Advanced and Caring
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
24 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
8 โรคที่มักถามหาผู้บริหาร ตอนที่ 2

5.โรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งในตับถือเป็นโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะเพศชายซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้มีอัตราเสี่ยงสูง ในปัจจุบันวงการแพทย์ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามะเร็งเกิดจากสาเหตุใด พบแต่เพียงปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดโรคมะเร็งในตับ ได้แก่ เชื้อไวรัสตับอักเสบ โรคพยาธิใบไม้ในตับ อะฟลาท็อกซินไนโตรซามีน ที่พบอยู่ในตัวยากันบูด ตัวจับสี ปลาร้า เนื้อแห้งโดยเฉพาะอาหารที่ใส่ดินประสิว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือกรรมพันธุ์ เป็นต้น สัญญาณเตือนภัยของโรคมะเร็งในตับ - อาการเริ่มแรกค่อนข้างคลุมเครือ บางรายอาจจะไม่เกิดอาการอะไร - เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ทำงานไม่ค่อยไหว จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืดอาหารไม่ย่อย บางรายเจ็บบริเวณชายโครงข้างขวา และอาจปวดร้าวไปที่ไหล่ข้างขวาหรือบริเวณลำตัวข้างขวาทั้งหมด - ในระยะสุดท้ายจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง บางรายอาจมีน้ำในช่องท้อง ท้องมาน บวมที่ข้อเท้า

6. โรคเบาหวาน สาเหตุของโรคเบาหวานที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อย่างน้อยกรรมพันธุ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้โรคเบาหวานยังเกิดได้ง่ายกับคนอ้วนหรือผู้ที่รับประทานอาหารประเภทแป้งมากเกินไป รวมทั้งผู้ที่มีความเครียดอยู่ตลอดเวลาอย่างกลุ่มนักบริหาร เนื่องจากเมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนบางอย่างออกมาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและจะทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ในที่สุด สัญญาณเตือนภัยของโรคเบาหวาน - โรคเบาหวานมักพบจากการตรวจร่างกายประจำปี โดยไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตเห็น นอกจากอาการอ่อนเพลีย สมองมึนงง และถ้าตรวจว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว ต้องดูแลรักษากันตลอดชีวิตเพราะโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย แต่ถ้าปล่อยปละละเลยอาการของโรคจะกำเริบมากขึ้น - อาการระยะเฉียบพลัน เช่นเกิดภาวะน้ำตาลต่ำกว่าปกติ หน้ามืด เหงื่อแตก ใจสั่น - อาการระยะเรื้อรัง เช่น ปัสสาวะบ่อย คอแห้งกระหายน้ำ จากที่ปลายมือ-เท้า ตาพร่ามัว สมรรถภาพทางเพศลดลง ความต้านทานโรคต่ำ ป่วยง่าย และมีโรคแทรกซ้อนในแบบอื่นๆ เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และระยะสุดท้ายจะพบเบาหวานลงไต และอาจสูญเสียอวัยวะ เช่นเป็นแผลเรื้อรังที่เท้าจะต้องตัดทิ้ง

7. โรคถงลมโป่งพอง โรคถุงลมโป่งพองที่เกิดกับกลุ่มนักบริหาร มักจะเกิดกับผู้ที่สูบบุหรี่จัดเป็นเวลานานๆ หรืออยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป สัญญาณเตือนภัยของผู้ที่เป็นโรคถุงลมโป่งพอง มีอาการไอ เริ่มต้นการไอแห้งๆ และมักไอมากตอนกลางคืนเวลาอากาศเย็น และตอนเช้าหลังตื่นนอน มีอาการเหนื่อยเวลาออกกำลังกาย เป็นหวัด หลอดลมอักเสบบ่อยๆหรือมีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

8. โรคกระดูกพรุน กระดูกพรุน คือ ภาวะที่มีเนื้อกระดูกบางตัวลง เนื่องจากมีการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหัก หรือยุบตัวได้โดยง่าย จุดที่มีการหักบ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ ก่อให้เกิดปัญหาในผู้สูงอายุ ซึ่ง 50% ของสตรีที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นโรคกระดูกพรุน ในผู้ที่มีอาการปกติ ไม่มีภาวะเสี่ยงควรเริ่มตรวจความหนาแน่นกระดูกเมื่ออายุ 50 ปี แต่ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วยเช่น เคยมีประวัติกระดูกหักในครอบครัวจากภาวะกระดูกพรุน หรือรับประทานยา Steroid เป็นประจำ ควรเริ่มตรวจความหนาแน่นกระดูกเมื่ออายุ 40 ปี สัญญาณเตือนภัยของผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน ระยะแรกมักไม่มีอาการ เมื่อเริ่มมีอาการแสดงว่าเป็นโรคมากแล้ว อาการสำคัญของโรค ได้แก่ ปวดตามกระดูกส่วนกลางที่รับน้ำหนัก เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และอาจมีอาการปวดข้อร่วมด้วย ต่อมาความสูงของลำตัวจะค่อยๆ ลดลง หลังจะโก่งค่อมหากหลังโก่งค่อมมากๆ จะ ทำให้ปวดหลังมากเสียบุคลิก เคลื่อนไหวลำบากระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารถูกรบกวน เมื่อเป็นโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจ จะหายยาก ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ท้องอืดเฟ้อ และท้องผูกเป็นประจำ

โรคที่กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นโรคอันดับต้นๆ ที่มักเกิดขึ้นกับกลุ่มนักบริหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่สภาพร่างกายกำลังเสื่อมสมรรถภาพ ตามความเป็นจริงแล้วกลุ่มผู้บริหารเหล่านี้มักไม่มีเวลาที่จะเอาใจใส่กับสุขภาพอนามัยของตนเอง เนื่องจากต้องทำงานแข่งขันกับเวลา และกระแสธุรกิจที่ผันแปรไปทุกวินาที รวมทั้งมองข้ามอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ของร่างกาย หากปล่อยอาการเหล่านี้ให้เรื้อรังไปเรื่อยๆ ก็จะลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นโรคร้ายที่ยากแก่การรักษา ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเงินทองที่ท่านหามาตลอดชีวิตก็ไม่สามารถช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้

สิ่งที่จะช่วยให้ผู้บริหารเหล่านี้สามารถดำเนินกิจการของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กับสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ คือ แบ่งเวลาให้กับตัวเอง โดยการใช้เวลาในวันสุดสัปดาห์พักผ่อนอย่างเต็มที่ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจและปอด มีสมรรถภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความอ้วนทำให้ไขมันใต้ผิวหนังหมดไป อีกทั้งยังเป็นการลดน้ำตาลในเส้นเลือดได้อีกด้วย ควรฝึกนิสัยในการเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอให้ครบทุกมื้อ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก สิ่งเสพย์ติด เครื่องดื่มมึนเมา

และสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้บริหารจะต้องทำให้ได้คือ การลดความเครียดให้ได้มากที่สุด เพราะความเครียดเป็นบ่อเกิดของโรคที่ไม่พึงปรารถนาทั้งปวง และหมั่นตรวจสุขภาพร่างกายทุกปี เพียงเท่านี้ท่านก็จะเป็นนักบริหารที่มีประสิทธิภาพนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จโดยไม่เป็นเหยื่อของ 8 โรคดังกล่าวข้างต้น ส่วนการดูแลสุขภาพไม่ให้ป่วยเป็นโรคมิตรสหายโรคเรื้อรังเหล่านี้จะต้องจัดระบบงานที่เหมาะสม โดยระยะเวลาการทำงานต้องไม่ควรทำมากกว่า 48 ชั่วโมง/สัปดาห์ มีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจเฝ้าระวังทางสุขภาพเป็นประจำ สุขภาพดีไม่มีขาย ใครอยากได้ต้องทำเอง มีเงินซื้อไม่ได้ เป็นผู้บริหารหรือลูกจ้างธรรมดา ก็สามารถสร้างสุขภาพที่ดีได้เท่าเทียมกัน

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพขอแนะนำ Privilege Health Program โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้บริหาร การดูแลสุขภาพ ถือเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะผู้บริหารเช่นคุณ ที่ต้องรับผิดชอบงานสำคัญมากมาย รวมทั้งเป็นหัวหน้าดูแลครอบครัว ซึ่งถือเป็นภาระที่สำคัญยิ่ง โรงพยาบาลกรุงเทพ หนึ่งในผู้ดูแลสุขภาพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารระดับสูงทั้งในและต่างประเทศ ขอเสนอ Privilege Health Program โปรแกรมตรวจสุขภาพผู้บริหารที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยผู้เชี่ยวชาญสหสาขาวิชา สามารถคัดกรองโรคกว่า 45 รายการ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ร่วมกับการดูแลเอาใจใส่อย่างมืออาชีพ

โปรแกรมตรวจสุขภาพเหมาะสำหรับกลุ่มใด

1. ผู้ไม่มีประวัติการเจ็บป่วย การตรวจสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคบางโรค หรือค้นหาความผิดปกติในระยะเริ่มแรกที่ยังไม่แสดงอาการ เพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเวลาเจ็บป่วยแล้วมารักษา

2. ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือโรคประจำตัว จำเป็นต้องตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามผลการรักษา และภาวะแทรกซ้อน รวมถึงคัดกรองโรคใหม่ที่อาจเกิดร่วมกับโรคที่เป็นอยู่เดิม

3. ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ควรสร้างเสริมความแข็งแรงให้ดีว่าเดิม ด้วยการดูแลตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ พร้อมรับบริการจากผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ เมื่อต้องการปรึกษา สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้

การตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล เริ่มดูแลจากการซักประวัติ และตรวจร่างกาย เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล และการตรวจคัดกรองโรคด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงตามความเหมาะสม ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เช่น ตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 256 - Slice multi – detector CT Scan, การตรวจสมองและหลอดเลือดสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

บริการอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล (Joint Commission International Accreditation : JCI) สะดวกรวดเร็ว สามารถแจ้งผลในการตรวจหลังโปรแกรมสิ้นสุด พร้อมรับการปรึกษาจากแพทย์ และทีมผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพ หากพบความผิดปกติใดๆ สามารถรับการรักษาได้ในทันที

จาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2552




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2552 16:29:31 น. 0 comments
Counter : 233 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

bangkokhospital
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add bangkokhospital's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.