Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 

"แดนมิคสัญญี ... ปี 2009"





May 16 2009



ปีนี้ เป็นปีวัวบ้า ชีวิตได้เดินทางมายาวไกล ถึง 61 ปี เต็ม สิ่งที่เคยกังวลไว้ เมื่อ 10-20 ปี ที่แล้วมา ได้ปรากฏผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ให้เห็นกันจะ ๆ ก่อนลาล้างจากโลกนี้ ประเทศนี้ไป


เมื่อวัยเด็ก ยายเป็นเด็กดื้อ หากสงสัยจะถามทันที ดังนั้นเมื่อโตขึ้น ได้มารับรู้ รับฟัง และอ่านข่าวสารการเมือง การปกครองประเทศ การพัฒนาท้องถิ่นไทย ยายจึงจำต้องมีแต่คำถาม ๆ ๆ ๆ ที่ไม่มีคำตอบ มันมากมายยยยย ทับถม มาตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยมต้น ...

ยิ่งได้ไปเรียนที่โรงเรียนซึ่งมีห้องสมุด อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ยายยิ่งอาการหนัก

เพราะข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้อ่าน ได้เรียนรู้ มันยิ่งทำให้เรา รู้มากขึ้น ๆ ว่าประเทศของตัวเอง กำลังดิ่งลงเหว ลึกลงไปทุกปี ๆ ทุกการเปลี่ยนแปลงการปกครอง



กระทั่ง เรียนจบวิชาครู ความตั้งใจที่จะเป็นครูในแบบฉบับของตัวเอง มันแรงกล้า ไม่มีสิ่งใดมาหยุดได้ แน่นอน การเลือกทางเดินแบบนี้ ย่อมต้องแปลกแยก ย่อมต้องถูกโดดเดี่ยว

ซึ่งความจริงแล้ว ควรจะพูดให้ถูกว่า ย่อมมีความสุขที่จะโดดเดี่ยวตัวเอง อยู่เสมอ ๆ ยิ่งกับงานเลี้ยง งานประชุม ที่ลงเอยด้วยความว่างเปล่า ยิ่งไม่ค่อยมียายเข้าไปร่วม

หรืออีกนัยหนึ่ง ทุกครั้งที่มีคนมาซักถามบางประเด็น คำตอบที่เขาได้รับ มันเสมือนเราเป็นคนบ้า แต่แน่นอนเราไม่รู้สึกเดือดร้อนกับการมองของผู้อื่น



สิ่งที่เราทุกข์ คือ แทบทุกเรื่องที่เมื่อนำสังคมไทยไปเทียบกับชาติอื่น ๆ เราถอยหลังเหลือเกิน เป็นต้นว่า

- การจัดลำดับ คุณภาพมหาวิทยาลัยในเอเชีย ที่หนึ่งของไทย ปี 2009 คือ ม.มหิดล ไปอยู่ที่ 30 ของเอเชีย ที่เท่าไหร่ของโลก ไปหาดูเองก็แล้วกัน น้าค้า

- การบริการรถขนส่งมวลชน ไทยเราล้าหลังมาก จีนใหญ่ เพิ่งเปิดกว้างในการให้ ปชช. มีรถยนต์ส่วนตัว เมื่อไม่กี่ปีนี้เอง แต่ยายกลับได้ฟังข้อมูลว่า

เงินภาษีการต่อทะเบียนรถ ปี 2007 เขาเก็บได้ สามหมื่นหกพันล้านหยวน รมต.คมนาคม ขอตั้งบนำไปใช้ สามหมื่นสามพันล้านหยวน เพื่อก่อสร้าง ทางรถไฟใต้ดินในเมืองที่การจราจรเริ่มหนาแน่น และ ปชช. จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานให้ทันเวลา

ดูซิคะ เขาเพิ่งได้ค่าภาษีรถยนต์มาไม่นานเลย เขาแสดงความโปร่งใส แสดงที่มาที่ไปของเงิน จนยายที่นั่งอยู่ไกลตั้งเท่าไหร่ ได้มีโอกาสรับรู้ จะต้องให้ยายสาธยายประโยคต่อไปไหมคะ ไม่น่า ... เรื่องแค่นี้พี่ไทยเราคิดเองได้อยู่แล้ว ชิมิ







ไม่ต้องย้อนไปถึง เมื่อ 50 ปีที่แล้ว เอาแค่ใกล้ ๆ ในปัจจุบัน ...

หากยายถามขึ้นมาว่า "รัฐบาลไทย โดยผู้บริหาร ที่ต้องรับผิดชอบ ท่านทราบหรือไม่ ว่าผลสำรวจเยาวชนไทย ต่อการมีความรู้เรื่องของ Asean

เด็ก ๆ ของเรา ตอบคำถามได้เป็นที่สุดท้าย คะแนนเราแพ้ ชาติอื่น ๆ อีก 9 ชาติ"

เมื่อได้ฟังข้อมูลนี้จากช่องฟรีทีวี ในช่วงที่มีการประชุม Asean+3+6 อันล้มเหลวนั้น ยายคิดว่า รมต. ศึกษา หรือผู้เกี่ยวข้อง จะต้องเร่งรีบปรับปรุง แต่เปล่าเรื่องที่น่าเป็นห่วงนี้กลับเงียบหาย สื่อต่าง ๆ ห่วงแต่จะมุ่งโปร ผลงานโป้ปดมดเท็จไปวัน ๆ ของกลุ่มเสื้อสี ที่ตนมีส่วนเข้าไปได้ผลประโยชน์



อีกสักเรื่อง หากยายถามคุณว่า "คุณทราบไหม ว่าการบริการเครือข่าย IT เวลานี้ มีไทยเกือบจะเป็นชาติสุดท้าย ที่ยังไม่มีการบริการ WiMax (เน็ตแบบไร้สาย และเร็วกว่า 3G กว่า 30 เท่า) ให้แก่ ปชช."

หากจำไม่ผิด (ข้อมูล ปี 2008) เหลืออีก 2 ชาติ เท่านั้น ที่ยังไม่มีบริการทั่วประเทศ คือ ไทย และอินโด แต่อินโดจะพร้อมเปิดบริการ น่าจะปลายปี 2008 ที่ผ่านมา



ยายไม่อยากรับรู้อีกต่อไป ว่าบัดนี้ เหลือไทยเพียงประเทศเดียวหรือไม่ ที่ยังปล่อยให้เพื่อนบ้านเขาก้าวนำไปก่อน





คนบางกลุ่ม พร้อมเชื่อในสิ่งที่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่คนบางกลุ่มก็พร้อมจะเชื่อในสิ่งที่ ตนพบ ตนเห็น ตนสัมผัส

เช่น เมื่อยายไปเรียนต่อ ปี 2532 ได้อ่านผลสำรวจความรู้ของคนไทย รบ. ขณะนั้นกล้าจะทำรายงานแก่คนทั่วโลกว่า คนไทยปลอดคนไม่รู้หนังสือแล้ว

มันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อขณะนั้น เด็ก ป.4-6 ในกทม. ยังมีอีกมากมายหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ... ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องไปหาตัวเลข ผู้ไม่รู้หนังสือไทย ใน ตจว.

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากทบทวนดูสักนิด ขอแค่นิดเดียว ท่านจะสรุปได้ว่า ประเทศจะเจริญ หรือด้อยถอย คนในประเทศจะดี หรือชั่ว ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับ ผู้นำประเทศ ซึ่งก็คือ นักการเมือง นั่นเอง



ในช่วง 70 กว่าปีมานี้ ชาติเรา ถูกลากถูลู่ถูกัง ถูกกัดทึ้ง เยียบย่ำทำลาย กอบโกย ทุบให้แตกแยก ร้าวฉาน ล้วนแต่มาจากผู้นำที่เป็นนักการเมือง กลุ่มลโมภ มีทั้งกิเลส ตัณหา ราคะ โทสะ โมหะ ครบครัน

คำว่า หิริ โอตัปปะ คำว่า เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คือสิ่งที่ควรมีในเนื้อ ในจิตวิญญาณ ของมนุษย์ มันเหือดหายไปสิ้น

ยายต้องได้เห็น หนังสือเอย วีดีโอเอย เกมเอย ยาเสพติดเอย มีขายเกลื่อนข้างถนน สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องทำลายปัญญา ปชช. โดยเฉพาะกับเยาวชนที่เป็นสิ่งมีค่าอย่างยิ่งยวดของทุก ๆ ประเทศ

แต่ในประเทศไทย รบ. กลับปล่อยปละ หรือไม่ผู้มีอำนาจก็เข้าไปทำกิจการเหล่านั้นเสียเอง

เยาวชนที่มีสติปัญญา ต้องมาทนดูโฆษณา หนังผี หนังไสยศาสตร์ ความเชื่อที่ผิดลู่ผิดทาง วิธีหากินในรูปแบบแปลก ๆ เต็มหน้าจอทีวี

รายการทีวี ล้วนขาดความรับผิดชอบ ขาดการสร้างสรรค์ คุณธรรม ปัญญา ยิ่งเรื่องของคุณภาพชีวิต ยิ่งดูจะห่างไกลออกไปทุกที

ที่ร้ายไปกว่านั้น บั้นปลายชีวิตของยาย ต้องมาได้รับรู้ว่า เด็กหญิงของไทย ตั้งแต่วัยประถม แข่งสถิติกัน ในเรื่องการเสียตัว เด็กชายก็จะต้องมีเรื่องสรวลเสโอ้อวดกัน ในเรื่องการได้เจาะไข่แดง พวกเขาจำนวนกว่า 20-30 % ล้วนมีเรื่องทำนองนี้มาคุยอวดกันในวันรุ่งขึ้น

และได้มาเห็น ข่าว คลิปต่าง ๆ ที่ระบายความเลวร้ายของเยาวชน ทั้งตบตีกัน ทั้งด่าทอกัน ทั้งยิงฟัน ถึงขั้นเอาชีวิต เห็นการฆ่า เห็นการทำร้ายอย่างเหี้ยมโหด เป็นเรื่องธรรมดา ๆ

กระนั้น สิ่งที่ปรากฏนี้ ยังกลับกลายเป็นเรื่องไม่จริง ใครอย่ามากล่าวหานะ จะต้องมีผู้นำ ผู้เกี่ยวข้อง ออกมากางกั้นตำแหน่งของตนเอง ด้วยประโยคเดิม ๆ ว่า

"เมืองไทยยังดีกว่าประเทศอื่น ๆ ทุกด้าน" ผู้นำที่เลวร้าย ยังคงมุ่งหน้ากอบโกยต่อไป ความไม่รักชาติ ไม่รักแผ่นดินเกิด ไม่แม้แต่จะมีจิตเมตตาเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติด้วยกัน ยังคงดำเนินต่อไป พวกเขายังคงพยายามปิดหูปิดตา ผู้เป็นเหยื่ออันโอชะต่อไป และต่อไป



แต่โลกเขาไม่ยอมให้ปิดไปด้วย คนไทยที่อยู่นอกประเทศ ล้วนต้องทนรับรู้ ทนฝืนมอง ชาติของตน ต่ำลง ๆ อย่างขมขื่น







ในช่วงหลายสิบปีมานี้ คนไทยที่ดี เก่ง มีสติปัญญา ต้องตัดสินใจอย่างยากยิ่ง ที่จะละทิ้งบ้านเกิด ซึ่งเป็นดินแดนแห่งบุพการี ยอมไปเป็นชนชั้นสอง-สาม ในดินแดนที่ศิวิไลซ์กว่า

ประเทศไทย เสียคนดี ๆ ไปไม่น้อย นั่นเป็นเพราะฝีมือของนักการเมืองจอมลโมภ

คนดี ๆ ย่อมทนเห็นประเทศถูกย่ำยีไปวัน ๆ ไม่ได้ คนดี ๆ ย่อมไม่ต้องการเป็นอากาศธาตุ มองดูโจรเดินเข้าปล้น เผา ทำลาย บ้านเมืองไปวัน ๆ

โจรที่ชอบนำคำว่า ประชาธิปไตยมาเอ่ยอ้าง ในความเห็นของครูแก่ ๆ คนหนึ่ง แค่คิดง่าย ๆ ไม่ต้องใช้สมองขั้นสลับซับซ้อน ก็พอจะสรุปได้ว่า


คำว่าประชาธิปไตย ที่ชาติมหาอำนาจ ค่อย ๆ ช่วยกันพัฒนามานั้น ย่อมมีหลักการที่น่ายกย่อง หลักการนั้นคืออะไร

มีคำนิยามง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า "ประชาธิปไตย คือ ข้อควรปฏิบัติของคนในสังคมใหญ่ กฎ กติกา มารยาท เหล่านี้ สร้างขึ้น พัฒนาขึ้น เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของคนทุกคนในชาตินั้น ๆ ทุกคนควรอยู่ในชาติตนอย่างมีตัวตน มีศักดิ์ศรี มีความทัดเทียม ... โดยมีจุดมุ่งหมายใหญ่ คือ เพื่อปกป้องและพัฒนา ชาติของตน"

หรือจะพูดให้ใกล้ตัวเข้ามา ก็คือ ประชาธิปไตย เปรียบเหมือนหลักสูตรการตัดเสื้อผ้า คนไทย นักเรียนไทย ที่ฉลาดมีปัญญา ที่ไปพบเห็นหลักสูตรนั้น เห็นว่าเป็นหลักสูตรที่ดี เขาตัดเย็บออกมาสวมใส่แล้วดูดี

จึงหอบหิ้วหลักการนั้นกลับมา พร้อมเลือกผ้าเนื้อดีมาหนึ่งผืน นำสูตร นำผ้านั้น มาลงมือลงแรง ตัดเย็บให้เข้ากับรูปร่างของคนไทย เมื่อสวมใส่ออกมาก็พอเหมาะ ดูดี มีสง่าราศรีงดงาม



ซึ่งย่อมผิดแผกจากคนไทยอีกพวกหนึ่ง พวกเขามีปัญญาเพียงแค่ จะนำเสื้อผ้าที่ฝรั่งตัดไว้สำเร็จรูปแล้วเพื่อคนของเขา เข้ามาทั้งชุด มาบังคับให้คนไทยสวมใส่ ... อนิจจา !!!

ประชาธิปไตย ของชาติอื่น ๆ ที่เขาเข้าใจตัดเย็บ ตามรูปทรงสัณฐานของชนชาติเขา มองไปยังส่วนไหนก็ดูดี ดูเหมาะสม ... ไม่เชื่อก็ต้องลองไปศึกษา พิจารณา ประวัติศาสตร์การกำเนิดประชาธิปไตย ของแต่ละชาติดูด้วยตนเอง

นอกจากจะเพิ่มความรู้ ความเข้าใจ มากขึ้นแล้ว ท่านจะได้รับรสชาติแห่งความบันเทิง น่าติดตาม สนุกสนานเร้าใจ ยิ่งกว่าการติดตามละครสักเรื่องหนึ่งเสียอีก






เมื่อครั้งที่ยายอายุ 12-13 ได้อ่าน นสพ. พบข่าวว่า ประเทศมาเลเชีย มีการวางผังการขยายเมืองหลวง 100 ปี

ขณะนั้นอ่านแล้วได้แต่ งง ก๊ง และไม่อยากเชื่อ เพราะตัวเองคงจะคุ้นเคยแต่ข่าว ที่นักการเมืองไทยพอเข้ามา ก็เปลี่ยนผังเมือง ผังประเทศได้ทันที เพื่อให้ผลประโยชน์ไปตกกับตนเอง และพวกพ้อง

เมื่อโตขึ้นอีก 3-4 ปี ได้ไปพบหนังสือ ที่เขียนเรื่องราวของการสร้างผังเมือง ผังประเทศ จึงได้คำตอบ ว่าทำไมมาเลเชียจึงสามารถ ทำเจตนาของบรรพบุรุษให้ลุล่วง และมีปัจจัยใดบ้าง ที่จะเป็นกติกา บ่งชี้ให้ผู้รับผิดชอบ ต้องยึดแนวทางนั้น

อ่านทบทวนอยู่หลายรอบ จนสรุปได้ว่า ไม่มีทางเลย ที่ประเทศไทยจะทำได้แบบเดียวกับเขาอื่น ด้วยศักยภาพของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลแต่เฉพาะในวังวน ของอำนาจ เงินตรา และการก่อกบฏ อีกทั้งคนเหล่านั้น ไม่เคยคิด ที่จะกินศักดิ์ศรีเป็นภักษาหาร 55

มือซ้ายของพวกเขา ถนัดแต่เพียงคีบก้านแก้วไวน์ ที่บรรจุด้วยน้ำใส ๆ มูลค่าขวดละ หลายหมื่นบาท

มือขวานั้นเล่า ก็พร้อมเสมอในการลงนามร่วมกับกลุ่มใดก็ได้ ที่จะเอื้ออำนวยตัวเลขเงินในบัญชีผีให้แก่ตน

อ้อ !!! คงกล่าวถึงเรื่องลงนามไม่ได้แล้ว ตกยุคไปนานแล้ววว

พวกเขา จะต้องเดินผ่านผืนทรายร้อน โดยไม่ทิ้งร่องรอยยยยยย ใด ๆ เชอะ ... เศร้า ๆ ๆ


กทม. และ จังหวัดต่าง ๆ ของไทยเรา จึงเป็นอณาจักรที่มีผังเมืองอัปลักษณ์ ... เหนือคำบรรยาย







พ่อหนุ่มคนนี้ หากเกิดมาเป็นคนไทยอย่างยาย เชื่อว่าเขาก็คงเศร้าสร้อย ทุกข์ตรม กับความต่ำลง ๆ ของดินแดนแผ่นดินเกิด แน่นอน





"แม่จ๋าแม่ ดีแล้ว ที่ไปก่อน

โปรดจงนอน อย่างสงบ ในภพใหม่

หากแม่อยู่ คงสุดแสน เจ็บปวดใจ

แม่รู้ไหม ไทยของเรา ... เศร้าเหลือเกิน


ไม่มีแล้ว ความรักกัน ฉันท์พี่น้อง

ไทยทั้งผอง เคยสูงสง่า น่าสรรเสริญ

ค่อยค่อยก้าว ทีละก้าว สู่ความเจริญ

ผ่านโขดเขิน เนินเขา ... เจ็ดร้อยปี


เราเคยแกร่ง เกียรติปรากฏ เป็นดาวเด่น

เราเคยเป็น เสือตัวหนึ่ง อยู่ที่นี่

เรามีสาม สถาบัน ที่แสนดี

มาบัดนี้ ใกล้สลาย ... ทลายลง


ได้แต่กราบ วิงวอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์

โปรดนิมิตร ดลจิตไทย หายลุ่มหลง

ช่วยลูกหลาน ศรัทธาดี รักซื่อตรง

ไม่เดินหลง ผิดทิศทาง ... อย่างที่เป็น


ชาติถอยหลัง คนบ้าคลั่ง กลียุค

กระเบื้องบุก ฟูฟ่อง มีให้เห็น

น้ำเต้าน้อย ถอยจม อย่างลำเค็ญ

ถูกเหยียบย่ำ ฆ่าเข่น ... หมดปรานี


ดำเป็นขาว สาวเดือน ลงมาบด

สาดพิษรด ราดลง ตรงทุกที่

กระหน่ำเงิน บูชาผี ทั่วปฐพี

ทุกข์ครั้งนี้ มีประเทศ ... เป็นเดิมพัน


ลูกหลานไทย ไม่ตริตรอง ให้ตระหนัก

จึงเอ่ยรัก คนโกงได้ ถ้าสุขสันต์

เขาชั่วบ้าง เรามีสุข ก็แล้วกัน

ปล่อยเหลนหลาน ทั่วไทย ... ไร้คุณธรรม


ดีแล้วแม่ ดีเหลือเกิน ที่ไปก่อน

คำสั่งสอน ยึดความดี ไม่ตกต่ำ

ลูกไม่ลืม ยังเชื่อมั่น ทุกถ้อยคำ

แม้ชอกช้ำ เจ็บปวด ... ไม่หลงทาง


สงสารเพียง เยาวชน ประเทศชาติ

หมดนักปราชญ์ กลายเป็นเสือ ตรงส่วนหาง

สติปัญญา ศีลธรรม ถูกปล่อยวาง

ความสว่าง หายสิ้น ... แผ่นดินทอง


แม่จ๋าแม่ ปู่ย่ายาย คุ้มครองอยู่

เปิดประตู เปิดปัญญา ดั่งฟ้าผ่อง

ช่วยเปิดตา เปิดใจ แยกคัดกรอง

ช่วยปกป้อง รู้เท่าทัน … อันตราย


Auntie Pan
August 12 2009
Nonthaburi Thailand







ด้วยเหตุดังกล่าว จึงมีส่วนให้ผู้คนจำนวนไม่น้อย ต้องหาอากาศโล่งโปร่งให้ตนเองได้ผ่อนคลาย ยืนหยัดอยู่ได้

โดยการ หาสิ่งสำเริงสำราญ มาเยียวยาบาดแผล อันเกิดจากความซึมเศร้า

ผลงานที่ผ่านการผลิตอย่าง ทุ่มเท จริงใจ ใฝ่ใจพัฒนา ของหนุ่มจากไต้หวันคนนี้ สามารถสร้างความหฤหรรษ์ ได้อย่างดี ตลอด 6-7 ปี ที่ต้องประสบกับวิกฤตอันเลวร้าย ของคุณธรรม ศีลธรรม ความซื่อสัตย์ ผ่องแผ้ว ในประเทศ ที่ลดระดับลงไปอย่างน่าอดสู







ละครเรื่อง Starlit ที่ออกอากาศจบไปแล้ว ที่บ้านเขา ได้รับการต้อนรับ แบบถล่มทลาย จาก หลาย ๆ ประเทศในเอเชีย

รวมทั้ง NHK ของญี่ปุ่น ที่เคยฮือฮา เมื่อได้ตกลงซื้อ ละครที่ Jerry แสดงนำ เรื่อง The Hospital ไปออกอากาศ นับเป็นละครจีนเรื่องแรก ที่ได้มีโอกาสไปโชว์ผลงาน ณ สถานี NHK อันเกริกเกียรตินั้น











 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2552
0 comments
Last Update : 23 สิงหาคม 2552 8:08:00 น.
Counter : 315 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ยายอุ๊ดจัง
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




<. .> ตอนเด็กยิ่งกว่าไฮเปอร์
<. .> ตอนแก่ยิ่งกว่าป้ำเป๋อ
<. .> ตอนสาว ๆ มะมีช่วงนั้นอ่ะ
ชีวิตหายไปกับเศรษฐกิจ และ
การเมืองไทยยยย แง แง


*** สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ. ลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่ และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของข้อความในสื่อ
คอมพิวเตอร์แห่งนี้ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษร

*** ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ป.ล.คำแปล หรือ ผลงานของนักร้องและนักแสดง
ต่างประเทศ ก็ได้รับความคุ้มครอง จาก พรบ. นี้
เช่นกัน (อ้างอิงจาก ม.61 พ.ร.บ.ลิขสิทธิื์ 2537)

(คัดข้อความจากบล็อกน้องแป้ง โดยเธออ้างอิง
มาจากคุณโทเค ... ขอบคุณมากทั้งสองท่านค่ะ)





Google
Friends' blogs
[Add ยายอุ๊ดจัง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.