่
ไม่อยากไปขัดเพราะเดี๋ยวจะไม่ได้เจอกันนาน
แต่พอเริ่มดึก ก็ นึดนึงนะคะคุณน้อง
ถึงจะอีกนานก็เครื่องจะออกก็เหอะ

เข้าเกตไปผ่าน ต.ม. มีเพื่อนคุณน้องมาช่วยพาไป
เค้าทำงานที่ดอนเมืองเลยไม่ต้องต่อแถว
แล้วก็มีน้องแอมด้วย ทำอยู่ ลูฟ เดินเข้าได้สบาย

ช้อบที่ดิวตี้ฟรี เราไปซื้อนาฬีกาดีเซลมาแล้วจากที่ world trade
ได้คูปองมา 1400 สรุปว่าขายคุณน้องไป 1000
ก็บ่นๆว่าพี่เคี่ยวจิงจิ๊ง
รู้สึกคุณน้องยังไม่จ่ายเลยนะคะ แต่ไม่เป็นไร ยกให้เลย
แล้วให้เวลา 2 เดือน จับเจ้าพวกนั้นมาให้พี่ซักตัว 2 ตัวนะคะ
อย่าลืม

ขึ้นเครื่องด้วยความหิว แต่ JAL ไม่ใช่การบินไทย
มื้อแรกเลยเป็นของว่าง
ขนมเค้ก และถั่ว 1 ซอง บอกแล้วว่าหิว
มันเลยแหว่งไปก่อนถ่ายรูปอย่างที่เห็น



23 กันยายน 2548

ถึง นาริตะ ด้วนความรวดเร็ว
แม้จะมีช็อตตื่นเต้นให้สวดมนต์กันเล็กน้อย
เพราะบินผ่านไต้หวัน อากาศไม่ดี ตกหลุมอากาศตลอด
ถือเป็นการวอร์มอัพก่อนไปเล่นเครื่องเล่นที่ดีสนีย์แลนด์

เป็นเที่ยวบินที่คนไทยน้อยมาก เหมือนไม่มีเลย
ยกเว้นพวกเรา
เริ่มคิดว่าไม่มีใครเค้าเสร่อไปเที่ยวช่วงนี้รึป่าว
ในเนตบอกฝนตกทุกวัน
แถมมีข่าวพายุจะเข้า ไม่เป็นไร
ถ้าเจอพายุแล้วได้เจอซัมวัน เรายอม

คำเตือน ใบต.ม. ของญี่ปุ่นเค้าเปลี่ยนแบบใหม่
เอเจนทัวร์ทั้งหลายกรุณามาเอาไปเปลี่ยนด้วย
ดิชั้นง่วงๆยังต้องมาเขียนใหม่อีก

รู้สึกจะมีแข่งรักบี้มัธยมปลายนานาชาติอะไรซักอย่าง
เจอทั้งจาก ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ He แรงมาก
ไถหัวตรงข้างๆ เป็น NZ เลยอ่ะ

คำถาม : ทำเล้วจะช่วยให้ชนะรึปล่าว
ตอบ : น้องเค้าหน้าตาดี พอ ให้อภัยได้ -_-“

ขึ้นลีมูซีนบัสไปโรงแรม แพงกว่ารถไฟเยอะ
แต่ดีตรงไม่ต้องขนกระเป๋า
ถึงโรงแรมเลยด้วย แต่ครวหน้าเอาของมาน้อยๆ ขึ้นรถไฟดีกว่า
รถติดมากกกกก นานกว่านั่งเครื่องบินจากกรุงเทพอีก (โกหก)

ถึงโรงแรมเช็คอิน ฝากกระเป๋า เค้าบอกขอชาร์ทเพิ่ม 7000 เยน
เพราะน้องจะพักด้วยคืนนึง ไงก็ได้ ก็รูดการ์ดไป

เอาหล่ะ ไปเที่ยวกันเลย ที่แรก ชินจูกุ
เนื่องจากโรงแรมอยู่สถานี อิเคบุคุโระ
นั่งไปอีก 4 สถานีก็ถึง
แต่ก็เดินแถวโรงแรมก่อน ร้านเยอะเหมือนกัน
มีร้านซาริโอ และ บิ๊กคาเมรา
มี ธัมไดร์ฟ แบบน่ารักที่เคยเห็นด้วย แต่นึกว่าจะมีเยอะกว่านี้ซะอีก
ทิงเกอร์เบล น่ารักดี 256 MB ราคาพอๆกะเมืองไทย ไว้ก่อนละกัน

หาข้าวกิน เดินวนอยู่นานมาก บ่นว่าแพงกัน
คือถ้าเป็นเรากินไปนานล่ะ เพราะหิวไง

นั่งรถไฟไปชินจูกุ แอบดู คนอื่นว่าเค้ากดยังไง
สรุปได้ว่ามีวิธีการคร่าวๆดังนี้

1 .ต้องรู้ว่าเราจะไปสถานีไหน จะมีแผนที่รถไปอยู่แถวๆเครื่องกดตั๋ว เดินหาอันที่มีภาษาอังกฤษ ใต้ชื่อสถานีจะมีราคาเขียนไว้
2.กดตั๋วที่ตู้ หน้าจอเป็นแบบสัมผัส กดตรงคำว่า JR เพราะเราจะนั้นสายนี้ แล้วหยอดเหรียญเลย เครื่องจะขึ้นว่าเราหยอดเท่าไหร่ กดเลือกราคาที่เราต้องการ
3. เสร็จ ได้ตั๋วล่ะ

ง่ายมะ ถ้าจะกดแบบต่อสายอื่น อะไรต่างๆก็จะยุ่งยากกว่านี้นิดหน่อย แต่แค่นี้ก็ถือว่าเอาตัวรอด
ที่กดตั๋ว ก็จะเขียนไว้ด้วยว่าเป็นของสายอะไร ดูป้ายไปเรื่อยๆอ่ะแหละ ต้องศึกษาแผนที่ก่อน จะได้รู้ว่าเราจะต้องมองหาป้ายอะไร

เครื่องเสียบตั๋ว เหมือนเมืองไทยแหละ ไม่มีปัญหา
ช่วยกันมองหาว่าจะต้องขึ้นที่แพลตฟอร์ม(ชานชลา)ไหน
เราขึ้นเจอาร์ สายยามาโนะเตะ มันเล่นเป็นวงกลม ต้องรู้ว่าเราจะไปทางไหน
จากสถานีเรา ชินจูกุ ชิบูยา ฮาราจูกุ จะไปทางเดียวกันหมด
ดูป้าย ชินจูกุ-ชินนากาว่า แล้วไปรอที่แพลตฟอร์มนั้น

ถึงชินจูกุ หนังสือที่เล่าให้ฟังคราวก่อนก็ช่วยให้เราหาทางออกเจอ
ออกทางไหนแล้วเจออะไร
เดินดู เบเนตอง (เพื่อไร) ดูร้านกล้องอีก คุณน้องว็อนมาก
เดินเข้าห้างๆนึง ออกแนวหรู มีร้านวิตตองด้วย
คนเดินกันเยอะมาก ยังกะมีมิดไนท์เซล
ต่างกะที่เกษรของไทย
บรรยากาศแทบต้องคลานเข่าเข้าไป
เกรงใจคนขายสุดๆ จะถามราคาทีนี่ ลำบากเหลือเกิน

แต่ที่นี่เข้าไปเดินเล่นๆได้สบายมาก
ของที่โชว์ก็มีราคาแปะด้วยดีเลย
คราวหน้าเรามาซื้อที่นี่ดีกว่า (เพื่อไรฟะ)

เดินดูร้านลอฟ ของน่ารักดีเหมือนกัน
อยากได้ไอด๊อก อ่ะ ถูกด้วย
ดูตึกแฟชั่นเสื้อผ้า เจอของอยากได้อีกล่ะ เฮ่อ

เข้าร้าน คิโนคุนิยะ มีคนฝากซื้อหนังสือ กะดีวีดี FF7
แต่ไม่มี
หนังสือเจ้าพวกนั้นเราอยากได้ เกือบตัดใจล่ะ
แต่หนังสือ F4 in Tokyo ของพี่จ๋าแพงกว่าตั้งเยอะ
อ๊ะ แสดงว่าของเราถูกอ่ะดิ เอาดีกว่า

ร้านกล้องอีกรอบ ในที่สุดคุณน้องก็ได้กล้อง
ตัวเล็กๆ ฟังค์ชั่นไม่เยอะ เอาไว้ใช้ที่นี่
เราว่าควรเอาให้เรามากกว่า
ตัวใหญ่ฟังค์ชั่นเยอะเราจะใช้ยังไง ยิ่งไม่รู้เรื่องอยู่






เริ่มมืดล่ะ เดินเข้าอิเซตัน ดู แอนนาซุย
อยากได้บรัช อ่ะ แต่คนเยอะ
พนักงานคงขี้เกียจพูดภาษาอังกฤษแน่ๆ ไม่เอาก็ได้

ลงไปชั้นใต้ดินเพื่อซื้อของกินเอาไปกินที่โรงแรม
ของน่ากินทั้งนั้นเลย ข้าวปั้น เค้ก ขนมปัง เลือกไม่ถูก
ซื้อข้าวห่อสาหร่ายแบบเป็นแท่งๆมากินกัน
มีแบบห่อไข่เจียว ห่อไข่กุ้งแดงๆ ห่อเต้าหู้ด้วย
ขนมเค้กน่ากิน ตัดใจไม่ลง
แต่ซื้อขนมปังกะน้ำผลไม้มากินด้วย

นั่งรถไปกลับ อิเคะบุคุโระ คราวนี้ต้องดูป้าย อิเคะบุคุโระ-อุเอโนะ
เพื่อย้อนกลับโรงแรม

24 กันยายน 2548

วันนี้บรรยากาศอึมครึมมาก
แต่เราต้องออกแต่เช้าไปโตเกียวทาวเวอร์

นั่งรถไฟเจอาร์ ยามาโนะเตะ ชินจูกุ-ชินนากาว่า
ลงสถานี โยโยหงิ เปลี่ยนสาย เป็น โอเอโดะ (Oedo)
ลงสถานี อาคาบาเนบาชิ มีป้ายบอกเลย
โตเกียวทางเวอร์ไปทางไหน

ถ่ายรูปกันไปตลอดทาง แม้อากาศจะไม่ดีรูปเลยออกมามัวๆ




ที่โตเกียวทาวเวอร์ข้างล่างเป็นร้านขายของ
ถ่านรูปกะ คิโคโระ โมริโซะ ก่อนเลย ชอบบบบ




เดินหาที่ซื้อตั๋ว ไปๆมาๆกลายเป็นเดินดูของที่ระลึกไปซะงั้น
ที่ห้อยมือถือคิตตี้โตเกียวทาวเวอร์น่ารักมากๆ อยากได้
ตอนหลังเลยกลับมาซื้อ 2 อันให้คุณน้องด้วย
แต่พอกลับมาเมืองไทย
ถึงรู้ว่าคิตตี้ไม่ยอมกลับด้วย คุณน้อง งง ไรไม่รู้
เอากลับไปทั้ง 2 อันเลย
เราว่าเราเอาใส่กระเป๋าแล้วเชียวนะ มาแอบหยิบไปเมื่อไหร่

ซื้อตั๋วขึ้นไปข้างบน ดูวิวรอบๆ
ตามมุมต่างๆมีเขียนไว้ด้วยว่าเป็นอะไรเช่น
มองทางนี้จะเห็น โยฮามา ทางนี้เป็นภูเขาฟูจิ (95 ก.ม.)
เราก็พยายามจ้อง แต่ยังไงก็ไม่เห็น
อากาศแย่ขนาดนั้น 10 กิโลยังไม่เห็นเลย

พี่จ๋าหามุมที่ต้องการไม่ได้
(เข้าใจอ่ะนะ ขอเหยียบรอยเท้าก็ยังดี)
เลยจ่ายตังค์ซื้อตั๋ว ขึ้นลิฟท์ไปอีกสเต็บ
หาไม่เจออีก สรุปว่า
มันอยู่ชั้นปกตินั่นแหละ ชั้นปกติมี 2 ชั้น




ตอนขาลงเกือบเกิดจลาจลเล็กๆ
เพราะคุณพนักงานต้อนเราไปยืนรอลิฟท์ที่ไม่ขึ้นมาซักที
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก ก็เป็นอันที่ไม่มาซัก รีบนะเนี่ย บ่าย 3 ต้องถึงโรงแรม
คนจากโรงเรียนจะมารับคุณน้องไปที่หอ

ในที่สุดก็ได้ลงมา เรากินแซนวิช กะแมงโก้แฟรบเป้
อีก 2 คนเค้ากิน ชูครีมอันใหญ่เบ้มกัน ร้านน่ารักดีด้วย




ไปหอคุณน้อง คนมารับถามหลายครั้ง
ให้แน่ใจว่านี่ของๆน้องคนเดียวเหรอ
ค๊า คนเดียวเลย นี่ยังไม่หมดด้วยนะ เหอ เหอ เหอ

รถติดมาก ไม่ถึงซักที คุณคนนั้นก็ท่าทางใจดี
ชวนคุยโน่นนี่
เราเริ่มกลัวว่าหอจะอยู่ไกลมาก เดินทุกวันเหนื่อยแย่

กว่าจะถึงก็มืด ขนของลงพาไปดูห้อง ก็เล็กๆดังคาด
แต่ก็น่ารักดีเหมือรกันนะ มีโทรศัพท์ ด้วย และมีเนทด้วย
และมีอาหารให้ 2 มื้อ มิน่า แพงเชียว

แล้วรายการภาษาญี่ปุ่นเป็นชุดๆ ก็เริ่มขึ้น
เราก็นั่งใบ้รับประทานไป
กว่าจะเสร็จก็ทุ่มกว่า
แต่เราตัดสินใจแล้ว ว่าจะไป ฮาราจูกุ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาตั้งไกล
จะไปนั่งๆนอนๆอยู่โรงแรมทำไม
ให้น้องไปค้างที่โรงแรมด้วย เพราะคงดึกมาก

นั่งรถไปไปถึง อิเคะบุคุโระ
แล้วต่อเปลี่ยนเป็น เจอาร์ยามาโนะเตะ
ชิบูยา-ชินนากาว่า ลงฮาราจูกุ สถานีที่ 6 ฮาราจูกุ
ทางออกไหนไม่รู้หนังสือนั้นให้น้องไปแล้ว
คนอยากรู้ต้องไปซื้อมาดูนะจ๊ะ
เจอ สนูปปี้แลนด์ อยู่ตรงหน้าพอดี
อยากได้พิมพ์ทำคุกกี้ กะกระเป๋าเดินทางอ่ะ

แต่เนื่องจากเมื่อวานเราขนหัวลุก
เพราะน้องไม่สามารถกดตังค์จากเมืองไทยได้
เลยไม่กล้าซื้ออะไรเลย
ออกจากสนูปปี้แลนด์หันหน้าไปหาสถานีรถไป
เดินไปทางขวา
ประมาณ 50 ม. (รึป่าวไม่แน่ใจ)
จะเจอถนนที่เป็นแหล่งวัยรุ่น มีร้าน 2 ข้างทาง
ตอนนั้น จะ 2 ทุ่มกว่าแล้วก็ยังมีเดินๆกันอยู่
ได้กินเครปสตอเบอรี่ชีสเค้ก
แม้จะไม่ใช่ร้านแนะนำแต่ก็อร่อยนะ
อยากได้อย่างที่ ร้อยของวันนี้
เข็มขัดเป็นลายเหมือนผ้ากิโมโน สวยดีเหมือนกัน ดูญี่ปุ่นดี

คนเริ่มโหรงเหรงกลับดีกว่า
เจอาร์ ยามาโนะเตะ อิเคะบุคุโระ-อูเอโนะ
มาถึงชาวคณะเริ่มเรียกร้องอยากกิน อีก 1 มื้อ
มื้อไรไม่รู้นับไม่ได้
ไปยืนเล็งอยู่ร้านนึงมีภาษาอังกฤษ
จากการยืนด้อมๆมองๆอยู่พักนึง
พบว่าเป็นแบบหยอดเหรียญใส่ตู้ แล้วกดเลือกว่าจะเอาอะไร
จะได้ใบออเดอร์ เอาไปส่งให้พนักงาน แป็บเดียวได้กิน
แกงกะหรี่ไก่ราดข้าว 290 เยนถูกที่สุดตั้งแต่มา
เหมาะกะใครๆที่งบน้อยและ ใบ้รับประทานภาษาญี่ปุ่นอย่างพวกเรา

25 กันยายน 48

นัดกะซาเอะจังไว้ตอนเที่ยง เราเลยตื่นเช้ามาก มาก มาก เพื่อไปหอน้องอีกรอบ
นั่งรถไฟ ไม่ว่าจะไปไหนเรา เหลียวซ้ายขวา หันหน้าหันหลังตลอด
เป็นโรค Dream on Tokyo อาการเรื้อรัง ถึงตอนนี้ก็ยังไม่หาย
เสร็จแล้วไป ชินจูกุอีกรอบ จากอาการขนหัวลุกเมื่อวันก่อน
เราต้องไปตามล่าหา ซิตี้แบงค์ เดาๆว่าน่าจะกดได้เนื่องจากเป็นแบงค์อินเตอร์

แล้วก็ได้จริงๆ เอาล่ะ นอนตายตาหลับช็อบปิ้งได้สบายใจ
เราออกจากสถานีชิยจูกุ ด้านตรงข้ามกะที่ออกเมื่อวันก่อน
ซื่งจะเจอถนน My lord
หรือคนญี่ปุ่นออกเสียงว่า มิรอโดะ (ทำไปได้)



เป็นช๊อปปิ้งสตรีทเล็กๆ กิฟท์ช๊อบตัวคาเรคเตอร์น่ารักหาไม่ได้ที่เมืองไทย
เสื้อผ้าวัยรุ่นน่ารักๆ เดินได้นิดหน่อย (แต่ได้ของแหละ) รีบกลับจะเลยเวลานัดแล้ว

ซาเอโกะ และ โทโมเอะ พาไปกินอูด้ง เดินออกอีกด้านของโรงแรมซึ่งติดกับห้างใหญ่ห้างนึง
โอ้ก็อด อยู่มาตั้งหลายวันไม่เคยรู้มาก่อน
ของน่าช็อบมากมาย
ไม่พลาดแน่ เดี๋ยวเจอกัน เราสั่ง เคอรี่อูด้ง
มีกระดาษกันเปื้อนให้ด้วยอ่ะ
เราทำท่าไม่อยากใส่ แต่ว่า..... ก็ได้ฟะ
ซาเอโกะกิน อูด้งชีส
ให้ตาย ทำไมเธอผอมได้เนี่ยไม่เข้าใจ
ปรึกษากันว่าจะไปไหนดี สรุปว่าเป็นศาลเจ้าแห่งนึง
เนื่องจากอาซากุสะพี่จ๋าเคยไปแล้ว

ต้องเปลี่ยนรถหลายทีเหมือนกัน เราเลยสับสน เล่าไม่ได้
แต่พอถึงเห็นคนเยอะมาก
ซาเอะ บอกว่าเพราะเป็นสถานีเดียวกะบูโดกัน
จากการเหล่ของเรากะน้อง
ก็รู้ว่าเป็นคอนเสริตมอนิ่งมาสุเมะ นี่เอง

ถ่ายรูปที่ศาลเจ้า ก่อนเข้าต้องล้างมือก่อนด้วยนะ



แล้วน้องจับฉลากๆคล้ายๆเซียมซี
ได้โชคดีมากที่สุดด้วยอ่ะ เราไม่กล้าจับกลัว (โรคจิตเนอะ)
โยนเหรียญแล้วก็ไหว้ มีวิธีคือ พนมมือ ตบมือ ไหว้
โยนเหรียญ พนมมืออธิฐาน ตบมือ 2 ครั้ง
(อย่าเชื่อมาก เริ่มลางเรือน)

เดินไปดูตรงที่เค้าแขวนป้ายคำอธิฐาน อ๊ะ ภาษาเกาหลีนี่
ภาษาอังกฤษก็มี เหอ เ หอ เหอ



ออกจากศาลเจ้า มีคนว๊อนอยากถ่ายรูปกะป้ายบูโดกัน




ซาเอะ ก็พาไป แต่ก็บอกว่าวันนี้มีคอน มอนิ่งมาซูเมะ
เพราะงั้นจะมีผู้ชายแปลกเยอะๆหน่อยนะ เอะ ยังไงเนี่ยยังไง
ของเราก็ไม่ต่างกันหรอกนะ เราก็เป็นพวกแปลกๆด้วยอ่ะดิ


กลับมาหาเรื่องกินอีกล่ะร้านไอติม น่ารัก
(แปลว่าน่ากินด้วยในความหมายของเรา)



ตอนเย็นซาเอะ พาไปกินที่ร้านอาหารแบบญี่ปุ่นร้านนึง
ตามคำเรียกร้องของคุณน้องที่อยากลองสาเก
ได้กินสมใจ
อาหารมื้อนี้เลยมีเสียงหัวเราะเฮฮามากกว่าปกติ
กินโอโคโนมิยากิด้วย ซาเอะชวนกินปลาหมึกดิบ
เป็นชิ้นเล็กๆ รสชาติเหมือนวาซาบิ แต่เค็มๆ อร่อยดีเหมือนกัน
สั่งเทอริยากิด้วย ซาเอะ ชวนกินเทอริยากิหนังไก่
บอกว่า มันดีกะผิวน๊า เพราะมี คอราเจน เยอะ
นี่ไง ความลับของผู้หญิงญี่ปุ่นที่ทำให้ผิวสวย แต่เราของผ่านอ่ะ

กินเสร็จเดินแถวนั้น เป็นร้านขายยาใหญ่ๆ เจอคนไทยด้วย
เราซื้อ คาเนโบ้กระปุกแดงมา
ด้วยความอยากขาวขึ้นสมอง
ไป HMV หา FF7 ไม่มีอีก เริ่มลนล่ะ กลัวหาไม่ได้
พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าอีกแล้ว Disney landdddddddddddddd



Create Date : 02 ตุลาคม 2548
Last Update : 2 ตุลาคม 2548 20:47:56 น. 4 comments
Counter : 302 Pageviews.

 
เล่นบล็อกไป ได้เงินไป http://www.nisblog.com


โดย: ริวคุง IP: 58.10.175.106 วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:19:10:17 น.  

 
โห.... ช๊อปแหลกเรยค่ะ ...
ขำ... ที่คุณบอกเรื่อง ร้านวิตตองในเกสร แถบจะคลานเข้าไปซื้อ มันก้จริงอ่ะเนอะๆ ห้างเงี๊ยบเงียบ คนขายก็เงี๊ยบเงียบ แม้แต่ยามก็เงี๊ยบเงียบ อุอุ

แวะมาเที่ยวญี่ปุ่นจ้า.....


โดย: MeTaBoLism วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:19:26:48 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยค่ะ


โดย: ค้างคาว (Batgirl 2001 ) วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:20:55:15 น.  

 
ขนมน่ากิน ตุ๊กตาก็น่ารักอ่ะ อยากได้


โดย: tabebuia วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:22:58:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

berry shortcake
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




yuichi, you are my coala. you are my shy boy
when I fall in love with you

wish this dream is forever true

have you right here

face to face

let's nobody else

come between me and you







Custom Countdowns & MySpace Layouts
Friends' blogs
[Add berry shortcake's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.