space
space
space
<<
พฤษภาคม 2560
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
space
space
8 พฤษภาคม 2560
space
space
space

วิธีการปลูกชมพู่ให้ได้ผลผลิตที่ดีทำอย่างไร?



  วันนี้มาแนะนำการปลูกชมพู่ที่ให้ได้ผลผลิตที่ดีเป็นอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ
การปลูกชมพู่
 พันธุ์ ที่นิยมปลูก ชมพู่เพชรสุวรรณ , ชมพู่เพชรสายรุ้ง , ชมพู่เพชรน้ำผึ้ง , ชมพู่ทับทิมจันทร์ , ชมพู่ทูลเกล้า , ชมพู่น้ำดอกไม้ , และพันธุ์อื่น ๆ
ชื่อสามัญ Rosoe apple
ชื่อวิทยาศาสตร์ Eugenia javaniea lamk Family myrtaceae
ประวัติ ชมพู่เป็นไม้ผลที่มีคนนิยมปลูกมาก เพราะปลูกง่าย โตเร็ว รสชาติหวานกรอบ มีวิตามินซีสูง นิยมนำไปฝากญาติมิตร เพราะเป็นผลไม้ที่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภคเนื่องจากการปลูกชมพู่ต้องห่อผล ระยะเวลาการห่อผล 20 – 25 วัน ฤทธิของสารเคมีต่าง ๆ หมดฤทธิแล้ว หลังจากซื้อมาแล้วนำมาล้างผลด้วยน้ำสะอาดนิดหน่อยรับประทานได้เลย ชมพู่จัดเป็นไม้ผลเมืองร้อนมีถิ่นกำเนิดแถบประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับหว้า และยูคาลิปตัส


1.   การเตรียมแปลงปลูก
1.1  ในการปลูกชมพู่สามารถปลูกได้ทั้งแบบยกร่องในที่ราบลุ่มภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ซึ่งการปลูกแบบยกร่องนี้ส่วนหลังร่องกว้างประมาณ 3 เมตร  ร่องน้ำกว้าง 1 - 1.50 เมตร
 มีแนวชายร่องข้างละ 0.50 เซนติเมตร ซึ่งหลังยกร่องแล้วควรตากดินไว้ 1 เดือน แล้วจึงพลิกหน้าดินให้ดินล่างลงไปอยู่ด้านล่างและดินบนซึ่งถูกทับขณะขุด ร่องกลับมาอยู่ด้านบนตามเดิม
ช่วงพลิกดินนี้เองชาวสวนสามารถทำการ ปรับสภาพดินโดยใส่ปูนขาวและใส่ปุ๋ยคอกลงไปในดินได้เลย สำหรับพื้นที่ดอนควรไถพรวนพร้อมทำการปรับสภาพดินและใส่ปุ๋ยคอกไปเลย

2.   การกำหนดระยะปลูก
2.1 แบบยกร่องนั้น ส่วนใหญ่ใช้ระยะห่างระหว่างต้น 4 เมตร
2.2 บนพื้นที่ดอนใช้ระยะ 4 * 4 เมตร หรือ 6 * 6 เมตร แล้วแต่สภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วย ถ้าดินอุดมสมบูรณ์ควรปลูกระยะ 6 * 6 เมตร
3.   การเตรียมหลุมปลูก
โดย ทั่ว ๆ ไปหลุมปลูกจะใช้ขนาด 50 * 50 * 50 กว้าง * ยาว * ลึก โดยแยกดินหน้าไว้ข้างหนึ่งและดินล่างไว้อีกข้างหนึ่ง แล้วเอาปุ๋ยอินทรีย์ ยักษ์เขียว สูตร 1 ประมาณ 0.5 กิโลกรัม
และปุ๋ยฟอสเฟต 0.5 กิโลกรัม กลบลงไปในหลุมจนพูน


4.   การปลูก
นำ ต้นพันธุ์ชมพู่ที่คัดเลือกไว้แล้ว นำมาถอดภาชนะเพาะชำออกแล้ว ตรวจดูว่ามีรากขดหรือไม่แล้วขยายรากออก หันทิศทางของกิ่งให้เหมาะสม แล้วฝังลงในดินในหลุมที่เตรียมไว้
โดยให้ระดับสูงกว่าระดับดินเดิม เล็กน้อย แล้วนำดินล้างมาเติมบนปากหลุมจนพูน แล้วอัดดินให้แน่นปักไม้และผูกเชือกยึดลำต้น พร้อมปักทางมะพร้าวพรางแสงในทิศทางตะวันออกและตะวันตก
 เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่มทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นชมพู่ที่ปลูกใหม่เหี่ยวเฉาได้ หลังจากชมพูตั้งตัวได้แล้วจึงค่อยนำทางมะพร้าวออก

5.   การปฏิบัติดูแลรักษา
5.1 การให้น้ำ เนื่องจากชมพู่เป็นพืชชอบน้ำ ดังนั้นในการผลิตชมพู่จึงจำเป็นต้องมีการให้น้ำชมพู่อย่างสม่ำเสมอ วิธีการให้น้ำย่อมแตกต่างไปตามวิธีการปลูก และสภาพพื้นที่ซึ่งจำแนกออกเป็น 3 วิธี ใหญ่ ๆ ดังนี้
(1)  เรือพ่นน้ำ วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการให้น้ำในร่องสวนในที่ราบลุ่มภาคกลาง ภาคตะวันตกและภาคตะวันออก วิธีนี้ต้องคำนึงถึงความแรงน้ำที่จะพ่นออกมา ถ้าแรงเกินไปจะทำให้หน้าดินแน่นและเกิดการชะล้างปุ๋ยไปจากหน้าดิน
(2)  สายยาง วิธีนี้เหมาะสำหรับการปลูกชมพู่ในที่ดอนและเป็นสวนขนาดเล็ก เป็นวิธีที่สะดวกแต่ต้องคอยเปลี่ยนตำแหน่ง และหลุมปลูกเป็นระยะ ๆ ไป ต้องคำนึงถึงแรงดันน้ำและปริมาณที่ให้ โดยต้องคำนึงถึงการชะล้างที่อาจจะเกิดที่บริเวณหน้าดินได้
(3)  แบบหัวพ่นฝอย แบบมินิสปริงเกอร์ (Mini springker) วิธีนี้นิยมกันมากวิธีหนึ่ง เพราะประหยัดแรงงานและเวลา และยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ลดการชะล้างของแรงน้ำที่มีต่อปุ๋ยในแปลง อีกทั้งสามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ถูกต้อง
นอกจากนี้วิธีนี้ยังสามารถ ให้ปุ๋ยผสมไปกับน้ำได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ในการใช้ระบบน้ำต้องเสียค่าติดตั้งมากกว่าวิธีอื่น ๆ ในการผลิตชมพู่เป็นการค้าเพื่อให้ได้ชมพู่มีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด
5.2  การให้ปุ๋ย  เกษตรกรจำเป็นต้องมีการให้ปุ๋ยอย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับความต้องการของต้นชมพู่ สามารถจำแนกเป็น 2 ประเภท

(1)  ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งนอกจากใส่เตรียมหลุมปลูกแล้ว หลังจากต้นอายุได้ 1 เดือนเกษตรกรควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ยักษ์เขียว สูตร 1 (แถบทอง)อีกประมาณ 1 กิโลกรัม/ต้น เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต
(2)  ปุ๋ยเคมี สำหรับการใส่ปุ๋ยเคมีนี้เกษตรกรควรพิจารณาตามระยะการเติบโต และอายุของต้นชมพู่และปริมาณผลผลิตที่ให้ในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วย ก็จะช่วยให้สามารถคำนวณปริมาณได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงแบ่งออกเป็น
สำหรับ ต้นชมพู่ที่ยังไม่ให้ผล  ช่วงนี้ชมพู่ต้องการปุ๋ยเพื่อการเจริญเติบโตทางด้านลำต้น กิ่ง ใบ เป็นหลัก ทางดิน  ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ยักษ์เขียว สูตร 1 (แถบทอง)  อัตรา 0.5 กิโลกรัม ทุก ๆ 45 วัน สลับกับปุ๋ยเคมี สูตร 25-7-7
ชมพู่ที่ปลูกปี แรกควรให้ปุ๋ยเคมีประมาณ 500 กรัม โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝน 1 ครั้ง และปลายฤดูฝนอีก 1 ครั้งทางใบ  ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง อัตรา 40 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร ทุก 21-30 วัน
เพื่อกระตุ้นการ เจริญเติบโต และไล่แมลง ซึ่งทำให้ในช่วงปีแรกนี้อาจไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดแมลงแต่อย่างใดในต้นที่ ให้ผลแล้วอายุ 2 ปี ขึ้นไป

1.    ช่วงหลังเก็บผล  บำรุงต้น กิ่ง ก้าน ใบ (ทางดิน ใส่ ยักษ์เขียว เกรดAAA สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง)ในอัตราประมาณ ½-1 กิโลกรัม / ต้น  ประมาณ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 30 วัน ทางใบ  ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง อัตรา 40 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร + อาหารเสริม “คีเลท” อัตรา 5-10 กรัม / น้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 7-10 วัน ประมาณ 5-6 ครั้ง)
2.    ช่วงก่อนบังคับดอก(ประมาณ 45 วัน) เพื่อบังคับไม่ให้ชมพู่แตกใบอ่อน(อั้นยอด) ทำให้ต้นสะสมอาหารพร้อมออกดอก (ทางดิน ใส่ปุ๋ยที่มีตัวกลางสูง เช่น 12 - 24 - 12 หรือ 8 - 24 - 24 ในอัตราส่วน 300 - 500 กรัม/ต้น ประมาณ 1 ครั้ง  ทางใบ ใช้ปุ๋ยสูตร 0-52-34 อัตรา 40 กรัม / น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นห่างกัน 5-7 วัน ประมาณ 3-4 ครั้ง)
3.    ช่วงกระตุ้นช่อดอก  เพื่อให้ช่อดอกมาก ขั้วเหนียวไม่ร่วง และเปอร์เซ็นต์ติดผลสูง (ทางใบ ฉีดพ่นไบโอเฟอร์ทิล สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง อัตรา 30-40 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 ประมาณ 5 ครั้ง) +อาหารเสริมรวม “คีเลท” อัตรา 10 กรัม / น้ำ 20 ลิตร
4.    ช่วงพัฒนาผล หลังจากชมพู่ติดผลแล้วนั้น ผลจะมีการพัฒนา
ใน ระยะแรก เมื่อดอกโรยและติดผลแล้ว  (ทางดิน ใส่ยักษ์เขียว เกรดAAA สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง)อัตรา ½ - 1 กิโลกรัมทุก ๆ 20-30 วัน ทางใบ ใช้ไบโอเฟอร์ทิล สูตรเร่งขนาดผล อัตรา 30 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร + “แคล-แม็ก” แคลเซียมโบรอน อัตรา 10-15 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร + อาหารเสริมรวม “คีเลท” อัตรา 10 กรัม / น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 10 วัน
ระยะหลังจากห่อผล จนถึงก่อนเก็บผลผลิต  (ทางดิน  ใส่ปุ๋ยตัวท้ายสูงเช่น สูตร 13 - 13 - 21 ปริมาณ 300 – 500 กรัม/ ต้นสลับกับยักษ์เขียว เกรดAAA สูตรเข้มข้นพิเศษ(แถบทอง) อัตรา ½ - 1 กิโลกรัม ประมาณ 1-2 ครั้ง  ทางใบ ใช้ไบโอเฟอร์ทิล สูตรเร่งขนาดผล อัตรา 50 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร + แคลแม็ก(แคลเซียมโบรอน) อัตรา 10 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 10 วัน)
จะเห็นว่าไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ ข้อมูลดีๆจาก




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2560
0 comments
Last Update : 8 พฤษภาคม 2560 14:51:34 น.
Counter : 233 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

สมาชิกหมายเลข 3781317
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3781317's blog to your web]
space
space
space
space
space