ทำบุญอย่างไรจึงจะมีอานิสงส์มาก
ทำบุญอย่างไรจึงจะมีอานิสงส์มาก

สมัยที่ผมยังไม่ได้ปฏิบัติธรรม ถ้าคิดถึงเรื่องการทำบุญกุศลแล้ว ก็มักจะนึกถึงการทำบุญใส่บาต หรือบริจาคทานเป็นเรื่องหลัก ลองลงมาก็คือการไม่ทำความชั่วทั้งทางกาย วาจา ใจ หรือการปฏิบัติตามศีล๕ เท่านี้จริงๆ เมื่อได้ศึกษาธรรมมากขึ้น ทั้งจากการฟังเทศน์ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์และการอ่านจากหนังสือเผยแพร่ธรรมแล้ว ก็เริ่มมีความเข้าใจมากขึ้น

ถามว่าผมหวังอะไรจากการทำบุญสร้างกุศล เมื่อก่อนนี้ มักจะหวังให้ได้มนุษย์สมบัติเช่น ร่ำรวย มีทรัพย์ มียศถาบรรดาศักดิ์ เป็นต้น หรือบางครั้งหวังเผื่อไปถึงโลกหน้าด้วย มีเหมือนกันที่หวังไกลไปกว่านั้นคือให้ได้สวรรค์สมบัติคือให้ไปเกิดในสวรรค์ (เป็นเทวดา มีแต่สุข) ไม่เคยคิดที่จะหวังนิพพานสมบัติเลย เพราะคิดแต่ว่าผู้ที่ไปถึงได้ก็มีแต่พระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์เท่านั้นคนธรรมดาคงไปถึงได้โดยยาก

ต่อมาเมื่อทำบุญใส่บาต ให้ทานหรือบริจาคด้วยอาหาร ด้วยทรัพย์วัตถุ บ่อยๆเข้า ความปรารถนาผลตอบแทนในรูปมนุษย์สมบัติ และสวรรค์สมบัติ เริ่มน้อยลง (ไม่ใช่ไม่มีนะครับ) แต่กลายเป็นความอิ่มเอมใจที่ได้ให้ มีความสุขต่อการให้แม้สิ่งนั้นจะมีค่ามากน้อยเพียงใดก็ตาม เป็นการลดความยึดถือว่านั่นเป็นของของเราลง ถ้าคุณไม่เชื่อลองทำดูนะครับทำให้บ่อยๆแล้วคุณจะหวังผลตอบแทนน้อยลง น้อยลง แต่จะได้ความปลาบปลื้มใจมาแทนมากขึ้น มากขึ้น ต้องลองถึงจะรู้ครับ

ผมคิดถึงเรื่องเหล่านี้แล้ว ก็เลยไปหาข้อมูลจากหลายแหล่งมาจัดทำเป็นเพาเวอร์พอยต์ (สรุปเป็นภาพให้กระชับ) ในเรื่องของบุญว่ามีอะไรบ้าง ทำบุญอย่างไรจะได้อานิสงส์มาก และเราควรหวังอะไรจากการสร้างบุญสร้างกุศล คำตอบรอคุณอยู่แล้ว

(เนื่องจากผมทำเป็นเพาเวอร์พอยต์ แล้วบันทึกเป็นภาพ เจเพค เพื่อนำลงบล็อก ภาพอาจจะไม่ชัด ต้องคลิ๊กที่ภาพหนึ่งครั้ง เมื่อปรากฏเต็มจอแล้ว ให้คลิ๊กที่ปุ่มขยายภาพทางมุมล่างด้านขวาอีกครั้ง คุณจะเห็นตัวหนังสือในภาพได้อย่างชัดเจน)


เริ่มด้วยเรื่องของบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ก่อนครับ



จากพจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) http://www.84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=89
บุญกิริยาวัตถุ๑๐ แต่สามารถรวมได้เป็น ๓ หมวดใหญ่ๆ คือ ทาน ศีล และ ภาวนา (แยกด้วยสี ให้เห็นแล้ว ส่วน ทิฏฐุชุกัมม์ อาจจัดเป็นศีล หรือ ภาวนา ก็ได้



จาก http://board.palungjit.com/f130/เทียบอานิสงค์-ของการสร้างบุญบารมี-ทาน-ศีล-ภาวนา-25165.html โดย คุณ WebSnow
การสร้างทานให้ผลน้อยกว่าการถือศีล การถือศีลให้ผลน้อยกว่าการภาวนา



วัตถุสิ่งของ เงิน ที่ให้ต้องบริสุทธิ์ คือต้องได้มาโดยสุจริต ไม่ได้เอาเงินที่โกงเขามามาทำบุญ อย่างนี้เป็นต้น เจตนาที่ให้ต้องบริสุทธิ์ ไม่ใช่ทำบุญเพื่อเอาหน้า หวังได้ชื่อเสียง คะแนนเสียง หรือแม้แต่ว่าให้แล้วจะได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ก็ไม่ถูกต้อง(แต่เรายังติดกับความคิดนี้อยู่มาก) เจตนาที่บริสุทธิ์จริงๆก็คือเพื่อขัดเกลากิเลสของตัวเราให้น้อยลง นาบุญบริสุทธิ์ก็คือผู้ที่เราให้ต้องดีด้วย เช่น ถ้าเราให้อาหารกับคนไร้ศีลได้บุญน้อยกว่าถวายภัตตาหารเณรหรือพระ เพราะคนไร้ศีลจะมีพลังกายไปก่อความชั่วได้ ทำให้คนอื่นอีกหลายคนเดือดร้อน แต่ถ้าถวายภัตต์แด่สงฆ์ที่มีศีลเคร่งครัด ท่านก็มีพลังกายที่จะไปเผยแพร่ธรรม ทำให้คนอีกจำนวนมากอยู่ในศีลในธรรม เช่นนี้เป็นต้น





รูปนี้ ให้วิหารธรรม คือการสร้างศาสนสถานย่อมได้บุญมาก แต่ก็ยังน้อยกว่าการให้ความรู้ทางธรรม การให้แสงสว่างทางธรรมยังได้บุญน้อยกว่าการให้อภัยต่อกัน



ให้ทานได้บุญน้อยกว่าการถือศีลปฏิบัติธรรม ถ้าถือศีล๕ ก็ได้บุญน้อยกว่าถือศีล๘ ถือศีล๘ ก็สู้การบวชเป็นพระไม่ได้เพราะพระมีศีลถึง๒๒๗ข้อ การถือศีลก็คือการประพฤติดีทางกาย (กายสุจริต) และการประพฤติดีทางวาจา(วาจาสุจริต)



การถือศีลก็ยังได้บุญน้อยกว่าการภาวนา หรือการอบรมจิตใจของตนเอง ศีลคุมความประพฤติทางกาย วาจา แต่ภาวนาคุมและพัฒนาจิตใจ ซึ่งเป็นสุดยอดของการทำบุญทำกุศลโดยไม่เสียเงินเลย ถึงว่ากันว่าไม่มีเงินเลย ไม่รวยก็สร้างความดีได้ ซึ่งทำได้สองอย่างคือการทำสมถภาวนาคือการฝึกอบรมจิตใจให้สงบไม่สอดส่ายหาสิ่งที่เป็นอกุศล ส่วนวิปัสสนานั้นเป็นการฝึกจิตใจให้เกิดปัญญาเห็นว่าสรรพสิ่งทั้งปวง ทั้งรูปนาม(ขันธ์๕)ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ตรงนี้มักจะมีบางคนกระแนะกระแหนว่าคนไม่มีจะกินจะมามัวนั่งหลับตาอยู่ได้อย่างไร เอาเรื่องของการประกอบอาชีพมาแย้งกับการถือศีลปฏิบัติธรรม การที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนก็สามารถถือศีลและภาวนาได้ ดีเสียอีกที่จะทำให้เขามีสติ มีสมาธิ มีความเพียรในการทำมาหากินยิ่งขึ้น การภาวนานั้นไม่จำเป็นต้องมานั่งหลับตาอย่างเดียวเมื่อไหร่ ถ้าเราสามารถควบคุมจิตใจได้ตลอดเวลา(ไม่ว่าจะทำการงานใดอยู่)ไม่ให้วอกแวกไปในเรื่องที่เป็นอกุศลแล้ว ก็คือการอบรมใจได้ระดับหนึ่งเป็นการภาวนานั่นเอง





Create Date : 19 กันยายน 2553
Last Update : 19 กันยายน 2553 16:14:31 น.
Counter : 2496 Pageviews.

6 comments
  
ชอบบล็อกนี้มาก ขอขอบคุณที่นำสิ่งดๆ มาแบ่งปันกันครับ
โดย: kanetp007 วันที่: 19 กันยายน 2553 เวลา:17:17:24 น.
  
ขอบคุณค่ะ
โดย: น้ำทิพย์ IP: 124.178.39.82 วันที่: 19 กันยายน 2553 เวลา:18:40:22 น.
  
โมทนา สาธุ
โดย: wannipha IP: 58.64.67.21 วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:21:18:16 น.
  
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
โดย: นวลอนงค์ เคลือบอาบ IP: 125.27.252.241 วันที่: 8 มกราคม 2554 เวลา:20:06:03 น.
  
ดีมาก ๆ ค่ะ อนุโมทนาสาธุ
โดย: pitcharpha IP: 58.9.27.74 วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:21:29:20 น.
  
สาธุ ขอบคุณครับ
โดย: ท่านแขก IP: 223.206.214.244 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:00:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อุษา
Location :
แพร่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



กันยายน 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
7
9
10
11
13
15
16
17
18
20
21
22
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog