Narin@Delta.co.th
[นิคมอุตสาหกรรมบางปู]

ภูกระดึง แต่ไม่เกี่ยวกับกระเช้า ยาวหน่อยแต่อยากให้ได้อ่าน #8

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจนะครับ และขอบคุณบางคนที่มาแอบอ่านด้วย อิอิ
************************************
ในที่สุดเราก็มาถึงหลังแปตอนเวลาประมาณบ่ายสามโมง บนหลังแปนี้มีเพื่อนผมบางคนที่ขึ้นมาถึงและรออยู่ก่อนแล้ว
ซึ่งหลังจากที่ถ่ายรูปกันหมดฟิล์มไป 2 ม้วนแล้ว พวกเราก็เดินทางในระยะสุดท้ายอีก 3 กิโลเมตร
เพื่อไปยังกองอำนวยการ ช่วงนี้เป็นทางเดินราบ แถมอากาศเย็นจึงทำให้ไม่เหนื่อยเท่าที่ควร
ก็เลยพอได้เดินแบบเดินไปคุยไปได้ บางคนที่ใ่ส่รองเท้าผ้าใบมาก็ออกอาการโดนกัดซะแล้ว
ซึ่งถึงตรงนี้บางคนก็ต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่ากันเลย ผมก็พยายามจดจำเส้นทางเอาไว้ให้ดี เผื่อหลง - -"

ในช่วงกิโลเมตรสุดท้ายผมก็เดินแบบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยคนเดียว ทันใดนั้นก็มีเสียงๆหนึ่งเรียกผมเอาไว้

"นรินทร์"

ผมหันไปมองเจ้าของเสียง ซึ่งไม่ใช่ใคร "วาสนา" นั่นเอง เธอก็เดินเข้ามาคุยกับผมบอกว่า

"เป็นอะไรเห็นเดินอยู่คนเดียว หน้าตาไม่สนุกเลย" ผมก็ยิ้มๆแล้วบอกว่า "เปล่านี่ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย" "
"กลุ้มใจเรื่องตาแม็คอยู่ใช่มั้ย"
"เปล่าหรอก คิดมากไปก็เท่านั้นไม่ได้ตังค์ซะหน่อย"
"เอาน่ามาที่นี่ก็เที่ยวให้มันสบายใจ ลืมๆเรื่องไม่ดีไปก่อนละกัน ตาแม๊คก็ผีบ้าอย่างนี้แหละ"
(ผีบ้า เป็นคำด่าในภาษาอีสาน ประมาณว่า บ้าๆบอๆ)
"หึๆ อืม..ขอบใจนะ นิลนึกว่าจะไม่มีคนสนใจนิลซะแล้ว" ผมเริ่มหัวเราะออกมาได้บ้างแล้ว
"กระเป๋าหนักมั้ย เราช่วยถือให้ก็ได้้่้"
"ไม่เป็นไรหรอกจะถึงอยู่แล้ว" (ในจำนวนนั้นมีกระเป๋าของวาสนาด้วยหนึ่งใบ)
"อืมถึงกองอำนวยการแล้ว อ้อ...ขอบใจสำหรับเสื้อกันหนาวนะ"

พูดจบเธอก็เดินนำหน้าผมไป และเราก็ไปถึงกองอำนวยการพอดี เพื่อนๆที่รออยู่ก็ชี้มาทางผม แล้วแซวว่าคู่นี้อะไรกัน
เดินคุยกันมากระหนุงกระหนิงเชียว หลังจากนั้นผมก็เริ่มรู้สึกดีแบบแปลกๆ ว่าเออ...ก็มีคนเค้าสนใจเราอยู่เนอะ
เวลากลุ้มใจแล้วมีคนมาถามไถ่ นี่มันก็รู้สึกดีเหมือนกัน แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก เพราะผมชอบคนง่ายอยู่แล้ว
ใครมาทำดีด้วย สนใจด้วยก็ชอบไปหมด - -" (ใจง่าย)

ไปถึงที่นั่นหลังจากเพื่อนๆเดินไปสำรวจหาห้องน้ำ ติดต่อเรื่องเต๊นท์มากางและเช่าเตาถ่านมากันเรียบร้อยแ้ล้ว
พวกผมเหล่าผู้ชายก็แสดงความบ้าพลังโดยการไปเตะบอล กับคนแถวนั้นที่เขาเอาลูกบอกมาด้วย
(แถวนั้นจะมีสนามบอลอยู่ ใกล้ๆกับพวกบ้านพักถาวร)

หลังจากเตะจนเริ่มรู้สึกว่าตะคริวมาเยือนแล้ว ก็ได้ฤกษ์พักผ่อนกันซักที ความหนาวเย็นก็เริ่มมาปกคลุม
ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเทามีหมอกบางๆลอยอยุ่ในอากาศ เมฆเหมือนปุยขนนกกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า
พวกเราเริ่มรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอากาศ เสื้อกันหนาวที่ไร้ค่าเมื่อช่วงเที่ยง ตอนนี้เริ่มเอาออกมากันแล้ว
ผมก็ไปด้อมๆมองแถวๆเตาถ่าน เพื่อพยายามติดไฟ แต่ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ผมติดไฟไม่เป็น - -"
ทำไงมันก็ไม่ติด เพื่อนๆที่กลับมาจากห้องน้ำ (ไปอาบน้ำ) ก็กลับมาติดไฟให้ผม ผมก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ
]เพราะทำไม่เป็น มันบอกว่า "เออ...คนเรานี่มันก็ไม่ได้เก่งทุกอย่างเนอะ อย่างน้อยเอ็งก็ติดไฟเตาถ่านไม่ได้ละว่ะ" ซึ่งก็จริงของมัน

แล้วผมก็ไปอาบน้ำที่ห้องน้ำ ซึ่งก็เดินผ่านกวางตัวหนึ่งที่เขาเลี้ยงไว้ แต่ว่าผมก็ดันจำชื่อมันไม่ได้ซะด้วย
ก็เห็นคนเอาอาหารให้มันกิน แต่ผมไม่ได้ยืนดูนานนัก เพราะต้องไปอาบน้ำ ซึ่ง ณ เวลานี้ความหนาวเริ่มเข้าไปสู่กระแสเลือดของผมแล้ว

น้ำบนภูกระดึงที่สูบมาให้อาบ ผมเข้าใจว่าเป็นน้ำบาดาล เพราะมันกระด้างและลื่นมากๆ ผมถูสบู่แล้วล้างออกด้วยน้ำ
มันก็ล้างไม่ออกซะที ยังลื่นเหมือนเดิม หนาวก็หนาว แถมน้ำก็ยังมาทรมานกันอีก โอย...ไม่ไหวแย้ว

สุดท้ายผมก็หักดิบโดยการตักน้ำราดตัวทีเดียว 5 ขันแล้วก็เช็ดตัวเลย ระหว่างที่เช็ดตัวก็ได้ยินเสียงกรี๊ดมาจากห้องข้างๆ
เสียงผู้ชายนี่ล่ะครับ เข้าใจว่าตักน้ำราดตัวขันแรกแล้วมันหนาวมาก เลยร้องออกมา อิอิ

ผมเดินปากสั่นกลับไปยังเต๊นท์ที่พัก ซึ่งเต๊นท์พวกนี้เรากำหนดว่าจะนอนเต๊นท์ละ 3 คน แต่จะมีอยู่หนึ่งเต๊นท์ที่พิเศษ
คือนอนกัน 2 คนเข้าใจว่าเป็นห้องสวีทของคู่รักเขา ก็คือ เอี้ยง กับ คม -*-

หลังจากผมประเดิมด้วยมาม่าของผม และรวมกับไข่ไก่ (ฟองละ 5 บาท)ที่สาวๆไปซื้อมา
ผมก็ได้สอบถามราคาค่าครอองชีพกับสาวๆว่าที่นี่เป็นยังไง ซึ่งผมจำได้รางๆว่า มาม่าซองละ 10 บาท
เป๊บซี่กระป๋องละ 25 บาท ส่วนเหล้าเบียร์นั้นไม่ต้องห่วง หึๆ ยิ่งกว่านี้อีก (แต่ก็จำเป็นมากๆ)

ในที่สุดอาหารมื้อแรกบนภูกระดึงก็ตกถึงท้องพวกเรา ให้ตายสิมันเป็นมาม่าที่อร่อยที่สุดในโลกเลย
มาม่ารสต้มยำกุุ้่ง ใส่ไข่ แต่มันกลับอร่อยมากๆ คงจะเพราะว่ามีความหิว เหนื่อย หนาว + บรรยากาศดีๆเป็นเครื่องปรุงรสชั้นยอดกระมัง

หลังจากเริ่มอิ่มกันได้ที่แล้ว ก็เริ่มตั้งวงกันทันที เพราะทางกองอำนวยการมีเวลา ให้พวกเราแหกปากเห่าหอนได้แค่ถึงเที่ยงคืนเท่านั้น
เนื่องด้วยจะรบกวนสัตว์ป่าที่หากินเวลาค่ำคืน แถมน้ำค้างก็แรง (มากๆ) จึงควรเข้านอนแต่หัวค่ำนะจ๊ะเด็กดีทั้งหลาย - -"

*************************************

ไว้จะมาต่อพรุ่งนี้ครับ วันนี้อาบน้ำนอนก่้อน พรุ่งนี้ไปทำงาน
ยังไงขอกำลังใจด้วนะครับ จะได้รู้ว่ามีคนคอยอ่านอยู่ :)

<< ตอนที่แล้ว          |          ตอนต่อไป >>


Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 23 พฤษภาคม 2551 10:14:57 น. 2 comments
Counter : 228 Pageviews.

 
อิจฉาจังค่ะ อยากไปภูกระดึงแต่ไม่มีใครยอมไปด้วย


โดย: อ้อ (sandseasun ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:36:02 น.  

 
อากาศหนาวๆ MAMA ร้อน อร่อยที่สุดเย้ย ล่ะ

ตอนที่ 9 จะเป็นยังงัย จะรออ่านนะจ๊ะ นู๋นิล


โดย: Nu+Pat IP: 58.137.112.134 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:00:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

AW Milan
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทำเพราะบางทีก็ว่าง ไม่มีอะไรจะทำ
บางทีไม่ว่างแต่ก็อยากทำ อยากเล่า (เหล้า)
อยากเขียนให้คนอื่น ๆ อ่านบ้าง ก็เท่านั้น
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
27 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add AW Milan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.