Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
19 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
หอยเชลล์ย่างรสเด็ดในฝาหอย (Grill scallops in the half shell)

หอยเชลล์ย่างในฝาหอย เป็นเมนูที่ตั้งท่าจะทำมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำซักที ที่อยากทำเนื่องจากว่า ไปติดใจหอยเชลล์ย่างเนยที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ไปทีไรต้องซื้อมาอย่างน้อย 4 กล่องทุกครั้ง ทานตั้งแต่กล่องละ 20 บาท จนปัจจุบันกล่องละ 50 บาท พอเป็นกล่องละ 50 บาท ก็ซื้อแค่ 2 กล่องและก็นาน ๆ ครั้งซื้อด้วย แค่พอให้หายอยาก

คราวนี้ได้มีโอกาสไปซื้อกุ้งแม่น้ำที่สะพานปลาที่อ่างศิลา เลยถือโอกาสซื้อหอยเชลล์มา 1 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 120 บาท ครั้งแรกซื้อแค่กิโลกรัมละ 80 บาทเอง 

ถ้าใครไปซื้อที่นี่แนะนำให้ไปซื้อที่ร้านในสุด ร้านแรกจากปลายสะพานปลา ของจะค่อนข้างสดโดยเฉพาะหอยเชลล์ เคยซื้อร้านด้านนอก 2 ครั้ง หอยไม่สดเลย หอยจะเหม็นคาวมาก ๆ จนมีคนรู้จักแนะนำให้ไปซื้อที่ร้านแรกด้านในสุด ซึ่งซื้อมา 2 ครั้ง ก็สดดีค่ะ  

หอยเชลล์เท่าที่หาข้อมูลมาว่าสดมากหรือน้อยให้ดูที่ส่วนที่เป็นสีส้ม ๆ ถ้าสีสดเข้ม แสดงว่าสดมาก อันนี้เราซื้อมาตอนที่ยังไม่ตายด้วยเลย ยิ่งสดใหญ่เลย

ถ้าใครเคยทานหอยเชลล์ย่างที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเขาจะไม่ตัดเอาส่วนไหนของหอยเชลล์ออกไปเลย รวมทั้งก้อนสีดำ ๆ ด้วย ญาติเราเคยบ่นว่ามันเหม็นคาว พอเราซื้อมาลองทำดูแล้ว ไม่เอาส่วนที่เป็นสีดำ กับเยื่อใส ๆ รอบ ๆ หอยเชลล์ออก มันจะเห็นคาวมาก ยิ่งถ้าหอยไม่สด มันจะยิ่งมีเหมือก ล้างไม่ค่อยออก เคยต้องทิ้งทั้งหมดไปเลย (ตอนนั้นซื้อมา 2 กิโลกรัม) ทานไม่ได้ เพราะมันเหม็นคาวมาก ๆ

พอทำครั้งนี้เราเลยเอาก้อนสีดำ และเยื่อบาง ๆ ออกให้หมด ซึ่งพอญาติเราทานก็บอกว่า ไม่เห็นเลย แล้วแลดูน่าทานกว่าเยอะอีกด้วย

แต่ข้อเสียของมันคือ ปริมาณมันจะน้อยมาก เราซื้อมา 1 กิโลกรัม พอทำความสะอาด ตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกทั้งหมดแล้ว ลองชั่งน้ำหนักดู เหลือแค่ 250 กรัม เอง

อ๋อ...อย่าลืมล้างทำความสะอาดฝาหอยไว้ใช้เป็นภาชนะในการย่างนะคะ

รูปบนเป็นหอยเชลล์ที่เราทำความสะอาดแล้ว จากหนึ่งกิโลกรัม เหลือเท่าที่เห็นข้างบนแหละค่ะ ถ้าอยากทานเยอะ ๆ ก็ต้องซื้อมาหลายกิโลหน่อย แต่ตอนล้างนี้ต้องอดทนหน่อย เพราะใช้เวลานานในการทำ สีส้มสดใสมากค่ะ แสดงให้เห็นว่าของเขาสดจริง ๆ

หลังจากที่เอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไปแล้ว เราก็ใช้เกลือพอประมาณ มาล้างกลิ่นคาว และเหมือกที่อาจจะยังติดที่ตัวหอยอีกครั้ง แล้วล้างเอาเกลือออกให้หมด สะเด็ดน้ำออกให้หมด

แล้วมาถึงขั้นตอนการปรุงแล้วค่ะ

เครื่องปรุงหอยเชลล์ย่าง

 1 หอยเซลล์แกะทำความสะอาดแล้ว  250 กรัม 
 2 กระเทียมสับ   1 หัวใหญ่ หรือ 3 ช้อนโต๊ะพูน ๆ
 3 พริกไทยป่น   1+1/2  - 2ช้อนโต๊ะ 
 4 ซอยหอยนางรม  2 ช้อนโต๊ะ 
 5 ฮอยซินซอส (ลีกุมกี่)  1+1/2 ช้อนโต๊ะ 
 6 ซีอิ้วขาว  1 ช้อนชา 
 7 เนยสดเค็ม  1 ช้อนโต๊ะ 
 8 ใบกะเพราสับละเอียด  2 - 3 ช้อนโต๊ะ 

หมายเหตุ ตอนเราทำเราเน้นใส่กระเทียมสับ กับ พริกไทยป่นเยอะ ๆ เพื่อใช้ในการกลบกลิ่นคาวของหอย และที่สำคัญ ความเผ็ดของพริกไทยป่น มันทำให้อร่อยขึ้นเยอะเลยค่ะ

ถ้าใครหาฮอยซินซอส ลีกุมกี่ไม่ได้ ไม่ต้องใส่ก็ได้นะคะ ลองใส่น้ำตาลทรายเพิ่มไปซัก 1 ช้อนชาแทน (ฮอยซินซอส เป็นซอสหวานค่ะ)

คลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 20 นาทีนะคะ ไม่แนะนำให้ทิ้งไว้เกิน 1 คืน เราเคยทำ แล้วไม่มีเวลาเอามาย่าง ขนาดทิ้งแช่ไว้ในตู้เย็น แต่คืนที่สองราขึ้นเลยค่ะ ต้องทิ้งหมดเลย

หลังจากหมักได้ที่แล้ว ก็ตักหอยใส่ในฝา แล้วเอาไปย่างได้เลยค่ะ อย่าย่างให้แห้งไปนะคะ ไม่น่าทาน ให้ย่างให้น้ำพอคลุกคลิกเล็กน้อย ไม่ต้องถึงขนาดเครื่องปรุงไหม้ เพราะจะแห้งเกินไปไม่น่าทาน

ขอบเครื่องปรุงเริ่มเดือดแล้ว ใกล้สุกแล้วค่ะ ใช้เวลาในการย่างไม่นานมาก เราก็ไม่ได้จับเวลาในการย่างแต่ละครั้งไว้ด้วย แค่ให้ตัวหอยมันตึง ๆ และ น้ำไม่แห้งจนดำก็พอ

เสร็จแล้วค่ะ หอยเชลล์ย่างในฝาหอย รสชาติของพริกไทยป่นจะเด่นหน่อยนะคะ เวลาทานแล้วความเผ็ดของพริกไทยป่น บวกกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสจัด ๆ จะอร่อยเข้มข้นดีค่ะ

ส่วนน้ำจิ้มซีฟู๊ดนี้สูตรใครสูตรมันนะคะ พอดีเมนูนี้เอาไปร่วมงานวันเกิดหลานสาว ลูกของญาติค่ะ งานกำลังเริ่มเลยต้องรีบและลืมถ่ายน้ำจิ้มมาด้วย

สูตรน้ำจิ้มซีฟู๊ด

เราใช้สูตรของแม่สลิ่มค่ะ แต่ปรับปรุงสูตรเล็กน้อยเนื่องจากบ้านเราชอบทานเผ็ดค่ะ ต้นฉบับตามลิงค์นี้เลยค่ะ http://www.maesalim.com/cuisines/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%9F%E0%B8%B9%E0%B9%8A%E0%B8%94-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3-1/

 1 พริกขี้หนูสวนสีเขียว  25 กรัม 
 2 กระเทียมปอกเปลือก  25 กรัม 
 3 รากผักชี  15 กรัม 
 4 เนื้อสับปะรด 70 กรัม 
 5 น้ำปลาดี  25 กรัม 
 6 น้ำมะนาว  60 กรัม 
 7 น้ำตาลปีบ  25 กรัม 
 8 เกลือป่น  10 กรัม 

หมายเหตุ เราปรับส่วนผสมบางส่วนนะคะ เราใช้เฉพาะพริกขี้หนูสีเขียวอย่างเดียว และน้ำตาล เราใช้เป็นน้ำตาลปีบแทน เราว่ารสชาติมันกลมกล่อมกว่ากัน สัดส่วนปริมาณของน้ำตาลก็ขึ้นอยู่กับความหวานของสับปะรดด้วยนะคะ ครั้งแรกอย่าเพิ่งใส่น้ำตาลทั้งหมดลงไปให้แบ่งใส่ แล้วลองชิมดูก่อน ค่อยปรุงเพิ่ม ส่วนผงชูรสเราไม่ใส่ค่ะ

วิธีทำ

  • ล้างทุกอย่างที่เป็นผักให้สะอาด ทิ้งให้สะเด็ดน้ำ
  • หั่นสับปะรดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • หั่นรากผักชีเป็นท่อนเล็ก ๆ
  • นำทุกอย่างลงปั่นให้โถปั่นให้ละเอียด ชิมรส

ส่วนผสมจะใส่เพิ่มหรือลดจากสูตรนี่ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงจริง ๆ ค่ะ อย่างเช่น น้ำปลาถ้าใช้น้ำปลาดีก็จะไม่ค่อยเค็มมาก แต่ถ้าไม่ใช่อาจจะต้องเพิ่มอย่างอื่นเพื่อลดความเค็มของน้ำปลา เป็นต้น ให้แค่เอาสูตรเป็นบรรทัดฐานแล้วก็ปรุงแต่งเพิ่มเติมกันเองตามชอบนะคะ




Create Date : 19 มีนาคม 2556
Last Update : 19 มีนาคม 2556 1:56:50 น. 0 comments
Counter : 29363 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

EskimoPie
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 121 คน [?]






New Comments
Friends' blogs
[Add EskimoPie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.