วันนี้คุณ"รู้สึกตัว"แล้วหรือยัง...
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
19 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
โปรเจคบุญเดือนมีนาคม - คุณของการกราบพระปฎิมา

เป่าจินมีโอกาสไปไหว้พระ 9 วัดมาหลายหน ครั้งล่าสุดก็ไปไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยา กลับมาจากการไหว้พระทุกครั้งก็จะมีความเบิกบาน (แม้ว่าจะเหนื่อยและร้อนขนาดไหนก็ตาม) การที่ได้กราบพระพุทธรูปบ่อยครั้งในหนึ่งวันนั้น เป่าจินเห็นว่าเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง แม้จะไม่ได้อธิษฐานขออะไรท่านเลยก็ตาม





โปรเจคบุญเดือนมีนาคมนี้ จึงอยากจะนำบทความที่เกี่ยวกับการกราบพระปฎิมา ในหนังสือ "มีชีวิตที่คิดไม่ถึง" โดย "ดังตฤณ" มาโพสให้เพื่อนๆได้อ่าน หนังสือเล่มนี้เปรียบชีวิตเหมือนกับการเล่นเกมส์กรรม จะชนะหรือแพ้ ก็อยู่กับวิธีการเล่นของเรา มีบทหนึ่งในหนังสือกล่าวถึง “การกราบพระปฎิมา” และ “การตั้งสัจจาธิษฐาน” ว่าเป็นโบนัสในเกมกรรม.... ลองอ่านดูนะค่ะ และหากได้ลองปฎิบัติตาม ชีวิตของท่าน อาจจะดีขึ้นอย่างคิดไม่ถึงเลยก็ได้...


---------------------





กราบพระปฏิมา


การกราบไหว้คือการน้อมกายน้อมจิตลงสู่อาการเคารพสูงสุด หมายความว่าขณะแห่งการกราบแต่ละครั้ง หากทำด้วยใจจริงแล้ว จิตของคุณจะไม่มีมานะ ไม่มีความถือตัวถือตน
การกราบคือการยอมรับว่ามีใครบางคนเหนือกว่าคุณ มีพระคุณเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของคุณ และขณะที่แสดงความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือชีวิตนั่นเอง นอกจากจิตจะเป็นมหากุศลด้วยความรู้คุณแล้ว ยังเปิดรับกระแสความศักดิ์สิทธิ์เข้ามาเป็นส่วนประกอบของรัศมีจิตอีกด้วย ความรู้สึกภายในที่ยืนยันความจริงดังกล่าว คือกายยิ่งค้อมลงต่ำต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงใด ใจยิ่งผ่องแผ้วไร้มลทินมากขึ้นเท่านั้น ความผ่องแผ้วไร้มลทินเป็นลักษณะหนึ่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง ยิ่งรู้สึกชัด ก็แปลว่ากระแสความเป็นเช่นนั้นเข้าถึงจิตคุณเต็มที่มากขึ้น


การนำอาหารหรือเครื่องยัญไปบูชาเทพเจ้าตลอดปีหนึ่งนั้น ทั้งหมดก็ไม่เท่าหนึ่งในสี่ของการการอภิวาทท่านผู้ดำเนินไปอย่างถูกต้องตรงทางทั้งหลาย ซึ่งก็ได้แก่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ผู้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสทั้งหลาย แต่เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์แล้ว ก็จำเป็นต้องนำรูปแทนหรือพระปฏิมามาเป็นสัญลักษณ์แทนกัน






ความเจริญแก่ผู้มีการอภิวาทเป็นปกติ ได้แก่เป็นผู้มีอายุยืน คือไม่ตายเสียแต่ต้นวัย เป็นผู้มีตระกูลสูง คือไม่ไปเกิดกับตระกูลต่ำ เป็นผู้มีความสุข คือใจไม่เร่าร้อนฟุ้งซ่านเพราะความกระด้าง และเป็นผู้มีอำนาจในตัว คือไม่มีใครข่มเหงได้โดยง่าย


ลองคิดดู คุณลงทุนแค่กราบ เอาแค่ก่อนออกจากบ้านกราบสามครั้งก็พอ เพียงเท่านั้นเท่ากับคุณเอามงคลอันมองเห็นง่ายติดตัวออกจากบ้านไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นถ้าบุคคลที่คุณกราบคือครูที่รู้จริงที่สุดในโลก ก็แปลว่าใจคุณยอมรับบุคคลเช่นนี้ไว้เป็นครู จึงเป็นประกันว่าแม้ต้องเล่นเกมกรรมอีกกี่ครั้ง คุณก็จะได้พบครูที่ดีที่สุดเช่นนี้อีกจนได้





ส่วนใหญ่ที่กราบแล้วไม่ค่อยได้แต้ม ไม่ค่อยโกยโบนัสกัน ก็เพราะกราบด้วยใจที่แห้งแล้ง กราบแบบกระโดกกระเดก ไม่นุ่มนวลสละสลวย เพราะกราบตามๆกันโดยไม่ทราบความหมายของการกราบอย่างแท้จริง ใจคุณจำเป็นต้องรู้อยู่ก่อนว่าบุคคลที่คุณกราบนั้น ทำประโยชน์กับโลกไว้เพียงใด ถ้ายิ่งคุณได้ประโยชน์จากคำสอนของท่าน ชีวิตเจริญรุ่งเรืองขึ้น นั่นแหละการกราบจะเป็นการกราบออกมาจากใจที่นอบน้อมเคารพ แล้วกิริยาก็จะประณีต เงยขึ้นสุด ก้มลงกราบสุดอย่างเนิบช้า หน้าผาก ฝ่ามือ และศอกแตะพื้นสนิทไม่ห่างกัน


ขอให้จำคำสำคัญนี้ไว้ดีๆ คือ ใจต้องนอบน้อมเคารพ ตัววัดง่ายๆคือกราบแล้วเกิดความรู้สึกว่าตัวคุณเล็กลง จิตใจอ่อนโยนเยือกเย็น หรือกระทั่งเกิดความซาบซึ้งโสมนัสแบบไม่แกล้ง นั่นแหละผลของการกราบด้วยความนอบน้อมเคารพ
ผลของการกราบพระปฏิมาด้วยใจนอบน้อมเคารพอย่างต่อเนื่องเพียงเดือนเดียว จะทำให้คุณมีพลังกุศลสูงขึ้น ขนาดที่ชะล้างความสกปรกทางจิตได้ระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความฟุ้งซ่าน ความคิดอยากทำเรื่องชั่วร้าย และพลังกุศลอันเกิดจากจิตอ่อนน้อมนั้นเอง จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดความคิดดีๆเข้าตัว ซึ่งก็เท่ากับก่อร่างสร้างอนาคตที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาไว้ด้วย





สัจจาธิษฐาน


สัจจาธิษฐานเป็นคำสนธิระหว่าง ‘สัจจะ’ และ ‘อธิษฐาน’ หมายถึงการเอาความจริงเป็นที่ตั้งในการอธิษฐานสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เกมกรรมจะให้โอกาสตรงนี้ คือถ้าคุณอ้างถึงความจริงใดๆ ก็สามารถใช้อธิษฐานขออะไรได้ตามขอบเขตที่ไม่เกินตัว ไม่เกินบุญ





หลังกราบพระ ขณะแห่งความอ่อนโยนและรู้สึกสว่างกระจ่างออกมาจากภายในนั้น เป็นสภาวะของจิตที่เป็นกุศล ตัวบุญที่เกิดขึ้นอาจมาในรูปของความรู้สึกอบอุ่นที่ห่อหุ้มกายให้สบายพอดี ยิ่งกราบด้วยอาการนอบน้อมบ่อยเท่าไร ใจคุณจะสัมผัสถึงความอบอุ่นนั้นชัดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกราบครบเดือน ก็ลองเปล่งวาจาต่อหน้าพระปฏิมา อาศัยความจริงอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นตัวตั้ง เช่น ข้าพเจ้ามีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆจากการกราบไหว้พระปฏิมาอย่างถูกต้อง ขอความจริงนี้จงทำให้ความฟุ้งซ่านลดลง (หรือให้เป็นคนขี้โมโหน้อยลง หรืออะไรก็ได้ที่เคยเป็นความเสียหายทางจิต)


จากนั้นขอให้คอยสังเกตดูว่าจะเกิดปรากฏการณ์ใดขึ้นกับจิตใจและความรู้สึกนึกคิดของคุณ ตลอดจนเหตุการณ์ภายนอกที่จะเข้ามาส่งเสริมสนับสนุน คุณจะพบกับความมหัศจรรย์อย่างรวดเร็ว และคงเส้นคงวาตราบเท่าที่ยังสามารถกราบพระปฏิมาด้วยความเคารพ และอธิษฐานซ้ำๆอยู่เช่นนั้นทุกเมื่อเชื่อวัน





ขอให้จำไว้ว่าการอธิษฐานที่ได้ผลที่สุดมักเป็นการอธิษฐานขอให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่งทางใจ ไม่ใช่ขอให้เกิดผลทางกาย ถ้ากราบพระหวังรวยทางลัด ขอให้ถูกหวย ขอให้รวยชั่วข้ามเดือน คุณอาจไม่พบผลใดๆเลย นั่นเพราะคุณสร้างผลไม่ตรงกับเหตุ ถ้าอยากรวยต้องฉลาดทำงานหาเงิน ไม่ใช่กราบพระขอพร แต่ถ้ากราบพระหวังพัฒนาจิตใจ คุณจะสมหวังทันใจ เพราะสร้างเหตุไว้ตรงกับผล เมื่ออ่อนโยนรับกระแสศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่จิตได้ จิตที่ศักดิ์สิทธิ์ย่อมพัฒนาไปแค่ไหนก็ได้เช่นกัน


การฝึกตั้งสัจจาธิษฐานนั้น จะทำให้จิตใจคุณมั่นคง และถ้าผลบังเกิดตามคำอธิษฐาน ก็จะเป็นชนวนให้เกิดปีติยิ่งใหญ่ เชื่อมั่นในคุณของพระพุทธเจ้า คุณคิดดูว่าถ้าจิตสะอาดขึ้น ตั้งมั่นในกุศลมากขึ้น เปิดรับเรื่องดีๆทั้งนอกกายและภายในใจมากขึ้น จะเป็นเหตุบันดาลความสว่างความรุ่งเรืองได้ใหญ่หลวงปานใด


นอกจากนั้น จากความจริงที่คุณประจักษ์ก็จะทำให้ตระหนักว่าการอธิษฐานมีจริงได้หลายแบบ หากอธิษฐานโดยอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์นอกตัว แนวโน้มคือจะไม่พึ่งพาตัวเอง แต่ทำให้อ่อนแอหวังพึ่งพาคนอื่น ซึ่งก็มีคนอื่นให้พึ่งอยู่จริงๆ มีพลังยิ่งใหญ่อันเกิดจากการบำเพ็ญคุณงามความดีของพวกท่านอยู่จริงๆ เมื่ออธิษฐานแล้วได้ผลบ้างเล็กๆน้อยๆ คุณจะเริ่มเชื่อแบบงมงาย ว่าท่านต้องช่วยได้ทุกเรื่อง พอช่วยไม่ได้ทุกเรื่องก็น้อยใจ เห็นท่านไม่ศักดิ์สิทธิ์จริง แล้วคิดทิ้งไปหาศาสดาอื่นแทน


------------------------


ยังมีโบนัสอื่นๆอีกหลายข้อ หาอ่าน "มีชีวิตที่คิดไม่ถึง" เพิ่มเติมได้ทาง http://dungtrin.com/meecheewit/meecheewit.htm





รูปภาพประกอบทั้งหมด เป่าจินถ่ายมาจากบอร์ดนิทรรศการ งานวันมาฆะบูชาที่สนามหลวงค่ะ ภาพสวยมากๆเห็นแล้วเกิดความสงบ และ เลื่อมใสในพุึทธศาสนา ภาพส่วนหนึ่งมาจาก สมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ และ คุณ วรพจน์ หลักดี และ มีท่านอื่นๆอีก เป่าจินมัวแต่รีบถ่ายรูปจึงไม่ได้ดูว่าช่างภาพที่ถ่ายมีท่านใดบ้าง ต้องขออภัยจริงๆค่ะ และขออนุโมทนากับช่างภาพทุกๆท่านด้วย


Create Date : 19 มีนาคม 2550
Last Update : 19 มีนาคม 2550 13:34:25 น. 16 comments
Counter : 1524 Pageviews.

 
รูปสวยจังเลยคะ ดูมีชีวิตชัวามากเลย


โดย: fontor วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:14:59:30 น.  

 
เคยไปเหมือนกันไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยา
รู้สึกอิ่มเอมใจมากเลย


โดย: once_day วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:16:29:50 น.  

 


โดย: rebel วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:20:14:42 น.  

 
ขออนุโมทนากับทุกท่านค่ะ

หากเพื่อนๆคนไหนมีประสบการณ์ดีดีเกี่ยวกับการกราบพระ ไหว้่พระเป็นนิจ ก็มาแบ่งปันประสบการณ์กันได้นะค่ะ

ถ้่ามีบทความดีดีเกีียวกับการกราบไหว้พระปฎิมา เป่้าจินก็จะมาแปะในบล๊อคค่ะ จะได้มาแบ่งปันกันนะค่ะ


โดย: เป่าจิน วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:8:48:06 น.  

 
คำอธิษฐานนี้ได้มาจากวัดพระพุทธบาทสระบุรีัค่ะ



"การกราบบูชาพระบรมสารีริกธาตุ (พระพุทธปฎิมา)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (สวด 3 จบ)
ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าขอกราบนอบน้อม บูชาพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเสียสละสั่งสมบารมีนับชาติมิถ้วน ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ประกาศธรรมนำเวไนยสัตว์ออกจากสังสารวัฎ พร้อมกราบพระธรรม และพระอริยสงฆ์ ขอตั้งสัจจะอธิษฐาน ด้วยอานิสงส์ผลแห่งบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ได้ถึงซึ่งพระนิพพาน แม้ต้องเกิดในภพชาติใดๆ ขอเกิดภายใต้ร่มเงาแห่งบวรพระพุทธศาสนา ได้พบสัตตบุรุษผู้รู้ธรรมอันประเสริฐ มีกรรมสัมพันธ์ที่ดี ได้เกิดท่ามกลางกัลยาณมิตร ห่างไกลจากพาล มีโอกาสฟังธรรม ประพฤติธรรม จนเป็นปัจจัยให้เจริญด้วยสติและปัญญาญาณ ตามส่งชาตินี้และชาติต่อๆไป จนถึงพระนิพพานในกาลอันควรเทอญ กรรมใดๆที่ล่วงเกินต่อพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ และสรรพสัตว์ทั้งหลายในอดีตชาติก็ตาม ปัจจุบันชาติก็ตาม กราบขออโหสิกรรมทั้งหมดทั้งสิ้น ขออุทิศกุศลผลบุญให้แด่ท่านผู้มีพระคุณ
ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนท่านที่ขวนขวายในกิจที่ชอบ ในการดำรงรักษาไว้ซึ่งประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และองค์พระมหากษัตริย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์และอมนุษย์ ขอให้ท่านทั้งหลายดังกล่าวนามมานั้น จงมีแต่ความสุขๆ ทั่วหน้ากันทุกท่านเทอญ"

ขออนุโมทนากับผู้จัดทำ คุณ พรพิมล อุ่นอนันต์ และ กัลยาณมิตร ค่ะ เห็นป้า่ยลักษณะเดียวกันในหลายวัดที่อยุธยา


โดย: เป่าจิน วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:14:21:19 น.  

 
วัดพระพุทธบาทสระบุรีั สวยงามมากๆค่ะ





โดย: เป่าจิน วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:14:22:23 น.  

 
รอยพระพุทธบาทค่ะ



ด้านในสงบ ร่มเย็นมาก


โดย: เป่าจิน วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:14:24:00 น.  

 
สาธุ

อ่านแล้วใจสงบดีจังค่ะ เมื่อวานตองวุ่นวายๆ ก็เอาหนังสือสวดมนต์วางใต้หมอน อุ่นใจว่ายังมีพระอยู่ (แต่ไม่ยอมสวดเอง)


โดย: ตอง (Kazalong ) วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:18:39:06 น.  

 
เรื่องเรากับเรื่องของเป่าจินตรงข้ามกันเลยนะเนี่ย hahaha

ขอบคุณสำหรับเรื่องดี ๆ ที่เอามาบอกเล่านะคะ


โดย: ชาบุ วันที่: 24 มีนาคม 2550 เวลา:19:21:57 น.  

 
อืม blog นี้ร่มเย็น สงบสุขดีคับ เจ้าของบล๊อคท่าจาเป็นผู้ปฏิบัติธรรมผู้เคร่งครัดนะ ตรงข้ามกะเราเรย 555555 ปุถุชนคนธรรมดา มีดีมีชั่วตามปกติ หุหุหุหุ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมคับ คราใดใจไม่ร่มๆ จาขอมาอาศัยร่มเย็นของ blog นี้ละกัน หวังว่าคงไม่รังเกียจ


โดย: หากผมรักคุณจะผิดมากไหม วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:16:36:33 น.  

 
ผมเองก็ได้มีโอกาสไปวัดมาบ้างครับ

เมื่อสัปดาห์ที่ไปอำเภอแม่ระมาด ซึ่งเป็นอำเภอชายแดนไทย-พม่า ฝั่งตะวันตกของจังหวัด
ได้ไปกราบ พระพุทธรูปหินอ่อน ที่วัดดอนแก้ว ซึ่งมีเพียง 1 ใน 3 ในโลก ครับ


ย้อนไปเมื่อครั้งวันมาฆะที่ผ่านมา ก็ได้ไปเวียนเทียนที่วัดสุทัศน์ เสาชิงช้า
เป็นครั้งแรกที่เวียนเทียนแบบเต็มรูปแบบครับ ได้สวดมนต์ ได้ทำสมาธิเยอะกว่าที่เคยทำ
ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ น้องแว่น" ครับ ที่ชวนผมไป

พี่เป่าจินสบายดีนะครับ


โดย: Nutty Professor วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:18:37:19 น.  

 
อนุโมทนาทุกท่านที่เข้ามาแวะเยี่ยมค่ะ

ขอตอบคุณ "หากผมรักคุณจะผิดมากไหม" นิดนึงนะค่ะ คือว่าเป่าจินก็เป็นคนธรรมดาๆนี่แหล่ะค่ะ ไม่ได้เป็นผู้ปฎิบัีติธรรมผู้เคร่งครัดเลยค่ะ ออกจะขี้เกียจด้วย แต่ก็พยายามจะขยันค่ะ อิ อิ เพราะรู้ว่าธรรมเป็นที่พึ่งได้จริงๆ ความสุขใดจะสู้ความสุขจากใจที่สงบร่มเย็นไม่มีค่ะ บล๊อคนี้่ยินดีต้อนรับเสมอนะค่ะ


น้องนัตตี้เป็นไงบ้าง คิดถึงน๊อ ฝากคิดถึง"น้องแว่น"ด้วยน๊อ มีกัลยาณมิตรชวนเข้าวัดเข้าวาต้องรักษาไว้นานๆนะจ๊ะ ไม่ได้หากันง่ายๆนะ พี่เอาใจช่วย อิ อิ


โดย: เป่าจิน วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:8:57:04 น.  

 
น้องตองเป็นไงบ้าง คิดถึงนะค่ะ วางไว้ใต้หมอนให้อุ่นใจก็ยังดีน๊อ

ชาบุจ๋า คิดถึงจ้า เมื่อไรเราจะได้เจอกันอีกทีเนอะ เอาไว้วันหน้านัดอุ๊ นัดชาบุด้วยดีกว่าน๊อ


โดย: เป่าจิน วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:9:01:11 น.  

 
ได้ยินมาเหมือนกันครับ สำหรับนักเขียน ชื่อคุณ ดังตฤณ เห็นว่า เรื่อง เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน น่าสนใจทีเดียวครับ วันนี้เข้ามาอ่านเรื่องการกราบพระ ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆนะครับ ดีนะครับ ได้ไปไหว้พระ ได้บุญ และความเบิกบานใจนะครับ

เพิ่งหายยุ่งครับคุณเป่าจิน ช่วงที่ผ่านมารีบเขียนงาน เขียนบทในตำรา ก็เสร็จ ส่งต้นฉบับไปเรียบร้อยแล้วครับ ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงมาเก๊าเมื่อปลายสัปดาห์ วันพฤหัสถึงวันอาทิตย์ครับ สนุกสนานมากมายครับ อาหารอร่อย อิ่มหนำสำราญครับ ได้ไปไหว้พระไหว้เจ้าที่นั่นมาหลายที่เหมือนกันครับ ก็เดี๋ยวจะโพสเรื่องราวและภาพสวยๆให้ชมนะครับ

ตอนนี้เอาเพลงเพราะๆมาฝากไว้ที่บล็อกผมครับ ซื้อมาจากฮ่องกงครับ


โดย: Tempting Heart วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:5:55:53 น.  

 
^
^
^
อิจฉาคนได้ไปเที่ยว


โดย: เป่าจิน วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:17:43:47 น.  

 
น้องแว่น โก อินเตอร์ ชั่วคราวครับ

ช่วงนี้ ตาก กลับมาร้อนอีกแล้ว หลังจาก มีฝนหลงมาตกเมื่อ 3-4 วันก่อน เท่านี้ ก็เพียงพอให้ บรรเทาความระอุมาได้หลายวัน

แต่วันนี้ การณ์กลับมาเหมือนเดิมแล้วครับ พี่น้อง


โดย: Nutty Professor วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:17:12:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เป่าจิน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"เป็นนักอ่าน...ไม่ใช่นักประพันธ์"
Friends' blogs
[Add เป่าจิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.