Group Blog
 
<<
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
13 เมษายน 2556
 
All Blogs
 
พลังแห่งสถาบัน พลังแห่งสัญลักษณ์


นับวัน...ผมยิ่งรู้สึกว่าความขัดแย้งในประเทศไทยคราวนี้

มันไม่ธรรมดาจริง ๆ จากเดิมที่เริ่มมาจากความขัดแย้งด้านตัวบุคคล

จนกระทั่งวันนี้ ผมชักไม่แน่ใจว่า มันลงลึกไปถึงไหนแล้ว

แต่สิ่งที่ผมแน่ใจก็คือ ความขัดแย้งคราวนี้

มันคงแก้ไขไม่ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ความตายของใครบางคนเท่านั้น


ครับ...ในบรรดาความขัดแย้งทั้งหลายของมนุษยชาตินั้น

ที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างลึกซึ้งที่สุด

ก็ต่อเมื่อความขัดแย้งนั้นมันลงลึกไปถึงระดับจิตใจ

ไม่ใช่เพียงแค่การขัดผลประโยชน์ทั่วไป

พูดอีกอย่างก็คือ มันจะต้องเป็นความขัดแย้งถึงระดับสถาบัน


(หมายเหตุ : Blog ART19

คำว่าสถาบัน ณ ที่นี้กินความกว้างกว่าที่เป็นประเด็นในทุกวันนี้นะครับ)


ท่านพุทธทาสเคยกล่าวถึง "สถาบัน"เอาไว้ว่า

สถาบัน คือสิ่งที่ประดิษฐานอยู่ในจิตใจ

อะไรก็ตามที่ได้รับการยอมรับลงลึกถึงระดับจิตใจ สิ่งนั้นก็แปรสภาพเป็นสถาบันได้

ข้อสังเกตุก็คือ สิ่งที่กลายเป็นสถาบันนั้น "อยู่เหนือความตาย"

เพราะเมื่อสิ่งนั้นได้ประดิษฐานอยู่ในจิตใจแล้ว

ย่อมจะได้รับการสืบทอดและเผยแผ่ต่อไปเรื่อย ๆ

ในทางสังคมศาสตร์ "สถาบัน" ถอดศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่า

"institution" มีความหมายว่า แบบอย่างแห่งพฤติกรรมที่สร้างขึ้น

และมีการปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันมาอันเป็นที่ยอมรับกันในสังคม

ก่อนหน้านี้เคยมีวาทกรรมอันเป็นที่กล่าวขวัญถึง นั่นคือ

การทำให้พรรคการเมืองกลายเป็น สถาบันทางการเมือง

นั่นก็คือ การทำให้พรรคการเมืองนั้นมีความเป็นแบบแผน

ที่สามารถสืบทอดไปยังคนรุ่นหลังได้ ไม่ใช่ว่าหัวหน้าพรรค

หันหลังให้พรรคแล้ว พรรคนั้นก็หมดอนาคต


สิ่งที่น่าสนใจก็คือ คน ๆ หนึ่งจะยกระดับตนเองจนกระทั่ง

คน ๆ นั้น กลายเป็น "สถาบัน"ได้หรือไม่ ซึ่งก็หมายความว่า

1.แนวทางพฤติกรรมของเขาได้รับการยอมรับ

2.เขาถูกจดจำข้ามกาลเวลา แม้เมื่อเขาตายไปแล้ว

3.มีผู้สืบทอดแนวทางพฤติกรรมของเขา

และถ้าทำได้จริง อะไรเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้เขากลายสภาพเป็นสถาบัน

ผมคิดว่า นอกเหนือจากคุณงามความดี คุณูปการ

หรือผลงานอันยิ่งใหญ่ที่เขาทิ้งเอาไว้

สิ่งที่ทำให้คน ๆ หนึ่งกลายเป็นสถาบันได้

มันต้องอาศัยพลังบางอย่างเกื้อหนุนด้วย

นั่นคือ "พลังแห่งสัญลักษณ์" ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้คนผู้นั้น

ถูกจดจำไว้ในลักษณะบางอย่าง หรือเป็นตัวแทนบางสิ่งบางอย่างตลอดไป


ตถาคต ถูกจดจำในฐานะศาสดา ผู้พ้นแล้วซึ่งกิเลสอาสวทั้งปวง

และพระพุทธรูปกลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง พระวิสุทธิคุณ

พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของตถาคต


พระเยซูคริสต์ ถูกจดจำในฐานะศาสดาแห่งความรัก

และไม้กางเขนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก

ซึ่งพระเยซูท่านได้ไถ่บาปให้แก่มนุษยชาติ


พลังแห่งสัญลักษณ์มีส่วนทำให้ศาสดาทั้งสองท่าน

ได้รับการยอมรับและแนวทางพฤติกรรมของท่าน

ได้เผยแผ่ไปสู่ส่วนต่าง ๆ ในโลกอย่างแพร่หลาย

หากปราศจากซึ่งสัญลักษณ์แล้ว ผมเชื่อว่า

ศาสนิกชนของทั้งสองศาสนาอาจมีไม่มากเหมือนทุกวันนี้


ดังนั้น การจู่โจมทางจิตใจที่ลงลึก รุนแรงที่สุด จึงต้องนับเนื่องเอา

การจู่โจมทางสัญลักษณ์ด้วย กรณีนี้จะเห็นได้ชัดเจนจาก

วิกฤตการเผาสถานฑูตไทย ในกัมพูชา ตามข่าวลือที่เชื่อกันว่า

มีดาราสาวคนหนึ่ง ไปกล่าวว่า นครวัด เป็นของไทย

เมื่อนครวัดมีความหมายถึง "สัญลักษณ์ของกัมพูชา"

ผลก็คือ สถานฑูตไทย โดนเผาวายวอด


หรือเหตุการณ์ ก่อการร้ายที่ตึก Worldtrade ในอเมริกา

ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งระบบทุนนิยม และสัญลักษณ์ทางเศรษฐกิจ

ของอเมริกา ผลก็คือ มันได้สร้างความกระทบกระเทือนทางจิตใจ

ต่ออเมริกันชนอย่างลึกซึ้ง รุนแรงที่สุด


ผมเดาเอาว่า การที่ประเทศไทยในอดีตมีรัฐประหารหลายครั้ง

มีการฉีกรัฐธรรมนูญหลายเล่ม แต่ปฏิกิริยาของคนไทยที่มีต่อเหตุการณ์นี้

กลับไม่ปรากฏการต่อต้านชัดเจนมากนักเพราะคนไทยในอดีต

มิได้รู้สึกว่า รัฐธรรมนูญ หรือ การมีรัฐบาลเป็นสัญลักษณ์ของพวกตน

หรือกล่าวให้ชัดก็คือ รัฐธรรมนูญนั้น มิใช่สัญลักษณ์ที่สะท้อนถึง

แบบแผนหรือวิถีชีวิตที่ตนเองยอมรับ ซึ่งนั่นรวมถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม

อันเป็นช่วงรอยต่อทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญด้วย

ถึงแม้ว่า ปรากฏการณ์ 14 ตุลา จะถูกกล่าวขาน ถูกจดจำ

จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งเพียงไรก็ตาม

แต่แบบแผนแห่งพฤติกรรมของปัญญาชนในยุคนั้น

กลับไม่สู้จะได้รับการสืบทอดต่อเนื่องและเผยแผ่มากนัก

ปรากฏการณ์ 14 ตุลา สำหรับผมจึงยังไม่อาจยกระดับเป็นสถาบันได้


เอาล่ะ กลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบันกันดีกว่า คำถามก็คือ

อดีตนายก ฯ ทักษิณ จะแปรสภาพเป็นสถาบันได้หรือไม่

(ย้ำอีกครั้ง คำว่า สถาบัน ณ ที่นี้กินความกว้างกว่าที่เป็นประเด็นในปัจจุบัน)

หมายความว่า แนวทางพฤติกรรมของอดีตนาย ฯ ทักษิณ จะได้รับการยอมรับ

หรือถูกจดจำ และได้รับการเผยแผ่ จนกระทั่งคนบางกลุ่มรู้สึกว่า

การกระทบกระเทือนต่ออดีตนายก ฯ ทักษิณ

คือ การกระทบกระเทือนต่อวิถีชีวิตซึ่งตนยอมรับ

และมันจะยอมกันไม่ได้เด็ดขาด ขนาดต้องตายกันไปข้าง

คำถามนี้ ผมยังไม่อยากตอบ ณ ที่นี้

ขอให้เป็นทัศนคติของแต่ละท่านดีกว่า แต่ผมขอทิ้งข้อสังเกตุเอาไว้ว่า

อดีตนายก ฯ ทักษิณยังขาดพลังแห่งสัญลักษณ์

ที่จะทำให้เกิดการสื่อถึงแนวทางพฤติกรรมของท่าน

ลองคิดกันเล่น ๆ นะครับ ถ้าหากจะมีพลังแห่งสัญลักษณ์ที่มีส่วน

เกื้อหนุนต่อสถาบันตามแนวทางของอดีตนาย ฯ ทักษิณ

มันควรจะมีสภาพหรือลักษณะยังไง

แต่สำหรับคนที่มีทั้งข้อดีแต่ก็มีข้อเสียเพียบไปหมดอย่างนี้

มันช่าง create ยากจริง ๆ




Create Date : 13 เมษายน 2556
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 11:00:28 น. 0 comments
Counter : 961 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.