ชีวิตแต่ละวัน .. ที่ผ่านไป
Group Blog
 
 
เมษายน 2549
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
24 เมษายน 2549
 
All Blogs
 

ขนมชั้น.. ไม่ใช่ขนมเธอ...

เสาร์ที่ 22 ที่ผ่านมา..
ได้ทำขนมชั้นค่ะ..

อ๊ายยยยยยยย.. แต่ลืมหยิบสูตรมาค่ะ..
เอาที่จำได้เลา ๆ ก่อนมั้ยคะ

สูตรที่เรียนนี้ อาจารย์เค้าใช้แป้งข้าวเหนียว กับแป้งข้าวจ้าวค่ะ.. เอามาผสมแล้วนวด ๆ .. ถ้าไม่นวดมือ ก็นวดด้วยเครื่องก็ได้ค่ะ ซักประมาณ 5 - 10 นาที..

ระหว่างนั้นก็ตั้งกระทิทั้งหัวและหางนะคะ ใส่น้ำตาล..
ตั้งไฟ คนให้ละลายกันดี แต่ไม่ต้องให้กระทิแตกมันนะคะ
ใช้ไฟกลาง ๆ ไม่ต้องแรงค่ะ.. แล้วยกลง ทิ้งให้เย็น

หลังจากนั้นเอาแป้งที่เรานวดแล้ว มาใส่ในน้ำกระทิค่ะ..
คน ๆ ให้ผสมกัน คือ พอแป้งละลายเข้ากับกระทิแล้ว..

จากนั้นก็ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เท่า ๆ กันค่ะ
วิธีนี้ก็เพื่อผสมสีไงคะ สูตรที่ทำวันนี้เราใช้สีเขียวจากใบเตยค่ะ.. ล้างใบเตยให้สะอาด
แล้วปั่นใบเตยกับน้ำปูนใส่ค่ะ จากนั้นกรองเอาแต่น้ำเขียว ๆ มาผสมกับแป้งที่เราแบ่งไว้นะคะ

ให้ได้สีเขียวอ่อน กับสีเขียวแก่..

และสูตรนี้เราใช้พิมพ์ทำขนมค่ะ.. จะใช้พิมพ์ตามใจชอบคุณก็ได้นะคะ เพราะถ้าใช้ถาดใหญ่หรือถาดเล็กเนี่ย..
อาจารย์บอกว่า.. เสียเวลาค่ะ ช้าด้วย..
เราเลือกใช้พิมพ์ทำขนมกันค่ะ..

เอาพิมพ์เรียงใส่ในลังถึงนะคะ ตั้งไฟให้เดือดสัก 5 นาทีค่ะ
พอให้พิมพ์ร้อน ๆ เปิดฝาลังถึงออก แล้วหยอดแป้งที่เราผสมสีไว้ค่ะ.. อ้อ ขั้นตอนนี้ระวังไอร้อนที่พุ่งขึ้นมาด้วยนะคะ.. (ขอบอกว่า มือพองด้วยค่ะ.. เพราะกะไม่ถูก..)
ค่อย ๆ เทแป้งลองพิมพ์ กะ ๆ ดูนะคะ
สูตรนี้ เราเทสีเขียวอ่อนลงไปก่อนค่ะ..

จากนั้น ก็ปิดฝาค่ะ จับเวลาสัก 5 นาทีค่ะ..
พอครบ 5 นาที ก็ค่อย ๆ เปิดฝา ระวังอย่าให้น้ำหยดลงที่ตัวขนมนะคะ.. แล้วก็เทแป้งสีเขียวแก่ลงอีกครั้งค่ะ
คราวนี้ จับเวลา 10 นาทีค่ะ..
พอครบ 10 นาที ถ้าไม่แน่ใจว่าสุกหรือยัง
ใช้ไม้จิ้มฟันลองจิ้มดูก็ได้ค่ะ ถ้าไม่มีแป้งติดขึ้นมาก็
ใช้ได้ค่ะ..

จากนั้นก็ทิ้งพิมพ์ให้เย็น แล้วค่อย ๆ แกะออกมาค่ะ
ทีนี้ เราก็จะได้ขนมชั้น ฝีมือของเราเองค่ะ
ง่าย ๆนะคะ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ จะมาแปะสูตรให้ค่ะ..

มีเคล็ดลับนะคะ..
บางท่านอาจจะคิดว่า ทำไมใช้แป้งข้าวเหนียวล่ะ
.. ตรงนี้แหละค่ะ เคล็ดลับง่าย ๆ
เราใช้แป้งข้าวเหนียวมากกว่าแป้งข้าวจ้าว..
ก็เพื่อเป็นการลัดขั้นตอนของการนวดแป้งด้วยค่ะ

เพราะตัวแป้งเหนียวอยู่แล้ว.. เราไม่ต้องนวดนาน..
ก็ใช้ได้ค่ะ..
ขนมชั้นที่ได้ ก็จะมีความเหนียวอยู่ในตัวค่ะ
(เอ๊ อธิบายตอนนี้ งง ๆ ค่ะ
นั่นแหละค่ะ เพราะแป้งข้าวเหนียว ขนมชั้นก็เลยเหนียว..
เอาง่าย ๆ อย่างนี้แหละ)

และมีเซอร์ไพรส์ ด้วยอ่ะ..........
........
ระหว่างที่ทำขนมเปียกปูน..
ผู้ว่าฯ กทม. คุณอภิรักษ์ แวะมาเยี่ยมศูนย์ฝึกวิชาชีพมีนบุรีด้วยค่ะ........

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด.. สุดแรง..
อิ อิ.. คุณอภิรักษ์ น่ารักมากก พูดจาเพราะมาก ๆ
ที่ปลื้มคือ เราได้เอาขนมเปียกปูนให้ชิมด้วยค่ะ..
คิ คิ... คุณอภิรักษ์ชมว่า.. อร่อยมากกกกก แล้วก็ทานหมดด้วยอ่ะ.. (ไม่รู้อร่อย หรือกลัวเสียน้ำใจก็ไม่รู้..)

ตกลง.. เทใจ ให้หมดเลยนะคะ..
สำหรับ สข. วันที่ 30 เม.ย. นี้น่ะค่ะ...

อ้อ ๆ ๆ
เสาร์-อาทิตย์นี้....
ได้เรียนทำขนมชั้น, ขนมเปียกปูน, น้ำมะไฟ, น้ำเก๊กฮวย,
สาคูสูตรเจ, ครองแครงน้ำกระทิ, ขนมปุยฝ้าย, ลูกตาลลอยแก้ว ค่ะ...

ส่วนอาทิตย์หน้า.. จะได้ทำลอดช่องสิงคโปร์, ข้าวเหนียวมูน, ทับทิมกรอบ.. อันนี้พอทราบคร่าว ๆ ค่ะ...

ส่วนสูตรขนม.. จะค่อย ๆ ทยอยเอามาลงนะคะ..

ขนมไทย.. ง่ายนิดเดียวค่ะ




 

Create Date : 24 เมษายน 2549
3 comments
Last Update : 24 เมษายน 2549 10:46:54 น.
Counter : 772 Pageviews.

 

น่าเสียดาย น่าจะมีรูปประกอบสักนิดนะคะ จะได้เผื่อสำหรับคนหัดทำด้วย

 

โดย: ยิ้มปริศนา 24 เมษายน 2549 14:12:12 น.  

 


สูตรขนมทับทิมหวานเย็นน่ะค่ะ

เครื่องปรุง
1.แห้วกระป๋อง
2.กะทิ
3.สีผสมอาหาร (สีอะไรก็ได้ )
4.น้ำแข็ง
5.น้ำตาลทราย
6.แป้งมัน

วิธีทำน่ะค่ะ

1.นำแห้วมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
2.แช่น้ำสีผสมอาหารแล้วตั้งพักไว้
3.เราเอาน้ำตาลที่เตรียมไว้มาเคี้ยวให้เป็นน้ำเชื้อมไม่ต้องให้ค้นมาก
4.นำแห้วที่แช่สีผสมอาหารมาครุกกับแป้งมันแล้วตั้งน้ำให้เดือดจึงนำแห้วที่ครุกแป้งมันลงลวกพอให้แห้วนั้นลอยตัวก็ตักออกมาแช่น้ำเย็น เพื่อที่เม็ดขนมจะได้มีสีใสน่ากินเพียงเท่านี้ก็เสร็จถ้าจะรับประทานให้ตักใส่ถ้วยแล้วให้นำกะทิและน้ำเชื่อมตักใส่กับขนมแล้วนำน้ำแข็งมาใส่นำดอกมะลิมาลอยหน้าให้สวยงามน่ารับประทาน


หมายเหตุ นำมาจากตำราอาหารของคุณย่าค่ะ




















































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































 

โดย: เพียงพิงค์ IP: 124.157.168.248 14 ตุลาคม 2549 11:01:59 น.  

 

ว้าว อ่านแล้ว น้ำ ลายไหล เยย .....
แต่ ถามีกาแฟ Espresso ซักแก้ว คงดี นะ 5555
(ไม่รู้คนอื่น จะกินเหมือน ผม ไหม เนี่ย )
แต่ ผม ทำยังไง ก็ไม่อร่อย อะ อยาก ขอความรู้หน่อย ว่า ชลกาแฟยังไงถึง จะเข้ากับ ขนนที่แสน เยี่ยมยอดอย่าง นี้

 

โดย: assip IP: 124.120.101.11 10 พฤศจิกายน 2551 11:53:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ม็อคค่าเย็น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิต.. ลองผิดลองถูก.. มานับครั้งไม่ถ้วน..
.. ใช้ความรู้สึกของตัวเองเป็นที่ตั้ง..
ผลที่ได้.. สมหวังบ้าง.. ผิดหวังก็บ่อย..
.. มีลูก ..ลูกก็ อ๊วน.. อ้วน..
เลี้ยงแมว.. แมวก็อ๊วน.. อ้วน..
.. ... ถ้าใครบางคนผ่านมาเจอ...
รู้ไว้เหอะนะ.. "คิดถึง" เสมอ..
textarea{width: 400;height: 350; background: url(http://img215.imageshack.us/img215/3743/71551012.png); color: #00BFF3;font-family: MS Sans Serif;font-size: 15pt;border: dashed 1px #00BFF3;}input{background: #F977A4;color: #ff99ff;border: 1px dashed #D66D82;} End Sub<*/Script>
Friends' blogs
[Add ม็อคค่าเย็น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.