Narin@Delta.co.th
[นิคมอุตสาหกรรมบางปู]

ภูกระดึง แต่ไม่เกี่ยวกับกระเช้า ยาวหน่อยแต่อยากให้ได้อ่าน #3

วันนี้ประมาณ 12.50 ลุงไม้ Noko (ไม้หลักปักมั่นคง) ได้จากพวกเราไปแล้วอย่างสงบ
ผมขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ แสดงความเสียใจต่อครอบครับของลุงด้วย
เรื่องภูกระดึงนี้ผมจะเขียนให้จบ เพราะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมพอจะทำให้ลุงได้
ขอให้ลุงได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ มีความสุขในภพหน้านะครับ ทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่ลุงได้มอบไว้ให้พวกเราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไปครับ


หลังจากนั้น 1 เดือนผ่านไป สิ่งที่หลายๆคนรอคอยก็ได้มาถึง

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

มันเป็นสิ่งที่ผมตั้งความหวังไว้พอสมควร เพราะสิ่งนี้มันน่าจะแบ่งเบาภาระ
อันหนักอึ้งให้กับพ่อแม่ผมได้ แม้ว่าที่ผ่านมา ผมจะไม่เคยกู้ยืมเงินเลยก็ตาม

บ่ายๆวันหนึ่งในคาบสุดท้าย อาจารย์อุดร ที่ปรึกษาได้ถามว่าใครต้องการจะกู้ยืมเงินเรียนบ้าง
ก็มียกมือกันเกือบ 90% รวมทั้งผมด้วย หลังจากนั้นอาจารย์อุดรก็เลยให้แต่ละคนลุกขึ้นยืน
เล่าถึงความจำเป็นในการกู้เรียน ซึ่งหลังจากฟังสาเหตุของทุกคนแล้ว ทำให้ผมคิดว่าผมยังสบายอยู่อีกมากนัก
แล้วทำไมเพื่อนๆของผมจึงลำบากถึงเพียงนี้ บางคนเล่าไปทั้งๆน้ำตา ผมจึงตัดสินใจสละสิทธิ์ตรงนี้ไป

ตกเย็นเลิกเรียนผมไปเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง แม่บอกไม่เป็นไร
เราไม่ลำบากอะไรมากมายก็ให้เขาไปเถอะ ดีซะอีกจบมาไม่ต้องเป็นหนี้ใคร

หลังจากนั้นพวกเพื่อนๆที่ไม่เคยกู้มาก่อนก็ได้เป็นผู้กู้รายใหม่สมใจ ส่วนคนที่เคยกู้มาแล้ว
เพียงนำเอกสารจากที่เก่ามาก็ทำเรื่องกู้ต่อได้ทันที เป็นอันว่าเรื่องนี้ก็จบไป

ในห้องผมมีมีผู้หญิงประมาณ 30 คนผู้ชายอยู่ 12 คน (ตอนหลังเหลือ 10)
แต่ว่าตลอดเวลาที่เรียนปวส.ด้วยกัน2ปี ผมไม่พบว่าใครมีอาการเป็นเกย์เลย
จะมีบ้างก็สำอางผิดปกติไปหน่อย (มันบอกว่าถ้าหน้าไม่ใส เดี๋ยวไม่โดนใจหญิง)

ในห้องผมจะมี 2 คนชื่อพงษ์กับแจ๊ค ดูเผินๆเหมือนคู่ขากัน - -" แต่ความจริงไม่ใช่
เพราะพอเวลาพักเที่ยง มันไม่ได้ไปถึงโรงอาหารแล้วต่อแถวซื้อข้าวแบบคนอื่น
แต่มันเดินไปเข้าห้องน้ำ อัดสายฝนคนละครึ่งมวน แล้วทาแป้งซะหน้าเนียนอย่างกับไชยา มิตรชัย
(ไอ้พงษ์ยิ่งร้ายบางทีมีทาลิปสติกสีอ่อนๆ หรือลิปมันด้วย) หลังๆมามีเพิ่มมาอีกพวกประเภทนี้เพิ่มมาอีกคือ
ป่อง ตุ๊ และก็คิง พวก 5 คนนี้มันถือคติไม่หล่อไม่กินข้าว ผมเคยพูดประชดพวกมันไปว่า
งั้นชาตินี้พวกมึงคงอดตายหมดทุกคนนั่นแหละ

ส่วนโจ้ก็จะหายไปกับการทักทายสาวๆทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง แล้วหลอกจับมือดูหมอให้ทุกที
มันรู้จักสาวๆแทบทุกคนในวิทยาลัยนี้ ผมไม่เห้นว่ามันจะแปลกอะไรเลย ลายมือเมื่อวานกับวันนี้ก็อันเดียวกัน
แล้วจะให้ดูทำไมทุกวัน ผู้หญิงนี่แปลกจริงๆ

ส่วนปอ อ้าวไปไหนวะเนี่ย อ๋อครับเขาจะมีมุมสงบของเขาเอง ไปนั่งเก๊กคนเดียว
บอกแล้วครับเขาจะมีโลกส่วนตัวของเขาเอง 55555

ช่วงเข้าเรียนใหม่ๆ กิจกรรมแรกที่ได้ทำร่วมกันทั้งห้องคือไหว้ครู
การคัดเลือกคนถือพานก็ไม่ยากเย็นนักเนื่องจากห้องนี้คนที่หน้าตาดีๆ
หาไม่ค่อยได้ จึงเหลือคนที่มาถือพานคู่กันพอดี คือตุ๊ กับน้อย น้อยนั้นถือเป็นดาวของห้องผมเลย
หน้าตาก็น่ารัก แถมชอบใส่กระโปรงฟิตๆรัดก้น เวลาเดินตามหลังน้อยทีไร เหมือนมันยักคิ้วหลิ่วตาให้
เฮ่อๆๆๆ ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกครับที่คิดแบบนี้ พวกผู้ชายทั้งห้องผมเคยแอบนินทาผู้หญิงกันมาทุกคนแล้ว
ไม่เว้นกระทั่งผู้ช่วยผอ.

แต่น้อยก็เป็นคนที่ติงต๊องเอาเรื่องเลยทีเดียว แถมขี้เหนียวติดอันดับโลก ใครยืมเงินไป บาทสองบาท
แม่จำได้หมด บางเอาลิปสติกเขียนไ้ว้หน้ากระจกกันลืม มีครั้งหนึ่งเพื่อนเธอยืมเงินไป 2 บาท ผ่านไป 3 วัน
เธอออกปากทวงระหว่างยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ ผมได้ยินมากับหูเลย - -"

กิจกรรมต่อมาคือกิจกรรมเข้าพรรษา แน่นอนว่าแต่ละห้องจะต้องหาสิ่งของไปถวายวัด
มันจึงกลายเป็นเรื่องที่เกือบแตกหักระหว่างผมกับโจ้ เนื่องด้วยโจ้มีความเห็นว่าน่าจะรวมตังค์กันไป
ซื้อเทียนพรรษาเล่มใหญ่มาถวาย แต่ผมกลับเห็นต่างว่า น่าจะซื้อเป็นหลอดนีออนไปถวายวัดมากกว่า
เนื่องด้วยผมเห็นว่าพระพุทธองค์ทรงให้มีการถวายเทียนเพื่อให้พระสงฆ์มีแสงสว่าง
ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนระหว่างหน้าฝน แต่ในทุกวันนี้โลกได้เปลี่ยนไป เรามีไฟฟ้าใช้
ผมเห็นหลายๆวัดถึงเข้าพรรษามีเทียนเล่มใหญ่ๆเกลื่อนกลาด แต่หลอดไฟห้องน้ำวัดขาด ไม่มีหลอดไฟจะเปลี่ยน
ต้องไปเอาเงินตู้บริจาคมาซื้อหลอดไฟ บางเล่มไม่ได้แกะพลาสติกที่ห่อออกด้วยซ้ำ
พอออกพรรษาทางวัดก็นำไปขายคืนให้ร้านสังฆภัณท์

แต่โจ้ก็เถียงผมด้วยเหตุผลของเขา ซึ่งก็คือไม่ต้องการปิดเบือนประเพณีไทยและพระศาสนา
โจ้เป็นคนที่ได้ชื่อว่ามหา เขาศรัทธราอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา บางทีก็ไปนั่งสมาธิอยู่คนเดียว
ตรงศาลาที่มีน้องๆนักศึกษาเดินผ่านบ่อยๆ ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำสมาธิหรือโชว์หญิง
บางทีก็นั่งสมาธิในห้องเรียนตอนอาจารย์สอนซะงั้น เขาบอกว่าเขากำลังนั่งคุยกับพระอรหันต์อยู่ - -"
คุยแบบน้ำลายไหลหัวสัปหงกเลยทีเดียว

สุดท้ายอาจารย์ที่ปรึกษาจึงตัดสินใจว่าให้แบ่งเงินจำนวนหนึ่งไปซื้อเทียนเล่มไม่ต้องใหญ่มาก
อีกส่วนหนึ่งไปซื้อหลอดไฟตามที่ผมเสนอ อาจารย์บอกว่าเหตุผลทั้ง 2 ฝ่ายมีข้อดีเหมือนกัน
เอาทั้ง2อย่างเลยแล้วกัน เรื่องนี้ก็เลยจบลงแบบไม่ค่อยผิดใจกันเท่าไร = ='

เรื่องการเรียนในห้องก็มีปัญหาในบางวิชาเช่นกัน วิชาที่ผมและเหล่านักเรียนชายมีความสุขที่สุด
คือภาษาอังกฤษถึงหลายคนไม่กระดิก แต่เห็นหน้าคนสอนก็มีความสุขแล้ว บางทีผมยังคุยกับเพื่อนๆว่า
ในหนึ่งสัปดาห์น่าจะมีวันนึงเรียนแต่ภาษาอังกฤษทั้งวันเลย น่าจะดี

มีวิชาที่ชอบก็ต้องมีวิชาที่เกลียด ไม่ใช่เกลียดหรอกครับ แต่มันบีบหัวใจทุกทีที่เรียน วิชานั้นคือ

ระบบปฏิบัติการ (OS) โดยอาจารย์ ธราพงษ์ สายเรือนแก้ว

อาจารย์ธราพงษ์ เป็นคนที่มี EGO สูงมากๆทีเดียว (ไม่ใช่ e-go Internet นะครับ)
แกเป็นคนที่พวกเราเอาแน่เอานอนไม่ได้ จึงทำให้เราวางตัวไม่ถูกเวลาเรียนกับแก
บางทีแกทะเลาะกับผู้ช่วย ผอ.หรือเมียมา (คิดว่านะ) แกมักจะมาลงกับพวกผม
โดยจับสัญญาณจากแกได้ไม่ยากนัก บางทีแกก็สั่งงานแบบบ้าระห่ำ สั่งทำนั่นทำนี่
ทั้งๆที่แกก็รู้ว่าวิทยาลัยไม่มีความพร้อม สั่งทำรายงานยังกะเอ็นไซโคลปิเดีย
แต่คอมพิวเตอร์เป็นรุ่น Pentium - 233 เร็วจังเลย แถม FloppyDisk ก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง
(แต่ก่อนยังไม่มี FlashDrive)จอฟ้าเป็นกิจวัตร อินเตอร์เน็ทก็ไม่มี (ช่วงแรกๆ LAN ยังไม่มีเลย)
แถมยังต้องแทบขี่คอกันนั่งใช้งาน เนื่องจากนโยบาย 3 คนต่อ 1 เครื่อง - -"

ที่วิทยาลัยแห่งนี้ คุณรู้ไหมว่าสิ่งต่างๆไม่พร้อมเท่าที่ควร ที่สหกรณ์ไม่มีกระทั่ง Future Board ขาย
(พลาสติกลูกฟูกที่เอาไว้ใช้ทำงานนิทรรศการ หรืองาน Present) พวกผมต้องขับมอไซค์เข้าไปใน
ตัวจังหวัดอุดรธานี 25 กิโลเพื่อไปซื้อมาทำ ยังดีที่ช่วงหลังๆเริ่มมีการสั่งซื้อเข้ามาบ้างจึงทำให้ไม่ต้องลำบากกันต่อไปอีก

จึงทำให้เกิดการ Anti เล็กๆจากหลายๆคนรวมทั้งผม เนื่องจากบางครั้งพวกเราคิดว่ามันไม่ยุติธรรม
กับการกระทำของแก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ เข้าห้องเรียนช้าไป 2 นาทีแกก็เช็คขาด
บางครั้งเราก็ไม่ทราบได้ว่าแกจะให้พวกผมเรียนที่ไหน โรงอาหาร บ้านพักครู หรือในห้องเรียน
ต้องวัดดวงเอาทุกครั้ง มาช้าหาไม่เจอก็โดนด่า ซวยไป

แต่บางครั้งแกก็เกิดใจดีขึ้นมาซะงั้น บางวันไม่สอน เอากีต้าร์มานั่งเล่นให้ฟัง แกจะเล่นเพลงที่แกแต่งเองเท่านั้น
เล่นเพลงคนอื่นไม่ได้ (หรือไม่ยอมเล่นก็ไม่รู้) กีต้าร์แกจะมีคาร์โป้ ทำให้คีย์กีต้าร์สูงขึ้น โดยใช้
ปากกามารัดกับหนังยางไว้ที่ Bar 2 ของคอกีต้าร์ ดูๆไปก็ขำดีเหมือนกัน

อันนี้เป็นเพลงที่แกแต่งไว้ครับ เพราะดีเหมือนกัน (หาคอร์ดไม่ได้)


------------------------------------------------
ห่างไกลช่างร้ายเหลือ คิดถึงเมื่อครั้งสรวลเส
ห่างบ้านห่างเพื่อนเพ ยิ่งหว้าเหว่ดวงกมล

ฟากฟ้าไกลสุดลิบ คิดถึงทิพยสถาน
ทั้งคนรักที่เคยพบพาน คงสราญยิ้มรื่นรมณ์

จากมาด้วยหน้าที่ ก็คงมีคนเข้าใจ
หากมีวันนั้นเมื่อไหร่ จะกลับไปให้พบพาน
-------------------------------------------------


บางคาบอารมณ์ดีก็นั่งเล่าเรื่องตลกให้ฟัง แกเล่าให้ฟังว่าตอนแกเมา แกก็เอารองเท้าแตะมาหั่นทำ
ยำปลาหมึกให้เพื่อนๆแกกิน บางทีก็เล่าความดุของเมียแกว่าดุมาก (ซึ่งผมก็ยังไม่เคยเห็นเมียแกสักที)
ดุขนาดกินขี้เขียง พวกผมก็งงว่าดุแบบ "กินขี้เขียง" เป็นไง แกเลยเฉลยว่า เคยไปตลาดมั้ย
เวลาพ่อค้าเขาหั่นหมูเสร็จ เขาจะปาดพวกเศษเนื้อบนเขียงทิ้ง อันนั้นแหละเขาเรียกว่า ขี้เขียง
แล้วจะมีตัวที่วิ่งมากินขี้เขียง ซึ่งก็คือหมานั่นเอง สรุปว่าแกจะบอกพวกผมว่าเมียแกดุยังกับหมา - -"


<< ตอนที่แล้ว          |          ตอนต่อไป >>


Create Date : 29 มิถุนายน 2550
Last Update : 23 พฤษภาคม 2551 10:05:33 น. 5 comments
Counter : 348 Pageviews.

 
หวัดดีครับ เข้ามาอ่านแล้วน้ำตาคลอจากการจากไปของใครบางคนที่ผมไม่รู้จักแต่เข้าไปอ่านกระทู้แล้วทำให้รู้ว่าในโลกเสมือนแห่งนี้มันเชื่อมต่อกับโลกแห่งความเป็นจริง เสียใจกับการจากไปแต่ดีใจที่ ความดีและชื่อเสียงไม่ได้หายไปไหน มันยังคงอยู่


โดย: นวย IP: 58.9.31.101 วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:15:32:41 น.  

 
ลาก่อนชั่วนิจนิรันทร์ค่ะลุงไม้ (Noko) ต่อจากนี้ไปลุงก็จะได้ไปเที่ยวป่าได้อย่างที่ใจอยากจะไปทุกที่แล้วสินะคะ

หลับให้สบาย อย่าได้ห่วงสิ่งใดๆอีกเลย

แล้วสักวันเราคงได้เจอกันใหม่นะคะ


โดย: olejoo IP: 203.209.123.32 วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:11:17 น.  

 
เข้ามาอ่านแล้วก็ใจหายเหมือนกันคะ ถึงไม่รู้จักลุงไม้เป็นการส่วนตัวก็ตาม แต่ก็ได้อ่านเรื่องราวของลุงไม้มาบ้าง จากเพื่อนๆ ที่นี่บอกเล่าให้ฟัง ขอให้ลุงไม้หลับให้สบาย ความดี และมีน้ำใจ ที่ลุงไม้มีให้กับทุกคนตลอดมา จะอยู่เป็นความทรงจำของทุกคนตลอดไป ถึงไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ตาม ความดีของลุงไม้ก็จะอยู่ในใจของทุกคนตลอดไปคะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 1 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:46:46 น.  

 
แวะมาทักทายดีเจนิลครับ อิอิ

อ่านมาตั้งนาน ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับภูกระดึงซักนิดเลย -*-


โดย: โดมิโน่ IP: 58.64.121.178 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:20:26 น.  

 
ต่อให้จบหน่อยครับ

เป็นไงต่อครับหลังจากไปภูกระดึง


โดย: ติดตามอยู่ IP: 66.176.78.123 วันที่: 21 ตุลาคม 2550 เวลา:1:26:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

AW Milan
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทำเพราะบางทีก็ว่าง ไม่มีอะไรจะทำ
บางทีไม่ว่างแต่ก็อยากทำ อยากเล่า (เหล้า)
อยากเขียนให้คนอื่น ๆ อ่านบ้าง ก็เท่านั้น
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
29 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add AW Milan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.