๑๐ - ลายกินรี ; พงศกร - การสืบสวนที่มีความอยู่รอดของแผ่นดินเป็นเดิมพัน -


~ ล า ย กิ น รี ~

การสืบสวนที่มีความอยู่รอดของแผ่นดินเป็นเดิมพัน

นวนิยายโดย : พงศกร

สำนักพิมพ์ : กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง

พิมพ์ครั้งที่๑ : มีนาคม ๒๕๖๐

ราคา : ๓๙๐ บาท

จำนวน : ๔๘๒ หน้า


รายละเอียด

ความตายของกัปตันเดินเรือชาวฝรั่งเศสคนนั้น

สร้างความสั่นสะเทือนให้กับแผ่นดินอยุธยาไม่ใช่น้อย

และนั่นทำให้แม่หญิงพุดซ้อน หมอสตรีของกรุงศรีฯ

ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องโดยมิอาจเลี่ยงได้

ความยุ่งยากยุ่งเหยิงยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวี เมื่อเธอตกที่นั่งลำบาก

ต้องมาอยู่ตรงกลางระหว่างบุรุษหนุ่มผู้งามสง่าสองคน

หนึ่งนั้นคือออกหลวงอินทราชภักดี

ขุนนางกรมพระตำรวจผู้มีอนาคตไกล

และเมอซีเออร์โรแบรต์ หนุ่มรูปงามชาวฝรั่งเศส

ผู้มีผมสีทอง ดวงตาสีฟ้า

การสืบสวนที่แข่งขันกับเวลา ผ้าลายกินรีที่คนตายสวมใส่

และหัวใจรักที่แม่หญิงพุดซ้อนต้องเลือก

โดยมีความอยู่รอดของแผ่นดินเป็นเดิมพัน…

บันทึกหลังอ่าน

“ลายกินรี” เป็นผลงานของ “พงศกร” ที่พล็อตเรื่อง และการนำเสนอน่าสนใจมาก เราสนใจตั้งแต่ตอนผู้เขียนโปรโมตเรื่องนี้ใหม่ๆ ว่าจะลงนิตยสารพลอยแกมเพชร จนกระทั่งพลอยแกมเพชรปิดตัวลงก่อนจึงได้รวมเล่มเลย ซึ่งหากใครตามอ่านรีวิวของเรามานานก็จะรู้ว่าอุ้มสมเป็นแฟนนิยายของพงศกร

หลายคนพอเห็นชื่อเรื่อง “ลายกินรี” ก็จะเข้าใจว่าเป็นเรื่องใหม่ในชุดผี-ผ้าของผู้เขียน แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ผี-ผ้าครับ (ไม่มีผีมาให้หลอนแน่นอน) แต่เป็นซีรีส์ใหม่ของผู้เขียน ในชื่อชุด “นักสืบสตรีศรีอยุธยา” ซึ่งประกอบด้วย ลายกินรี ลายราชสีห์ และ ลายเหมราช โดย “ลายกินรี” เป็นเรื่องแรกของซีรีส์

ความเป็นนวนิยายพีเรียดผสมผสานกับสืบสวนสอบสวน ฆาตกรรม ตามหาความจริง นี่ละ คือความน่าสนใจของ “ลายกินรี” เรื่องราวพีเรียดสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และไม่ได้มีการย้อนเวลา ตัวละครเป็นผู้คนในสมัยนั้นจริงๆ(อารมณ์ประมาณ กาหลมหรทึก ของ ปราปต์ แต่นั่นก็ย้อนไปแค่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง)

เรื่องราวการตายอย่างมีเงื่อนงำของ “กัปตันฌอง” ฝรั่งที่เข้ามาค้าขายในกรุงศรีฯ จนร่ำรวย พบศพริมคลอง แต่ที่น่าประหลาดคือชายหนุ่มผู้นี้สวมผ้าซิ่นลายกินรี…เครื่องแต่งกายของสตรีในราชสำนัก นำมาซึ่งการสืบสวน ไขคดีของนางเอก

ประทับใจที่ผู้เขียนใส่ใจรายละเอียดในแง่ของข้อมูล ยิ่งเป็นงานพีเรียด ยิ่งต้องค้นคว้าข้อมูลมากมาย ได้รู้ประวัติศาสตร์ยุคสมเด็จพระนารายณ์ในเรื่องนี้มากในขณะเดียวกันผู้เขียนก็ได้นำมาผูกกับปมสืบสวนของเรื่อง ผูกกับแรงจูงใจที่ทำให้พระนางต้องรีบตามหาความจริงในมรณกรรมของกัปตันฌอง

เรื่องราวของ “ฟอลคอน” หรือ ออกญาวิชาเยนทร์ ข้าราชการในราชสำนักชาวกรีกที่มีตัวตนจริงในหน้าประวัติศาสตร์ ถือเป็นฝ่ายปฏิปักษ์กับตัวละครหลักในเรื่อง ซึ่งเนื้อเรื่องบอกเล่าในมุมของตัวละครที่ชิงชังฝรั่งผู้นี้ ฟอลคอนในลายกินรีจึงมีความเป็นตัวละครสีดำ และหากพระนางหาความจริงไม่ได้ว่าใครคือฆาตกรที่ฆ่ากัปตันฌอง ฟอลคอนจะต้องหาเหตุทำสงครามกับสยามแน่นอน

การสืบสวนในครั้งนี้จึงมีความอยู่รอดของแผ่นดินเป็นเดิมพันด้วย…

นักสืบสตรีศรีอยุธยา หรือนางเอกในเรื่องนี้คือ “แม่หญิงพุดซ้อน” เปิดตัวตั้งแต่บทแรกได้อย่างน่าสนใจ แม่หญิงผู้แก่นแก้ว เก่งกล้าไม่กลัวใคร พ่อเป็นหมอที่ผู้คนในกรุงศรีฯ ให้การยอมรับนับถือว่าเก่ง จนกระทั่งพ่อตาย พี่ชายของเธอก็ไม่เอาไหน ไม่สนใจวิชาการแพทย์ แต่แม่หญิงพุดซ้อนสนใจ ทว่าความเชื่อของผู้คนในสมัยนั้นว่าผู้หญิงก็เป็นได้แค่หมอตำแย ไม่มีทางที่จะมีความรู้เท่าชายชาตรี จึงต้องให้ “หมอมี” พี่ชายของเธอสวมตำแหน่งหมอบังหน้า แต่คนรักษา คนปรุงยาแท้จริงแล้วคือแม่หญิงพุดซ้อน

เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก แต่พอมีประเด็นสืบสวนสอบสวนซึ่งเป็นหัวใจหลักของเรื่อง ประเด็นนี้ก็ถูกกลบกลืนหายไปอย่างน่าเสียดาย นึกว่าจะได้เห็นภาพการสู้ชีวิต การไม่ย่อท้อของพุดซ้อน ในการทำให้ชาวบ้านยอมรับเธอเป็นหมออย่างชัดเจน แต่บทต่อๆ มา แม่หญิงพุดซ้อนก็เป็นแม่หญิงที่ก๋ากั่น ผู้คนให้การยอมรับ และไม่จำเป็นต้องใช้พี่ชายสวมบทบาทหมอกำมะลอแล้ว

ชอบครอบครัวของนางเอก เมื่อสิ้นพ่อไปแล้ว ก็เหลือนาง พี่ชาย แม่ใหญ่ และแม่ของนาง (แม่หญิงพุดซ้อนเป็นลูกเมียรอง) แต่ไม่ได้มีการทะเลาะเบาะแว้งอะไรเลย เป็นครอบครัวที่สองแม่อยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น มีความสุข โดยเฉพาะหมอมี พี่ชายนางเอกที่ถึงจะขี้เมา ติดการพนัน แต่ก็ยังรักน้อง มีมุมน่ารักให้เราได้เห็น (แต่เป็นพี่ชายที่คนเป็นน้องพึ่งอะไรไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ ฮ่าๆ)

โปรยปกหลังบอกเล่าประมาณว่านางเอกต้องมาอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ชายสองคน ความรักที่ต้องเลือก ทำเอาเราเข้าใจว่าเป็นแนวรักสามเส้า หนึ่งหญิงสองชาย แต่พออ่านจบก็พบว่าเรื่องนี้มีตัวละครหลักที่ช่วยกันสืบหาความจริง เป็นหนึ่งหญิงสองชายนี่แหละ แต่ไม่ได้มีบรรยากาศรักสามเส้าสักเท่าไหร่ นางเอกก็ไม่ได้ต้องลำบากใจในการเลือกอะไรมาก เพราะมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าใครเป็นพระเอก ชัดเจนอยู่แล้วว่าเจ้าหล่อนมีใจให้ใคร

ความรักของพระนางในเรื่องนี้ทำให้เราคล้อยตามได้ในระดับนึง คือด้วยเหตุการณ์ ด้วยสถานการณ์ที่พระนางต้องมาเจอกัน สืบหาความจริงร่วมกัน ความเก่งกล้าของนางเอก ที่ไม่เหมือนสตรีเรือนอื่นๆ ย่อมทำให้พระเอกของเรามีใจให้ไม่ยาก ในขณะที่นางเอกก็เริ่มเห็นตัวตนของพระเอก ด้านที่เธอไม่เคยคิดว่าจะพบจากผู้ชายคนนี้

ที่ชอบมากคือปมการตายของกัปตันฌอง มีผู้ต้องสงสัยมากมายชวนให้เราขบคิด ผู้เขียนทำได้ดีมาก ส่วนตัวแอบเดาผิด ไม่คิดว่าฆาตกรจะเป็นคนๆ นั้น การสืบสวนที่ทำให้คนอ่านเห็นภาพได้จริงว่าอยู่ในสมัยนั้น นอกจากนั้นยังมีการใส่ประเด็นชายรักชาย หรือที่เรียกว่าลักเพศ ในสมัยนั้นซึ่งเป็นรสนิยมของฝรั่งที่เข้ามาค้าขายในสยาม

ตัวละครที่เราชอบเป็นพิเศษคือ “อะมีนะห์” เด็กแขกผู้น่าสงสัย คล้ายดังว่ามีเรื่องอะไรปิดบังคนอ่านอยู่ ประวัติของหล่อนช่างโชกโชนและผ่านอะไรมากเยอะเหลือเกิน เป็นตัวละครที่น่าสนใจ ไม่รู้ทำไมตอนอ่านช่วงหลังๆ แอบเชียร์ให้นางคู่กับพ่อฝรั่ง “เมอซีเออร์โรแบรต์”

แต่ส่วนที่ขัดใจก็มีอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องสำนวนภาษา จากคำนำผู้เขียนที่บอกว่าใช้สำนวนภาษา การบรรยายที่ไม่โบราณเกินไป เพื่อให้เป็นนิยายร่วมสมัย อ่านง่าย แต่ไม่เสียบรรยากาศหรืออรรถรสความเป็นนิยายพีเรียดไป ซึ่งในส่วนนี้เราค่อนข้างเห็นต่าง

ถ้าในแง่ของข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ ฉากหลัง ทำให้ลายกินรีมีความเป็นนิยายพีเรียด ส่วนที่ทำให้เสียบรรยากาศก็คือสำนวนภาษา อยากให้สำนวนภาษามีความโบราณ เข้ากับยุคสมัยในเรื่องมากกว่านี้ สำนวนบางช่วงบางตอน การบรรยาย บทสนทนามีความเป็นนิยายปัจจุบัน เท่าที่จำได้คือบรรยายตอนที่ชาวบ้านมาให้นางเอกรักษา ว่ามีการให้ลงทะเบียน มีความเป็นโรงพยาบาลในยุคปัจจุบันมาก

หรือการเรียกชาวโปรตุเกสว่า “พุทธเกศ” ตามแบบชาวบ้านในยุคนั้น แต่ในช่วงท้ายกลับมาเรียกว่า “โปรตุเกส” แต่ที่ขอชมก็คือคำทับศัพท์ ที่เวลาตัวละครชาวสยามเรียกก็จะเหมือนคนในช่วงนั้นจริงๆ เช่น “กะปิตัน” แต่พูดถึงสำนวน ก็อดขำประโยคอุทานของนางเอกไม่ได้ ตอนที่คนใช้มาบอกนางเอกว่ามีเด็กข้อศอกแตก นางอุทานว่า “พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ !”

ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนที่ขัดอกขัดใจไปบ้างที่ทำให้อรรถรสในการอ่านลดน้อยลง แต่ในแง่สืบสวนสอบสวนก็ทำได้ดีครับ ยิ่งเป็นสืบสวนพีเรียดแบบที่ไม่ค่อยได้พบในนิยายไทยสักเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้ “ลายกินรี” ได้ไม่ยาก

อุ้มสม

๒๑ เมษายน ๒๕๖๐





Create Date : 21 เมษายน 2560
Last Update : 21 เมษายน 2560 0:51:06 น.
Counter : 3813 Pageviews.

4 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณJim-793009, คุณpolyj, คุณlovereason, คุณjackfruit_k, คุณProphet_Doll

  
เรื่องนี้ได้ลองอ่านไปประมาณ 3 บทจากเพจกรู๊ฟ ก็ค่อนข้างติดใจทีเดียวครับ ว่าจะตามไปหาซื้อหนังสือมาอ่านเหมือนกัน ขอบคุณอุ้มสมที่ริวมากๆ ครับ เพราะทำให้อยากอ่านมากขึ้นไปอีก เห็นด้วยตรงประเด็นสำนวนภาษา ว่ายังไม่ให้ความรู้สึกพีเรียดมากพอครับ แต่โดยรวมโอเคมาก โหวตให้ทุกคนได้ลองอ่านกันครับ
โดย: Jim-793009 วันที่: 21 เมษายน 2560 เวลา:16:00:24 น.
  
ตามมาโหวตตตต
โดย: Prophet_Doll วันที่: 22 เมษายน 2560 เวลา:11:34:06 น.
  
เล่มนี้เพิ่งเคยเห็นเลย ไม่เคยลองนปก.นี้เลยสักที เก็บๆข้อมูลค่ะ
โดย: kunaom วันที่: 22 เมษายน 2560 เวลา:16:25:00 น.
  
คุณ : Jim-793009 >>> ใจตรงกันครับ

ขุ่นพี่ PD >>> ขอบคุณก๊าบบบ

พี่คุณอ้อม >>> เชียร์สิเน่หาส่าหรีครับ
โดย: อุ้มสม วันที่: 23 เมษายน 2560 เวลา:22:51:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อุ้มสม
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 209 คน [?]



เป็นนักอ่านตัวเล็กที่มุ่งจะรีวิวหนังสือที่ตัวเองอ่านให้ได้มากที่สุด...และตั้งมั่นที่จะเป็นนักเขียนดังใจฝันให้จงได้

สำหรับใครที่อยากพูดคุยกับอุ้มสมนะครับ ก็สามารถแอดเฟรนด์ หรือพูดคุย ทักทายกันทางเฟซบุ๊กได้นะครับที่ https://www.facebook.com/jakkri.pansamaibass เลยครับ
แต่ในเฟซจะไม่ได้มีแต่เรื่องนิยายอย่างเดียวนะครับ ก็มีไร้สาระ พร่ำเพ้อ บ้างไรบ้าง ตามประสาเด็กๆ น่ะครับ

เมษายน 2560

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
22
23
25
26
27
28
30
 
 
All Blog