เมษายน 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
Myanmar - Day 2: Heading to Mandalay

15 MARCH 2014

ตื่นเช้ามาวันที่ 2 กับอากาศหนาวๆราว 17 องศาค่ะ
ไม่น่าเชื่อว่านี่คือ เดือนมีนาคม ที่ประเทศพม่า




เค้าว่าที่เมือง พยินอูลวิน นี่ อากาศจะหนาวๆแบบนี้ในช่วงตะวันตกดินค่ะ 
ส่วนกลางวันก็ร้อนเหมือนเดิม

เริ่มต้นเช้าวันนี้กันด้วย Home made breakfast ฝีมือเจ้าของเกสต์เฮ้าส์
หน้าตาเหมือนก๋วยเตี๋ยวนี่ล่ะค่ะ



รสชาติค่อนไปทางเค็มหน่อยๆค่ะ ใส่กระเทียมเจียว เนื้อไก่ และผักพม่าอีก 2-3 ชนิด 
คล้ายๆเฝอของเวียดนามเหมือนกันค่ะ

อิ่มแล้วก็ออกเดินทางไปเยือนที่แรกกันเลยค่ะ
เป็นโรงแรมร้อยปี สร้างตั้งแต่สมัยอังกฤษยังอยู่ที่นี่ค่ะ




สังเกตจากป้ายโรงแรม "Thiri Myaing Hotel 1904" บ่งบอกปีที่สร้างเลยค่ะ







บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวอังกฤษสมัยโบราณ อากาศเย็นๆ กับตึกสวยๆ
โรงแรมกำลังทำการบูรณะใหม่ แต่ถามๆเค้ามาเห็นว่าเปิดให้จอง ให้เข้าพักได้แล้ว
ราคาตกอยู่ราวๆ คืนละ 1 หมื่นบาทไทยค่ะ -*-

นอกจากนี้ ภายในบริเวณโรงแรม ยังตกแต่งด้วยต้นไม้ และซุ้มดอกไม้สีสันแปลกตามากค่ะ









ขอบอกว่าบรรยากาศดีสุดๆ ต้นไม้เขียวขจีทั่วโรงแรมเลยค่ะ
เสียดาย เมื่อวานที่ทีมงานเราไปเยือนนั้น โรงแรมยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ ก็เลยได้เห็นแค่ด้านนอกแค่นี้ค่ะ
ใครสนใจ อยากจะไปพักที่นี่ ก็ลอง search จาก agoda ดูได้ค่ะ เห็นว่ามีลงแล้ว

ออกจากที่โรงแรม 100 ปีมา ทีแรกเราวางแผนว่าจะเข้าไปชมอุทยานสวนดอกไม้
แต่เค้ามีการเก็บค่าเข้าคนละราวๆ 100 USD พวกเราก็เลยคิดว่าขอบายดีกว่า
เลยเดินไปเดินมา ถ่ายรูปกันด้านนอกแทนค่ะ




คนขับรถให้เราเหมือนรู้ใจค่ะ พาเราไปเที่ยวร้านขายดอกไม้ร้านนึง
เขาบอกว่า ที่นี่สวยมาก และมีกองถ่าย MV และละครของพม่ามาถ่ายทำที่นี่บ่อยมาก
สวยอย่างที่เขาว่าจริงๆแหละค่ะ



เป็นร้านขายดอกไม้ มีทั้งแบบเป็นต้น หรือเป็นเมล็ดพันธุ์ก็มีขายค่ะ






ในร้านเค้ามีเมล็ดพันธุ์ดอกไม้วางขายด้วยค่ะ เลยขอถ่ายรูปคนขายมาด้วย



เมล็ดพันธุ์ห่อนึง ราคาไม่กี่จ๊าด คุณแม่เลยจัดมาหลายพันธุ์เลย




ถ่ายภาพดอกไม้แบบซูมใกล้ๆ มาให้ชมค่ะ แอบดมดูด้วย สรุปว่าไม่มีกลิ่นค่ะ





ภาพสุดท้ายก่อนออกจากร้านดอกไม้ เป็นน้องสาวตัวดี อยากรู้อยากเห็น เลยลองสัมผัสต้นหิมะดูว่าจะเย็นหรือเปล่าค่ะ




ออกจากร้านดอกไม้ เจอรถม้าวิ่งอยู่ด้วย เลยวางแผนกันว่าจะไปนั่งบ้างค่ะ




ออกจากร้านดอกไม้ คนขับรถพาเราไปแวะที่สถานีรถไฟของเมืองพยินอูลวิน
ยังคงสภาพการออกแบบสไตล์อังกฤษไว้ค่ะ




ดูไปดูมา ก็หน้าตาคล้ายๆ สถานีรถไฟบ้านเราเนี่ยแหละเนอะ









สถานีรถไฟที่นี่ยังให้บริการปกตินะคะ เพียงแต่จะวิ่งวันละ 1-2 เที่ยวเท่านั้น
หลังจากหมดรอบรถไฟ ก็จะปิดทำการเลยค่ะ

มี 2 เส้นทาง คือ ทางแรกไปมัณฑะเลย์ และอีกเส้นทางคือตรงไปที่ ย่างกุ้ง ค่ะ





แล้วทีมงานเราก็ทยอยเดินทางไปที่ตัวเมืองพยินอูลวิน จุดใหญ่คือหอนาฬิกาค่ะ 




แอบถ่ายรถตำรวจกับเครื่องแบบตำรวจของพม่ามาด้วยค่ะ




วันนั้นเป็นวันหยุดของเรา แต่เหมือนเป็นวันเปิดเรียนของนักเรียนนายร้อยทหารของพม่า
เลยขอถ่ายรูปกับเครื่องแบบนักเรียนนายร้อยปี 2 สักหน่อย




ถึงตรงนี้ ก็เริ่มเรียกรถม้าค่ะ ตั้งใจจะให้วนไปรอบเมือง แล้วค่อยไปส่งที่เกสต์เฮ้าส์ค่ะ
มีหลายสีให้เลือก พยายามจะเลือกคันที่สวยๆหน่อยค่ะ




ฝั่งตรงข้าม มีร้านตัดผมแบบโบราณของพม่า ภายในเป็นแบบนี้ค่ะ




กลับมาเลือกรถม้ากันต่อ สรุปว่าได้คันนี้ค่ะ




แล้วเราก็เรียกรถม้านั่งวนไปรอบ ๆ
ก่อนจะให้รถม้าไปส่งที่หน้าเกสต์เฮ้าต์ค่ะ




ขึ้นไปนั่งข้างบนเลยก็ได้ คนบังคับเค้าก็จะนั่งข้างๆเราค่ะ
บรรยากาศรอบๆ ก็สวยงามแบบต่างจังหวัดค่ะ




แล้วรถม้าก็มาส่งเราที่หน้าเกสต์เฮ้าส์เป๊ะๆเลยค่ะ



ค่ารถม้า ราคาราวๆ 60 บาทไทยค่ะ (ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ 1500 จ๊าดค่ะ)
จากตรงนี้ พวกเราก็เช็คเอาท์ และเตรียมออกเดินทางมุ่งหน้าตรงไปที่เมืองมัณฑะเลย์ 
อีกจุดหมายนึงของพวกเราค่ะ
มื้อกลางวัน แวะทานที่ร้านอาหารไทย ชื่อร้าน ต้มยำกุ้ง ค่ะ



ได้เจอกับเจ้าของร้านเป็นคนไทย มาเปิดร้านอาหารที่พม่าค่ะ 
รสชาติอาหารใกล้เคียงกับรสชาติของเมืองไทยมากค่ะ อร่อยๆ

จากตรงนี้ เรามุ่งหน้าตรงมาเช็คอินที่ โรงแรมของพวกเราชื่อ Hotel Yadanarbon ค่ะ
น่าจะดังเหมือนกัน เพราะเห็นมีคนไทยมาพักกันเยอะ
โรงแรมสวย สะอาด ใช้ได้เลยค่ะ ถือว่าคุ้มราคาทีเดียว

เมื่อเก็บสัมภาระเรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เป็น ไฮไลท์ของงานนี้ค่ะ

พระราชวังมัณฑะเลย์ ค่ะ



กำแพงหน้าทางเข้าพระราชวังค่ะ ทุกคนต้องแวะซื้อตั๋วตรงนี้ก่อน แล้วค่อยเข้าไปค่ะ
ทีมงานเราซื้อแบบเที่ยวได้ทั่วทุกที่ของโบราณสถาน แบบเหมาๆค่ะ

จากจุดนี้ สามารถมองไปเห็นภูเขามัณฑะเลย์ได้ค่ะ (Mandalay Hill)








หน้าประตูทางเข้าค่ะ พระราชวัง และวัดของที่นี่ส่วนใหญ่จะให้ถอดรองเท้า แล้วถือเข้าไปค่ะ
เตรียมรองเท้าแตะไปเพื่องานนี้ได้เลยค่ะ ถ้าใส่รองเท้าที่ถอดยากๆ ก็จะลำบากนิดนึงค่ะ
ส่วนถุงเท้า ถอดดีกว่าค่ะ ไม่งั้นคงดำจนต้องทิ้งกันเลยทีเดียว



เข้ามาด้านใน มีหลายส่วนค่ะ แบ่งเป็นตำหนัก แต่ละฤดู แล้วก็ตำหนักของมเหสี และสนมแต่ละองค์ค่ะ








ตึกนี้เป็นหอคอยที่เล่ากันว่า พระเจ้ามินดงกับพระมเหสีสร้างไว้เพื่อส่องดูข้าศึกจากนอกกำแพงเมืองค่ะ




นี่คือ รูปจำลองของพระเจ้ามินดง กษัตริย์องค์สุดท้ายของพระราชวังมัณฑะเลย์ ก่อนเสียราชธานีค่ะ



ออกจากพระราชวังมัณฑะเลย์ เรามุ่งหน้าไปอีกที่นึง ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงอีกที่นึงของเมืองนี้

วิหาร ชเวนันดอร์ ค่ะ









ข้างๆวัด มีของที่ระลึก จำพวกทองเหลืองขาย ตลอดทาง
คนขายเดินตามจริงจัง อย่าเผลอไปสบตาเชียว 555+

จากวิหารชเวนันดอร์ เรามุ่งหน้าตรงไปที่ภูเขามัณฑะเลย์ หรือ Mandalay Hill 
พื่อหวังจะชมพระอาทิตย์ตกกันที่นั่นค่ะ

หน้าทางเข้าเป็นแบบนี้ค่ะ



น่าตื่นเต้นตรงที่ทางขึ้นมีบันไดเลื่อน และลิฟต์ด้วยค่ะ ไม่งั้นขึ้นกันแฮ่กน่าดู
เด็กๆชอบใจกันใหญ่




ด้านบนสวยมาก มีวัด และสถาปัตยกรรมสีสดใส ตระการตามากค่ะ








ปิดท้ายด้วยภาพวิวจากด้านบนค่ะ สรุปว่า วันนั้นชวดพระอาทิตย์ตก 
ไม่ได้ดู เพราะเค้าบอกว่ามีฝุ่นเยอะเกินไปค่ะ มองไม่เห็น เลยอดค่ะ



ก่อนจะหมดวันนี้ไป ขอแนะนำ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ของมัณฑะเลย์
ชื่อห้าง Diamond Plaza ค่ะ
เหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตบ้านเราค่ะ วันนี้เราฝากท้องด้วยอาหารที่นี่ 
และแวะมาซื้อมาม่าพม่า ยี่ห้อ MAMEE ไปลองด้วยค่ะ



เจอกันตอนต่อไป ทริปมัณฑะเลย์วันที่ 3 ค่ะ



จิ้มที่รูปแล้วกดติดตามได้เลยฮับ







Create Date : 10 เมษายน 2557
Last Update : 19 กันยายน 2558 18:51:23 น.
Counter : 415 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BabyInk
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



::MULTI-JOBBER GIRL::

:Writer
:Blogger
:Traveler
:Wormbook
:Acting Coach
:MC
:Swimmer
:Runner
:Navin Tar Official Fans

New Comments