จิบชาชมดอกไม้ไปพลาง คุยกันเบาๆ ที่สวน..เจ้าแก้ว กังไส





Group Blog
 
<<
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
5 เมษายน 2556
 
All Blogs
 
เวียงนาคินทร์ ตอนที่ 40

ตอนที่ 40
ย้อนรอยกรรม



                  สาวงามผู้อาภัพนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง แววตาว่างเปล่าทอดไกลออกไปอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้นางมาลัยผู้มาดูแลนางแทนศรีดารามองด้วยความหดหู่ ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรหรือจะพยายามเจรจาความใดกับนางก็ไร้ซึ่งคำตอบรับกลับมา


                 “กุสุมาลย์...” มาลัยนั้นมีอายุมากกว่าแม่หญิงผู้อับโฉมหลายปี แม้มิได้มีรูปโฉมสราญตาเท่ากุสุมาลย์ก็ตาม แต่อย่างไรนางก็เป็นหญิงจึงสะท้านใจกับชะตากรรมของกุสุมาลย์ยิ่งนัก


                  “เจ้าหิวหรือไม่?” ความเงียบคือคำตอบ ราวกับว่าสนทนากับความว่างเปล่า ดวงหน้าซีกหนึ่งยังงามพิลาสหากอีกซีกหน้านั่นราวกับโดนไฟผลาญ


                 “ถึงไม่หิวก็กินเสียหน่อยนะ ถ้าเจ้าไม่กินอะไรเลย แล้วเมื่อไรจะหายเล่า” มาลัยยังหยอดคำเพิ่มกำลังใจให้ แม้รู้อยู่แก่ใจว่าแทบเป็นไปไม่ได้ก็ตามที ด้วยน้ำมิตรนี้ทำให้หญิงงามตอบเอ่ยตอบกลับมา ทว่าน้ำคำนั้นยิ่งน่าสะท้านใจ


                 “ข้าอยากตาย...” เสียงเครือเล็ดรอดมาจากริมฝีปากนาง พร้อมกับหยาดน้ำตาเม็ดแล้วเม็ดเล่าร่วงกราว


                 “กุสุมาลย์ อย่าได้พูดอัปมงคลเยี่ยงนั้น เดี๋ยวเจ้าก็หายแล้วอย่าคิดมากเลย” มาลัยขยับกายเข้าไปปลอบประโลม


                 “ข้าจะหายหรือไม่...จะหายหรือไม่” กุสุมาลย์พึมพำซ้ำไปมา สภาพของนางน่าสลดใจนัก

             
                 “หายสิ...เจ้าต้องหาย นะ...” มาลัยพลอยสะอื้นไห้ไปด้วย


                  กุสุมาลย์ร้องไห้อยู่ครู่ใหญ่ก็อ่อนเพลีย ว่าด้วยใจอันตรอมตรมอีกทั้งยังไม่ยอมรับประทานอาหาร มาลัยจึงพานางไปนอนพักบนตั่ง รอดูจนกระทั่งแน่ใจว่าหญิงงามหลับใหลไปแล้ว จึงค่อยย่องออกจากห้องพลางปาดน้ำที่หางตาทิ้ง


                 “เวรกรรมอะไรของเจ้ากันหนอกุสุมาลย์...”


                 ผู้ใดที่พบเห็นพระพี่เลี้ยงคนงามในขณะนี้ก็อดมิได้ที่จะหลั่งน้ำตาให้ทุกผู้ไป มาลัยเองก็เช่นกันนางทนอดกลั้นไม่ไหวจึงปลีกตัวออกมา แล้วไปพร่ำบ่นกับนางกำนัลอื่นในห้องเครื่อง


                 “ข้าสงสารนางนัก” พูดไปก็อดสะอื้นไห้มิได้


                “ไม่เอาน่าพี่มาลัย อย่ามาร้องไห้ ประเดี๋ยวก็พากันร้องไห้กันทั้งเรือนหรอก” เมื่อถูกเตือนนางก็เงียบเสียงลงไม่เอ่ยกล่าวอีก แล้วหันไปคว้ามีดปอกผลไม้มาช่วยงานในห้องเครื่องแทน แล้วไม่พูดไม่จากับผู้ใดอีก


                “เฮ้อ...ทำไมถึงมีแต่เรื่องกันหนอ กุสุมาลย์ก็คนหนึ่งแล้ว นี่พระเทวียังมาประชวรอีก ทรงเสวยอะไรไม่ได้เลย เสวยเท่าไรก็ทรงอาเจียนออกมาหมด จนไร้เรี่ยวแรงได้แต่บรรทมอยู่ นี่ท่านภูวิษะเป็นห่วงนักถึงขั้นเฝ้าพระเทวีด้วยองค์เองเทียว” หนึ่งในนางกำนัลรำพันขึ้นมา เป็นการเริ่มบทสนทนาให้ทุกนางพากันวิพากษ์


                “ท่านรักพระเทวีมากนะ” ความเห็นนี้สร้างรอยยิ้มค่อยปรากฏในวงสนทนาได้บ้าง หลังจากพบเรื่องหดหู่ใจมาหลายวัน


                “พระสวามีดูแลขนาดนี้ อีกไม่นานพระเทวีคงหายประชวร” บรรดานางกำนัลต่างชื่นชมภูวิษะเจ้ายิ่งนัก


                “พระเทวีก็ไม่ได้ทรงครรภ์ แล้วทำไมจู่ๆ ทรงประชวรแบบนี้ หรือว่าโดนใครทำคุณไสยฯ”


                 “เออนั่นสิ! ทรงมีพร้อมทุกสิ่งสิ้น ทั้งทรงโฉม ทั้งเฉลียวฉลาด อีกทั้งยังมีพระสวามีรูปงามที่ชาญศึกด้วย เป็นใครบ้างเล่าจะไม่อิจฉากัน”


                 “นั่นสิ...แล้วใครกันมันใจร้ายอย่างนี้” นางหนึ่งตอบรับด้วยเสียงห้วน อีกนางหนึ่งก็พูดต่อ


                “เห็นทีพระนางคงต้องไปบวงสรวงพญามหิทธราบดี ให้ทรงคุ้มครองให้หมดทุกข์หมดโศกหมดโรคหมดภัยกันเสียที”


                “คุณท้าวจันทร์หอมก็ว่าจะทูลท่านภูวิษะให้ไปบวงสรวง แต่นี่คงยังไม่มีโอกาสพูดกระมัง..”


               ”คงต้องเร่งให้คุณท้าวทูลท่านเสียแล้ว ชักช้าจะเสียการณ์ แค่นี้ก็แย่มากพออยู่แล้ว” พวกนางล้วนมีความเห็นไปในทางเดียวกัน


               ระหว่างนั้นเองเสียงอื้ออึงก็ดังมาจากเรือนพักของนางกำนัลมาถึงห้องเครื่อง เสียงนั้นอึกทึกนักเมื่อแรกก็จับความไม่ได้ พวกนางทั้งหลายจึงได้แต่ลุกขึ้นชะเง้อมองว่าเกิดสิ่งใดขึ้น


               “ใครก็ได้ช่วยที!!” เป็นเสียงนางกำนัลนางหนึ่งกรีดร้องดังขึ้น


              “ใครเป็นอะไร?” มาลัยขยับกายลุกขึ้นอีกผู้หนึ่ง ในใจเริ่มวิตกไปต่างๆ นานา


              “ช่วยด้วย กุสุมาลย์จะผูกคอตาย!!” เมื่อความเฉลยออกมาเท่านั้น ทั้งมาลัยและนางกำนัลทั้งปวงก็ลืมสิ้นกิริยาชาววังอันงดงาม ต่างพากันวิ่งไปยังเรือนพักทันที


               ภาพที่เห็นตรงหน้าคือนางกำนัลนางหนึ่งกำลังเยื้อร่างพระพี่เลี้ยงคนงามเอาไว้ไม่ให้ตกถึงพื้น ด้วยว่านางใช้เชือกผูกคอตนเองเข้ากับขื่อ คนทั้งหลายตกตะลึงไปชั่วอึดใจก่อนจะวิ่งกรูกันเข้าไปหาร่างหญิงงาม


               “กุสุมาลย์!!!”


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


               เพลานั้นทุกผู้คนพากันก้มหน้านิ่งมิมีผู้ใดกล้าสบนัยน์ตาอันเกรี้ยวกราดของนาคเจ้า โดยเฉพาะนางกำนัลชื่อมาลัยถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว


              “พวกเจ้าดูแลกุสุมาลย์อย่างไร ถึงปล่อยให้นางผูกคอตายได้!!”


                นางกำนัลทั้งหลายยิ่งพากันขวัญหาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสลดใจนัก แต่ไม่เท่ากับเกรงอาญาที่จะได้รับจากผู้เป็นนาย ภูวิษะเจ้ายามปกตินั้นพระทัยดีคำน้อยก็มิเคยตรัสตำหนิผู้ใด ทรงยกหน้าที่ควบคุมบริวารทั้งปวงให้แก่พระชายาทั้งสิ้น แต่มาครานี้นาคเจ้าพิโรธยิ่งนัก ยิ่งกริ้วสุรเสียงยิ่งดังข่มขวัญเหล่านางกำนัลยิ่งนัก


               “ยังดีที่นางไม่ตาย ใครเป็นดูแลนาง ไฉนทิ้งนางให้อยู่ตามลำพัง”


               “มะ..หม่อมฉันเองเพคะ” มาลัยรีบหมอบกราบเสียงสั่น


               “เจ้ารึ?” ดวงพักตร์งามสง่าบัดนี้บึ้งตึงไปด้วยความกริ้ว ศรีดาราเห็นดังนั้นก็กลัวราชภัยจะตกแก่มาลัย จึงโผเข้าไปหมอบกราบเคียงข้างนาง


               “หม่อมฉันเพคะ เป็นหม่อมฉันเองที่มีหน้าที่ดูแลพี่กุสุมาลย์” นาคเจ้าสดับแล้วยิ่งพิโรธ เพราะศรีดาราเป็นนั้นสนิทสนมกับกุสุมาลย์เป็นอันดี ไฉนจึงละเลยนางได้ถึงเพียงนี้


              “ตั้งสองคนยังปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นได้ พวกเจ้ามันสมควรโดนเฆี่ยน!”


              “ทะ..ท่าน ท่านราชบุตรเขยเพคะ ทรงกรุณาด้วย...” คุณท้าวจันทร์หอมเห็นเข้าก็รีบหมอบกราบลงอีกผู้หนึ่ง เมื่อทอดพระเนตรเห็นคุณท้าวผู้ชราสุรเสียงก็อ่อนลงบ้าง


              “คุณท้าว ข้ามิได้ลงโทษโดยปราศจากเหตุผล แต่พวกนางทอดทิ้งคนป่วยอย่างกุสุมาลย์ไว้คนเดียวมันถึงเกิดเรื่องอัปมงคลเยี่ยงนี้”


               “ท..ทรงโปรดด้วย กระหม่อมผิดเองเพคะ เป็นกระหม่อมเองที่ดูแลนางไม่ดี”


               “คุณท้าวอย่าได้ออกรับแทน”


              “มิได้เพคะ พระหม่อมสั่งให้แม่ศรีดาราไปถวายการดูแลพระเทวี...พระเทวีประชวรคงจะอยากได้นางคนสนิทไปรับใช้ใกล้เบื้องบาท หม่อมฉันจึงให้มาลัยไปดูแลกุสุมาลย์แทน..ละแล้ว...นาง..นาง” ถ้อยทูลถวายของคุณท้าวเริ่มสะดุดเพราะคิดหาเหตุผลที่จะลดความกริ้วของภูวิษะเจ้าลงมิได้


              “พี่มาลัย...ต้องลงมาช่วยห้องเครื่องเตรียมพระกายาหารเพคะ” ศรีดารารีบถวายความ


              “คนมีต้องเยอะแยะ จำเป็นด้วยหรือที่เจ้าต้องลงห้องเครื่อง” นาคตรัสถามดวงเนตรยังไม่ลดไฟพิโรธ


              “มะ...หม่อมฉัน หม่อมฉันเห็นว่ากุสุมาลย์หลับ ก็เลย...คิดว่าไปช่วยงานสักครู่ไม่คิดว่านางจะ...โฮ” มาลัยเอ่ยได้แค่นั้นแล้วก็ร้องไห้โฮเสียงดังออกมา


               “ไม่ว่าอย่างไรก็ถือว่าเจ้าก็ละทิ้งนาง หากไม่มีคนไปพบเข้า กุสุมาลย์มิตายไปแล้วรึ?”


              “อภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”


               “เจ้าสมควรถูกเฆี่ยนให้หลาบจำ มิเช่นนั้นจะไม่รู้ว่าการใดควรการใดไม่ควร” สุรเสียงกังวานก้อง ดวงเนตรกร้าวด้วยโทสะ จนนางกำนัลทั้งหลายเกรงอาญาจนตัวสั่นเทา


               “คุณท้าวเอาหวายเฆี่ยนนาง!”


               “เพคะ” คุณท้าวจันทร์หอมเห็นว่าหมดทางทัดทางจึงได้แต่รับคำ แล้วหันไปสั่งให้คนหยิบหวายมา


               “มาลัย...เจ้าขอบคุณในพระกรุณาเสียที่ทรงแค่สั่งเฆี่ยนเจ้า”


                “เป็นพระกรุณาเพคะ...” มาลัยสะอึกสะอื้นไปพลางกราบบาทขอบพระทัย


                 หวายในมือคุณท้าวง้าวขึ้นบนอากาศเตรียมจะฟาดลงมา คุณท้าวจันทร์หอมเม้มริมฝีปากจนเหยียดตรง ใจหนึ่งก็สงสารมาลัยอีกนัก แต่จำใจก็ต้องทำตามที่รับสั่ง นี่นับว่าดีเท่าไรแล้วที่มิสั่งเฆี่ยนศรีดาราไปพร้อมกันด้วย คุณท้าวชราพยักหน้าผู้ถูกลงทัณฑ์เตรียมตัวแล้วหวดหวายลงมา แต่ก่อนที่หวายจะกระทบหลังมาลัยสุรเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา


                “คุณท้าวหยุดนะ!!” สุรเสียงนั้นเป็นดั่งประกาศิตเรียกทุกผู้คนให้หันไปมอง ไม่เว้นแม้แต่มาลัยที่ก้มหน้าตัวสั่นอยู่


                “พระเทวี!!”


                 มหิตาเทวีเสด็จออกมาจากห้องบรรทมโดยมีปทุมมาประคองพระวรกายให้ ศรีดาราเห็นเข้ารีบคลานไปอยู่แทบเท้าพระนาง


                “เสด็จพี่เพคะ...” หยาดอัศสุชนทอดตัวคลออยู่บนดวงเนตรงาม


                “พี่กุสุมาลย์ยังไม่ตาย...นางปลอดภัยแล้ว ขออย่าได้ทรงโทษมาลัยเลยเพคะ เป็นน้องเองที่สั่งของหวานจากห้องเครื่อง นอกจากพี่กุสุมาลย์แล้วก็มีพี่มาลัยที่ทำขนมได้ถูกปากน้อง พวกนาง..แค่คิดจะปรนนิบัติให้น้องหายป่วยเท่านั้น จึงได้เผลอพลั้งไปบ้าง มิคาดว่าจะเกิดเหตุร้ายเช่นนี้ ดังนั้น..เป็นความผิดของน้องเอง...หากทรงกริ้วก็ลงโทษน้องแทนเถิดเพคะ”


                “มหิตา...” สุรเสียงขุ่นข้องไปด้วยโทสะเมื่อครู่คลายตัวลง ภูวิษะเจ้าดำเนินไปทรงโอบวรกายพระชายาเอาไว้


                “เจ้าไม่สบายลุกขึ้นมาทำไม?”


                “เสียงเสด็จพี่ดังออกปานนี้ ใครจะไม่ลุกขึ้นมาดูกันเล่าเพคะ” พระนางทูลอ้อนวอน “ตอนนี้พี่กุสุมาลย์ปลอดภัยแล้วเพคะ ไม่ได้เป็นอะไรมากอย่าทรงกริ้วเลย...แค่นี้ทุกคนก็ขวัญเสียกันหมดแล้ว” นาคเจ้าถอนพระทัย เพียงแค่เห็นหยาดอัศสุชลของพระชายา ดวงฤทัยก็อ่อนยวบ


                “พี่แค่อยากให้พวกนางหลาบจำ หาไม่จะบกพร่องเช่นนี้อีก”


               “น้องทราบว่าเสด็จพี่เป็นห่วงพี่กุสุมาลย์มากเพียงใด....” ถ้อยดำรัสนี้ตัดพ้ออยู่ในตัว แต่นาคเจ้ามิทันได้ขบคิด


               “มาลัย เจ้าไปได้ อย่าให้เกิดเรื่องอย่างวันนี้อีกเทียว” 


               “ขอบพระทัยเพคะ” นางถวายความเคารพแล้วรีบคลานออกไปให้พ้นพระพักตร์


                ภูวิษะเจ้าหาได้สนใจผู้ใดอีก ทรงประคองร่างพระชายาด้วยองค์เองแล้วเสด็จสู่ห้องบรรทม ทิ้งให้นางกำนัลทั้งหลายพากันทอดถอนหายใจ โดยเฉพาะคุณท้าวจันทร์หอม


                “เฮ้อ...เกือบไปแล้วไหมล่ะ มาลัย ทีหลังเจ้าอย่าทิ้งกุสุมาลย์ไว้คนเดียวอีกนะ”


               “ข้าไม่กล้าอีกแล้วล่ะเจ้าค่ะ” มาลัยสะอื้นไห้เนื้อตัวนางยังสั่นเทาไม่หาย


               “ทำไมเขาต้องโกรธขนาดนี้ด้วยนะ!!” เสียงนั้นแทรกขึ้นมากลางวง แต่ยังไม่มีผู้ใดเอะใจว่าเป็นเสียงของหญิงสาวจากอนาคต


               “นั่นสิ ทำไมทรงกริ้วขนาดนี้นะ?” หลายคนทวนประโยคคำถามของเคียงฟ้า โดยเข้าใจไปว่าเป็นเสียงของใครคนหนึ่งในพวกตนเอง มิได้คิดว่าเสียงนั้นปรากฏขึ้นโดยไม่มีผู้พูด


               “อยากจะโดนซ้ำหรือยังไง? ไปๆ แยกย้ายได้แล้ว แม่มาลัยเจ้าไปเฝ้ากุสุมาลย์ให้ดีเลย แล้วหาใครไปนั่งเฝ้าเป็นเพื่อนด้วยล่ะ เผื่อนางลุกขึ้นมาอาละวาดอะไรอีกคนเดียวจะจับไม่อยู่ โอย...ปวดหัวจริง”คุณท้าวยังสั่งความอีกยืดยาว แต่เคียงฟ้าไม่ได้สนใจจะฟังแล้ว


                ครึ่งวันมานี่หล่อนอยู่ในห้องบรรทมกับมหิตาเทวี คอยดูอาการประชวรแม้ไม่ชอบใจสิ่งที่พระนางกระทำแต่ถึงอย่างไรมหิตาเทวีก็คือตัวเธอเองในอดีตชาติ ความเวทนาจึงบังเกิดขึ้นมา อีกทั้งเห็นภูวิษะเจ้าคอยดูแลเอาใจใส่พระชายาถึงเพียงนี้หล่อนก็ยิ่งตำหนิความคิดมากของมหิตาเทวี จนกระทั่งมีเสียงเอ็ดตะโรเกิดขึ้นจึงพาร่างโปร่งแสงที่ไม่มีใครมองเห็นออกมาดูเหตุการณ์ภายนอก เหตุที่เกิดขึ้นน่าสลดความสงสารพระพี่เลี้ยงคนงามยิ่งทวีขึ้น แต่ในทางกลับกันก็นึกฉงนทำไมนาคเจ้าต้องพิโรธถึงเพียงนั้น


               “หรือ...ไม่ใช่แค่มหิตาคิดมากไปเอง…”


                แม้เรื่องราวในอดีตยังไม่คลี่คลายก็ตามที แต่หล่อนเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดกุสุมาลย์จึงผูกพยาบาท ตอนนี้เคียงฟ้าแน่แก่ใจแล้วว่า หญิงผู้ติดในบ่วงกรรม มิใช่มีเพียงแค่กุสุมาลย์เท่านั้น แต่ยังมีมหิตาเทวี..หรืออีกนัยหนึ่งตัวหล่อนเอง ช่างน่าเวทนานัก...



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



Create Date : 05 เมษายน 2556
Last Update : 5 เมษายน 2556 17:17:46 น. 3 comments
Counter : 1556 Pageviews.

 
แวะมาทักทายค่ะ อิอิ


โดย: มาโซคิส วันที่: 5 เมษายน 2556 เวลา:19:21:22 น.  

 
ไลค์ค่ะ อิอิ



โดย: lovereason วันที่: 5 เมษายน 2556 เวลา:23:32:50 น.  

 
ต่อเลยได้มั้ยยยย.

♬♬


โดย: ฝน IP: 115.164.128.22 วันที่: 14 เมษายน 2556 เวลา:8:29:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แก้วกังไส
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 51 คน [?]







ผลงานเขียนที่ผ่านมาค่ะ

รักนี้(แค้น)ต้องชำระ


Amethyst Sonata
เพลงรัก..ลิขิตหัวใจ



บาปปาริชาต

Blooper
Friends' blogs
[Add แก้วกังไส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.