เที่ยวเกาะปันหยี+เกาะเจมส์บอน
เดินทางออกจากเขาสก จ. สุราษฐ์ธานี ตอนเช้ามายังเส้นพังงา-ภูเก็ต เพื่อเดินทางต่อไปยัง เกาะปันหยี ใช้เวลาในการเดินทาง ประมาณ 3 ชั่วโมง มายัง จุดขึ้นเรือ ที่เรียกว่า "ท่าด่าน"





นัดกับคนเรือไว้ เที่ยง เพราะทริปที่คุยไว้เป็น ทริปครึ่งวัน เราเลือกแบบครึ่งวันในราคาเหมาะลำ 1,800 บาท เพราะต้องรีบให้ทันแพกลับเกาะลันตาค่ะ ครั้งนี้เราจะไป เกาะปันหยี เกาะตะปู ( หรือที่เรียกว่า James Bond Island  )
และแล้วก็เจอกัน พร้อมลงเรือกันแล้วก็ เดินทางค่ะ 





ได้เวลาลงเรือกันแล้ว เนื่องจากน้อง ๆ เหนื่อยจากเขาสก เรือก็เลยเหมาลำเดียวค่ะ





คุณลุงกัปตันเรือบอกใช้เวลาไปเกาะปันหยีจากท่าด่านประมาณ 30 นาทีค่ะ แต่เราตัดสินใจกันว่าเราจะเลยไป เกาะเจมส์บอนกับเกาะตะปู กันก่อน แล้วค่อยกลับมาเกาะปันหยี ไม่ยากเลย เพราะเรือขับไปเส้นเดียวกัน ใช้เวลาจากท่า ไปเกาะตะปู และ  เขาพิงกัน ประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ





ในที่สุดเราก็มาถึงค่ะ จุดที่มาคือ เขาพิงกัน พอมาถึงก็หยั่งเชิงกันอีก เพราะต้องเสียค่าเข้า คนละเป็นหลักร้อยนะค่ะ แต่เนื่องจากคุณลุงต่อรองเขาเป็นราคาเหมา ได้ราคาเหมาสำหรับ 1 ลำ ที่รับได้ ก็เลยตกลงแวะกัน 




ใครว่ามีแต่คนไทย ไปที่ไหนในเมืองไทยตอนนี้ มีแต่ฝรั่งแล้วค่ะ จุดลงและขึ้นเรือ





ตามภาพค่ะ คนอ่านมีแต่ชาวต่างชาติ คนไทยไม่มีเลย





ทางขึ้นและลงเวียนภูเขาจะเป็นประมาณนี้ทั้งหมดน่ะค่ะ 





เขาตะปู อยู่โน่นไงค่ะ นั่นล่ะค่ะ James Bond Island 
บริษัททัวร์มากมาย เอาใจลูกค้าชาวต่างชาติ พาเที่ยว นี่คืออีกหนึ่งช่องทางสำหรับหารายได้เข้าประเทศ  คนไทยอย่างเราก็ต้องสนับสนุนการท่องเที่ยวน่ะค่ะ





ในที่สุดฝ่าบุคคลก็ขอถ่ายอีกสักรูป เป็นที่ระลึก





ทัศนียภาพโดยรอบค่ะ ดูดีทีเดียวเลย





เกือบจะยกหินกลับบ้านแล้วไม่ล่ะ ^^ พื้นที่ไม่กว้างนะค่ะ เดือนเวียน ๆ กัน ไป





พื้นที่ไม่กว้างนะค่ะ เดือนเวียน ๆ กัน ไป ก็จะเจอเขาพิงกัน คนเยอะค่ะ หายห่วง มีเจ้าหน้าที่ดูแล ทุกจุด เขาพิงกันก็ จะมีลักษณะตามรูปด้านล่างนี้ค่ะ 





ไม่ค่อยจะมีรูปคนเขียน เพราะต้องออกตัวค่ะ ว่าชอบถ่ายคนอื่นมากกว่าอ่ะ ^^





จะพาชมทัศนียภาพโดยรอบเขาพิงกันดีกว่าน่ะค่ะ 





เราใช้เวลาอยู่ที่เขาพิงกัน ประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ก่อนจะเดินทางไปแวะเกาะปันหยี





จากภาพด้านซ้ายมือ ก็จะเป็นเขาตะปูค่ะ ตรงนี้เป็นลานเล็ก ๆ ไว้ถ่ายรูปเขากัน





อีกรูปชัด ๆ เนื่องจากไปเขาสกกันมาก่อนหน้านี้ ไม่มีปลั๋กชาร์ตไฟ แบ็ตมือถือก็เลยหมดกันไปตามระเบียบ





ร้านขายของที่ระลึกก็มีอยู่แค่นี้ค่ะ ไม่เยอะ เพราะพืีนที่จำกัด





คนขายก็ต้องพอพูดภาษาอังกฤษกันได้บ้าง ยิ่งถ้าพูดดี ขายดีค่ะ ไม่ต้องห่วง





ได้เวลาเดินทางกันแล้วล่ะค่ะ มีอีกหนึ่งที่ต้องไปแวะไม่งั้นกลับเกาะลันตาไม่ทัน





ทางออกที่เป็นทางลงค่ะ เขาทำเป็นบันไดไว้ เพื่อให้สะดวกกับนักท่องเที่ยว





มีเรือมาจอดเรียงแถวรอรับลูกค้ากันเต็มเลย





ก่อนออกจากจุดเขาพิงกัน ก็ต้องบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกหน่อย เห็นแล้วใช่มั้ยค่ะ ว่าใคร ๆ ก็ เที่ยวได้ เหอ เหอ.....





ใช้เวลาเดินทางจากเขาพิงกัน ไปยัง เกาะปันหยี ประมาณ 30 นาทีค่ะ ระหว่างทางก็จะมีวิวระหว่างทางมาฝากกันตามเคย เท่าที่ทราบภาพด้านล่างบริษัทนี้ใหญ่พอตัว สำหรับ ธุรกิจ เรือแคนู ซื้อขายกันเป็น แพ็คเก็จเลยค่ะ รวมอาหารในเรือด้วย





ทริปเด็ดที่นักท่องเที่ยวชอบกันมาก โดยเฉพาะชาวจีนค่ะ พายเรือที่ ถ้ำลอด





พายไม่เป็นก็หายห่วงน่ะค่ะ มีคนพายให้เรียบร้อย แถมมีเรือหางยาวขายน้ำด้วย





คุณลุงคนขับเรือ วน ให้เราดูกิจกรรมนี้อยุ่สักพัก ก่อนออกเดินทางต่อไป ปันหยี

ภาพนี้มืดไปหน่อย เพราะคุณลุง ล่องหางยาว พาเราเข้าทะลุผ่านถ้ำลอดกันเลยล่ะ





ในที่สุดเราก็มาถึงค่ะ เกาะ ปันหยี





เวลาซื้อของใช้จำเป็น ชาวบ้านที่นี่ก็จะใช้เจ้าหางยาวนี่ล่ะค่ะ ออกไปเมืองกัน





เกาะปันหยี ผู้คนที่อาศัยที่นี่ส่วนใหญ่ เป็น อิสลามค่ะ เรามาทริปนี้ก็เพราะเอาใจน้อง ๆ ที่ทำงาน เพราะ เกาะลันตาเรา ก็มีแต่ อิสลาม เหมือนกัน





คุณลุงใจดี พาเราวนเก็บรูปก่อน ที่จะเทียบท่าลงเกาะปันหยี





ในที่สุดก็ได้เวลาเดินลงสำรวจเกาะปันหยีกันแล้ว มีร้านค้าของชาวบ้านมากมายเลยค่ะ ของดีของที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องแกง กับ น้ำพริกอิสลาม และ พวกของประดับ ของฝาก เสื้อผ้า





มีกระชังชาวประมงเต็มเลย 



เราแยกย้ายกันเดิน ให้เวลาครึ่งชั่วโมง สำหรับ สำรวจที่นี่กัน ฝรั่งเต็มเลยค่ะ ถ้าไม่นับกลุ่มเราที่มา ลูกค้าส่วนใหญ่ ชาวต่างชาติค่ะ ไม่ค่อยเห็นคนไทย





ซ่ะหน่อย เดี๊ยวเค้าว่ามาไม่ถึงอิอิ 




ถ้าเป็นสร้อยไข่มุก เส้นละ 1,000 บาทค่ะ ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง ดูไม่เป็นอ่ะ





ของขายเกือบทุกร้าน จะเหมือน ๆ กัน ค่ะ ส่วนราคาไม่ค่อยได้ถามเลย 





เดินเล่นกันอยู่สักพักก็ได้เวลากลับแล้วค่ะ





ได้เวลา Bye Bye เกาะปันหยีกันแล้วค่ะ จุดประสงค์ที่มาอีกอย่าง อยากเห็นสนามบอลที่เค้าสร้างเป็น โป๊ะ อ่ะ แต่ ทางมันวกไปวนมา งง งง แถมมีเวลาน้อย น่าเสียดายจัง แต่เนื่องจากไม่ไกลกับกระบี่มาก ไว้รอบหน้ามาใหม่ก็คงไม่สาย ^_^





ชาวบ้านที่นี่ใจดีค่ะ อัธยาศัยดีกัน อาจเป็นเพราะ ต้องตอนรับลูกค้าต่อเนื่อง





สักรูปก่อนต้องออกจากจุดนี้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 ถึงฝั่งท่าเรือขามาค่ะ




ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เราก็มาถึง 




หางยาวรอบริการลูกค้าเต็มเลยค่ะ ราคามิตรภาพ คุยกันได้หายห่วง คุณลุงบอก





ได้เวลากลับกันแล้วล่ะ พอดีเวลาตามที่คำนวณไว้ค่ะ อย่างนี้เราก็ไปถึงแพเกาะลันตาทันพอดี ขากลับ สลบเลยค่ะ เพราะเหนื่อยตั้งแต่ทริปเขาสก





จบทริป 2 วัน 1 คืน เขาสก-เขาตะปู-เขาพิงกัน-เกาะปันหยี แล้วค่าาาาา

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน Blog กันน่ะค่ะ

Ben



Create Date : 06 กันยายน 2556
Last Update : 10 กันยายน 2556 9:40:21 น.
Counter : 3923 Pageviews.

5 comments
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 8 กันยายน 2556 เวลา:5:01:39 น.
  
ขอบคุณที่แวะทักทายกันค่ะ

อากาศดีมากค่ะ เค้าว่าเที่ยวได้ตลอด แต่ถ้าจะไปดูดอกกระเจียวก็ต้องช่วงเดือนที่ว่า...มีโอกาสลองแวะดูนะคะ

ยังไม่เคยเที่ยวทะเลใต้เลย อยากไปกระบี่ ฟังแล้วค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกันนะคะ ชาวต่างชาติเยอะกว่าคนไทย เป็นเช่นนี้เอง
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 กันยายน 2556 เวลา:16:39:20 น.
  
@คุณ สายหมอกและก้อนเมฆ

ไม่แพงอย่างที่คิดหรอกค่ะ ในราคาคนไทย พิเศษได้เสมอ ( สำหรับที่ทำงานเราน่ะ อิอิ ) เราสนับสนุน คนไทยเที่ยวค่ะ อยากให้พักผ่อน เครียดกันมาเยอะแล้วในแต่ล่ะวัน

สนใจมาเที่ยวทะเลกระบี่จริง ๆ คุยกันได้ค่ะ
โดย: ข้าวหมก วันที่: 9 กันยายน 2556 เวลา:14:05:35 น.
  
สวยมากๆครับ
โดย: หนุ่ย IP: 182.52.146.65 วันที่: 3 ธันวาคม 2557 เวลา:15:07:33 น.
  
รบกวนสอบถามค่ะ
จะเดินจากเขาศกไปเกาะปันหยีที่ท่าเรือ ท่าด่าน อย่างไรค่ะ
สนใจทริปแบบนี้มากเลยค่ะ
โดย: แตง IP: 49.231.16.218 วันที่: 7 เมษายน 2558 เวลา:16:45:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ข้าวหมก
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



ชื่อ เบญจมาศ ค่ะ เรียก เบญ ก็ได้

ทำงานโรงแรมที่เกาะลันตาค่ะ เป็นครั้งแรกสำหรับการหัดเขียน Blog มันช่วยได้มากเลยค่ะ

บางครั้ง คนเราอาจมีเรื่องราวมากมายที่เราอยากจะปลดปล่อย แต่มันยากเกินไป ที่จะเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูด พอนานไป จน บางครั้งเราเอง อาจเผลอลืม ลืมไป จน ฝังมันไว้ในใจ....

เชื่อว่า ทุกสถานที่ จากทุกความทรงจำ จากทุกความรู้สึก สามารถทำให้เราเก็บมันไว้อย่างมีคุณค่าได้ โดยที่เราจะไม่มีวันลืม


คิดบวกไว้น่ะค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว....
กันยายน 2556

1
3
7
8
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
25
26
29
30
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add ข้าวหมก's blog to your weblog]
MY VIP Friend