บวชแล้วได้อะไร
วันที่ ๖ เม.ย.๕๕ เป็นวันพระขึ้น๑๕ค่ำ และเป็นวันจักรี ถือเป็นวันดีศรีวัน คุณย่าเปาเปาขอร่วมไปทำบุญที่วัดแพร่ธรรมารามด้วย ก่อนไปได้กราบพระพุทธรูปบนร้านน้อมระลึกถึงพระพุทธคุณที่ได้ให้แสงธรรม กราบอัฐิพ่อแม่ซึ่งอยู่ในโกศด้วยสำนึกในพระคุณที่ได้ให้อัตภาพนี้ขึ้นในโลก นำสังฆทานซึ่งเป็นของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปถวายพระสงฆ์






หลังจากรับศีลกันแล้ว พระอาจารย์ประธานสงฆ์ได้ให้พระบวชใหม่ที่จะลาสิกขา ๔ รูป พูดธรรมะให้ญาติโยมที่มาทำบุญฟังในหัวข้อ “บวชแล้วได้อะไร” ปกติท่านจะให้พระพูดธรรมะเช่นนี้ทุกรูปก่อนสึก

ผมขอนำเทศนาธรรมมาเล่าสู่กันฟังตามนี้ครับ


ส่วนใหญ่ท่านพูดว่า เมื่ออยู่บ้านมีชีวิตที่แสนสบาย คือไม่เคยทำงานบ้านใดๆเลย เป็นภาระของแม่พ่อ ทำแต่งานของตัวเอง คืองานการเรียนการศึกษา หรืออาชีพ นอนดึก ตื่นสาย กิน ดื่ม เที่ยว เล่นเกมส์ ไปตามอารมณ์ เมื่อต้องมาอยู่วัดถือศีล๘ ก่อนบวชและเมื่อบวชแล้วต้องอดทนต่อข้อวัตรต่างๆ จนบางท่านคิดถึงบ้าน ไม่อยากบวช บางท่านกล่าวว่างานบางอย่างเมื่ออยู่บ้านไม่เคยทำมาก่อน แต่ต้องทำเมื่อมาอยู่ที่วัด เช่นกวาดถูศาลา กวาดถนน ล้างห้องส้วม หรือบางท่านเคยนอนตื่นสาย ตื่นมาแล้วก็ไม่เคยเก็บที่หลับที่นอน กลับต้องตื่นก่อนตีสามเพื่อมาสวดมนต์ทำวัตรเช้า ต้องมานั่งทำสมาธิวันละหลายๆครั้ง ครั้งละอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ปวดเมื่อยสรรพางค์กาย ต้องฉันอาหารแค่มื้อเดียว ต้องอุปัฏฐากพระเถระ แต่กับแม่พ่อไม่เคยดูแลท่านเยี่ยงนี้มาก่อน วันพระต้องทำเนสัชชิกคือไม่นอน ทำความเพียรด้วยการทำสมาธิหรือเดินจงกรมทั้งคืน เพื่อให้มีวิปัสสนาปัญญา พิจารณารูปนามให้เห็นเป็นไตรลักษณ์ พระอาจารย์เคยสอนว่าถ้าแค่นี้ทนไม่ได้แล้วเมื่อสึกออกไปอยู่กับโลกภายนอกจะสู้ชีวิตได้อย่างไร และเคยเตือนสติบางท่านที่มาขออนุญาตไม่ออกไปบิณฑบาตเพราะอาพาธว่าถ้าจะต้องตายเพราะเหตุนี้ก็ให้มันรู้ไป สุดท้ายทุกท่านก็ผ่านมาได้จนถึงวันลาสิกขา

ท่านสรุปความว่าสิ่งที่ได้จากการบวช คือ
ความอดทน
ความมีระเบียบวินัย
มีสติ รู้เท่าทันความคิดตัวเอง คือ เมื่อมีสิ่งใดมากระทบความรู้สึกทำให้เกิดความไม่พอใจ ก็รู้ตัว ( เช่นไม่พอใจที่จะต้องล้างส้วม กวาดถูเสนาสนะ ก็รู้ว่าไม่พอใจ) ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจปรารถนา ก็รู้ตัว (เช่นง่วงนอนอยากนอน หิว)
มีสมาธิ ความสงบ มากขึ้น
มีความอ่อนน้อม ถ่อมตน
ได้เรียนรู้ข้อธรรม จากการฝึกประพฤติปฏิบัติมากขึ้น ไม่เบียดเบียนใคร ไม่เพ่งโทษใคร

นี่คือสิ่งที่ท่านได้รับจากการมาบวชที่วัดแพร่ธรรมารามแห่งนี้



Create Date : 08 เมษายน 2555
Last Update : 8 เมษายน 2555 10:21:00 น.
Counter : 950 Pageviews.

2 comments
  
คือการพนันในบุญ บารมี
คือการที่ชายไทยวัยช่วยเหลือ แทนคุณแผ่นดิน จะต้อง วางเฉย
ต่อวิชาที่แผ่นดินให้ ต้องละจากการแทนคุณแผ่นดิน ไปพนันในบุญ
ไปหลงกับการสมมุติว่าเป็นยานอวกาศพาแม่พ่อ ขึ้นสวรรค์ได้
ไปปั้นกิเลสจะหลุดพ้นจากคดีผิดตนต่างๆไปได้ ด้วยมุ่งเป็นอมนุษย์
กันทีเดียวเชียว
โดย: Tanaka IP: 27.55.1.208 วันที่: 10 เมษายน 2555 เวลา:0:10:56 น.
  
ทำดี มีธรรม ให้ครบได้เช่นพระพุทธเจ้า. แล้วไปขอพรที่พระพุทธเจ้าขอให้ดอกบัวลอยย้อนกระแสน้ำได้กันเถิด. เพราะพระพุทธเจ้าขอพรผ่าน. ทั้งๆที่ยังไม่มีอรหันต์สักอรหันต์เดียวเลย ยังไม่มีพระสยามเทวาธิราช ยังไม่มีเจ้าแม่กวนอิม ลิ้มกอเหนี่ยว ยังไม่มีพระพุทธชินราช ศาลหลักเมือง ไม่มีเลย. แต่พระพุทธเจ้าก็ขอพรผ่านนะครับ. พระพุทธเจ้าขอพรจากพระเจ้านั่นเองครับ. และสำคัญมากว่า พระพุทธเจ้าไม่เนรคุณลบหลู่พระเจ้าถึงขอพรผ่าน. ฉะนั้นกตัญญูธรรมเช่นพระพุทธเจ้ามี และไม่ขาดธรรมข้อนี้(กตัญญูต่อเจ้าของพร) แล้วขอพรตรง ไม่ต้องเบียดเบียนสรรพวิญญาณใดใดแม้แต่น้อยเลย(เมตตาธรรม). ลองก่อน อย่าเพิ่งเชื่อ หลุดพ้นจากการหลอกลวงของนักบวชได้ด้วยนะครับ. พวกนั้นต้องการอาหาร การยอมรับ การเยินยอ สรรเสริญ ความพึงใจ ทานรางวัลสมนะศักดิ์ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการจับต้อง งบประมาณของชุมชนกันทุกกลุ่ม. ต่อตรงกับผู้เมตตาแด่พระพุทธเจ้า ด้วยวิธีที่ ง่าย และ ตรง ใยกังขากันอยู่เล่า.
โดย: Tanaka IP: 27.55.3.3 วันที่: 21 มีนาคม 2556 เวลา:1:03:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อุษา
Location :
แพร่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



เมษายน 2555

2
3
4
5
6
7
9
10
11
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
8 เมษายน 2555
All Blog