จะด่ากูเฮี่ย... กูเลว... กูมันถ่อย... กูมันไม่เอาถ่าน... กูไม่ขอว่าซักคำ แต่ขอร้องเถอะว่ะ..... อย่าดูถูกคนอย่างกูว่าไม่รู้จัก "รัก" แม้แต่ซักวินาทีเดียวนะมึง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
ตะวันลับฟ้า...เมื่อตอนเย็นๆ

"เฮ้ยเก่งดูดิ.....พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้ว แม่งสวยว่ะ" ไอ้แสบเรียกให้กูสนใจดูแสงแดดสุดท้ายของวัน


เออ


จิงของมันว่ะ

ท้องฟ้าแม่งเป็นสีแดงส้มไปทั่วเลย


จะว่าไม่เคยเห็นแสงแบบนี้ก็ไม่ใช่นะ

แต่กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่า


ทำไมพระอาทิตย์ตกที่นี่แม่งสวยแบบนี้วะ


เหมือนอยู่แค่หลังคาบ้านนี่เอง

ผู้คนสารพัด

พากันระดมถ่ายรูปกันให้ควั่ก


แสงแฟลชรุมกระพริบจนตากูลายไปหมด


แล้วแดดสีแดงส้มที่สาดผ่านมาเป็นสาย


ก็ค่อยๆจางลง



จนความมืดเข้ามาแทนที่


นกนางแอ่นนับพันตัวก็บินมาวนอยู่บนหัวพวกกู


น่าแปลกใจว่ะ


บรรยากาศแม่งได้ฟีลธรรมชาติสัดๆอ่ะ


น่าเอาหนังสะติ๊กมายิงแม่งชิบหาย

สัด

บินๆอยู่เกิดขี้ใส่หัวกูขึ้นมาทำไงวะ


แม่งเหมือนฉากหนังในเรื่องคิงคองลิงยักษ์กะหญิงสาว



ที่นั่งอยู่หน้าผาแล้วสื่อสารกันด้วยท่าทาง


เอามือลูบที่หน้าอก


แล้วเอ่ยคำว่า "Beautiful"


แบบนั้นไม่มีผิด

มันคงจะหมายความว่า


สวยจับใจนั่งเองแหละวะ


มึงเชื่อมั้ยว่าความมืดเข้ามาเยือนเร็วมาก


เหมือนแค่กระพริบตา


ทันทีที่ตะวันลับฟ้าไป



แสงทุกอย่างที่มีก็หายไปหมดด้วย



ความหนาวและลมที่แสนจะพัดแรง


ก็โถมเข้าใส่พวกกูแบบไม่ปรานี


อะไรวะ



ทำไมมันแปรปรวนแบบนี้


ธรรมชาติแม่งยิ่งกว่าอารมณ์คนบางคนซะอีกว่ะ


"กุ๊ก...........
.
.
.
.
.
.
.
.
.
กุ๊ก.........
..
.
.
...
.
.
.
กู๋........."



"ปู่มึงเป็นนกฮูกเหรอไอ้สัดเหยิน แหกปากหาพ่อมึงเหรอไงวะเนี่ย"

กูละตกกะใจ

สัด

กะลังดื่มดำกะธรรมชาติอยู่ดีๆ



ไอ้เหี้ยนี่ทำเสียฟีลหมดเลย


"แหม......ขำๆน่าเก่ง" ไอ้เหี้ยชิ้นออกความเห็นช่วยเพื่อนมัน


"แล้วเป็นไง....มีใครขำกะพวกมึงมั้ยล่ะ สัด" กูบ่น


แม่งมืดไม่น่าเชื่อ


.
.
.
.
คนที่ยืนอยู่ห่างไปไม่กี่เมตรกูยังมองไม่รู้เลยว่ามันเป็นใคร


มืดจนน่ากลัว


แล้วสารพัดเสียงจากหมู่สัตว์


ก็ระดมแหกปากร้องเข้ามาให้ใจสั่นซะงั้น


"ใครมีไฟมั่ง" กูส่งเสียงถาม


ไม่มีหมาตัวไหนตอบกูซักคน


"ลุง....ลุง......มีไฟฉายขายป่าว" กูนึกถึงลุงที่แม่งขายของอยู่ขึ้นมา



แต่ที่ไหนได้

แม่งเผ่นแน่บไปตั้งแต่ชาติไหนแล้วก็ไม่รู้


ตายห่าละ



ทำไงวะเนี่ยกู



"แล้วจะเอาไงกันล่ะพวกเธอน่ะ" อีสองผัวเมียที่หอบของรุงรังมากะพวกกู

ถามขึ้นมาน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กๆ


"จะเอาไงล่ะพี่......ถามได้" กูตอบ


"เต็นท์ที่พวกพี่แบกมาก็นอนได้แค่สองคน" มันพูดแบบดักคอ



ประมาณว่าอยากมีน้ำใจกะพวกกู


มึงเห็นมั้ย...คนเราแม่งหน้าเนื้อใจเสือว่ะ


กูไม่รบกวนให้มึงลำบากหรอกอีเวรตะไล



เชิญมึงกางเต็นท์นอน

แล้วแหกปากเย็ดกันให้สนั่นทุ่งไปเหอะ




กูไม่ขอเสวนากะมึงละ


"เอาไงดีวะ" ไอ้แสบทำเสียงวิตก


ส่วนไอ้พวกที่เหลือเงียบกริบ


คงจะกลัวจนควยหด


"ทีหลังจะไปไหนอ่ะ ศึกษาหน่อย จะได้เตรียมตัวให้พร้อม" ไอ้ผัวของอีห่านั่นพูด


บ้านพ่อมึงรับจ้างถมดินเหรอ


ทับถมกูเหลือเกิน


สัด



สาธุ



กูขอให้คืนนี้



เสือโคร่งลากมึงสองคนไปแดกทีเหอะ



สัด


เห็นแล้วรกป่า


"คิดไรมากวะเก่ง ก็เดินกลับไปที่เต็นท์เราดิ" ไอ้พี่ต้นออกความเห็น



น้ำเสียงฟังรู้เลย



ว่าแม่งก็พยายามกลบเกลื่อนความกลัวเหมือนกัน


"กล้าพูดเนอะ ไม่ต้องคิดมาก" กูหันไปถากถางไอ้พี่ต้น




อารมณ์นี้หมดความเงี่ยนไปแระสัด


"เฮ้ยเก่งรีบกลับเหอะว่ะ ยิ่งช้ายิ่งดึก" ไอ้ถึกออกความเห็น



ซึ่งดีที่สุดแล้วในเวลานี้


งั้นอย่ามัวแต่เถียงกันอยู่เลย


"พี่ผมไปละนะ ขอบคุณที่พาเดินมาถึงที่นี่ ขอให้พี่สองคนหลับอย่างมีความสุข"


กูกล่าวคำอำลาอีสองผัวเมียอย่างเป็นทางการ


กูนี่แหละหน้าเนื้อใจเสือของจริง

สัดเอ๊ย



อย่าได้ลืมสิ่งที่กูสาธุเอาไว้



ขอให้มึงสองคนโดนเสือโคร่งลากไปแดกทีเหอะ



"งั้นเอานี่ไปด้วย พี่ให้" เสียงนังเมียพูด



แล้วส่งไฟฉายเล็กๆเท่าควยเด็กส่งให้กู


อืม...


งั้นกูขอให้เสือโคร่งลากผัวมึงไปแดกแค่คนเดียวละกัน


แลกกะไฟฉายอันนึง


"ขอบใจนะพี่" กูตอบ


ในช่วงเวลาเหี้ยๆแบบนี้


หาคนมีน้ำใจได้ซักคนนึงก็รู้สึกดีเหมือนกันว่ะ



.
.
.
.
.
.
.
.
.
..

"ใครจะเป็นคนถือไฟฉายวะ" กูถาม


เงียบยิ่งกว่า


ตอนรับเสด็จพระราชินีซะอีก


ไม่มีใครกล้าปริปากซักคน


นี่ก็ไฟฉายอยู่ในมือกู


แล้วคนที่ถือไฟฉายหมายความว่าต้องเดินนำขบวนใช่มั้ย




"กูใช่มั้ย"


.
.
.
.
.
.
..



สัด



อย่ามัวช้า


รีบเดินให้ไว


แล้วทางเดินแม่งก็เสือกเดินเรียงหน้ากระดานไม่ได้อีกตะหาก



แม่งต้องเดินต่อแถวเป็นขบวนมด


จริงๆแล้วเหมือนพวกกูจะไม่ได้กลัวผี



แต่กลัวความมืดมากกว่า


ไม่รู้ว่าในความมืดเนี่ย



มีเหี้ยอะไรซ่อนอยู่มั่ง



เกิดเดินๆอยู่ดีๆ

มีตัวเหี้ยอะไรโผล่ออกมาร้อง..." แฮ่"



กูไม่หัวโกร๋นเหรอวะนี่


"พวกมึงเดินตามกูให้ทันละกัน" กูพูดจบ

กูรัวฝีตีนไม่ยั้ง


มึงงานนี้ผียังเดินตามกูไม่ทัน


.
.
.
.
.
.
.
.

เดินจนเริ่มหอบแต่เหมือนยังไปได้ไม่ถึงไหนเลยว่ะ


ใจเริ่มเสีย


ไม่รู้จุดหมายปลายทางว่ามันอยู่ตรงไหน


ได้แต่เดินตามทางที่มันมีให้เดิน



เกิดหลงทางกลางป่าขึ้นมาจะทำไงวะเนี่ย



แล้วจะเหี้ยมากขึ้นไปอีก



ถ้าคนที่ทำให้เดินหลงป่า

"เป็นกูนี่เอง"


ทั้งเหนื่อยทั้งกลัว


มือกูที่เอื้อมไปด้านหลังให้ไอ้แสบจับมือแล้วเดินติดกันเอาไว้



ชุ่มไปด้วยเหงื่อ


และบีบแน่นมากขึ้นเป็นลำดับ


ไม่ต้องบอกว่าทุกคนก็อยู่ในความรู้สึกเดียวกัน


ใจมุ่งไปสู่ที่นอนแสนอัตคัต


เพื่อที่จะหลุดพ้นจากความมืดและความทรมานตรงนี้ไปซะที


"เก่ง....อีกไกลมั้ย" อีดอกหวานถามเสียงสั่น

เหมือนจะร้องไห้



ก็น่าสงสารอยู่หรอก




เอากระเทยมาทรมานกลางป่า



กูไม่ตอบได้แต่หยุดเดินแล้วหันไปเอาไฟฉ่ายส่องหน้าแล้วมองมัน


แล้วก็หันกลับมามุ่งหน้าเดินต่อ


"เก่งเรากลัวอ่ะ" มันถามต่อเป็นคำถามที่สอง


ทั้งๆที่เพิ่งเดินได้ไม่ถึงสิบก้าว


กูทำเหมือนเดิม



เอาไฟส่องหน้ามัน



แล้วเงียบ



"เก่งจำเรื่องที่ลุงขายของเล่าให้ฟังได้ป่ะ" อีหวานถามต่อ


"มึงเงียบปากไปซักทีได้ป่ะ สัด กูตอบทีเดียวเลยนะ แล้วมึงไม่ต้องมาถามกูอีก"



"กูไม่ตอบ.....ถ้ามึงถามอีกกูจะเอาตีนขยี้หน้ามึง"


ใครช่วยเอาอะไรยัดปากอีกระเทยนี่ที


สัด


ไม่มีการเก็บอารมณ์


ไม่รู้จักคำว่าอดทน


เพราะปากมันแท้ๆ



กู....และน่าจะเป็นทุกคนด้วยซ้ำ



ก็นึกถึงเรื่องคนที่แม่งตกหน้าผาตายขึ้นมา


แล้วเร่งสปีดฝีตีนขึ้นรัวไม่นับ



เกิดแม่งกำลังเดินตามพวกกูมาล่ะ



เหี้ยเลย


เหี้ยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว


จะอะไรก็แล้วแต่


เหนื่อย


หอบ



มืด



กลัว



เดินตกหลุม


สะดุดรากไม้



หรืออะไรก็แล้วแต่ไม่มีใครสนเหี้ยไรแล้ว



มุ่งสู่จุดหมายให้ได้อย่างเดียวพอ


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

"ประเถดไท้.......รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย"



เสียงไอ้เหี้ยเหยินแหกปากร้องเพลงชาติขึ้นมา


"มึงจะร้องหาพ่อมึงเหรอไงวะไอ้เหี้ยเหยิน" สัด



คนกะลังจิตตก



เสือกแหกปากร้องเพลงชาติขึ้นมาปลุกใจซะงั้น



"รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย"


ไอ้เหี้ยชิ้นเสือกร้องต่อ


"พวกมึงเป็นเหี้ยไรกันวะเนี่ย" กูยังงงกับความพิลึกของพวกแม่งไม่หาย



"ก็มันเงียบ....เรากลัวอ่ะ" ไอ้ชิ้นตอบ


"ยิ่งเรามองไม่เห็น เรากลัวว่าขบวนจะขาดแล้วเดินตามเก่งไม่ทันนี่หน่า"


ไอ้เหยินตอบแล้วร้องไห้ออกมา


จริงของมัน


มีกูคนเดียวที่มองเห็นทาง



ส่วนพวกมันเหมือนคนตาบอดและมีทางเดียวที่จะทำได้ก็คือ....

จับแขนหรือชายเสื้อของคนข้างหน้าไว้ให้แน่นที่สุด


เพื่อที่จะพากันเดินมุ่งหน้ากันต่อไป



อย่างปลอดภัย


กูมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเดินอย่างเดียว



จนลืมนึกอะไรต่ออะไรไปหมด


"เดี่ยวกูจะเดินช้าๆละกันนะ มึงจะได้ตามทัน" พูดจบกูก็ดึงมันเข้ามากอด



เป็นครั้งแรกๆด้วยซ้ำที่กูไม่เคยได้กอดเพื่อนปัญญาอ่อนคนนี้เลย



เล่นเอากูเสียงสั่นไปเหมือนกัน



"เป็นประชารัฐ ผไทผองไทยทุกส่วน" กูก็เปล่งเสียงร้องเพลงชาติต่อ


ร้องผิดมั่งถูกมั่ง


ก็แหกปากร้องกันไป


ไม่น่าเชื่อว่ะ


เพลงชาติที่สักแต่ว่าแหกปากร้องกันอยู่ทุกวี่วัน



ไม่เคยรู้สึกอะไรซักนิด



แต่ในเวลานี้

กลับทำให้กำลังใจที่หายไป


กลับมาอยู่กับพวกกูได้เหมือนเดิม


ความตึงเครียด


และอะไรต่ออะไรหลายอย่าง



หายไป


เหลือแต่กำลังใจที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว




ไอ้รุ่นพี่ม.บู


สักแต่ว่าเป็นรุ่นพี่



แต่พอถึงเวลาแบบนี้

กลับหาภาวะความเป็นผู้นำไม่ได้ซักนิดเดียว


วิกฤติมักจะสร้างโอกาสไม่ใช่เหรอวะ



.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.


ตอนนี้รองเท้ากูหนักขึ้นเรื่อยๆ

เพราะว่ามันเต็มไปด้วยโคลน


และความเปียกชื้นยิ่งทำให้การเดินทางของกูลำบากเข้าไปอีก


ความเหนื่อยไม่ต้องพูดถึง


ขาที่ก้าวเดินแบบไม่สะท้านต่อสิ่งกีดขวาง



ตอนนี้ชาจนรับรู้ความรู้สึกอะไรไม่ได้แล้ว



"เก่งกูเจ็บขาว่ะ พักก่อนได้ป่าว" ไอ้แสบเอ่ยปาก


จริงของมันเหนื่อยขนาดนี้ควรจะหยุดตั้งนานแล้ว


"มึงเป็นไรป่าววะ" กูถามไอ้แสบที่ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง



ส่วนคนอื่นๆไม่ต้องพูดถึง


"ไม่รู้ว่ะ เหมือนจะปวดๆที่ข้อเท้า" มันตอบแล้วถลกขากางเกงขึ้น



กูเองก็รีบเอาไฟฉายส่องที่ข้อเท้าของมัน



เห็นรอยขีดจนหนังถลอกและรอยแดงช้ำเป็นปื้นใหญ่ที่ข้อเท้ามัน


แผลขนาดนี้มันทนฝืนเดินมาได้ไงตั้งนานวะเนี่ย



กูตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

ยาเหี้ยอะไรก็ไม่มีซักอย่าง


แล้วยิ่งอยู่กลางป่า

ในเวลาแบบนี้


.
.
.
.
.
.
.
กูหมดหนทางจริงๆ


"เจ็บมากป่าววะ" กูพูดแล้วเอาฝ่ามือประกบข้อเท้ามันไว้อย่างเบามือ


"มันปวดๆไงไม่รู้ว่ะ" ไอ้แสบตอบ



"ใครมียาหม่องอะไรมั่งป่าว" กูตะโกนถามไปในความมืด



"เฮ้ยพี่มีๆ..... มีแต่น้ำมันยาดมนะ" ไอ้พี่ต้นส่งเสียงแล้วเดินรี่เข้ามายื่นยาดมให้กู


"อืมก็ยังดีวะ ดีกว่าไม่มีอะไรเลย" กูนึกอนาถตัวเอง



แล้วกูก็เอาน้ำมันที่อยู่ยาดมท่อนล่าง


หยดลงที่ข้อเท้าไอ้แสบแล้วบีบอย่างช้าๆ


"เป็นไง...ดีขึ้นมั่งป่าว" กูถาม


"แค่นี้ก็เหมือนหายแล้ว" ไอ้แสบตอบ


หน้ายิ้มแต่สายตานั้นมีน้ำตาเคล้าอยู่


คำพูดไม่กี่คำจริงๆ



แต่ทำไมกูตีความหมายมันได้มากมายขนาดนี้วะ


"ทนหน่อยนะเว้ย" กูพูดได้แค่นี้จริงๆ


แล้วก็เริ่มต้นออกเดินอย่างระมัดระวัง



ด้วยหวังที่จะไม่ให้เพื่อนรักกูคนไหน

ได้บาดเจ็บแบบนี้อีก


.
.
.
.
.
.
.
ไอ้แสบเดินช้าลงอย่างเห็นได้ชัด


เหงื่อออกมากกว่าปกติ


แต่มันก็ยิ้มสู้ทุกครั้งที่กูหันหน้าไปมองมัน


"ไอ้แสบไหวแน่ป่าว" กูถามย้ำมันเพื่อความแน่ใจ


"ไหว" มันตอบแล้วทำหน้าแบบว่าไม่ให้กูถามแล้ว


ทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อกูคนเดียวที่ได้เห็นจริงๆ


ทั้งๆที่กูเองก็พยายามที่สุดแล้ว


กูบอกทุกครั้งว่า...



ตรงนี้มีหลุม



ระวังรากไม้



ตรงนี้มีกิ่งไม้


ตรงนี้มีน้ำ


ตรงนี้ลื่น



แล้วพวกมันก็ส่งเสียงบอกต่อกันเป็นทอดๆ


กูทำได้เท่านี้จริงๆ


แล้วจู่ๆ



ไอ้แสบก็เอามือมาจับไหล่กูเอาไว้



แล้วบีบจนกูเกือบเจ็บ



"มึงไม่ไหวแล้วใช่ป่าว" กูหันหน้าไปถามมันเบาๆ


กูรู้ว่ามันไม่อยากให้ใครรู้ว่ามันไม่ไหวแล้ว



ไม่อยากเป็นตัวถ่วง


"มึงขี่หลังกูแล้วกัน" กูพูดแล้ว
พยายามเอามันขึ้นขี่หลังกู



"ไม่ต้องหรอกเก่ง...กูยังไหว" มันพูด


กูไม่ตอบ

ได้แต่หันไปมองหน้ามัน


สีหน้ากูบอกได้กับความรู้สึกในใจทุกอย่าง

อย่าทำให้กูรู้สึกทรมานมากไปกว่านี้เลยนะไอ้แสบ



ยิ่งมึงทรมานเท่าไหร่


ถึงกูไม่ได้ขาเจ็บ



แต่มันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก

.
.
.
.
.
.
.
.


"เดี๋ยวกูถือไฟฉายให้" มันยอมแต่โดยดี



มันขึ้นกอดหลังกูเอาไว้แน่น

คอยส่องทางและบอกตำแหน่งของหลุมหรือรากไม้



ส่วนกูเหรอ


เหนื่อยจนแทบขาดใจ



แต่กูก็ทำ



"เพื่อมัน"



เพื่ออะไรเหรอ



เพื่อคนที่กูรักไง


พวกมึงบางคนคงไม่รู้หรอกว่า



ถ้าได้รักใครซักคนขึ้นมาจริงๆ


คนๆนึงทำอะไรได้บ้าง



ว่าแต่



พวกมึงเคยรู้สึกแบบที่กูรู้สึกอยู่รึป่าว


.
.
.
.
.
.
.
.
.
เดินมานานแค่ไหนไม่รู้

รู้แต่ว่าตอนนี้คอกูแห้งจนเป็นผง


แล้วจู่ๆ


กูก็สะดุดล้มลง


ล้มกันทั้งคู่


ทั้งกูและไอ้แสบ


เพื่อนกูที่เหลือก็พากันเข้ามาดู



"เก่งเป็นไรป่าว" มันก็แค่คำถามง่ายๆสั้นๆ


แต่เจตนานั้นยิ่งใหญ่กว่าคำพูดดีๆที่สรรหามาทั้งปวง


มันถามเพราะว่ามันห่วงกูจริงๆ



"ให้เราช่วยมั้ย" ไอ้เหยินเอ่ยปากพูด


เหงื่อเต็มหน้า


ทั้งๆที่อากาศหนาวแค่สิบกว่าองศา


"มึงไม่ต้องเสือกอ่ะ ...แค่มึงประคองร่างมึงให้รอดก็พอละ" กูตอบ


ถึงคนจะว่ากูปากหมา


พูดจาฟังไม่ได้


แต่เจตนาของกู


ก็บริสุทธิ์กว่าคำพูดดีๆของพวกมึงหลายๆคนละกันวะ


.
.
.
.
.
.
.
.


"แสบขี่หลังพี่" ไอ้พี่ต้นเดินมาแล้วจับแขนไอ้แสบให้ลุกขึ้น


คนเราจะจริงใจ


หรือมีน้ำใจให้กันได้แบบแท้จริง



ก็ตอนที่ลำบากนี่แหละ


และกูก็เชื่อว่าไอ้พี่ต้นแม่งไม่ได้หวังอะไร



เพราะขนาดกูเองว่าเหี้ยๆแล้ว



ยังหมดอารมณ์เงี่ยนไปตั้งแต่ยังไม่เดินละ


"เฮ้ยพี่จะไหวเหรอ" กูถาม


"เหอะน่า" มันตอบ

แล้วดึงไอ้แสบขึ้นขี่หลัง



กูได้แต่ยิ้มมุมปาก




แทนคำพูดว่า "ขอบใจ"


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

เดินมาได้พักใหญ่


แล้วก็เจอแสงสว่างไสว



ที่สาดส่องเจิดจ้าอยู่ตรงหน้า


ทั้งๆที่กูยังไม่ตายนะ



แต่เหมือนแสงสว่างที่อยู่ตรงหน้ากูในตอนนี้


มันคือแสงจากสวรรค์ชั้นที่พวกกูไม่เคยได้ฝันถึง


ที่นอนอันแสนหดหู่ที่ซุกหัวนอนกันอยู่เมื่อเช้า


ตอนนี้มันคือที่ที่วิเศษที่สุด


มันคือสิ่งที่กูถวิลหาเป็นอับดับแรกในตอนนี้



กูหันไปสบตากับดวงตาทุกคู่ที่พากันเฉี่ยวนรกมาด้วยกันเมื่อกี๊


แววตาทุกดวง



เปี่ยมไปด้วยความสุข

และความหวัง



แต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้น



มิตรแท้


ความจริงใจ



และมิตรภาพและน้ำใจจากเพื่อนใหม่และคนแปลกหน้าที่ไม่เคยคาดฝันว่าจะได้รับมา


กับท้องฟ้าในคืนข้างแรมที่ดาวแย่งกันส่องแสงอยู่เต็มท้องฟ้า




แค่นี้....



ที่ที่กูเหยียบอยู่ตรงนี้...



ก็ไม่ใช่ที่ที่หาได้บนผืนโลก


แต่มันคือสวรรค์บนพื้นดินต่างหาก
.
.
.
.
.
.
.
.





































Create Date : 12 ตุลาคม 2552
Last Update : 12 ตุลาคม 2552 15:55:31 น. 8 comments
Counter : 399 Pageviews.

 
ขอบคุนมากคับ ติดตามเสมอคัฟ


โดย: Khongbeng IP: 192.168.0.100, 124.120.122.24 วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:16:43:25 น.  

 
เห้อ แสบเป็นไงมั่งน้อ น่าสงสารจัง
เก่งจังเลยแสบนิ ทรหดอดทนสู้ๆ

เก่งเอ๊ย หายเงียนไปเลยละซิกะไอพี่ต้นอะ
อิอิ

ชอบอย่างที่เก่งว่านะ มิตรแท้ เจอกันเมื่อพบความยากลำบาก


โดย: maximum IP: 202.12.73.13 วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:1:42:36 น.  

 
บทจะซึ้งก็เทห์ซะ
คิดถึง...น้องแสบ


โดย: meduza IP: 58.8.162.144 วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:8:50:24 น.  

 
อยากได้เมลพี่เก่งคับ

^^


โดย: note IP: 110.164.17.201 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:1:30:05 น.  

 
งืมๆ เพิ่งเข้าค่ายกลับมา เข้าใจความรู้สึกนั้นเหมือนกัน

เพื่อนๆดีมันหายากนะ บางคนอยู่ด้วยกันมานานว่าดีหนักหนาวันหนึ่งมันเสือกหักหลังเรา

กับบางคนเพิ่งเจอแต่พอได้อยู๋ด้วยก็รู้ว่าไอ้นี่แหละ มิตรภาพที่ไม่จอมปลอม


โดย: koki IP: 125.25.211.121 วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:13:12:23 น.  

 
ความผิดครั้งเดียว มันแทนความดีที่เพื่อนเคยทำมาได้หรอ

ทำไมชอบคิดกันแบบนั้นจัง

ถ้าเค้าหักหลังเรา แค่ครั้งเดียว แล้วความดีที่เค้าทำมาตลอดละ ไม่มีความหมายเลยหรอ


โดย: maximum IP: 113.53.12.97 วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:7:47:08 น.  

 
โอยยยย... กรู.... น้ำตาคลอ!


โดย: zardamon วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:23:22 น.  

 
ซึ้งว่ะตอนนี้

เพื่อนก็คือเพื่อน


โดย: wutskabirds IP: 110.49.190.205 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:0:18:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สันดานเสีย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ถึงสันดานกูจะเสียแต่รักจิงนะเว้ย..
Friends' blogs
[Add สันดานเสีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.