Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ช่วยชำแหละธุรกิจ CPF

บังเอิญได้อ่าน blog ชำแหละ CPF ของเพื่อนสมาชิก จึงเกิดแรงบันดาลใจให้เขียน blog นี้ขึ้นมา เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักลงทุนหน้าใหม่

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัท ดูเหมือนจะมีสูตรตายตัว แต่จริงๆแล้ว มันไม่ตายตัวเสียทีเดียว วิเคราะห์บริษัทหนึ่ง ดูแบบหนึ่ง วิเคราะห์อีกบริษัทหนึ่ง อาจจะดูตัวเลขคนละตัวกันเลยก็เป็นไปได้ เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างมาก ต่างจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคของหุ้น ซึ่งผู้วิเคราะห์จะมีสูตรสำเร็จของแต่ละคนไป

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน คล้ายการวิเคราะห์เทคนิค ก็ตรงที่ให้คนสองคนมาวิเคราะห์ input ที่เหมือนกัน เช่น งบดุล งบกำไรขาดทุน กระแสเงินสด หรือ ถ้าทางเทคนิคก็ ประวัติการซื้อขายหุ้น output ที่ออกมานั้นอาจจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นขอให้ทุกท่านใช้วิจารณะญาณของท่านเอง เป็นตัวตัดสิน

กำไรของบริษัทในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีตัวประกอบหลัก 2 ตัวคือ กำไรต่อยอดขาย และ รอบการหมุน

เพื่อให้เข้าใจคำศัพท์ทั้งสอง ก็ขอยกตัวอย่าง 2 ธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจอาหาร ขอตัวอย่างพระเอกสองตัวมาเป็นตัวแทนของธุรกิจทั้งสอง คือ LH และ CPF

ปี 09 LH มียอดขาย 17,656 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,908 ล้านบาท ดังนั้น อัตราส่วนกำไรต่อยอดขายคือ 22%
ในปีเดียวกัน CPF มียอดขาย และรายได้อื่น 166,656 บาท กำไรสุทธิ 10,190 ล้านบาท กำไรต่อยอดขายคือ 6.1%

ถ้าดูข้อมูลข้างบนอย่างเดียว ผมก็บอกได้ครับ ว่า LH มีกำไรต่อยอดขายสูงกว่า CPF มาก แต่ผมจะไม่ฟันธงว่า หุ้น LH น่าซื้อกว่า CPF เพราะ กำไรต่อยอดขาย เป็นภาพแค่ครึ่งเีดียวของกำไรของบริษัท

ก่อนที่จะเข้าไปดูตัวเลขจริงๆของ LH และ CPF ในอีกครึ่งภาพที่เหลือ ต้องทำความเข้าใจเรื่อง รอบการหมุน กันก่อน

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เริ่มจากการซื้อที่ดิน สร้างบ้าน หรือ คอนโด สร้างเสร็จแล้วปิดการขาย การลงทุน 1 ครั้ง เพื่อให้ได้ยอดขายมี cycle ที่ไม่ต่ำกว่า 1 ปี
หมายความว่า ลงทุนหนึ่งครั้ง กว่าจะได้ผลตอบแทนเป็นยอดขายและกำไร บริษัทต้องรอไปถึงอย่างน้อย 1 ปี ระหว่างนั้นแทบจะไม่สามารถนำเงินลงทุนส่วนนั้นไปทำอะไรได้เลย

สำหรับธุรกิจอาหารครบวงจรเช่น cpf เริ่มจาก เลี้ยงไก่ หมู กุ้ง ระยะเวลาที่ใช้เลี้ยงของสัตว์แต่ละประเภทต่างกัน หมู 5 เดือน ไก่เนื้อ 40 วัน ไก่ไข่ และกุ้งผมไม่แน่ใจ แต่โดยรวมแล้วจะเห็นว่า ลงทุนครั้งหนึ่ง ใช้เวลาไม่กี่เดือน ก็ได้ยอดขาย และ กำไร เพื่อนำเงินนั้นไปลงทุนต่อไปได้ นั่นคือที่มาของคำว่า รอบการหมุน ซึ่งก็คือ รอบการหมุนของเงินลงทุน จะเห็นได้ว่า รอบการหมุนยิ่งสั้น ยิ่งทำให้บริษัททำกำไรได้มากขึ้น

ในทางบัญชีแล้ว รอบการหมุนมีวิธีคิดได้หลายแบบ แต่ผมขอเอาง่ายๆ คือ เอายอดขายทั้งปีตั้งแล้วหารด้วยสินค้าคงเหลือปลายปี จากงบการเงินของ LF ได้สินค้าคงเหลือ 27,417 ล้านบาท ซึ่งถ้าใช้สูตรด้านบน จะได้รอบการหมุน = 0.64 รอบ ส่วนของ CPF สินค้าคงเหลือปี 2009 คือ 26,284 ล้านบาท ได้รอบการหมุน 6.3 รอบ ต่างกันถึง 10 เำท่า!!!!!

นั่นหมายความคร่าวๆว่าในระยะเวลาเดียวกัน LH ลงทุน 1 ครั้งได้กำไร 1 ครั้ง แต่ CPF สามารถนำเงินลงทุนไปหมุนได้ 10 ครั้ง ได้กำไร 10 ครั้ง ดังนั้นแม้ว่ากำไรต่อครั้ง CPF จะน้อยกว่า แต่ถ้าคูณ 10 แล้ว ก็ไม่แน่

ถ้าจะถามผมว่า หุ้นตัวไหนดีกว่ากันระหว่าง CPF กับ LH ผมคงตอบตอนนี้ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้วิเคราะห์ตัวเลขอื่นๆ และที่สำคัญ ผมไม่ได้เชี่ยวชาญทั้งสองธุรกิจ

แต่สำหรับ CPF หัวใจในการทำกำไรข้อหนึ่ง อยู่ที่รอบการหมุน ดังนั้นเท่าที่ผมทราบ จึงมีการค้นคว้าวิจัยมากมายที่จะปรับปรุงพันธ์ ปรับปรุงวิธีเลี้ยง เพื่อให้ได้ระยะเวลาเลี้ยงที่สั้นที่สุด และผมก็เข้าใจว่า CPF อยู่ในกลุ่มผู้นำของโลกด้านพันธุ์สัตว์และวิธีการเลี้ยงสัตว์


Create Date : 29 มีนาคม 2553
Last Update : 29 มีนาคม 2553 23:03:56 น. 3 comments
Counter : 1125 Pageviews.

 


โดย: มิ่งกลิ้ง (มิ่งกลิ้ง ) วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:2:32:40 น.  

 
หากรอบการหมุนของสินค้ามีหลายแบบ ในกรณีที่สินค้ามีหลายชนิดมาก(หมู,ไข่,ไก่,กุ้ง etc)
คงคิดรอบการทำกำไรปวดหัวน่าดู ^^


ปล.คุณอวิรุืทธ์ ช่วยเอาไปลงในห้องหลักได้ไหมครับ
อยากให้ท่านอื่นได้อ่านด้วยครับ

ขอบคุณครับ


โดย: มิ่งกลิ้ง วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:2:33:08 น.  

 
สงสัยเรื่อง cp มานานแล้วว่าทำไมเขาไม่ขายเนื้อวัว


โดย: JanE & IK วันที่: 20 เมษายน 2554 เวลา:13:53:36 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อวิรุืทธ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อวิรุืทธ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.