Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 
30 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
“หนิง ปณิตา" แถลงโชว์ข้อความ “น้ำหวาน” ส่งมาสวีทกับสามี ด้านหนุ่ม "จิน" ยอมรับขอโทษทั้ง 2ฝ่าย สักชื่อลูกที่แขนไว้เตือนใจ

















''หนิง-ปณิตา'' พร้อมทั้ง ''จิน'' ธรรม-วัฒนะ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเคลียร์เรื่อง ''น้ำหวาน'' ดาราสาวแฉข้อความสวีตของไฮโซสาวกับสามีตนเองให้เห็นจะจะ ฝ่ายชายก้มหน้ารับผิดขอโทษทั้ง 2 คน สักชื่อลูกสาวที่แขนหวังใช้เตือนใจไม่สร้างวีรกรรมนอกใจเมียอีก

จากกรณี ''จิน'' จรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามีของนักแสดงสาว ''หนิง-ปาณิตา'' ตกเป็นข่าวปันใจไปกิ๊กกับไฮโซสาว ''น้ำหวาน'' วรพรรณ พันธุ์คงชื่น จนมีกระแสลือว่าแยกเตียง โดยมีภาพหลุดสุดสวีตระหว่างไฮโซสาวกับหนุ่มจินออกมายืนยันรวมถึงข้อความที่แม่ของไฮโซน้ำหวานออกมาแฉว่าหนุ่มจินไปยุ่งกับลูกสาวตน โดยทางไฮโซสาวยืนยันฝ่ายชายบอกตนว่าเลิกกับภรรยาแล้ว และไม่คิดจะแย่งของใคร และมีการโพสต์ข้อความสาดใส่กันไปมา โดยมี อดีตนักร้อง ''ตั้ม'' สมประสงค์ สินหวนวัฒน์ ซึ่งเป็นพี่เขยของสาวน้ำหวานเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เรื่องดูท่าไม่จบสิ้นลงง่ายๆ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2556 ''หนิง-ปาณิตา'' ได้ควง ''จิน'' สามี และน้องสาว ''แนน'' ชุมพิชา พัฒนาหิรัญ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่ร้านเซอร์เฟส ทองหล่อ 11 พร้อมงัดหลักฐานเด็ด ทั้งเมสเซจที่ไฮโซสาวส่งหาหนุ่มจิน ข้อมูลการโทรศัพท์ และข้อความที่ ''เทย่า'' อดีตภรรยาของ ''ไฮโซแชมป์-จิรัฎฐ์'' พี่ชายน้ำหวานส่งมาถึงจินขอให้เคลียร์เรื่องนี้ภายใน 24 ชม. โดยก่อนเริ่มงานแถลงข่าว ''หนิง-ปาณิตา'' ได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ออกมาแถลงข่าวในวันนี้ก่อนว่า

หนิง : ''เหตุผลที่หนิงขอแถลงข่าววันนี้เพราะว่าเรื่องทั้งหมดมันลามปามมาถึงครอบครัวหนิง น้องสาวหนิงคือคุณแนนต้องป่วยเข้าโรงพยาบาล คุณแม่หนิงนอนไม่สบายอยู่บ้าน 3 วัน เครียดกับเรื่องข่าวที่มันไม่จบสักที ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาหนิงเงียบมาตลอด 2 เดือน ไม่เคยพูดอะไรเลย ไม่ไปทำงาน นักข่าวไปตามถึงที่ทำงานก็จะมีหมายงานเปลี่ยนว่าหนิงไม่ได้ทำพิธีกรในวันนั้น ตราบใดที่หนิงยังไม่พูด ทุกคนก็จะยังตามหนิงไม่จบ วันนี้หนิงก็จะพูด เอาเป็นว่าใครข้องใจอะไรแล้วอยากถามหนิงก็ถามดีกว่าค่ะ''

วันนี้ที่ออกมาเพราะเราพยายามหยุดแต่อีกฝ่ายไม่ยอมหยุดหรือเปล่า
หนิง : ''อืม...มีส่วนค่ะ อย่างล่าสุดหนิงงงมากว่ามันมีอินสตาแกรมใช้ชื่อ ''หนิง-ปาณิตา'' ไปเขียนว่าเค้า ซึ่งหนิงไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลย ซึ่งข่าวออกมาหนิงเลือกที่จะเงียบ ประชาชนอาจจะไม่เข้าใจ อาจจะว่าหนิงว่าออกมาพูดทำไม แต่นักข่าวที่อยู่ที่นี่ทุกคนหนิงเชื่อว่าเกินกว่าครึ่งที่โทร.หาหนิงแล้วติดต่อหนิงไม่ได้ และเกินกว่าครึ่งที่รู้ว่าบางงานมีหมายเชิญว่าหนิงทำงานในวันนั้น และสุดท้ายคือหนิงไม่ไป โอเค ถ้าน้องสาวหนิงไม่เครียดจนเข้าโรงพยาบาล แม่หนิงไม่เครียดจนป่วยหนิงจะไม่พูดอะไร ก็เลือกที่จะเงียบ''

แล้ว ''จิน'' อยากจะพูดอะไรในวันนี้
จิน : ''ผมเนี่ยพูดไปหมดแล้ว ผมอยากให้จบตั้งแต่วันที่ผมลงอินสตาแกรมในวันนั้น คิดว่าควรจะเงียบกันได้แล้ว เพราะว่าผมก็พอแล้ว ผมบอกจริงๆ ว่า ตอนนี้มีความสุขกับการเลี้ยงลูก กับการดูแลภรรยามากๆ อะไรที่พลาดที่ผ่านไปแล้วก็ขอโทษทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายโน้นและฝ่ายนี้ โดยเฉพาะฝั่งนี้ที่นั่งตรงนี้ แนนคือเพื่อนสนิทเพื่อนรักเลย แล้วหนิงภรรยาที่รัก ลูกสาว และครอบครัวผมทั้งหมดที่ต้องมานั่งปวดหัวกับข่าวคราวที่เราสร้างขึ้นมาเอง ครอบครัวหนิงและเพื่อนทุกคนที่ต้องมาคอยแก้ปัญหาให้ เวลาใครถาม เฮ้ย จินไปทำอะไรวะ นี่ผมบอกเลยว่าผมทำจริงและผมจบจริง ตอนนี้ผมมีแต่งาน ลูก และครอบครัวและก็เมีย''

''จิน'' ได้มีการพูดคุยกับทางนั้นไหมว่าให้จบ
จิน : ''ผมไม่ได้คุย ผมก็เงียบของผม พอแล้ว ไม่ได้มีการติดต่อ''

ไม่คิดจะบอกให้เขาหยุดได้แล้วหรือ
จิน : ''ก็...จะไปห้ามใครล่ะครับ ใช่ไหมครับ จริงๆ ไม่อยากจะมาแถลงนะ ไม่อยากจะโต้กันไปมา ต่อความยาวสาวความยืด แต่โอเค วันนี้ผมพูดเท่านี้ ผมออกมา ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ผมยอมรับว่าผมทำผิด ผมขอโทษครอบครัวผม และทุกคนที่เกี่ยวข้อง และตอนนี้ผมจะดูแลลูกผมให้ดี ทุกวันนี้ผมตื่นมาเล่นกับลูกทุกเช้า ทำให้ผมมองย้อนกลับไปว่า เราไปทำได้ยังไงวะ ยิ่งเห็นหน้าลูกทุกวัน ก็ยิ่งทำให้เราคิดว่า ไอห่า กูทำได้ยังไงวะเนี่ย ทำไมทำเรื่องเลวอย่างนี้วะ ทำอะไรทำไมไม่คิดถึงลูก ตอนนี้ก็กำลังพยายามทำให้ครอบครัวกลับมาดีมากๆ นะครับ ผมก็พยายามกลับมาดี เพราะทำผิดกับเขาไว้เยอะ ทำดีกับลูก แล้วก็ขอร้องเลยครับ แนนเนี่ยครับ เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย อย่าเอาแนนเข้ามาเกี่ยวเลย เขาก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งทำงานปกติ สุจริตนะครับ ขอร้องนะครับ''

แล้วทาง ''แนน'' อยากจะพูดอะไรบ้าง
หนิง (แทรกขึ้นมาก่อน) : ''หนิงต้องพูดอย่างนี้ว่า หน้าที่การงานของน้องหนิงทั้ง 3 คนเนี่ย อยู่ในองค์กรที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงแล้วเขาต้องมานั่งตอบคำถามในเรื่องที่เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย แล้วแนนเองเนี่ยคอยอยู่ข้างหนิง เหมือนเป็นผจก.ส่วนตัวหนิง มีอะไรต้องตอบแทนหนิง แต่กลับกลายเป็นว่าทางฝั่งโน้นมาบอกว่าแนนไปใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าเค้า ตลอดเวลาที่ผ่านมาแนนไม่เคยไปทำอะไร''

แนน : เอาตรงๆ คือกับ ''พี่ตั้ม-สมประสงค์'' แค่รู้จักแบบเดินไป เอ้า พี่ตั้ม สวัสดีแค่นั้น แล้ววันนั้นที่คุณตั้มเขาอธิบายว่าคนนั้นเขาไปรู้จักกับจินที่งานหมั้นน้องคนเล็ก แนนก็เห็นเองกับตา แต่แนนไม่รู้หรอกว่าใคร ไม่มีใครคอมเมนต์อะไรถึงคุณตั้มเลย รู้แต่ว่ามีคนเขียน IG ขึ้นมาใช้ชื่อว่า ''คนดี'' เหมือนเราเห็น เราโกรธแทนพี่สาวเรา เราชอบก็ยอมรับว่าช่วยรีโพสต์ไปฟอลโลว์ พอเราทำอย่างนั้นคนก็คิดว่าเป็นเรา สาบานว่าไม่ใช่เรา คนก็รุมด่าเรา ไม่ว่าจะเป็นทางโน้นก็เขียนสร้าง IG ปลอม อะไรก็ตาม มาว่าทางเรา มันหนักมาก เยอะมากจริงๆ จนกระทั่งเราทนไม่ไหว ก็โทร.หาพี่ตั้มว่าอยากเคลียร์ เรื่องนี้เราไม่ได้ทำนะ อย่าเข้าใจผิด ถ้าเขาจะให้เราขอโทษเราก็ไม่รู้จะขอโทษอะไร ซึ่งพี่ตั้มเขาก็โอเค จริงๆ เราไม่อะไรเลยนะคะ ถ้าเขาไม่พยายามจะแฝงชื่อเราเข้าไป แล้วอย่างที่มาบอกว่าน้ำหวานเองไม่รู้จักจินหรือไม่ติดต่อจินหรืออะไรก็ตาม

หนิงพูดเสริมพร้อมงัดหลักฐานข่าวจากหนังสือพิมพ์
หนิง : ''เอาอย่างนี้แล้วกัน อ่านตามข่าวเลยนะคะ สยามบันเทิงฉบับวันที่ 9-15 มีนาคม จากคำสัมภาษณ์นะคะ นักข่าวถามว่าเข้าไปก้าวก่ายในชีวิตครอบครัวของหนิงจริงหรือเปล่า หนิงอ่านตามข่าวนะคะ เธอย้ำชัดอีกครั้งว่าเราไม่ได้ยุ่งกับเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ เราอยู่ของเราเฉยๆ ถึงเราจะไม่รู้เรื่องครอบครัวเขา ย้ำนะคะว่า เราไม่รู้เรื่องครอบครัวเขา แต่เราก็ไม่ได้คุยกับเขาอย่างที่เป็นข่าว เอาเป็นว่า คุณน้ำหวาน รู้จักคุณจินนะคะ''

''เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา หนิงรับรู้เรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. ที่เขารู้จักกัน จริงๆ เขารู้จักคืนวันที่ 18 ม.ค. คาบไป 19 ตอนตี 3 ซึ่งมันเป็นฤกษ์หมั้นของน้องสาวที่หนิงไม่ได้ไป หนิงไปในคืนงานเลี้ยง วันที่ 19 หนิงเห็นแล้วว่าคุณจินอยู่กับกลุ่มผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งโดยเซนส์ผู้หญิง รู้สึกได้เลยว่ามันประหลาด แต่ไม่คิดจะพูดอะไร จนกระทั่งคืนวันที่ 22 มีโทรศัพท์เข้ามา ชนิดที่เรียกว่าต้องรับโทรศัพท์ หนิงเลยรับแล้วทราบว่าน้องคนนั้นชื่ออะไรเป็นใคร แต่บังเอิญหนิงเคยได้ยินชื่อน้องคนนั้น ซึ่งรู้จักเขาแต่เขาอาจจะไม่เคยรู้จักหนิงนะคะ ซึ่งหนิงก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็มีการเคลียร์กับทางนั้น และพูดคุยกับคุณจิน และเลือกที่จะอยู่เฉยๆ นิ่งๆ หลายๆ คนอาจจะด่าหนิงว่าวันนี้หนิงออกมาปกป้องจิน ออกมาพูดทำไมไม่ด่าฝ่ายชายบ้าง ทำไมด่าฝ่ายหญิงแล้ว จะออกมาพูดเพื่ออะไร เอ่อ...หนิงกับคุณจินก็มีการคุยและตกลงกัน ไม่ใช่ว่าไม่ตำหนิฝ่ายตัวเอง ตำหนิค่ะ แต่อยากจะบอกว่าความจริงคือความจริง ทำอะไรให้ยอมรับความจริงเสีย เพราะหนิงเลือกที่จะนิ่งตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. จนถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบ 2 เดือน แต่เรื่องไม่จบ แล้วอย่ามาพาดพิงถึงครอบครัวหนิงอีก''

แนนกล่าวเพิ่มเติม : ''เหมือนจริงๆ เราไม่อยากจะพูดอะไร แต่มันก็มีโพสต์อะไรเยอะแยะมากจนต้องพูด ตลอดเวลาที่เขาบอกว่าเขาเลิกกับจิน เขาไม่รู้จักจินเลย''
หนิง : ''แนนหนิงเอง ดูอันนี้นะคะ (หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา) ช่วงที่เขาบอกว่าอยู่อเมริกา ในข่าวเขียนว่าคุณจินเองโทร.หาเขาวันละสิบๆ รอบ เบอร์เขาโทร.เข้ามาแล้วคุณจินไม่ได้รับ มีคุณจินโทร.หาเขาก็มีจริง เขาโทร.หาคุณจินก็มีจริงแล้วยังมีเมสเซจอีก''

แถลงข่าวมาถึงตอนนี้ ''จิน'' ถึงกับอึ้ง เพราะไม่เคยเห็นหลักฐานอันนี้มาก่อน ซึ่งหนิงได้อธิบายว่า
หนิง : ''จินยังไม่ได้เคยเห็นอันนี้นะคะ หนิงไปเห็นในไอแพดเพราะว่าโทรศัพท์มือถือจิน ลิงก์กับไอแพด หนิงเลยดูโทรศัพท์จินแล้วเก็บหลักฐานนี้ไว้ทุกวัน ประมาณ 2 เดือน ดูข้อความนะคะ เขาส่งมาว่า เขาไม่ได้สนใจอะไรที่คุณจะอยู่กับแฟมิลี่ฉันก็จะทำในสิ่งที่ฉันอยากจะทำ ขอโทษที่รบกวนคุณ ไอคิดว่าไอแคร์ยู แต่ยูแคร์มีบ้างหรือเปล่า และอีกเมสเซจหนึ่งบอกว่า ไอเลิฟยู นะคะ ฮันนี่ ถ้าใช้คำว่า ไอเลิฟยู นะคะ ฮันนี่ แสดงว่าน้องคนนี้ไม่รู้จักคุณจิน จริงใช่ไหมคะ แล้วน้องคนนี้ไม่มีอะไรกับจินใช่ไหมคะ เท่ากับว่าวันนี้หนิงเคลียร์แล้ว ทุกอย่างเราขอให้จบแล้วจบจริงๆ อย่าได้พาดพิงอะไรถึงหนิงและครอบครัวของหนิงอีกเลย''

แนน : ''เมสเซจยังมีมากกว่านี้ เยอะมากๆ จริงๆ เราจะไม่ได้อะไร แค่ขอให้ทุกอย่างจากวันนี้มันจบ''

จากนั้น หนิง งัดหลักฐานเป็นไฟลต์บินของสาวน้ำหวานที่ส่งมาให้หนุ่มจิน เพื่อให้หนุ่มจินไปรับที่สนามบิน
หนิง : ''แล้ววันที่ก่อนเขาจะเดินทางกลับจากอเมริกานะคะ ส่งไฟลต์ตั๋วเครื่องบินมาให้จิน แล้วบอกว่า ให้ช่วยไปรับด้วย หลักฐานที่ส่งไฟลต์วันเลื่อนเดินทางกลับ โอเค สำหรับหนิงจบแล้วค่ะ จริงๆ ก่อนหน้านั้นวันที่หนิงได้คุยกับเขาหนิงได้แจ้งให้ทราบแล้วว่า หนิงกับคุณจินไม่ได้มีปัญหาอะไรกันคะ ยังใช้ชีวิตครอบครัวกันอยู่เหมือนเดิม ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. 56 ค่ะ''

ยืนยันไม่ได้แยกเตียง
หนิง : ''ถ้าใครที่ตามไอจีหนิงเป็นพักๆ จะเห็นว่าหนิงโพสต์รูปถ่ายกัน 3 คนพ่อแม่ลูกนอนอยู่บนเตียงค่ะ ไม่ได้แยกเตียงค่ะ''

เห็นว่ามีมีคลิปวิดีโอที่สามารถแฉได้ด้วย
หนิง : ''จริงๆ หนิงยังมีอะไรอีกเยอะมากเลยค่ะ แต่มันไม่จำเป็นที่จะต้องเอามา เพราะแค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ''

''น้ำหวาน'' บอกว่ามีคลิปเสียงที่คุยกับ ''จิน'' จะออกมาแฉ
จิน : ''มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วนะครับ ถ้าอยากจะเอามาผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมก็ยอมรับว่าผมจบ มันก็เป็นการส่งในวอทแอพ มันนานแล้ว เกิน 1 เดือน ผมไม่ได้เพิ่งส่งเมื่อวานสักหน่อย''

เลิกคุยกับ ''น้ำหวาน'' นานหรือยัง
จิน : ''บอกตรงๆ ว่าไม่นาน เพิ่งอาทิตย์กว่า กลับจากอเมริกายังคุยกันนิดหน่อย ที่คุยเพราะว่าโทรศัพท์ผมมันรูปหลุดไปเพราะผมเอาโทรศัทพ์ไปซ่อม ซึ่งผมก็ตกใจเหมือนกัน''

ทั้งนี้ ''หนิง-ปาณิตา'' ยังได้แฉต่อไปอีกว่า
หนิง : ''แล้วมันมีข้อความอีกข้อความหนึ่ง ทั้งทางข่าวและทางโน้นเองจะพูดกันทุกคนว่าเป็นมีศีลธรรมจรรยาไม่สนับสนุนให้ผู้หญิงคนนั้นทำเรื่องแบบนี้ แต่ความจริง แล้วมีข้อความอยู่ข้อความหนึ่งที่ทางพี่สะใภ้ของเขาส่งมาว่า ถ้าคุณจินไม่เคลียร์ทุกอย่างภายใน 24 ชม. เขาก็จะปล่อยคลิปเสียงคุณจินออกมา แสดงว่าทั้งหมดก็จะต้องรู้กันหมดอยู่แล้ว ถูกต้องไหมคะ'' ทาง ''น้ำหวาน'' ไม่ยอมเลิกรา เขาต้องการอะไรจินทราบไหม

จิน : ''ไม่ทราบหรอกครับ ผมไม่รู้จริงๆ ผมก็อยู่ของผมอย่างนี้ ก็บอกแล้วว่าวันนี้มาเพื่อจะบอกว่ายังรักลูกเมียเหมือนเดิมนะ''

ได้บอกกับทาง ''น้ำหวาน'' ว่าให้จบๆ เสียทีหรือเปล่า
จิน : ''ผมก็เงียบไปเลย เขาก็เงียบไปเลย ผมคิดว่าต่างคนคงต่างจบแหละนะครับ เพราะว่ามันเงียบไปทั้งคู่ ต่างคนต่างอยู่''

มีข่าวว่านัดเจอกันที่โรงแรม คอนราดแล้วหนิงขับรถตามจริงไหม
หนิง : ''จริงค่ะ (ทำเสียงเข้มจริงจัง)''

จิน : ''จริงครับ วันนั้นเขามาไอ้เรื่องภาพหลุดนี่แหละ เขามาคุยกับผม เป็นอาทิตย์แล้วนะครับ เราก็บอกเขาว่าผมไม่รู้จริงๆ ว่าหลุดได้ยังไง โทรศัพท์ผมเสียก็เอาไปซ่อม ผมก็พูดกับทุกคนแบบนี้ทั้งทางฝั่งเขาผมก็บอกตามนี้''

หนิง : ''แต่วันนั้นหนิงไม่ได้ขับรถตามไปนะคะ บังเอิญว่าหนิงอยู่ในร้านนั้นก่อนก็เจอเขาค่ะ ถามว่าเคลียร์กันไหม จริงๆ ไม่มีความจำเป็นต้องเคลียร์ค่ะ แค่ให้เขารู้ว่าเราเห็นก็พอแล้ว ไม่ต้องเคลียร์แล้ว เพราะหนิงได้แจ้งเขาตั้งแต่ 22 ม.ค.แล้วว่า ครอบครัวเรายังอยู่ด้วยกันนะ และตั้งแต่หลัง 22 ม.ค. เดือนๆ หนึ่งเราจะไปพักผ่อนวีกเอนกันอย่างน้อยๆ อาทิตย์เว้นอาทิตย์อยู่แล้ว รูปในไอจีก็ขึ้น ต้องเห็นกันอยู่แล้วว่าเราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน คือเราทราบตลอด 2 เดือน แต่เลือกที่จะไม่พูดอะไรค่ะ''

วันนั้น ''น้ำหวาน'' เขาตกใจไหม
หนิง : ''เขาก็คงต้องตกใจมั้งคะ''

แนน : ''อาการเขาดูมึนๆ อ่ะคะ ดูเขางงๆ ไม่รู้ว่าเขาตกใจหรือเปล่า ดูงงๆ''

ทางฝ่ายนั้นบอกว่าเหมือน ''จิน'' ไปตามตื๊อ
จิน : ''ก็แล้วแต่ เขาจะพูดอะไรก็ เอาอย่างนี้ดีกว่าเรื่องมันผ่านไปแล้วไม่อยากพาดพิงถึงใครอีก ผมสงสารที่สุดคือลูกผม ให้มันหยุดเถอะครับ ให้เขาหยุด เพราะเราหยุดแล้ว''

จากนั้น แนน กล่าวเสริมว่า
แนน : ''เห็นว่าเขาจะฟ้องก็ยังงงว่าจะฟ้องอะไรก็รอหมายศาลอยู่ว่าจะห้องอะไรจริงๆ''

หนิง : ''ยังงงว่าจะฟ้องเรื่องอะไร หนิงต้องบอกว่าจะฟ้องเอาความอะไร โดนปรับเท่าไร ฟ้องว่าหนิงโดนแย่งสามีเหรอคะ เรื่องตรงนี้เป็นเรื่องของความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เรื่องของศีลธรรมจรรยา ความถูกผิด อะไรควรไม่ควร จะฟ้องร้องเอาเรื่องอะไรคะ''

ทางเขาไม่ได้ยืนยันว่าจะยอมจบ แค่เงียบๆ ไป มันจะจบแน่หรือเปล่า
จิน : ''ผมว่าจบแล้วล่ะ ต่างคนต่างเงียบไป ถ้าเกิดไม่มีอะไร หรือใครยุขึ้นมามันก็ไม่มีเรื่องแล้วล่ะครับ''

แล้วตอนนี้ครอบครัวมีความสุขดีใช่ไหม
จิน : ''ดีครับ ดีมาก''

หนิงหันมา ถามว่า : ''เหรอ''

จิน : ''สำหรับครอบครัวนะ ผมยังรักเขาเหมือนเดิม'' จินกล่าวพร้อมยิ้มให้ภรรยา

คิดว่าความไว้เนื้อเชื่อใจจะยังเหมือนเดิมไหม
หนิง : ''ก็หายไปบ้าง แต่สุดท้ายแล้วความเป็นครอบครัว หนิงบอกว่าหนิงยึดมั่นในสถาบันครอบครัว หนิงเชื่อว่าคนเราทุกคนไม่ว่าคุณจินไม่ว่าหนิงทุกคนเกิดการผิดพลาดได้หมด เกิดแล้วแก้ไขก็ดีกว่าที่เราจะไม่ให้โอกาสแก้ไขกัน อีกประเด็นที่หนิงรู้สึกว่าค่อนข้างซีเรียสคือ ในอินเตอร์เน็ตเขียนด่าว่า ที่หนิงต้องโดนแบบนี้เพราะว่าหนิงไปแย่งสามีชาวบ้านเขามาก่อน คุณจินมีครอบครัวมาก่อน หนิงขอยืนยันว่าคุณจินไม่เคยแต่งงานมีครอบครัวนะคะ และหนิงก็ไม่เคยแย่งใครแล้วก็ในอินเตอร์เน็ตเขียนว่า ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเรื่องเงิน ป่านนี้หนิงคงจะเลิกกับจินไปแล้ว อยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะต้องใช้เงินจิน จะบอกว่าทุกวันนี้ธุรกิจ ดร.จาร์ท ของหนิงกำไรปีหนึ่งหลายล้านอยู่เหมือนกันค่ะ ก็สามารถดูแลตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องใช้เงินคุณจิน ก็กรุณาอย่าใช้คำพูดอะไรที่บั่นทอนความรู้สึกเลย เพราะตอนนี้ก็แย่มากพออยู่แล้ว ถ้าไม่ชอบเราก็อย่าเขียนด่าเราเลย ถ้าจะด่าให้เรารู้สึกแย่ เราแย่มากพอแล้วตอนนี้''

''จิน'' สัญญา อะไรไหม
หนิง : ''ไม่เลยค่ะ คำสัญญาหรืออะไรก็แล้วแต่ มันเป็นเพียงสิ่งที่พูดมา หนิงดูจากพฤติกรรมดีกว่าเป็นยังไง สิ่งที่เขาพยายามจะทำดีกับเรา พยายามชดเชยในสิ่งที่มันผิดพลาดไป อันนั้นหนิงว่าสำคัญกว่าสัญญา ถ้ามัวแต่มานั่งสัญญาแล้วสุดท้ายไม่ทำอะไรตัวเองก็เจ็บอีกเหมือนเดิมค่ะ''

''หนิง'' ท้อไหมเจอเรื่องแบบนี้
หนิง : ''ท้อค่ะ ท้อทุกวัน แต่ต้องบอกว่าสิ่งที่ทำให้หนิงอยู่ได้ วันนี้ไม่ใช่ตัวหนิงคนเดียว มีลูก น้องนิริน มีน้องสาวมีครอบครัวที่น่ารัก ครอบครัวคุณจินเองคอยซัพพอร์ตหนิงตลอดเวลา ทำให้หนิงมีกำลังใจ แม้กระทั่งแฟนคลับที่รู้บ้างไม่รู้บ้างก็ดี จะส่งข้อความมาหาหนิง แต่อยากจะขอบรรดาแฟนคลับหรือกลุ่มคนที่เล่นอินเตอร์เน็ตที่รักและชื่นชอบในตัวเรา กรุณาอย่าได้ไปเขียนอะไรโจมตีฝ่ายตรงข้ามเลย จะกลายเป็นว่าเราเดือดร้อน กลายเป็นว่าหนิงเป็นคนทำ แฟนคลับหนิงบ้างอะไรบ้าง ซึ่งใครหลายๆ คนหนิงไม่รู้ แต่รู้ว่าพวกคุณรักและห่วงใยหนิง อันนี้หนิงขอว่าให้มันจบจริงๆ ค่ะ''

ถามจินบ้างว่า ภาพที่หลุดจะมีมากกว่าอีกไหม
จิน : ''ไม่มีแล้วครับ ไม่น่าจะมีมากกว่าแล้วครับ''

ตอน ''หนิง'' เห็นภาพและข้อความรู้สึกยังไง
หนิง : ''ทุกครั้งที่หนิงเห็นเมสเซจหรือหนิงเห็นภาพเนี่ย มันก็เหมือนตัวชา เหมือนวูบ มันบอกไม่ถูกค่ะ น้ำตาไหลโดยที่ไม่รู้ตัวเลย หนิงจะหันไปมองหน้าลูกและพูดกับลูกว่าแม่จะอดทนแม่จะเข้มแข้งแม่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อหนู''

เรื่องภาพคนหาว่าหนิงปล่อยออกมาเอง
จิน : ''จะเอาออกมาทำไมครับ ออกมาเขาก็ดูไม่ดี สามีตัวเองไปถ่ายกับคนอื่น''

แนน : ''แค่ขนาดยังไม่ทำอะไรเลยคนยังหาว่าทำเลย แล้วอีกอย่างหนึ่งถ้าเราอยากเอาออกมาจริงๆ ไอเมสเซจพวกนี้ เราเห็นก่อนตั้งแต่รูปออกอีก เราเอาเมสเซจออกมาแล้ว แต่เราไม่อยากให้มันมีเรื่อง มันอายนะเรื่องแบบนี้''

''จิน'' มั่นใจตัวเองแค่ไหนจะไม่กลับไปข้องเกี่ยวอีก

จิน : ''เวลาผมไม่ยุ่งกับใครผมจะไปเลยครับ ไม่ต้องห่วงเลยครับ''

เลิกเจ้าชู้ไหม
จิน : ''ไม่เลิก (หัวเราะ) ถ้าผมบอกว่าเลิกเจ้าชู้ใครจะเชื่อบ้างเนี่ย ผู้ชายอยู่ที่นี่เต็มไปหมด จะเจ้าชู้แบบมีลิมิตใช้แค่สายตามองพอ ครับ''

ตั้งใจไหมว่าจะไม่เกิดแบบนี้อีก
จิน : ''ผมจะไม่ให้มันเกิดแบบนี้กับครอบครัวผมแล้วครับ เพราะว่ามันกระทบลูกผม เวลาที่แม่เครียดน้ำนมลูกจะออกมาเป็นพิษ ลูกจะกลายเป็นเด็กเกเร อะไรก็ได้ที่ไม่กระทบลูกและครอบครัว ผมไม่ให้มันเกิดอยู่แล้วครับ ครั้งนี้ก็แรงมากแล้วครับ เลยต้องไปสักชื่อลูกไว้ตรงแขน (โชว์รอยสักที่แขนเขียนว่า Panirin) ไว้เตือนใจเวลาจะทำอะไรเลวๆ (หัวเราะ) สักมาสักพักแล้วครับ ไม่นานมาก''

หนิง : ''หนิงก็แซวเขา ก็ว่าจะโทร.ไปบอกคนสักว่าให้สักชื่อหนิงไว้ที่หน้าผากดีกว่า (หัวเราะ)

หลังแถลงข่าวทั้งสองได้พา ''น้องนิริน'' ลูกสาวออกมาโชว์สื่อพร้อมถ่ายภาพครอบครัว ซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข ทำให้กองทัพสื่อมวลชนที่ตามมาทำข่าวกว่าร้อยชีวิตถึงกับยิ้มตามไปด้วย


Create Date : 30 มีนาคม 2556
Last Update : 30 มีนาคม 2556 7:46:59 น. 0 comments
Counter : 1173 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




ลูกโป่งลอยฟ้า ชิงช้าสวรรค์
...ติดตามข่าวสารนางงามและเรื่องน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่...
ติดต่อลูกโป่งหรือแอดมาคุยได้ที่ balloon_chingcha@hotmail.com hi5.com, twitter, facebook
New Comments
Friends' blogs
[Add ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.