เว็บเพื่อการเลี้ยงลูก,เว็บท่องเที่ยววังน้ำเขียว,สื่อสุขภาพ,ครอบครัวการเลี้ยงลูก,ทิปคอมพิวเตอร์
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
4 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
ลูกท้องเสีย การดูแลเด็กท้องเสีย

ท้องเสียหรือโรคอุจจาระร่วง เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็ก หากเด็กได้รับการดูแลรักษาที่ไม่เหมาะสม อาจเกิดอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนและทำให้เด็กเสียชีวิตได้ และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในภายหลังได้

สาเหตุของท้องเสียในเด็ก
- การติดเชื้อในลำไส้ ที่พบได้บ่อยคือเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส  ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนมักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella หรือ E.coli ส่วนทารกอายุมากกว่า 6 เดือนจะพบเชื้อไวรัส และที่พบได้บ่อยคือโรต้าไวรัสซึ่งเป็นมากในฤดูหนาว
- แพ้นมวัวหรืออาหาร เช่น อาหารทะเล ไข่ขาว ทารกขวบปีแรกมักพบอาการแพ้นมวัว มีอาการท้องเสียนานกว่าปกติร่วมกับมีผื่นแดงขึ้นที่แก้ม อาการจะเป็นๆหาย
- แพ้ยาปฏิชีวนะบางชนิด บางชนิด  เช่น amoxicillin, erythromycin
- ความผิดปกติแต่กำเนิด ของระบบการย่อยและการดูดซึมอาหาร
- อาการท้องเสียชนิด "เด็กยืดตัว" ข้อนี้ไม่น่าห่วงเด็กจะซนได้ปกติ กินได้ปกติ ซึ่งต่างจาก 5 สาเหตุแรก



อาการของโรค
อาการที่บอกว่าเด็กท้องเสีย คือ ถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายมีมูกเลือดปน 1 ครั้งขึ้นไป เด็กที่มีอาการท้องเสียอาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น มีไข้ อาเจียน โดยเฉพาะโรต้าไวรัส จะมีอาการอาเจียนมาก

ภาวะแทรกซ้อน
- ภาวะขาดน้ำ จากการเสียน้ำและเกลือแร่ทางอุจจาระและอาเจียน ทารกจะเกิดภาวะขาดน้ำได้ง่าย หากรุนแรงอาจทำให้ช็อก ไตวายและเสียชีวิตได้
- ภาวะขาดอาหาร หากท้องเสียนาน 1-2 สัปดาห์ ทำให้ขาดอาหาร และส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองได้
- การติดเชื้อลุกลาม เชื้อโรคในลำไส้บางชนิดลุกลามเข้ากระแสเลือดได้ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตราย หากรักษาไม่ทันอาจเสียชีวิตได้

ลักษณะของอาการขาดน้ำ

- ขาดน้ำเล็กน้อย ปากแห้ง กระหายน้ำ ร้องให้งอแง
- ขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรง ตาโหล ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมบุ๋ม ซึม กระสับกระส่าย ปัสสาวะน้อยลงและสีเข้ม อ่อนเพลียมาก ถ้ามือเท้าเริ่มเย็น ซีด แสดงว่าเริ่มมีอาการช็อก

การดูแล ป้องกันอาการขาดน้ำ
- การป้องกันภาวะขาดน้ำ ให้ดื่มน้ำที่ผสมสารละลายน้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอส ชดเชยในปริมาณ 2-3 ออนซ์ต่อการถ่ายเหลว 1 ครั้ง
- การรักษาและแก้ไขภาวะขาดน้ำ โดยการให้กินสารละลายน้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอสให้ได้มาก 4-6 ชั่วโมงแรก อาจใช้ช้อนตักป้อนเพื่อให้ค่อยๆ ดูดซึม
- การรักษาภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง แพทย์จะให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ เพื่อชดเชยน้ำ

การผสมน้ำตาลเกลือแร่
- น้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอสเป็นผงบรรจุในซอง หนึ่งซองผสมน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว 240 ซีซี มีชนิดรสผลไม้รวม หากเด็กไม่ยอมรับประทานอาจเปลี่ยนเป็นน้ำข้าวหรือน้ำต้มซุบใส่เกลือแทนก็ได้

การดูแลเรื่องอาหาร
- การให้กินอาหารที่เหมาะสม มีส่วนช่วยให้หายเร็วขึ้นและป้องกันการขาดอาหารด้วย ดังนั้นควรเลือกอาหารที่เหมาะสม ให้รับประทานครั้งละน้อยๆและให้บ่อยๆ เพื่อให้ลำไส้ค่อยๆย่อยและดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงร่างกาย หากให้อาหารเร็ว ลำไส้ย่อยและดูดซึมไม่ได้ก็จะมีอาการท้องเสียตามมาอีก
- เมื่อมีอาการท้องเสียให้ดื่มน้ำตาลเกลือแร่เพื่อชดเชยน้ำภายใน 4-6 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นจึงให้นม เด็กที่กินนมแม่ก็ให้กินนมแม่ต่อไป เด็กที่กินนมผสมให้ชงนมเหมือนเดิม ให้ปริมาณน้อยลงแต่บ่อยขึ้น เพื่อให้ได้รับสารอาหารในแต่ละวันอย่างพอเพียง  อาหารเสริม ควรให้อาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก งดอาหารย่อยยากโดยเฉพาะอาหารไขมันสูง งดน้ำผลไม้ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล



Create Date : 04 มิถุนายน 2556
Last Update : 4 มิถุนายน 2556 13:29:04 น. 1 comments
Counter : 28183 Pageviews.

 


โดย: fnhero125 วันที่: 25 เมษายน 2557 เวลา:21:54:27 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

fnhero125
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add fnhero125's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.