เฉือน : สังคมศัลยกรรม (เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ)



นี่คือผลงานที่น่าพอใจของ ก้องเกียรติ โขมศิริ หลังจาก “ไชยา” หนังมวยไทยมาเฟียเรื่องก่อนที่ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ข้อดีที่โดดเด่นของ “เฉือน” คือบทภาพยนตร์ที่ผ่านการคิดอย่างรอบคอบ คม และลึกซึ้ง หนังวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อทำความเข้าใจตัวละคร ในขณะเดียวกันก็สื่อสาระบางอย่างถึงสังคมไทยปัจจุบัน กระจายเนื้อหาออกไปทั้งด้านลึกและกว้าง บทบาทการแสดงของดาราหน้าเก่าและใหม่ถือว่าสอบผ่านไม่มีอะไรให้ต้องติดใจเป็นพิเศษ ประกอบกับพลังโดยรวมของหนัง ทั้งจากฝีมือการตัดต่อ ลีลาการลำดับเรื่องและดนตรีประกอบเป็นเสียงไวโอลินที่บาดลึกเหมือนคมมีด ล้วนกระตุ้นผู้ชมให้มีอารมณ์ร่วมอย่างได้ผลตลอดเวลาฉาย



พระเอกของเรื่องชื่อ “ไท” ไทต้องการเป็นที่ยอมรับจากสังคมเล็ก ๆ ของกลุ่มเพื่อนผู้ชาย เค้าจำต้องแสดงความแข็งแกร่งด้วยการรังแก “นัท” เด็กชายอ่อนแอที่อยู่ข้างบ้านเพื่อให้เพื่อนกลุ่มนั้นยอมรับเข้ามาเป็นพวก (ทำนองเดียวกับที่ “เจี๊ยบ” ทำกับ “น้อยหน่า” ในหนังเรื่อง “แฟนฉัน”) นัทถูกไททำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่เคยคิดโกรธเกลียด นั่นเพราะเมื่อใดก็ตามที่นัทและไทได้อยู่ด้วยกัน เค้าทั้งสองคือเพื่อนเล่นและเพื่อนแท้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันในหลาย ๆ เหตุการณ์



ครอบครัวของเด็ก ๆ ล้วนแต่ขาดพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไทเป็นลูกติดพ่อซึ่งอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยง นัทอยู่กับพ่อขี้เมาส่วนแม่หนีไปเป็นโสเภณีที่พัทยา ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะแห้งแล้งความรักความอบอุ่นสักเพียงใด เด็ก ๆ เหล่านี้ก็ยังคงมีความฝัน

เรื่องราวช่วงนี้ให้บรรยากาศแบบหนัง coming of age ทั่วไป แสดงภาพการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์ พร้อมผูกเงื่อนปมทางจิตใจได้สอดคล้องตามหลักจิตวิทยา ทั้งกับตัวละครหลักอย่างไทและนัท และกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม ก่อนเผยภาพอนาคตซึ่งสะท้อนให้เห็นเหตุกระตุ้นที่ถูกสั่งสมอยู่แล้วจากอดีต



ไทอยากโตขึ้นเป็นตำรวจเพราะนิสัยชอบช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่าโดยเฉพาะการช่วยเหลือนัทจากภัยคุกคามในครอบครัว จนเป็นเหตุให้เค้าทั้งสองต้องหนีออกจากหมู่บ้านไปผจญภัยอยู่ที่พัทยา แต่ก็ไม่วายถูกคุกคามจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลโดยเฉพาะจากแก็งค้าเด็กชายให้กับชาวต่างชาติ ด้วยความช่วยเหลือของป๋าชินผู้มีอิทธิพลใหญ่ย่านพัทยา ไทมีโอกาสได้ก้าวเข้ามาทำงานร่วมกับตำรวจดังความฝัน แต่ก็ต้องพบความจริงว่าเค้าก็เป็นได้เพียงสายลับของตำรวจที่ต้องตามเก็บคนตามไปสั่งของป๋าชิน ส่วนนัทต้องตกเป็นเหยื่อของสังคมทรามด้วยการติดอยู่ในวงจรอุบาทว์ของพัทยา ภาพฝันที่เคยบริสุทธิ์งดงามของเด็กทั้งสองต้องเติบโตขึ้นอย่างพิกลพิการและผิดรูปผิดร่างจนไม่เหลือเค้าเดิม



จากการปฏิบัติภารกิจลับตามบัญชาป๋าชินครั้งหนึ่งทำให้ไทต้องติดคุกเพราะยิงตำรวจตาย ไทจำต้องพรากจากแฟนคนรักที่มีชื่อว่า “น้อย”

ในระหว่างที่ไทต้องโทษจำคุก เกิดเหตุฆาตกรรมคดีกระเป๋าแดง ฆาตกรฆ่าเหยื่อเพศชายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการตัดอวัยวะเพศและหั่นศพยัดใส่กระเป๋าเดินทางสีแดงใบใหญ่ ศพแล้วศพเล่าที่ต้องสังเวยความวิปริตของฆาตกรรายนี้จนกระทั้งลูกชายของรัฐมนตรีต้องตกเป็นเหยื่ออย่างน่าสังเวช ป๋าชินในฐานะตำรวจซึ่งรับผิดชอบสำนวนคดีนี้ถูกขีดเส้นตายจากรัฐมนตรีให้ต้องสืบสวนหาตัวคนผิดให้ได้ภายใน 15 วัน

จากการสัมภาษณ์นักโทษเพื่อประเมินสภาพจิตของแพทย์ตำรวจทำให้มองเห็นจุดเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างความทรงจำในฝันร้ายของไทและการฆาตกรรมคดีกระเป๋าแดง ป๋าชินคิดหาทางออกด้วยการตกลงกับไทให้เค้าออกจากคุกชั่วคราวเพื่อช่วยติดตามฆาตกรรายนี้ พร้อมข้อเสนอว่าหากงานครั้งนี้สำเร็จไทจะได้รับอิสรภาพ ไทซึ่งเป็นสายลับให้กับตำรวจอยู่แล้วแม้แต่ตอนอยู่ในคุก ตอบรับข้อเสนอนี้ด้วยหวังจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับหญิงสาวสุดรักของเค้าอีกครั้ง



หลังจากไทออกมาปฏิบัติภารกิจยังคงปรากฏเหตุฆาตกรรมอย่างต่อเนื่อง ปมจากเหยื่อแต่ละรายคล้ายเป็นการส่งสัญญาณถึงตัวไทโดยตรงให้เค้าหวนระลึกถึงจุดเกาะเกี่ยวบางอย่างในอดีต

เฉือนดำเนินเรื่องอย่างน่าติดตามและขมวดเข้มข้นขึ้นทุกขณะเมื่อจุดเฉลยใกล้เข้ามา หนังหักมุมด้วยพล็อตแสนฉลาดและหาได้ยากยิ่งในวงการหนังไทย มองในองค์รวม หากไม่นับงานสร้างที่เป็นไปด้วยความตั้งใจเต็มร้อย พระเอกตัวจริงของเฉือนคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ก้องเกียรติ โขมศิริ และ วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง ผู้รับผิดชอบบทซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแรงของหนังเรื่องนี้

ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับไฟแรง ฉลองการจัดเรตหนังไทยด้วยภาพความรุนแรงและอาจสุ่มเสี่ยงต่อเงื่อนแง่ทางศีลธรรม เช่น ฉากจ้วงแทงเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือการปาดคอเลือดสาดที่เผยให้เห็นกันแบบไม่เกรงใจผู้ชม ฉากเซ็กส์แฟนตาซีที่ฉูดฉาดไม่แพ้แสงสีในห้องนั้น ภาพนักศึกษาขายตัวและโสเภณีเกลื่อนถนน ฉากเปลือยกายโชว์ก้นของพระเอกในคุกที่กินเวลานานไปหน่อย รวมถึงการกระทำทารุณต่อเด็กทั้งจากบุพการีและจากครูบาอาจารย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อบอกเล่าเนื้อหาสำคัญของหนังและยังเป็นการผูกปมเหตุผลก่อนที่นาทีของการเฉลยจะมาถึง



(เนื้อหาในย่อหน้าต่อไปนี้อาจทำให้ผู้อ่านเดาฆาตกรในเรื่องได้)

นอกจากเรื่องราวที่เข้าใจได้ทันทีแบบไม่ต้องใช้กระได เฉือนยังใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านสัญลักษณ์ เช่น การย้อมสีผมของตัวละครเพื่อผสมความเป็นคนไทยกับวิธีคิดแบบตะวันตก ชื่อของตัวละครหลักว่า “ไท” และเพื่อนในวัยเด็กตัวโตที่ชื่อว่า “หรั่ง” การที่เด็กไทยต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้กับชาวต่างชาติหื่นกาม การประกอบอาชีพโสเภณีทั้งชาย-หญิงที่ขายตัวแลกเงินเปรียบกับการขายที่ดินของชาวบ้านให้แก่นายทุนต่างชาติเพื่อสร้างรีสอร์ท การตัดสินใจเลือกที่ผิดพลาดของไท (ไทย) ที่เค้ามักทำร้ายสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจเพียงเพราะต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคมทรงอิทธิพล (สากล) ทั้งการยอมฆ่าเพื่อนในคุกเพื่อให้ป๋าชินเห็นผลงานและการกลั่นแกล้งนัทในวัยเด็กเพื่อให้เพื่อนรับเข้ากลุ่ม ภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยจากชนบทที่สงบสวยงามจนกลายเป็นสังคมเมืองที่ฉูดฉาดไปด้วยตัณหาราคะจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของความเป็นไทย การเปลี่ยนแปลงไปของนัททั้งการเปลี่ยนชื่อหลายครั้งและการทำศัลยกรรมแปลงเพศอันเป็นจุดหักมุมของเรื่อง แต่ที่กินใจผมมากที่สุดเห็นจะเป็นสัญลักษณ์ของตัวละครหญิงแก่เจ้าของร้านขายของชำที่เป็นโรคท้าวแสนปม (มีปุ่มปมเป็นก้อนเนื้อขึ้นเต็มไปทั้งตัว) ถือเป็นภาพเปรียบเทียบเพื่อสื่อความหมายโดยตรงถึงสภาพจิตใจของฆาตกร ทั้งความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนน่ารังเกียจของสังคม และปมต่างๆ ในความทรงจำที่ฆาตกรเคยต้องตกเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งปมจากพ่อที่ทุบตีอยู่เสมอรวมทั้งขืนใจกระทำทารุณกรรมทางเพศ ปมจากเพื่อนชายที่ตั้งแง่รังเกียจ ปมจากครูที่กระทำอนาจาร รวมทั้งปมจากสังคมทรามในยุคปัจจุบันที่สกปรกไม่ต่างกันในทุกๆ วงการ



เฉือนเปรียบเทียบพฤติกรรมของมนุษย์และสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้อย่างคมชัดและคมคาย แม้พล็อตทำนองนี้จะเคยคุ้นกันมาบ้างจากเรื่อง Transamerica ที่เปรียบการแปลงเพศกับการเปลี่ยนไปของสังคมอเมริกาจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่สำหรับหนังแนวสืบสวนจิตวิทยา เฉือนยังคงมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนโดยเฉพาะจากลายเซ็นของผู้กำกับที่ถึงวันนี้ต้องนับเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องจับตามอง

สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็นจากงานของ ก้องเกียรติ โขมศิริ คือสาระน้ำดีที่รินรดถึงสังคม ทั้งจากไชยาเรื่องก่อนที่ผู้กำกับแฝงแนวคิดเชิงอนุรักษ์ความเป็นไทย สะท้อนศิลปะในการรับและการรุกของมวยไทยไชยาเทียบกับชั้นเชิงของสังคมไทยในการรับมือกับวัฒนธรรมตะวันตก (โดยเฉพาะฉากการต่อยสุดท้ายของเรื่องซึ่ง “เผ่า” เอาแป้งมาทาหน้าและปัดป้องไม่ให้นักมวยฝรั่งมาลบแป้งจากใบหน้าของเค้าได้ ) และเรื่องราวของเฉือนก็เช่นกัน ก้องเกียรติ โขมศิริ ยังคงเป็นห่วงความเป็นอยู่ของสังคมที่โสมมขึ้นทุกวัน ความไม่เป็นตัวของตัวเองที่มักต้องขึ้นอยู่กับชาติมหาอำนาจ อิทธิพลสกปรกในสังคมทั้งระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติ รวมถึงปัญหาเรื่องอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่เหมือนผ่านการศัลยกรรมมาแล้วหลายครั้ง หน้าตาของสังคมที่เปลี่ยนไปไม่ต่างกับชีวิตของตัวละครที่เจริญขึ้นทางด้านกายภาพแต่จิตวิญญาณนั้นกลับเสื่อมถอย



เช่นเดียวกับที่ไชยาทำได้ เฉือนยังคงผนวกความบันเทิงเพื่อเอาใจตลาดวงกว้างให้เข้ากับเนื้อหาสาระที่ค่อนข้างหนักอึ้งได้อย่างลงตัว และหากจะกล่าวกับแบบสั้นๆ ถึงคุณภาพหนังไทยในช่วงนี้ ผมว่าเรื่องนี้เฉือนทุกเรื่องที่เคยเป็นกระแสแบบกินขาด

ถือเป็นเกียรติอีกครั้งที่มีโอกาสได้ดูหนังดี ๆ จากผู้สร้างสรรค์คนไทยที่ทุกวันนี้ก็มีฝีมือไม่น้อยหน้าคนชาติไหนในโลก

ป.ล. สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรักแห่งสยามก็น่าที่จะปลื้มหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยากนะครับ






Create Date : 25 ตุลาคม 2552
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2552 18:45:01 น. 5 comments
Counter : 2660 Pageviews.

 
รออ่านๆ


โดย: Seam - C IP: 58.9.183.105 วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:8:22:22 น.  

 
+ ผมยังไม่ได้ดูเลยครับ พอดียังไม่ว่าง เลยว่าจะรอดูโปรโมชั่นวันพุธเนี่ยแหละ ดูแล้วจะเข้ามาอ่านละเอียดๆ อีกทีเน้อ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:14:40:28 น.  

 
+ โทษทีครับ ผมได้ดูไปตั้งแต่วันพุธที่แล้ว แต่เพิ่งจะได้มาอ่านและเขียนเม้นต์นี่เอง แหะๆ

+ คุณเบียร์วิเคราะห์ได้ลึกดีนะครับ เมื่ออ่านแล้วก็เห็นคล้อยตาม ... เพราะตอนดูผมยังแค่ลุ้นอย่างเดียว กับเพลิดเพลินไปกับเรื่องราว (ที่ถึงแม้จะรุนแรงไปหน่อย แต่เทียบกับหนังในยุคนี้แล้ว ก็ถือว่าธรรมดา) ยังไม่ได้คิดลงลึกไปถึงนัยยะภาพใหญ่ระดับประเทศขนาดนี้มาก่อนเลยอ่ะครับ

+ เป้นับว่าแสดงดีขึ้นทีเดียวนะครับ พี่นกก็โอเชตามมาตรฐาน น้องเจสสิก้าและพวกเด็กๆ ก็แสดงกันได้ดีมาก โดยเฉพาะณัฐและไทวัยเด็ก ผมว่านอกจากหลายๆ สิ่งที่คุณเบียร์ว่าไว้ การแคสติ้งก็เป็นอีก 1 ปัจจัยโดดเด่นที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูดีมากๆ อ่ะครับ ... ก็ได้แต่หวังใจว่าต้นปีหน้า คณะกรรมการรางวัลทั้งหลายคงไม่ใจแคบ มองแต่ประเด็นความรุนแรง แล้วตัดหนังเรื่องนี้ออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลต่างๆ เน้อครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:29:23 น.  

 
เห็นด้วยมากๆเช่นกันครับว่านี่คือหนังที่ดีมากๆเรื่องหนึ่ง

ผมยังสะดุดกับประเด็นความต้องการและการมีอยู่ของ "ตัวตน" ด้วยครับ ที่ผมว่าหนังเสนอออกมาได้แรงดี

ภาพงาน ดนตรีเด่น ฉากจบที่ทำเอาผมน้ำตาไหลได้ยาวนานมากๆ



โดย: Seam - C IP: 58.9.95.69 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:1:47:35 น.  

 
หนังดีมาก ๆ ครับ ชอบ ๆ


โดย: WonKyu IP: 222.123.52.134 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:19:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

beerled
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




"หนัง".....ไม่ได้มีดีเพียงแค่ "ผิว"
New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
25 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add beerled's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.