Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
12 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
รีวิววิธีการทำ Home School ให้ลูกก่อนเข้าอนุบาล ตามแบบฉบับของสาวออฟฟิศค่ะ by penn_peno

เราเริ่มสอนวิชาการให้พีโน่ในช่วงประมาณเค้า 1 ขวบค่ะ  โดยช่วงเวลาที่เราใช้สอนและเล่นกับเค้า ส่วนใหญ่จะเป็นตอนก่อนนอน ประมาณ 19.00-21.00น. ของวัน จ.-ศ. ค่ะ(สอนกันแค่วันละไม่ถึงครึ่งชั่วโมง นอกนั้นเล่นกันซะมากกว่าค่ะ )  แม้ว่าวันเสาร์-อา. จะมีเวลาทั้งวัน แต่เอาเข้าจริงแล้ว แทบจะไม่ได้สอนกันเลย เพราะต้องทำนู่น นั่น นี่ ตลอด ไม่มีเวลามานั่นสอน  เสาร์-อา. เราเน้นพาเค้าออกไปทำกิจกรรมข้างนอกบ้านค่ะ เช่น ไปว่ายน้ำ , เข้าร้านหนังสือ , ไปวิ่งเล่นที่สวนลุม ฯลฯ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน เลยไม่มีจังหวะสอนกันเป็นเรื่องเป็นราว  แต่จะสอนจากสภาวะแวดล้อมข้างนอกค่ะ  ถือเป็นการพักผ่อนไปอีกแบบ ลูกก็ชอบด้วยค่ะ

สำหรับพัฒนาการของพีโน่  ทางด้านวิชาการที่ทำได้จนถึงตอนนี้  คือ

1. รู้จักตัวอักษร ก.-ฮ. ทุกตัว (ไม่มีรูปก็บอกได้ แต่จะบอกเป็น 1-2 พยางค์ เช่น  ก. อ่าน  กอไก่ , ฏ เรียก ตัก  )
     - ท่องเป็นเพลงได้ แต่แม่ต้องช่วย เช่น  แม่ : กอ เอ๋ย  , พีโน่ : กอไก่ .... จนถึงฮ.ตาโต  ทำได้ @ 1.6ขวบ

2. รู้จัก A-Z , a-z แยกออกทั้งพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่   รู้จักเป็นตัวๆไม่ใช่แค่ท่องเป็นเพลง  แต่ชอบร้องเป็นเพลง (แนวบ่นๆมากกว่า ไม่มีทำนอง)   ทำได้ @ 1.5 ขวบ

3. รู้จักคำศัพท์ง่ายๆ ของ A-Z  ทุกตัว เช่น A for apple, ant ,alligator …..Z for zebra , zipper ทำได้ @ 1.6ขวบ

4. รู้จักสี 12 สี เป็นภาษาอังกฤษ  red , orange, yellow , green , blue , purple , pink , black , white , brown , gray , gold ชี้ไปที่สิ่งของ ถามสี ตอบได้หมด    ทำได้@ 1.7ขวบ

5. รู้จักรูปร่าง ,  รูปทรง เกือบทั้งหมด  เป็นอังกฤษ (พูดตอบเองได้ แต่ถ้าคำไหนยาวๆ จะพูดแค่ตัวลงท้าย เช่น parallelogram จะพูดว่า gram  ทำได้@ 1.8 ขวบ
     - รูปร่างที่รู้จัก : circle , triangle ,  square , rectangle , trapezoid , pentagon , hexagon ,octagon, oval , star , cross , moon , parallelogram , diamond
     - รูปทรงที่รู้จัก : cone , pyramid , cube , cylinder , sphere

6. รู้จักคำศัพท์ภาษาอังกฤษของสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น door , bed , milk , tree, flower ,flag  ……

7. รู้จักคำศัพท์ภาษาอังกฤษของสัตว์ต่างๆ  และเสียงร้องของแต่ละชนิด เช่น ant , bird , cat ,dog , lizard… เวลาเจอสัตว์ที่รู้จัก จะเรียกเป็นอังกฤษ

8. รู้จักตัวเลข 0-20 เป็นอังกฤษ , 0-10 เป็นไทย  เจอเลขอะไรก็อ่านเองได้  แต่ถ้าให้ท่องเรียงก็ท่องได้

          ที่พีโน่ทำได้ทั้งหมดนี้  ไม่ใช่ว่าเค้าทำได้เอง แต่มันเกิดจากการที่เราคอยสอน คอยพูดคุยกับเค้าตลอด เมื่อมีโอกาสใส่ความรู้ให้เค้า เราก็จะทำทันที แต่ถ้าตอนไหน อารมณ์เค้าไม่รับ เราก็จะหยุด หันไปหาเรื่องอื่นที่เค้าชอบ ชวนคุย เล่น แต่เราว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว เราสามารถหยิบมาสอนได้หมดเลย  จนบางทีคนรอบข้างอาจคิดว่า เราพูดมาก พูดกับลูกอยู่ได้ ลูกไม่ตอบก็ยังจะพูด  จริงๆที่ลูกไม่ตอบ นั่นคือเค้ากำลังเก็บข้อมูล และเมื่อไรที่เค้าพร้อม คำต่างๆที่เราคอยพร่ำสอน มันจะพรั่งพรูออกมาจากปากเค้าหลายๆคำพร้อมกันทีเดียว  จนทำให้เราตะลึงไปเลยค่ะ



เนื่องจากเราและสามี ทำงานประจำกันทั้งคู่  เราลาคลอด 2.5เดือน  ระหว่างนั้นอยู่บ้านอาม่า (แม่ของเรา) เราเลี้ยงเอง แม่เราคอยช่วยนิดหน่อย  ช่วงระหว่างนี้ เราไม่ได้ส่งเสริมอะไรให้ลูกเป็นพิเศษ คงเหมือนแม่ๆคนอื่นๆ ที่จะคิดแค่ว่า เมื่อไรจะมีนมให้ลูกกินเยอะๆซะที ช่วงนั้นหาแต่ข้อมูลเร่งผลิตน้ำนมอย่างเดียว  ทำตัวเป็นแม่โคค่ะ แต่ก็สำเร็จนะคะ มีนมปั๊มเก็บเป็นสต็อตไว้ เต็มช่องฟรีสตู้ใหญ่เลย  อันนี้ภูมิใจมากกกกกกกกกก (แอบนอกเรื่อง อิอิ)

             ช่วงพีโน่ 2.5 เดือน – 1 ขวบ  ช่วงนี้เรากลับมาทำงานแล้วค่ะ  ให้แม่เราช่วยดูพีโน่ให้ แต่ที่บ้านเราทำกิจการส่วนตัว เลยมีคนอยู่บ้านเยอะ ช่วยกันเลี้ยง ช่วยกันโอ๋ ตามประสาของหลานคนแรก  ช่วงเวลาที่เรากลับมาทำงาน  ถ้าพอมีเวลาว่าง  เราจะหาข้อมูลต่างๆในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการให้ลูก เช่น โหลดเก็บไฟล์แฟลชการ์ดหมวดต่างๆ , กิจกรรมที่น่าสนใจที่เราจะเอาไปเล่นและสอนลูกได้ , เพลงเด็กต่างๆ ฯลฯ และว่างๆตอนพักเที่ยง  เราจะชอบเข้าร้านหนังสือ เลือกซื้อหนังสือให้ลูก แม้ยังไม่ถึงวัยที่เค้าจะอ่านได้ แต่เราถือว่า มีไว้ก่อนอุ่นใจดี ที่บ้านมักบ่นเราว่า ซื้อมาทำไมเยอะแยะ ลูกยังนั่งไม่ได้เลย แต่เราก็ไม่สน ยังคงซื้อตุนต่อไป  

              ช่วงพีโน่ก่อน 1 ขวบนั้น เราไม่ได้ส่งเสริมอะไรลูกเป็นชิ้นเป็นอันเลย เหมือนแค่เก็บและหาข้อมูลสื่อการสอนไปเรื่อยๆ จะมีก็เปิดหนังสือ pop-up ให้เค้าดูบ้าง  พอนั่งได้ก็จับนั่งตักอ่านหนังสือให้ฟัง ให้เค้ารู้สึกคุ้นเคยกับหนังสือ  แต่สิ่งที่ทำบ่อยคือ เปิดคลิปเพลงภาษาอังกฤษเด็กในยูทูปให้ดูทุกวัน  วันละไม่เกิน ครึ่งชม. ช่วงก่อนนอน เพราะมีเวลาแค่นั้น  ตอนเช้าเราออกจากบ้าน 06.00น. ลูกยังไม่ตื่น  ตอนเย็นกว่าจะกลับถึงบ้านก็ 2 ทุ่มกว่าๆ ลูกก็เริ่มจะง่วงๆแล้ว มีเวลากอดหอม หยอกล้อเล่นกัน แค่ชั่วโมงกว่าๆต่อวัน แค่นั้นจริงๆ  นึกแล้วเศร้า  มันเลยทำให้เราคิดจะลาออกอยู่หลายตลบ คิดแล้วคิดอีก แต่ก็ไม่ออกมาซะที ทำยังไงได้ล่ะ  สถานการณ์มันยังไม่เป็นใจหนิ   เรายังเคยมาตั้งกระทู้ถามในชานเรือนนี้เลยว่า มีใครสนใจจะฝากลูกให้เราช่วยเลี้ยงมั้ย เราจะสอนทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ  คือเราคิดจะลาออกมา แล้วเปิดรับเลี้ยงเด็กไปพร้อมๆกับลูกเรา แบบรับน้อยๆแค่2-3คน แต่กระทู้นั้นก็ถูกลบไปเรียบร้อย เพราะมีสมาชิกท่านอื่นบอกว่าผิดกฏ เป็นกระทู้โฆษณาขายของ อืม ก็ดีเหมือนกันที่โดนเบรค  เพราะถ้าเราทำจริงๆ มีหวังเป็นโรคประสาทแน่ๆ แค่พีโน่คนเดียวเราก็แย่แล้ว 55  

               พอช่วงใกล้ๆ1ขวบ  พีโน่ซนมาก ซนจริงๆ  ญาติหลายคนยังทักว่าไฮเปอร์ รึเปล่า  คือเค้าจะไม่อยู่นิ่งๆเลย ต้องวิ่งตลอด ปีนนู่นนี่ตลอด คือต้องมีคนคอยตามประกบตลอดเวลา จนที่บ้านเริ่มจะไม่ไหว เลยให้เราหาพี่เลี้ยงมาช่วย เราก็หามา แต่ผ่านมา 3 คน ไม่มีใครอยู่เกินเดือน  คงเพราะบ้านเราคนอยู่เยอะ พี่เลี้ยงเลยอึดอัดด้วยมั้ง   เราเลยปรึกษากับแฟนหาเนอสเซอรี่ให้ลูก ดูมาหลายที่ จนมาได้ที่นึงที่โอเค ใกล้ที่ทำงานเรา+แฟน (ทำงานใกล้กันค่ะ)  สะอาด เป็นระเบียบ  ปลอดภัย และที่สำคัญคือ ไปรับ-ส่งสะดวก  ตอนนี้ลูกเราก็ยังอยู่ที่เนอสนี้ค่ะ

             และในช่วงนี้แหละที่เราได้สอนลูกเป็นจริงเป็นจัง  เพราะเราออกมาเช่าคอนโดอยู่ใกล้เนอส  ตอนเช้าไปส่ง8โมง ตอนเย็นไปรับ 6โมงครึ่ง  ช่วงเวลานี้เรารู้สึกดีจริงๆ เหมือนได้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้น  ตอนเย็นก็เจอกันเร็ว กลับถึงคอดโดก็เลยมีเวลาเล่นและสอนสิ่งๆต่างๆที่เรา รวบรวมมาทั้งหมดเป็นเวลาเกือบปี (สื่อเยอะมากจริงๆ)  แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เวลาเราสอนลูก เราจะพูดเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (เราไม่ได้เก่งภาษาเลยนะคะ ออกแนวแย่เลยด้วยซ้ำ แต่การสอนเด็ก มันใช้คำง่ายๆ ประโยคง่ายๆ พูดแบบเดิมๆ คำถามแบบเดิมๆซ้ำๆ  เราแอบจำมาจากคลิปที่เปิดให้ลูกดูก็เยอะค่ะ ชอบดูคลิปที่ชาวต่างชาติเค้าสอนลูกเค้า เราก็จำประโยคที่เค้าพูด เอามาพูดกับลูกมั่ง อิอิ  ชั้นก็ทำได้นินา  ตอนแรกกลัวแทบแย่ กลัวลูกจะทำหน้า งง ปน เอ๋อ 55 )

สื่อต่างๆ ที่ใช้เล่น และสอนค่ะ

ภาพบรรยากาศ ในการเรียนและเล่น ของพีโน่ค่ะ


มาเริ่มดูวิธีการและเทคนิคที่เราใช้สอนพีโน่กันเลยนะคะ  ( อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ ^_^)

1. วิธีการสอนตัวอักษร A-Z , a-z พร้อมคำศัพท์ง่ายๆ

     - สื่อหลักที่เราใช้สอนช่วงแรกๆ คือ คลิปเพลง a-z แบบต่างๆในยูทูป เปิดให้ฟังบ่อยๆ จนเค้าซึมซับไปเอง  ตอนนี้พีโน่สามารถเปิดดูยูทูปเองใน Ipad  ได้(ถ้าเราเลือกเพลงให้ เค้าไม่เอา อยากเลือกเอง ทำเอง)  คือเปิดเองหมดทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่  กดปุ่มโฮม – สไลด์เปิดเครื่อง – เลือกไอคอนยูทูป – สไลด์เลือกคลิปที่อยากดู – กดเครื่องหมายplay – สไลด์เพิ่ม/ลด เสียง – พอจบก็สไลด์เลือกเพลงใหม่เอง  แต่เราก็คอยดูอยู่ข้างๆนะคะ เผื่อเค้าเลือกคลิปที่ไม่เหมาะ เราก็จะเปลี่ยนให้ทันที





- ทุกเช้าที่เราอุ้มลูกเดินไปส่งที่เนอส เราจะร้องเพลงต่างๆ ที่เค้าเคยดูจากยูทูปให้ฟังตลอด เค้าจะจำได้ มีโยกหัวโยกตัวตามสนุกสนาน ก็ว่ากันไป  เราจะมีหยุดระหว่างวรรคถามบ้าง เพื่อให้เค้าได้ใช้ความคิด ว่าต้องร้องต่อว่าอะไร แรกๆ เค้าก็เงียบ (เพราะยังพูดไม่ได้นินา) เราก็ต่อให้เลย แต่ก็ยังหยุดเว้นถามทุกวัน เรื่อยมา จนตอนนี้ ต่อได้ทุกครั้งที่เราเว้น  

     - ต่อมาเมื่อเค้าเริ่มคุ้นเคยกับรูปร่างและเสียงของตัวอักษรต่างๆแล้ว เราก็ใช้หนังสือ ที่เราซื้อสะสมมานั่นแหละ เอามาเปิดชี้ถามตลอด  What letter is this/that ?  ทีนี้เค้าจะตอบมาเลยว่า a,o,k… เราก็ต้องถามต่อไปเลยว่า a for…… เค้าจะตอบคำที่เค้ารู้จักทันที เช่น apple , ant …ตามที่เค้าเคยฟังจากคลิปในยูทูป


- หนังสือภาพเสริมให้รู้จักคำศัพท์ของอักษรตัวต่างๆได้มากขึ้น  เล่มนี้พีโน่ชอบมาก เพราะมันเป็นภาพของจริง และสีสันสวยงาม ง่ายต่อการจดจำ ซึ่งเล่มนี้ทำให้เค้าจดจำคำศัพท์ได้เยอะมาก เกือบจะจำได้หมดเล่มแล้ว




- จิ๊กซอว์ตัวอักษร  ชิ้นนี้เอาไว้สอนให้เค้ารู้จักความแตกต่างของ ตัวพิมพ์ใหญ่ กับ พิมพ์เล็ก วิธีสอนของเราคือ  เราจะเอาสติ๊กเกอร์เขียนเป็นตัวพิมพ์เล็ก แล้วเอาไปติดในแต่ละช่องคือ รูปร่างของช่องมันจะเป็นรูปพิมพ์ใหญ์ ซึ่งเวลาพีโน่ใส่ก็จะเห็นตัวเล็กที่เราเขียนไว้ เป็นการเรียนตัวเล็กไปในตัว แต่ไม่น่าเชื่อ เพราะเวลาถามตัวเล็ก เค้าก็ตอบได้


- สติกเกอร์ A-Z  ใช้เล่นได้หลายรูปแบบเลยค่ะ        กับรูปภาพคำศัพท์ที่คุ้นเคย  คือเด็กวัยนี้จะชอบเล่นแปะสติกเกอร์อยู่แล้ว แทนที่เราจะให้เค้าแปะตามพื้น หรือตู้ เตียงเรื่อยเปื่อย ก็เอาแผ่นรูปภาพที่เป็นตัวอย่างคำศัพท์ แลวก็เอามาให้เค้าเล่นจับคู่ เช่น แกะตัว F มาถามเค้าว่า What’s this? ให้เค้าตอบ พอเค้าตอบเสร็จ ก็ถามต่อ F for… ให้เค้าตอบ เช่น Fish , Flag แล้วก็ถามต่อ Where is a fish/ flag? ให้เค้าหารูป เพื่อเอาสติกเกอร์ไปติด  ควรใช้สติกเกอร์ขนาดไม่ใหญ่มาก จะได้ฝึกสมาธิในการติดไปในตัว เพราะอันเล็กเค้าจะต้องติดช้าๆและระวังหลุดมือมากขึ้น  กิจกรรมนี้แนะนำเลยค่ะ เพราะนอกจากลูกจะได้สนุกแล้ว แม่ยังสุขใจไปด้วยที่เห็นลูกมีความตั้งใจ

ปล.เมื่อลูกเลิกเล่นแล้ว เราจะรีบแกะสติกเกอร์เอามาแปะที่เดิม เอาไว้เล่นใหม่ได้อีกรอบ สองรอบ เพราะถ้านานไปเวลาแกะมันจะติดกระดาษไปแล้ว   ที่ทำแบบนี้ จะได้ไม่เปลืองทรัพยากร  (จริงๆแล้วกลัวเปลืองทรัพย์มากกว่าค่ะ 55)




- กระดานMagnet อันนี้ใช้งานได้หลายอย่างจริงๆ  ทั้งเขียน  ติด  หนีบกระดาษต่างๆ  สามารถประยุกต์ใช้เล่นกับลูกได้เยอะมากค่ะ  และลูกก็ชอบด้วย  ทุกวันจะต้องเล่นกระดานอันนี้  บางวันใช้หนีบกระดาษเพื่อแปะสติกเกอร์ , บางวันใช้เล่นกับตัวอักษรmagnet  , บางวันใช้เมจิเขียนวาดรูป  ฯลฯ



- เมื่อเค้าคุ้นเคยกับรูปร่าง และการออกเสียงของตัวอักษรแล้ว  ก็ถึงคราวำไปใช้จริง คือ ไม่ว่าเราจะพาเค้าไปที่ไหนแล้วเจอป้ายที่มีตัวอักษรอังกฤษอยู่ (เจอแทบจะทุกที่ทุกเวลาอยู่แล้ว) เราจะหยุดแล้วถามเค้าทันที เค้าก็จะตอบ เราก็ต่อด้วย a for …..  ให้ตอบคำศัพท์  พอตอบได้ เราก็ชมว่า  yes , good job , good boy …หอมแก้มไปฟอดนึง เค้าจะดีใจมาก ทีนี้ละถามไรจะตอบหมด ตอบผิดตอบถูกก็จะตอบ  เป็นการกระตุ้นให้เค้ารู้จักสังเกตุสิ่งต่างๆรอบตัวค่ะ  เดี๋ยวนี้เวลานั่งบนรถด้วยกัน เราไม่ต้องถามเลย แต่เค้าจะชี้แล้วบอกเราเองว่า A, K ,L ...ตามที่เค้าเห็น บางทีเรายังดูไม่ทันเลยว่า ไปอ่านมาจากไหน

จบการสอนตัวอักษรอังกฤษค่ะ

• ผลลัพธ์ :  พีโน่สามารถจดจำตัวอักษรอังกฤษทั้งพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ได้หมดทุกตัว พร้อมคำศัพท์ง่ายๆของแต่ละตัว

• ต่อยอด : เมื่อเค้ารู้จักตัวอักษรเป็นตัวๆและการออกเสียงแล้ว ทีนี้ก็จะต้องสอนให้อ่านแบบผสมคำ ตอนนี้ก็ใช้วิธีอ่านหนังสือและชี้ตามคำที่เราอ่านอยู่ ให้เค้าคุ้นเคยกับรูปร่างของคำต่างๆ  


อันนี้เป็นคลิปที่เราแอบถ่ายตอนกำลังสอนพีโน่ เกี่ยวกับตัวอักษรพร้อมคำศัพท์ค่ะ @ 1.7 ขวบ (ต้องแอบถ่าย ไม่งั้นเค้าจะแย่งเอาไปเล่นค่ะ  กว่าจะหาที่ซ่อนได้ ยากมาก เป็นเหตุที่ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสได้ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ตอนเราสอนเรื่องต่างๆ  น่าเสียดายมาก T_T)


2. การสอนตัวอักษรไทย  ก.-ฮ.

   - จริงแล้ว เราไม่เคยสอน ก.-ฮ.พีโน่เลย และไม่รู้ด้วยว่าทางเนอสเซอรี่เค้าสอนอะไรมาบ้าง แต่พอรู้ว่ามีอ่านหนังสือให้ฟัง แต่มีอยู่วันนึงเราก็ท่องเล่นๆ กอ.เอ๋ย กอ. แล้วเราก็หยุด ปรากฏว่า พีโน่ตอบว่า ไก่ เราก็เลยลองท่อต่อ ขอ.ไข่ ใน....... (เล้า) จนถึง ฮอ นกฮูก ตา........(โต) สรุปคือเค้ารู้จักหมดเลย

    - เราเลยงัดเอาหนังสือก.ไก่ ขึ้นมากางเปิดให้เค้าดู ชี้ไปที่ตัวอักษรตัวไหนเค้าก็เรียกได้ แต่บางตัวหลายพยางค์เค้าจะพูดแค่พยางค์สุดท้าย 

     - ให้เค้าเล่นจิ๊กซอว์ตัวอักษร คล้ายๆกับภาษาอังกฤษ แต่ของไทย เยอะมาก  เรายังตาลายเลย บางครั้งยัง งงๆหาไม่เจอ แต่ไม่ซีเรียส เพราะเราเป็นคนไทย ยังไงก็ได้ใช้ภาษาไทยเยอะอยู่แล้วในชีวิวิตประจำวัน เราเลยไม่ได้ต่อยอดเค้าเรื่องนี้มากนัก

- ใช้สติกเกอร์เล่นได้เหมือนตัวภาษาอังกฤษเลยค่ะ 

• ผลลัพธ์ : ถือว่าเค้าทำได้ดี ต้องขอบคุณทางเนอสเซอรี่ เพราะเรื่องนี้เราไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องเลย
• ต่อยอด : ยังไม่ได้ทำอะไรเท่าไร เพราะไปเน้นภาษาอังกฤษซะเยอะ แต่ก็ยังมีทบทวนให้เค้าท่องให้ฟังพร้อมๆเรา หรือชี้ถามเค้าเป็นตัวๆบ้าง กันลืม






- เล่นจับคู่สี  เราจะใช้ถ้วยที่เป็นสีต่างๆ  มาวางเรียง แล้วเอาวัสดุชิ้นเล็กๆที่มีสีต่างๆมา ให้เค้าเล่นจับคู่สี ฝึกการสังเกตุไปในตัวค่ะ


วิธีการเล่นค่ะ





- ยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่สามารถเอามาสอนเรื่องสีกับลูกได้ เช่น สติ๊กเกอร์ , จับคู่สิ่งของที่สีเหมือนกัน  แต่เราจะทยอยๆเล่นกับเค้า อย่าไปเล่นเรื่องเดิมซ้ำๆ เดี๋ยวเค้าจะเบื่อค่ะ

• ผลลัพธ์ : ตอนนี้พโน่รู้จัสีครบทั้ง 12 สีที่แม่สอน สามารถบอกได้เองเวลาแม่ถาม โดยตอบเป็นภาษาอังกฤษ
• ต่อยอด : ต่อไปจำฝึกการสังเกตุการผสมสี และสอนให้รู้จักสีเข้มสีอ่อน

ขอจบการสอนเรื่องสี ไปด้วยคลิปนี้ค่ะ (ถ่ายไว้ตอนประมาณ 1.7 ขวบ)








5. วิธีสอนเรื่อง รูปร่างและรูปทรง (เป็นภาษาอังกฤษ)

- การสอนเรื่องนี้เริ่มแรก เราใช้บัตรภาพ พร้อมคำศัพท์อย่างเดียวเลย  อ่านให้ฟังบ่อยๆ  แฟลชให้ดูซ้ำๆ วันละ 1 รอบ  โดยเราจะสอนช่วงที่เค้าอารมณ์ดีๆ พร้อมที่จะเรียนรู้

ปล. ช่วงที่พีโน่อารมณ์ดี คือ เวลาเค้านอนกินนม(ขวด)  คือเรารู้สึกว่า พีโน่จะรับได้ดีที่สุดช่วงเวลานี้ เมื่อเราสอนอะไรเค้าในช่วงนี้ เค้าจะจำได้เร็วมาก  เพราะฉะนั้น เราจะมีเวลาทองให้สอนเค้า โดยที่เค้าไม่ขัดขืน และพร้อมที่จะรับฟังเรา ก็แค่ช่วงนี้ (ประมาณ 15 นาที)  แบบว่าไม่ยุกยิก ไม่เล่นอย่างอื่นไปด้วย  เค้าจะมองดูสิ่งที่เราสอนอย่างเดียวเลย  แม่ๆอาจจะลองหาช่วงเวลาแบบนี้ของลูก แล้วสอนกันช่วงนี้  ให้เค้าผ่อนคลาย เราผ่อนคลาย  ค่อยๆคุยค่อยๆสอนกัน   เราจะชอบช่วงเวลานี้ที่สุดเลยค่ะ


เต่าดรีมไลท์  อันนี้เป็นของเล่นที่สอนได้ทั้งเรื่องรูปร่าง star , moon และสี red , blue , yellow , green อันนี้เราซื้อมาเปิดให้พีโน่ดูตั้งแต่เด็กๆ  มันจะมีทำนองเพลงสบายๆช่วยกล่อมให้หลับ เราก็จะพูดสอนสีกับรูปร่างไปด้วย  เวลาเค้าเจอบัตรภาพที่เป็นรูปร่างที่เค้าเคยเห็นแล้ว เค้าจะจำได้ทันทีเลยค่ะ

- ตอนนี้เราจะสอนจากสิ่งของในชีวิตประจำวัน คือ ชี้ไปที่ประตูแล้วถาม What’s shape of the door? แรกๆเค้าจะงงกับคำถาม  เราก็ตอบให้เลยค่ะ rectangle แล้วถามใหม่ ด้วยคำถามเดิม ถ้าเค้ายังไม่ตอบอีก เราก็ตอบใหม่ ทำวนเวียนซ้ำๆ เพื่อให้เค้าคุ้นกับรูปประโยคที่เราใช้ถาม  เดี๋ยวนี้เวลาเค้าได้ยินว่า What’s shape of….? เค้าจะตอบเป็นรูปร่างเลยค่ะ


• ผลลัพธ์ : ตอนนี้พีโน่รู้จักรูปร่างรูปทรงเกือบจะครบหมดแล้ว

-  รูปร่างที่รู้จัก  :  circle , triangle ,  square , rectangle , trapezoid , pentagon , hexagon ,octagon, oval , star , cross , moon , parallelogram , diamond

-  รูปทรงที่รู้จัก  : cone , pyramid , cube , cylinder , sphere , dome , ring , disc
แต่บางคำที่มันยาวๆ เค้าจะพูดแค่ตัวลงท้าย  เราเคยสงสัยว่าเค้าจำได้จริงหรือเปล่า หรือแค่จำได้แต่ตัวลงท้าย  เช่น pentagon , hexagon , octagon พีโน่จะเรียกว่า  gon  หมดทุกตัว  เราเลยลองถามให้เค้าชี้ค่ะ ถามสลับๆกับตัวอื่นด้วย ปรากฏว่า เค้าก็ชี้ได้ถูกอันค่ะ

• ต่อยอด : ตอนนี้เราพยายามสื่อให้เค้าเห็นว่าสิ่งของในชีวิตประจำวันมันมีรูปร่างรูปทรงอะไรบ้าง

คลิปยืนยันว่า โน่ไม่ได้มั่วจริงๆนะมีมี้

วิธีการสอนเกี่ยวกับรูปร่าง รูปทรง ไปด้วยคลิปนี้ค่ะ


6. การสอนคำศัพท์ต่างๆในชีวิตประจำวัน เป็นภาษาอังกฤษ

- เราอาศัยการพูดคุยกับลูกค่ะ คำไหนที่เรารู้และมั่นใจ  เราจะพูดให้ลูกฟังทันที พูดซ้ำๆบ่อยๆ แม้ว่าเค้าจะพูดคำนั้นเป็นภาษาไทย เราก็พูดทับกลับไปเป็นภาษาอังกฤษทันที  เช่น เค้าพูดว่า นม เราก็จะพูดกลับว่า Do you want milk? เค้าก็จะพูด milk ตามเรา และบางครั้งเราก็แกล้งทำเป็นฟังเค้าไม่รู้เรื่อง เช่น เค้าพูด นม นม เราก็จะทำหน้างงๆ พร้อมถาม What? เค้าก็จะรู้เลยว่าต้องพูด milk การพูดกับลูกเป็น 2 ภาษาก็สนุกดีนะคะ เราทั้งสอนและฝึกไปพร้อมๆกันกับลูกเลยค่ะ  ได้เรียนรู้หลายๆคำไปพร้อมกันกับลูก  ถือโอกาสพัฒนาภาษาอังกฤษที่ง่อยๆของเราไปในตัว


ขอจบการ รีวิววิธีทำโฮมสคูล ตามแบบฉบับของคนทำงานประจำ ที่ไม่ได้มีเวลามาสอนลูกทั้งวัน ไว้เท่านี้นะคะ  เดี๋ยวเราจะรีวิวหนังสือต่างๆที่เราใช้เป็นสื่อในการสอนในกระทู้ใหม่นะคะ  แต่ขอไปรวบรวมก่อน   รู้สึกว่ากระทู้นี้เริ่มยาวแล้ว  

พิ่มเติมข้อมูลนิดนึงค่ะ  เห็นมีคนถามมาเยอะเกี่ยวกับสื่อการสอนต่างๆ

ชั้นหนังสือ ....เราซื้อจากงาน bbb ค่ะ

หนังสือต่างๆ ....ซื้อจากหลายที่มาก  เก็บสะสมไปเรือยๆค่ะ

สื่อต่างๆ ที่เป็นการ์ด กระดาษภาพ เกมส์ต่างๆ ....เราโหลดมาจากเน็ตค่ะ ปริ๊นเอง ตัดเอง เล่นเอง เอ๊ยไม่ใช่ ให้ลูกเล่นค่ะ

กระดานmagnet ซื้อจากร้านขายของเด็กเล่น ที่ตลาดนัดใกล้ที่ทำงาน (เคยเห็นในเว็บมีขาย ราคาพอๆกันค่ะ แต่ด้วยความใจร้อน อยากได้เร็วๆ เลยไปแบกมาเองค่ะ)

ของเล่นอื่นๆ เต่าดรีมไลท์ ซื้อจากร้านเดียวกับกระดานmagnet ซะส่วนใหญ่ นอกนั้นก็ดูหลายๆที่ค่ะ ที่ไหนถูกใจ(แม่) ก็ซื้อ เพราะลูกไม่เคยรบซื้ออะไรเลย  หรือว่ายังไม่ถึงวัยรบซื้อก็ไม่รู้นะคะ

อันนี้เป็นรูป เตรียมแผนการสอนให้เจ้าลูกชายตัวแสบค่ะ

ปล.ต้องเตรียมตอนเค้าหลับไปแล้ว  กว่าเราจะได้นอน บางทีก็ดึกมาก เหนื่อย แต่ภูมิใจที่ได้ทำค่ะ





Create Date : 12 มิถุนายน 2555
Last Update : 19 มิถุนายน 2555 15:54:39 น. 1 comments
Counter : 6556 Pageviews.

 
รบกวนคุณแม่แชร์ลิงค์ยูทูบที่ใช้เปิดประจำีใหหน่อยได้มั้ยค่ะ
จากลิงค์ข้างบนเมย์เปิดไม่ได้อ่ะค่ะ แงๆๆๆ ตอนนี้กำลังหาข้อมูล หาสื่อสอนลูกค่ะ


โดย: maybpanda IP: 223.207.194.40 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:22:35:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

berrynooknik
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add berrynooknik's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.