Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ประเดิม blog>>>ไหว้พระกันดีกว่า

ประเดิมบล็อกๆ


อย่างแรก    >>> คงต้องฝากเนื้อฝากตัวกันก่อนเลยนะค้า.....


อย่างที่สอง  >>> คือเหตุผลที่เลือกจะทำบล็อก คือ


1. ว่างไม่มีไรทำ เอิ๊กๆ


2. ด้วยนิสัยเป็นที่เป็นคนชีพจรลงเท้า เดินทางเที่ยวบ่อย แต่ก็ได้แค่ใกล้ๆ ในประเทศเนี่ยอ่ะนะ เลยอย่างมาแบ่งปันประสบการณ์


และนี่คือเหตุผลอันน้อยนิดที่ตัวเองคิดว่ามีเหตุมีผลดีพอที่จะทำบล็อก !


.


.


.


ขอประเดิมบล็อกแรกกันด้วยการไหว้พระภายใน 1 วัน ถึงแม้จะไม่ครบ 9 วัดก็เหอะ ทั้งที่ตั้งใจจะไหว้พระ 9 วัด แป่วๆ


     ที่มา >>> ด้วยความว่างอีกนั่นแล เลยหลุดปากชวนแม่ไปไหว้พระเมื่อวันเสาร์ที่ 26 เพราะวันที่ 27 คือวันเกิดแม่ครับผม แล้วแม่ก็ดั๊นตกลงปลงใจไปด้วยนะซี้ แล้วอย่างนี้จะเหลือเหรอ???


     เริ่มออกเดินทางก็สายพอสมควร เนื่องจากความเถลไถลของทั้งแม่และลูก (ไม่ยอมผิดอยู่คนเดียว ฮ่าๆ) ก็เลยเจอแดดไปให้ตัวดำกว่าเดิมนิดหน่อยพอเป็นพิธี วัดแรกที่ไปคือวัดยานนาวา เพราะอยู่ใกล้บ้านที่สุด   


    


วัดยานนาวาเป็นนวัดอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดถนนเจริญกรุง  ยานนาวา เป็นวัดโราณ มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดคอกควาย ในสมัยกรุงธนบุรีได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เรียกชื่อใหม่ว่า วัดคอกกระบือ ต่อมารัชกาลที่๑ ทรงสร้างพระอุโบสถใหม่


     ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และสร้างสำเภาพระเจดีย์แทนพระสถูปเจดีย์ทั่วไป เพื่อคนรุ่นหลังได้เห็นรูปแบบเรือสำเภาซึ่งกำลังจะหมดไปจากเมืองไทย วัดคอกกระบือ จึงกลายเป็นวัดยานนาวา


     สำเภายานนาวา มีความยาววัดจาดหงอนข้างบนถึงท้ายบาหลี ๒๑ วา ๒ ศอก ความยาวส่วนล่างวัดที่พื้นดิน ๑๘ วา ๑ ศอกเศษ ส่วนกว้างตอนกลางลำ ๔ วา ๓ ศอก ส่วนสูงตอนกลางลำ ๒ วา ๓ ศอก มีพระเจดีย์องค์ใหญ่และเล็กอยู่ในลำสำเภารวม ๒ องค์ ที่ห้องบาหลีมีรูปหล่อของพระเวสสันดรกับพระกัญหาชาลีประดิษฐานอยู่ ซึ่งสืบเนื่องมาจากเนื้อความในมหาชาติคำหลวง ที่พระเวสสันดรโน้มน้าวใจโอรสธิดา ให้อุทิศตนเพื่อร่วมกับพระบิดาสร้างมหากุศล อันจักเป็นเสมือนเรือสำเภาใหญ่พามนุษยชาติข้ามโอฆสงสารไปสู่พระนิพพาน


     ในพระอุโบสถซึ่งสร้างในสมันรัชกาลที่ ๑ ด้านหลังบานประตูมีภาพจิตรกรรมสำคัญที่รัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้วาดขึ้น คือรูปกระทงใหญ่ตามแบบที่ทำในพระราชพิธีลอยพระประทีป และโถยาคูตามแบบอย่างที่ทำเลี้ยงพระในพระราชพิธีสารทในรัชสมัยของพระองค์


     เอาประวัติพอสังเขปนะ เราไม่ได้เข้าไปในพระอุโบสถ เพระเค้าปิด!! เสียดายเหมือนกัน เลยได้แต่ยกมือไหว้ที่หน้าโบสถ์ แต่ก็ได้ขึ้นไปไหว้พระในเรือสำเภานะ มีรูปมาให้ดูเป็นน้ำจิ้ม


 



Free TextEditor

     หลังจากไหว้พระที่วัดยานนาวาเสร็จก็นั่งสาย 1 ไปวัดไตรมิตร โห มีแต่คนอินเดีย เพราะมีกรุ๊ปทัวร์อินเดียมาลง เนื่องจากเค้ามาไหว้พระราหูกัน แล้วก็เกิดการโกลาหลวุ่นวายกันครับพี่น้อง พ่อค้าแม่ค้าแล้วนั้นแทบจะรุมทึ้งกัน มีทั้งขาดเข็มกลัดที่คนขายไม่รู้เอาเวลาตรงไหนไปถ่ายรูปแขกพวกนี้ ไวจริงๆ ขายร่ม ขายพัดลมมือถือ บลาๆๆๆ เยอะแยะตะแปะไก่



     วัดไตรมิตรวิทยาราม ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เป็นวัดโบราณอยู่ในที่ลุ่มพระอารามเป็นเรือนไม้ มีชื่อเดิมว่าวัดสามจีน เข้าใจกันว่า จีน 3 คนร่วมกันสร้างพระอารามเพื่อเป็นวิหารทานการบุญ (มีความตำนานใกล้เคียงกับวัดนางปลื้ม (วัดสามปลื้ม) หรือวัดจักรวรรดิฯ ทำนองเดียวกัน)


     ในปีพุทธศักราช 2477 พระมหากิ๊ม สุวรรณชาต ผู้รักษาการในหน้าที่เจ้าอาวาสเป็นผู้ริเริ่มปรับปรุงวัด ต่อมาในปีพุทธศักราช 2480 ได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคมให้ปรับปรุงสภาพวัดให้ดีขึ้น ปีพุทธศักราช 2482 พ่อค้าประชาชน คณะครูและนักเรียน ได้ร่วมกันปฏิสังขรณ์และเปลี่ยนนามใหม่ เป็นชื่อ วัดไตรมิตรวิทยาราม ซึ่งมีความหมายว่า เพื่อน 3 คนร่วมกันสร้างวัดนี้ ประกอบกับวัดเป็นที่ตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมและโรงเรียนระดับมัธยมของรัฐบาลอยู่ภายในบริเวณของวัด


     สิ่งสำคัญของวัด คือ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการบันทึกในหนังสือกินเนสบุ๊คออฟเรคคอดร์ พระพุทธรูปทองคำองค์นี้มีหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร องค์พระสามารถถอดได้ 9 องค์ จากฐานองค์พระขึ้นไปเนื้อทองบริสุทธิ์ 40 %พระพักตร์มีเนื้อทอง 80 % ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ 99.99 %


     สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย เข้าใจว่า เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ไปอันเชิญ พระพุทธรูปมาจากเมืองเหนือเพื่อนำมาประดิษฐานยังวัดสำคัญ


 พระพุทธรูปที่เชิญมามีจำนวนมาก ทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง ขุนนางผู้หนึ่งจึงแอบเอาปูนไล้พระพุทธรูปทองคำแล้วนำมาไว้ยังวัดที่ตนสร้าง จนได้อันเชิญมาไว้ที่วัดพระยาไกร (วัดโชติการาม) ต่อมาบริษัทอิสท์เอเซียติกได้ขอเช่าที่วัด (ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้างแล้ว) เป็นโรงเลื่อยจักร จึงได้อันเชิญไว้ที่ข้างพระเจดีย์และปลูกเพิงสังกะสีมุงเป็นหลังคากั้นไว้ อย่างหยาบ ๆ หลังจากนั้นเป็นเวลาเกือบ 20 ปี เมื่อพระอุโบสถและพระวิหารหลังใหม่สร้างเสร็จ จึงได้อัญเชิญชั้นประดิษฐาน แต่ในระหว่างการเคลื่อนย้ายปูนที่หุ้มองค์พระกะเทาะออก จึงทำให้เห็นองค์พระข้างในเป็นทองคำ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2498



     หลังจากนั้นก็กลับมาขึ้นรถเมล์เพื่อจะไปสนามหลวง ตรงแถวป้ายรถเมลล์มีสมาคมเทียนฟ้า เป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม ก็แวะไปเข้าไปไหว้ รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสวยมาก



    รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกับบรรยากาสของถนนที่เยาวราช



     ต่อมาก็เป็นวัดโพธิ์ หรือนามทางราชการว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกและเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนาวัดโพธารามวัดเก่าที่เมืองบางกอกครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นวัดหลวงข้างพระบรมมหาราชวัง และที่ใต้พระแท่นประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์ท่านไว้ด้วย


     พระอารามหลวงแห่งนี้มีเนื้อที่ ๕๐ ไร่ ๓๘ ตารางวาอยู่ด้านทิศใต้ของพระบรมมหาราชวัง ทิศเหนือจดถนนท้ายวัง ทิศตะวันออกจดถนนสนามไชย ทิศใต้จดถนนเศรษฐการ ทิศตะวันตกจดถนนมหาราช มีถนนเชตุพน ขนาบด้วยกำแพงสูงสีขาวแบ่งเขตพุทธาวาสและสังฆาวาสชัดเจน    มีหลักฐานปรากฏในศิลาจารึกไว้ว่า หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาพระบรมมหาราชวังแล้ว ทรงพระราชดำริว่า มีวัดเก่าขนาบพระบรมมหาราชวัง ๒ วัด ด้านเหนือ คือ วัดสลัก (วัดมหาธาตุฯ) ด้านใต้คือ วัดโพธาราม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุนนางเจ้าทรงกรม ช่างสิบหมู่อำนวยการบูรณะปฏิสังขรณ์ เริ่มเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๑ ใช้เวลา ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน จึงแล้วเสร็จ และโปรดฯ ให้มีการฉลองเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๔ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ” ต่อมารัชกาลที่ ๔ ได้โปรดฯ ให้เปลี่ยนท้ายนามวัดเป็น "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม"


      ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ นานถึง ๑๖ ปี ๗ เดือน ขยายเขตพระอารามด้านใต้และตะวันตกคือ ส่วนที่เป็นพระวิหารพระพุทธไสยาสสวนมิสกวัน สถาปนาขึ้นใหม่ พระมณฑป ศาลาการเปรียญ และสระจระเข้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่เป็นโบราณสถานในพระอารามหลวงที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้


     แม้การบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งล่าสุดเมื่อฉลองกรุงเทพฯ ๒๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นเพียงซ่อมสร้างของเก่าให้ดีขึ้น มิได้สร้างเสริมสิ่งใด ๆ


     เกร็ดประวัติศาสตร์ของการสถาปนาและการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดโพธิ์แห่งนี้ บันทึกไว้ว่า รัชกาลที่ ๑ และที่ ๓ ขุนนาง เจ้าทรงกรมช่างสิบหมู่ได้ระดมช่างในราชสำนัก ช่างวังหลวง ช่างวังหน้า และช่างพระสงฆ์ที่อยู่ในวัดต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญงานศิลปกรรมสาขาต่างๆ ได้ทุ่มเทผลงานสร้างสรรค์พุทธสถานและสรรพสิ่งที่ประดับอยู่ในวัดพระอารามหลวง ด้วยพลังศรัทธาตามพระราชประสงค์ของพระองค์ท่านที่ให้เป็นแหล่งรวมสรรพศิลป์ สรรพศาสตร์ เปรียบเป็นมหาวิทยาลัยแห่งสรรพวิชาไทย (มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรก) ที่รวมเอาภูมิปัญญาไทยไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานไทยได้เรียนรู้กับอย่างไม่รู้จบสิ้น




     จากนั้นก็ไปไหว้ศาลหลักเมือง แล้วก็แวะกินข้าวที่ท่าช้าง เจอน้องแซ็ก เด็กที่เล่นระนาดด้วย น่ารักดี คนมุงดูเต็มไปหมดเลย เราถ่ายรูปมาด้วย  แล้วก็คิดรถสาย 53 ไปวัดชนะสงคราว แล้วก็เดินตัดตลาดบางลำพุไปวัดบวร แล้วฝนก็ตกๆๆๆๆๆ ไม่หยุด เลยนั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์จนฝนซาก็นั่งรถเมลล์สายไรจำไม่ได้ ฮ่าๆ กลับมาที่สะพานเหล็ก แล้วก็ต่อสาย 1 กลับบ้าน ตอนแรกว่าจะบ้านวัดมังกร แต่ๆๆๆๆ รถเมลล์มันไม่จอดให้หนูกะแม่ลงอ้า ใจร้ายอย่างแรง เลยนั่งกลับบ้านซะเลย อีกอย่างฝนตกหนักมากอ่ะ เปียกไปหมดเล้ย  แต่แค่นี้ก็อิ่มบุญละ ไปดูประวัติพร้อมรูปอีก 3 ที่ที่เหลือดีกว่า


     ศาลหลักเมือง  อยู่ตรงข้ามวัดพระแก้ว หลักเมืองกรุงเทพฯ ทำด้วยไม้ ทำพิธียกเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 8 ขึ้น 10 ค่ำ ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ศาลหลักเมืองเป็นอาคารยอดปรางค์ ได้แบบอย่างจากศาลหลักเมืองที่กรุงศรีอยุธยา



     วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เหนือคลองโรงไหม ริมถนนจักรพงษ์ (สะพานเลี้ยว) แต่เดิมอยู่กลางทุ่งนาจึงเรียกว่าวัดกลางนา สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงสถาปนาวันนี้ขึ้นมาใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญในกองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "วัดตองปุ" ตามแบบวัดตองปุในสมัยอยุธยา ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึก จึงพระราชทานพระอารามใหม่ว่า "วัดชนะสงคราม"



     วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวัดชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ต้นถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู กรุงเทพฯ แต่เดิมวัดนี้เป็นวัดใหม่อยุ่ใกล้กับวัดรังษีสุทธาวาส ต่อมาได้รวมเข้าเป็น วัดเดียวกัน โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ ในรัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างขั้นใหม่ วัดนี้ ได้รับการทะนุบำรุง และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้นจนเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง โดยเฉพาะในสมัย ปลายรัชกาลที่ ๓ เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอาราธนา สมเด็จพระ อนุชาธิราชเจ้าฟ้ามงกุฏ ซึ่งผนวชเป็นพระภิกษุ อยู่วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) เสด็จมาครอง เมื่อ พ.ศ.๒๓๗๕ ทำให้วัดนี้ได้รับการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ และเสริมสร้างสิ่งต่างๆขึ้น

    เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชาคณะเสด็จประทับที่วัดนี้แล้วทรง บูรณะปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุต่างๆเพิ่มเติมขึ้นหลายอย่าง พร้อมทั้งได้รับพระราชทาน ตำหนักจากรัชกาลที่ ๓ ด้วย ในสมัยต่อมาวัดนี้ เป็นวัดที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เมื่อทรง ผนวชหลายพระองค์ เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน จึงทำให้วัดนี้ได้รับการทะนุบำรุงให้คงสภาพดีอยู่เสมอ ในปัจจุบัน นี้ ศิลปกรรมโบราณวัตถุ และ ศิลปวัตถุ หลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในสภาพดีพอที่จะชม และ ศึกษาได้ เป็นจำนวนไม่น้อย




- บนซ้าย พระวัดชนะสงคราม


- บนขวา ศาลหลักเมือง


- 2 ภาพกลาง พระวัดบวร


- ล่างซ้าย กระทรวงกลาโหม ทางผ่านจากวัดโพธิ์ ไปศาลหลักเมือง


- ล่างขวา น้องแซ็กคร้าบผม


 





Create Date : 30 เมษายน 2551
Last Update : 30 เมษายน 2551 14:03:10 น. 7 comments
Counter : 260 Pageviews.

 
เขินจังแวะมาไหว้พระคนแรก


โดย: สร้อยหมาก วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:14:17:45 น.  

 
รู้จักวัดยานนาวามานานแล้ว
สมัยก่อนพอถึงเทศกาลตรุษจีน ทางวัดจะจัดงานวัด
เต็มพื้นที่วัดเลยทีเดียว ไปเที่ยวทุกปี
แต่พอโตเป็นหนุ่มแล้ว เลยเลิกเที่ยว ไม่รู้ว่าปัจจุบันทางวัดยังจัดงานในเทศกาลตรุษจีนอีกหรือเปล่า

วัดไตรมิตรจะมีการสร้างตึกอะไรหนอจำไม่ได้แล้ว
ใหญ่มากสักด้วย น่าจะครึ่งหนึ่งของพื้นที่วัดมั้ง

วัดโพธิ์ไปมาแล้วไม่เกิน 10 ครั้ง
ช่วงที่ไปนั้น ไปสมัครและเรียน รด.ที่กรมการรักษาดินแดน ก่อนย้ายไปเรียนที่ศูนย์ฝึก รด.ที่ถนนวิภาวดีรังสิต

ส่วนวัดอื่นๆ ยังไม่ได้ไปไหว้ไปเที่ยวเลยครับ


โดย: ปรานทยา วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:14:49:51 น.  

 
อยากไปไหว้พระ 9 วัดเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยทำซะที
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ


โดย: dj booboo วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:19:14:21 น.  

 
ไหว้พระด้วยครับ


โดย: ปราสาทงาม วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:20:23:54 น.  

 
อยากไปไหว้พระเก้าวัดด้วยเหมือนกาน ได้บุญมากเลยล่ะ
แต่ก้อต้องอึดกันหน่อย(เพราะไม่มีรถ)

ยินดีที่ได้รู้จักนะคับ

แวะไปเยี่ยมที่บ้านเรือไม้บ้างนะคับ


โดย: เรือน้อย (kelvinboat ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:42:40 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: dj booboo วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:40:39 น.  

 
อยากไปเที่ยวบ้างจังค่ะ

แต่ตอนนี้เรียนพิเศษหัวโตเลย

แบบว่า

เวลาจะกินยังไม่มี

คงต้องรอ...ต่อไป


โดย: ริสา (dream_princess ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:35:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Balloon_walker
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Balloon_walker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.