Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
เค้กฝอยทอง...เค้กสวัสดีปีใหม่ให้เพื่อนที่ทำงาน

เค้กสวัสดีปีใหม่ที่ตั้งใจทำให้กับเพื่อนที่บริษัท ต้องใช้ถาดใหญ่ขนาด 10 x 10 นิ้วเลย ตัดแบ่งเป็นชิ้นได้แถวละ 6 จะได้ทั้งหมด 36 ชิ้น ไม่ได้ทำเค้กฝอยทองนานมากเลย แต่คราวนี้เพื่อน ๆ เรียกร้องเลย ตัดสินใจทำเป็นเค้กสวัสดีปีใหม่ให้เลย...

คราวนี้เราอบแบบไม่ได้รองน้ำ เนื่องจากว่าหาถาดที่มีขนาดใหญ่กว่าพิมพ์ที่ใช้อบไม่ได้ เลยต้องใช้วิธีอบเค้กให้สุกก่อนแล้วค่อยโรยฝอยทองบนหน้าเค้ก เราใช้สปองจ์เค้กในการทำเค้กฝอยทองนะคะ 

ส่วนผสมเค้กฝอยทอง (3 ปอนด์)

 1 แป้งเค้ก (ตราพัดโบก หรือ บัวแดง)  100 กรัม 
 2 ผงฟู  3/4 ช้อนชา 
 3 น้ำตาลทราย  120 กรัม 
 4 เกลือ 1/2 ช้อนชา 
 5 น้ำเปล่า  40 กรัม 
 6 นมข้นจืด  30 กรัม 
 7 ไข่ไก่ (เบอร์ 0)  3 ฟอง
 8 เนยสดละลาย รสเค็ม  70 กรัม 
 9 สารเสริม SP   10 กรัม
 10 กลิ่นวานิลา  1 ช้อนชา 

***ฝอยทอง ตามปริมาณที่ต้องการ ต้องการหนา ๆ ก็ใส่เยอะ ๆ หน่อย*** เราใส่ทั้งหมด 20 แพ เป็นแพขนาดเล็ก แพละ 10 บาท ถ้าใครซื้อแพใหญ่ก็อาจจะลดปริมาณลงได้

หมายเหตุ เนื่องจากว่าเราใช้ถาดสี่เหลี่ยมขนาด 10x10 นิ้ว ขนาดประมาณ 6 ปอนด์ ดังนั้นต้องเพิ่มสูตรเป็นสองเท่าตัว (ผงฟูสองเท่าจะเท่ากับ 1 + 1/2 ช้อนชา)

วิธีทำ

ตัดกระดาษไขรองก้นพิมพ์ ไม่ต้องทาไขมันใด ๆ ทั้งสิ้น... หลังจากนั้นให้วอร์มเตาอบใช้ไฟบน-ล่าง 180 องศาเซลเซียส (ของเราเลือกอบแบบไม่ใช้พัดลม เป็นไฟบน-ล่างธรรมดา)

หมายเหตุ ไม่ต้องตัดกระดาษไขรองด้านข้างพิมพ์ก็ได้นะคะ พอดีเราไม่แน่ใจว่าประมาณเค้กที่ได้จะล้นสูงกว่าถาดหรือไม่ เลยใช้กระดาษสูงเพื่อกันตัวเค้ก แต่พอลองเอาไปอบแล้ว ปริมาณเนื้อเค้กพอดีกับพิมพ์เลยค่ะ เลยไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษไขรอง

ร่อนแป้งและผงฟู 2 ครั้ง แล้วพักไว้

ใส่กลิ่นวานิลาลงไปผสมกับนมข้นจืด แล้วพักไว้

ละลายเนยสด ทิ้งไว้ให้พออุ่น ไม่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป เพราะจะมีผลต่อตัวเค้ก

หมายเหตุ เวลาเราละลายเราจะไม่ละลายให้ก้อนเนยละลายทั้งหมด จะเหลือให้เป็นก้อนบ้างบางส่วน (อย่างในรูป) แล้วค่อยใช้ช้อนละลายข้างนอกโดยใช้ความร้อนของเนยที่ยังมีอยู่ในการละลายแทนการใช้ไฟ พอถึงเวลาที่จะต้องเทลงในเนื้อเค้ก ส่วนใหญ่จะมีความร้อนพอดี แต่ก่อนที่จะเทควรจะตรวจสอบความร้อนก้อนก็ดี เพราะถ้าความร้อนมากเกินไป จะทำให้ไข่ที่เราตีไว้ยุบตัว หรือถ้าเนยเย็นไปจะทำให้เนื้อเค้กเป็นไต ไม่ฟู

ใส่ไข่ + น้ำตาล + น้ำเปล่า + เกลือ ลงไปในโถผสม แล้วเอาสารเสริม SP ปาดที่หัวตะกร้อ ตีให้น้ำตาลละลาย โดยใช้ความเร็วปานกลาง ใช้เวลาในการตีขั้นตอนนี้ประมาณ 5 นาที

ลืมถ่ายรูปไข่ที่ตีหลังจากครบ 5 นาทีไว้ ตัวเนื้อไข่ที่ตีได้จะขึ้นฟู แต่ไม่ข้นนะคะ เพราะเราใส่น้ำลงไปด้วย ทำให้ตัวเนื้อไข่ที่ตีได้จะฟูแต่เหลว จะไม่เหมือนกับการตีไข่กับน้ำตาลอย่างเดียว

ให้เปลี่ยนความเร็วเป็นต่ำ แล้วใส่แป้งที่ร่อนไว้แล้วทั้งหมดทีเดียวเลย แล้วตีด้วยความเร็วต่ำไปประมาณ 1 นาที แล้วให้ใช้พายพลาสติกปาดตามขอบอ่างผสม

หลังจากนั้นให้เปลี่ยนเป็นความเร็วปานกลาง ตีต่ออีก 6 นาที เพื่อให้ส่วนผสมข้นฟู และเหนียว (เหมือนในภาพ)

ปาดขอบอ่างผสมอีกครั้ง แล้วตีเค้กด้วยความเร็วต่ำอีก 1 นาที แล้วให้ใส่นมข้นจืดผสมกลิ่นวานิลาลงไป

 แล้วตามด้วยเนยสดละลาย (อย่าลืมตรวจสอบความร้อนก่อนเท) โดยใช้วิธีการเทให้เป็นสายลงไป แต่ถ้าใช้ที่ตีแบบมือถือให้ทะยอยใส่เนยสดละลายโดยการตักใส่ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ

หลังจากนั้นให้ปาดขอบอ่างอีกครั้ง แล้วตีด้วยความเร็วต่ำต่อจนกระทั้งเนื้อเค้กเนียน ไม่มีฟองอากาศ

หลังจากนั้นให้ใช้พายพลาสติกค่อย ๆ ปาดจนถึงก้นอ่างผสม จนกระทั่งมั่นใจว่าส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้ากันดีแล้ว เนื่องจากบางครั้งอาจจะยังมีส่วนผสมของเนยละลายที่ยังไม่ผสมจนเข้ากันดีกับเนื้อเค็ก

เทส่วนผสมลงในพิมพ์ แล้วค่อย ๆ ใช้พายพลาสติกเกลี่ยตัวเนื้อเค้กให้ทั่ว อย่าลืมใช้พายพลาสติกค่อย ๆ ไล่อากาศของเนื้อเค้กออก โดยการยกพายพลายติกขึ้น ๆ ลง ๆ ให้ทั่วพิมพ์

ให้เคาะก้นพิมพ์เบา ๆ เพื่อไล่อากาศออกอีกครั้ง ก่อนที่จะนำเค้กเข้าอบ ด้วยไฟบน-ล่าง 180 องศาเซลเซียส (เรื่องความร้อนในการอบ ให้ตรวจสอบเตาของแต่ละท่านด้วย เพราะอาจจะได้ผลไม่เหมือนกัน) ใช้เวลาในการอบ 35 นาที หลังจากนั้นให้ลดไปลงเหลือ 150 องศาเซลเซียส เปลี่ยนเป็นไฟบนอย่างเดียว (ไม่ใช้พัดลม) แล้วอบต่ออีก 10 นาที (เวลาที่ใช้ในการอบทั้งสิ้น 45 นาที) 

ปกติแล้ววิธีการอบเค้กฝอยทองนั้นจะใช้วิธีการอบโดยใช้น้ำ แต่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าพิมพ์ของเราค่อนข้างใหญ่ ทำให้หาถาดที่ใหญ่กว่ามาใส่น้ำเพื่อใช้ในการอบไม่ได้ เลยต้องอบด้วยวิธีปกติ แต่ถ้าใครต้องการอบด้วยน้ำให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

การอบด้วยน้ำ

  • ก่อนที่จะเทเค้กที่ผสมได้ลงไปในพิมพ์ให้เอาฝอยทองที่ยีจนขึ้นฟูดีแล้วใส่ลงไปที่ก้นพิมพ์ แล้วกดให้ฝอยทองแน่น เรียบเท่ากันทั้งพิมพ์ ปริมาณของฝอยทองขึ้นอยู่กับราว่าต้องการหนาขนาดไหนนะคะ
  • เทเค้กที่ผสมลงไปบนฝอยทอง เกลี่ยเค้กให้ทั่ว เรียบเท่ากันทั้งพิมพ์ ใช้พายพลาสติกค่อย ๆ ไล่อากาศให้ทั่วพิมพ์ด้วย
  • ให้เอาถาดที่มีขนาดใหญ่กว่า พิมพ์ที่จะอบ แล้วเทน้ำร้อนลงไปในถาดรองประมาณ 1 ซ.ม. แล้วค่อยวางพิมพ์ที่ใส่เค้กลงไปในถาดที่รองด้วยน้ำร้อน (ถ้าใครใช้ถาดที่น้ำสามารถเข้าไปในเค้กได้ แนะนำให้ใช้กระดาษฟอยด์ ห่อที่ก้นของถาดเค้กก่อนที่จะวางลงบนถาดที่รองน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าเค้กได้)
  • เอาเข้าอบด้วยไฟบน-ล่าง 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 35 นาที แล้วลดไฟลงเหลือ 150 องศาเซลเซียส เปลี่ยนเป็นไฟบนอย่างเดียว อบต่ออีก 10 นาที

หมายเหตุ ตอนที่อบไป 35 นาทีแรกที่อบ ตัวเค้กตรงกลางจะนูนสูงขึ้น แต่พออีก แต่พอเราลดไฟลง แล้วอบอีก 10 นาที ตรงกลางที่นูนจะค่อย ๆ ยุบตัวลงเอง

 

เมื่อเค้กสุกดีแล้วให้เอาเค้กออกมาจากเตาอบ แล้วให้กระแทกบนโต๊ะ 1 ครั้ง เพื่อให้ตัวเค้กอยู่ตัว แล้ววางเค้กบนตะแกรง ทิ้งไว้จนกระทั้งเค้กเย็นตัวดี

ปกติแล้วใช้เวลา 45 นาที เค้กก็จะสุกดีทั้งหมด แต่ถ้าไม่มั่นใจให้ตรวจสอบว่าเค้กสุกดีหรือยังโดยการใช้ไม้ปลายแหลมแทงลงไปตรงกลางเค้ก แล้วยกขึ้นมา ถ้าไม่มีเศษเค้กติดมาก็แสดงว่าเค้กสุกดีแล้ว หรือ อาจจะสังเกตุได้จากขอบของตัวเค้ก ถ้าขอบเค้กร่อนออกจากขอบพิมพ์แสดงว่าเค้กสุกแล้ว

เนื่องจากเราไม่ได้ใช้วิธีอบแบบใช้น้ำ เลยต้องมีขั้นตอนถัดมาคือการโรยฝอยทองบนหน้าเค้ก เราใช้ฝอยทองทั้งหมด 20 แพ และเพื่อให้ตัวฝอยทองเกาะดีกับตัวเค้ก ไม่หลุดง่าย เลยต้องใช้ตัวช่วย นั่นคือน้ำเชื่อม (เราขอมาจากร้านขายฝอยทองมาเล็กน้อย) เราเอาน้ำเชื่อมค่อย ๆ ผสมรวมกับฝอยทองที่ยีไว้ เพื่อให้ตัวฝอยทองมีความชุ่มชื่นมากขึ้น

หลังจากผสมฝอยทองที่ยีกับน้ำเชื่อมแล้ว ก็นำมาโรยให้ทั่วเค้ก

หลังจากนั้นให้ใช้ถาด หรือ ภาชนะอื่นใดก็ได้ มาทับลงบนเค้ก เพื่อให้ฝอยทองเกาะกันแน่นขึ้นและเรียบขึ้น ยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งแน่นสวยค่ะ แต่อย่าลืมหล่อน้ำทิ้งไว้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้มดเข้ามารบกวนขนมเค้กของเรา

เราใช้ถาดที่มีขนาดเดียวกัน เพราะหาใหญ่กว่าไม่ได้แล้วมาทำถาดลองโดย เอาถาดที่เล้กว่า ถาดรองและถาดเค้กมาวางลงตรงกลางถาดรองที่ใส่น้ำไว้ แล้วค่อยวางถาดเค้กลงไป ก็ทำให้มดเข้าขนมไม่ได้แล้ว

ตัวฝอยทองยังไม่แน่นดีเลย แต่มันดึกแล้ว เลยต้องเอาออกมาตัดก่อน เพราะถ้ารอตัดพรุ่งนี้เช้าไม่ทันไปทำงานแน่ เราเริ่มทำเค้กฝอยทองตอน 6 โมงเย็น เลยไม่สามารถรอได้ ต้องเอามาตัดก่อน เลยทำให้ตัวฝอยทองดูไม่ค่อยแน่นเลย

แต่พอเราแก้ไขโดยเมื่อเอาออกมาตัดแล้ว เราก็เรียงกลับเข้าไปที่ถาดที่ใช้อบ แล้วเอาอีกถาดที่เล็กกว่ามาทับอีกครั้ง แล้วทิ้งค้างคืนไว้เลย พอตอนเช้าก็ยกไปให้เพื่อน ๆ ทานได้เลย เพราะตัดไว้หมดแล้ว

ส่วนฝอยทองความหนามันน้อยไป เนื่องจากปกติที่เราซื้อฝอยทองจากร้านประจำ ใช้แค่ 10 แพ สำหรับ 3 ปอนด์ ก็จได้ฝอยทองหนามาก แต่ไม่ได้ซื้อฝอยทองของที่ร้านนี้นานพอสมควร เลยไม่ได้ดูว่าแพมันเล็กลงเยอะมาก เกือบเท่าตัวเลย เสียดายไม่สามารถกลับไปซื้อเพิ่มได้เพราะมืดแล้ว  




Create Date : 24 ธันวาคม 2555
Last Update : 25 ธันวาคม 2555 0:18:09 น. 16 comments
Counter : 14974 Pageviews.

 
เจิม

Merry X'Mas ครับ
ขอให้มีความสุขนะครับ


โดย: panwat วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:2:09:17 น.  

 
Merry X'Mas เช่นกันค่ะ คุณ panwat และทุกท่านที่แวะเข้ามานะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:6:18:56 น.  

 
Merry X' Mas ค่ะ ไส้ตูมน่าทานค่ะ


โดย: never the last วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:7:19:52 น.  

 
LIKE


เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มแล้ว

Merry Christmas & Happy New Year



โดย: deco_mom วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:10:47:31 น.  

 
น่าทานจังเลยค่ะ สามีชอบทานมากๆเลยค่ะ ทำเก่งจัง


โดย: นู๋น้ำปั่นอันดับหนึ่ง วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:14:13:59 น.  

 
Happy New year ค่ะทุกคนที่เข้ามาชมบล๊อคเลยนะคะ

คุณนู๋น้ำปั่นอันดับหนึ่ง ที่บ้านเราทั้งคุณพ่อและคุณหลานก็ชอบทานกันค่ะ หลานนี่มานั่งเกาะอยู่หน้าเตาอบเลยค่ะ บอกว่าหอมจัง ๆ ทานได้หรือยัง....


โดย: EskimoPie วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:8:23:58 น.  

 
พอเวลาอบเค้กอะค่ะ ใช้เวลาตามที่บอกแล้วเค้กไม่สุกเลย ใช้เตาอบของ Zanussi 30 ลิตรค่ะ แล้วก็มีเทอร์โมมิเตอร์ อุณหภูมิก็ตามสูตรเลยค่ะ แต่ไม่เคยสุกเลย กว่าจะสุกแบบไม่ติดไม้จิ้มฟันก็2 - 3 ชั่วโมงเลย แบบนี้ผิดปกติป่าวคะ กลุ้มใจมากๆค่ะ


โดย: สอบถามหน่อยคะ IP: 171.101.140.22 วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:2:32:49 น.  

 
เรื่องเวลาในการอบนั้น ต้องบอกเลยค่ะว่า ขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละบ้านจริง ๆ ค่ะ ต้องศึกษาเตาอบของแต่ละท่าน เพราะแต่ละเตาความร้อนไม่เท่ากันจริง ๆ ของเราก็มี 2 เตาแบบ 2 ยี่ห้อ ถ้าใช้ไฟ 180 ของยี่ห้อหนึ่งจะต้องใช้ไฟสูงกว่าในการอบ แต่พอใช้เครื่องที่อบประจำก็จะใช้ไฟอีกแบบหนึ่ง ที่สำคัญอยู่ที่ตอนอบนั้นใช้ฟังค์ชั่นที่มีพัดลมหรือไม่ เพราะมันจะได้ความร้อนต่างกันเลยค่ะ อย่างเวลาเราใช้ความร้อนที่ 180 องศาโดยเปิดพัดลมด้วย มันจะร้อนกว่าแบบไม่มีพัดลม

ถ้าใช้เวลานานเป็น 2 - 3 ชั่วโมงนี้มันผิดปกติจริง ๆ ค่ะ แนะนำให้เพิ่มอุณหภฺมิขึ้นไปอีก ซักประมาณ 190 องศาดูนะคะ แต่ต้องคอยระวังด้วย ถ้าเริ่มสุกแล้วให้ปรับความร้อนลง หรือถ้าร้อนไปให้รีบปรับระดับลง พอเรารู้แล้วว่าเตาของเราต้องใช้ไฟอย่างไร คราวต่อไปก็ไม่ต้องมาคอยดูบ่อย ๆ นัก

หลายครั้งที่เวลาเราไปดูสูตรของคนอื่นซึ่งเขาระบุว่าใช้ไฟเท่านี้ ถ้าทดลองทำสูตรนั้นครั้งแรกเราจะคอยสังเกตุเค้กของเราเป็นระยะชนิดถี่เลยค่ะ ถ้าเราเห็นว่ามันนานผิดปกติ หรือเริ่มสีเข้มขึ้น เราจะรีบทำการปรับความร้อน พอครั้งต่อไปเราจะรู้เลยว่าสูตรนั้นต้องใช้ไฟแรงเท่าไร เพื่อให้เหมาะกับเตาอบของเรา

อย่าเพิ่งท้อนะคะ แรก ๆ ที่เราหัดทำก็กลุ้มเหมือนกันค่ะ กว่าจะรู้ใจเตาอบของตัวเอง เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: EskimoPie วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:20:04:47 น.  

 
อีกอย่างค่ะ เรื่องของเวลาในการอบ มันไม่จำเป็นต้องเหมือนกับเจ้าของสูตรนะคะ อย่างที่บอกมันขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละบ้านจริง ๆ


โดย: EskimoPie วันที่: 25 มกราคม 2556 เวลา:20:07:52 น.  

 
คือว่าหนูลองเปิดเตาอบสูงสุดที่ 230 C เลยค่ะแบบว่าโมโหเค้กสุก 2 ชั่วโมงกว่า ปรากฏว่าเทอร์โมมิเตอร์วัดได้ที่ 160 เองคะ อย่างนี้เตาเสียป่าวค่ะ ใช้เตา Zanussi 30 ลิตร


โดย: yong IP: 115.87.177.70 วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:16:08:19 น.  

 
คุณ yong

ถ้าเปิดเตาที่ 230 C แต่ความร้อนได้แค่ 160 C นี้มันผิดปกติอย่างมากเลยค่ะ น่าจะลองปรึกษาช่างให้ตรวจสอบดูนะคะ


โดย: EskimoPie วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:19:34:55 น.  

 
ลองทำทั้งวัน ไม่ได้เลยค่ะ อัดฝอยทองจนแน่นแล้ว พออบแบบใช้น้ำ มีเนื้อเค๊กลงมาเป็นไต ให้เห็น เวลาคว่ำออกมาเห็นเยอะ และเค๊กไม่ขึ้นฟูเลย ทำไงดีคะ


โดย: อารยา สุขฤทัย IP: 58.11.139.235 วันที่: 7 มีนาคม 2556 เวลา:11:12:29 น.  

 
คุณอารยาค่ะ

ที่เค้กเป็นไต น่าจะเกิดจากเนยละลายไม่อุ่นพอค่ะ มันจะเป็นสาเหตุทำให้เนื้อเค้กเป็นไต และไม่ขึ้นฟูดี เนยละลายควรจะอุ่นค่อนไปทางร้อน ลองเอาเนยหยดลงบนหลังมือ ถ้าไม่สะดุ้ง ก็คือว่าใช้ได้ค่ะ แต่ถ้าลองหยดลงบนหลังมือแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย แสดงว่าเนยละลายเย็นเกินไปค่ะ มันจะทำให้

ส่วนอีกข้อคือเรื่องอุณหภูมิของเตาอบ ก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน ตบอบของแต่ละบ้านจะไม่เหมือนกัน เราต้องรู้ใจเตาอบเราก่อนว่าความร้อนดีขนาดไหน ถ้าใช้อุณภูมิที่เราบอกไว้แล้วมันทำให้ไม่ขึ้นฟู เค้กเป็นไตที่ด้านล่าง แสดงความเราต้องเพิ่มอุณหภูมิเตาอบของเราให้สูงขึ้นค่ะ

อีกสาเหตุหนึ่งค่ะ คือผสมส่วนผสมยังไม่เข้ากันดี อันนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งด้วยค่ะ

คราวนี้ลองใหม่นะคะ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ กว่าเราจะทำได้ดีทุกครั้งเหมือนปัจจุบัน เราก็เคยล้มเหลวมาก่อนค่ะ

สรุป

1. ให้เช็คอุณหภูมิของเนยละลาย จะต้องอุ่นค่อนไปร้อน แตะหลังมือ หรือ นิ้วจุ่มลงไปแล้วไม่สะดุ้งเป็นใช้ได้

2. อุณหภูมิที่ใช้ในการอบร้อนพอหรือไม่ ลองใช้เทอร์โมมิเตอร์ตรวจสอบอุณหภูมเตาอบดูก็ได้ค่ะ เราก็ใช้ ที่สำคัญอย่าเปิดเตาอบบ่อย เพราะจะทำให้อุณหภูมิลดลง เค้กจะไม่ขึ้นฟูดี

3. ส่วนผสมต้องผสมเข้ากันดี ก่อนที่จะเทลงพิมพ์


โดย: EskimoPie วันที่: 7 มีนาคม 2556 เวลา:23:00:20 น.  

 
ขอบคุณ ที่ตอบและให้กำลังใจ
คราวหน้าจะทำทุกข้อเลยค่ะ สงสัยว่าจะเป็นที่ความร้อนของเตาอ่ะค่ะ เพราะเนยและการตี เราว่าทำดีเป๊ะ จะลองใหม่
แล้วจะรายงานนะคะ


โดย: อารยา สุขฤทัย IP: 124.120.68.71 วันที่: 22 มีนาคม 2556 เวลา:10:06:33 น.  

 
อยากทำบ้างแต่อุปกรณ์ไม่พร้อม


โดย: น้อง IP: 110.77.231.187 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:03:20 น.  

 
พอจะเช็คได้มั่ยคะว่าเนยอุ่นค่อนร้อน อุณหภูมิประมาณเท่าไหร่


โดย: ญ IP: 180.183.179.119 วันที่: 29 กรกฎาคม 2559 เวลา:23:55:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

LcWitch
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]






New Comments
Friends' blogs
[Add LcWitch's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.