Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
ความลับของ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" โดย เปลว สีเงิน จาก ไทยโพสต์


ทักษิณนี่ "เฮี้ยน" เทียบเท่า พ่อมากพระโขนง

จริงๆ แค่บอกว่าจะกลับมาเท่านั้นแหละ "ธรณีแยก"

นี่ถ้ากลับมาวันไหน "ธรณีสูบ" แหงๆ แล้วแยกที่ไหนไม่แยก

ดันมาแยกใต้สะพานไทย-เบลเยี่ยม ย่านคลองเตย

ไม่ใกล้-ไม่ไกลไทยโพสต์ซะด้วย ตั้งท่าจะไปดูซักหน่อย

แต่กลัวแผ่นดินจะอ๊วบผมไปรองท้อง เลยกลับบ้านเข้ามุ้ง

ส่งโทรจิตคุยกะท่านแม้วว่า

"ปลื้ม-ไม่ปลื้ม" ที่ "เสื้อกั๊กขาประจำ" ตั้งให้เป็นโจโฉน่ะ!?

แม้วบอกปลื้ม โจโฉคือไอดอลของเขา

เพราะโจโฉมีสมญานามว่า "บุรุษผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ"

แต่ผมแย้งไปว่า...อย่าเป็นเลย โจโฉน่ะ อย่างท่านต้องเป็น "ตั๋งโต๊ะ"

จึงจะคู่ควร เพราะตั๋งโต๊ะมีสมญานามว่า

"ทรราชผู้ถูกรุมสาปแช่งทั้งสิบทิศ"!

พอดีสัญญาณโทรจิตถูกคลื่นไอพีสตาร์รบกวน

ก็เลยจบการสื่อสารเพียงเท่านี้ ฟันธงสรุปว่า

การสวมเสื้อกั๊กวิเคราะห์สังคมประเทศของ "

ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี" วานซืนนี้ นามธรรมเป็นกลางที่สุด

ผมเอาอะไรวัดว่า "เป็นกลาง"?

เอาจากปฏิกิริยาสังคมตอบสนองในวันรุ่งขึ้น

เพราะฝ่ายอำนาจประชานิยมทักษิณ ก็ออกมารุมอัด "

อาจารย์ไบแอส" วิเคราะห์เอียงไปทางกลุ่มอนุรักษนิยม

ทางฝ่าย "อำนาจอนุรักษนิยม" ก็ออกมารุมอัด

"อาจารย์ไบแอส" วิเคราะห์เอียงไปทาง

กลุ่มอำนาจประชานิยมทักษิณ!

อัดอาจารย์ธีรยุทธทั้งซ้าย-ทั้งขวา แล้วอย่างนี้

จะว่าวิเคราะห์ไม่กลางได้ไง แต่ถ้าอาจารย์ไม่อยากเป็นแซนด์วิช

อยากเป็นฮอตด็อกโด่ๆ ก็มาทางนี้ได้เลย

มาทางอำนาจ "สังคมนิยมธรรม" นี่แหละ

ผมกำลังจะตั้งเป็น "ก๊กที่ ๓" แข่งกะก๊กโจโฉ ก๊กเล่าปี่-ขงเบ้ง

เป็น "ก๊กเฮง-ทองแถม" อยู่วันสองวันนี่ไง!

ความจริง การวิเคราะห์เรื่องราวนั้น "โดยมาตรฐาน"

ไม่ใช่การหมุนวงล้อออกสลากรางวัลลอตเตอรี่ที่ต้องมีการถ่วง

น้ำหนัก เพราะการวิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นข้างหน้า

จากเหตุการณ์ที่ผ่านไปและขณะปัจจุบัน

คือการแปลค่า-อ่านผลจากความเป็นไปตามธรรมชาติสังคม

ดังนั้น องค์ประกอบคือข้อมูลอันเป็นน้ำหนักของการวิเคราะห์

ก็มาจาก "ปรากฏการณ์สังคมจริง" ขณะนั้นๆ ไม่ได้เอาความรู้สึก

ไม่ได้เอาความน่าจะเป็น ไม่ได้เอาหมอดู-พรายกระซิบ

และไม่ได้เอาความเป็นข้าง-เป็นฝ่าย

ผสมเข้าไปให้ออกมาเป็นผลวิเคราะห์

ดังนั้น ผลวิเคราะห์ตามมาตรฐาน จะอยู่เหนือคำว่า

เป็นกลาง เหนือคำว่า เอียงซ้าย-เอียงขวา แต่จะออกมาในหลักว่า

"เพราะเป็นเช่นนั้น เพราะมีสิ่งนั้น จะทำให้สิ่งนี้เกิด"

ส่วนที่เกิดนั้น จะเป็นกลาง เป็นซ้าย เป็นขวา

นั่นเป็นความรู้สึกตอบสนองผลวิเคราะห์จากผู้มีผลได้-ผลเสีย

และจากบุคคลที่เรียกว่า "ฝ่าย" ไม่ใช่ผลวิเคราะห์นั้น

เป็นกลาง หรือเป็นซ้าย-เป็นขวา ด้วยเจตนาคนวิเคราะห์ให้เป็น

คำวิเคราะห์ก็เหมือน "ผลเอกซเรย์" นั่นแหละ!

อวัยวะร่างกายมีสภาพอย่างไร มันก็สะท้อนผลออกมาอย่างนั้น

ทางปฏิบัติที่ควรทำคือ เอาผลเอกซเรย์นั้นไปหาทางรักษา-แก้ไข

จัดหยูก-จัดยาให้ถูกกับโรค เพื่อเอาชนะโรค

การไปโทษเครื่องเอกซเรย์ว่าชำรุด เก่า-โบราณ

สะท้อนผลไม่ตรง (ใจ) อย่างนั้นก็คงโทษได้

สำหรับคนที่ชอบยึดเอาเฉพาะสิ่งตรงใจ

แต่ไม่ชอบแก้ไขให้ตรงทิศ

เป็นพระพุทธดำรัสของบรมศาสดาเจ้าว่า

"เราจงหมุนไปตามโลก แต่อย่าติดคือหลงอยู่ในโลก"

และถ้าใครอ่านหรือฟังข้อคิดธรรมของท่าน "พระพรหมคุณาภรณ์"

(ป.อ.ปยุตโต) จะต้องจำได้ที่ท่านว่า...สังคมทุกวันนี้

ชอบสรุปจากที่คิดเอา-นึกเอา โดยไม่ใช้สติสรุปเอาจากเหตุและผล

สังคมทุกวันนี้ มันจึงเป็นเช่นนี้ คิดแต่โทษคนอื่น-แก้จากคนอื่น,

ไม่คิดโทษตัวเอง-ไม่แก้จากตัวเองก่อน เมื่องมงายกับเถื่อนถ่อยสู้กัน

ในความ "ไม่เอาเหตุผล" ของทั้งสองฝ่าย

"ไอ้งมงาย" ซึ่งยังมีจิตละอาย มันก็ต้องตายให้กับ "ไอ้เถื่อน"

ที่ถ่อยท่าเดียว เพราะไปสู้ในเกมที่ตัวเองยึดกติกา

แต่พวกมันมาแบบ...เผาไปเลยพี่น้อง!

วัน-สองวันนี้ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" เขายกคณะไปอ้าปากให้ลมโกรก

กันที่ภูเก็ต เอาเหอะ...มีเวลาวาสนาโอกาส ก็เอากันให้สะเด็ด

ก่อนที่น้ำจะมา แผ่นดินจะไหล เพราะถึงตอนนั้น

ต่อให้ยิ่งลักษณ์กับคณะเอาอยู่เหย็งๆ ขนาดไหน

หงายท้อง-หงายไส้ "เอาไม่อยู่" หรอก เชื่อเหอะ!?

นี่...ท่านนายกฯ ยังจำได้มั้ยที่ไปอ่านภาษาไทย ๗ นาที

โดยไม่มีล่ามให้พ่อค้า-นักธุรกิจเขาฟังที่ญี่ปุ่นวันก่อนน่ะ

เห็นกลับมาโขมงโฉงเฉงว่าพบความสำเร็จ กล่อมญี่ปุ่นหลับใหล

จะไม่ย้ายโรงงาน-ย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทย "หนีน้ำ"

ไปอยู่ที่ไหนน่ะ

ดร.นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ท่านไม่ได้อยู่เมืองไทยหรอก

แต่ท่านติดตามข่าวสารบ้านเมืองไทย

ด้วยรักและห่วงใยอยู่ต่างประเทศ เมื่อวาน (๑๙ มี.ค.)

ท่านส่งข้อความถึงผมผ่านเฟซบุกว่า

หลังจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร

กลับจากเยือนประเทศญี่ปุ่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ในแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทย

พร้อมกับอวดอ้างผลสำเร็จของการเจรจากลับมาด้วยนั้น

ผ่านไป 1 สัปดาห์ "ฮอนด้า" ประกาศ "

ย้ายการลงทุนไปอินโดนีเซีย"!!!

สถาบันวิเคราะห์มองว่า ฮอนด้าต้องการลดความเสี่ยงจาก

เหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ซึ่งยังไม่มีความแน่นอน

ไหนว่าไม่จำเป็นต้องใช้ล่ามกับปาฐกถา 7 นาที?

ไหนว่าพูดจาภาษา "ประชาธิปไตย" เดียวกัน?

337 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,000 ล้านบาท จากฮอนด้า

ที่ย้ายไปลงทุนในอินโดนีเซียนั้น มีค่าเท่ากับข้าวราดแกง

ของคนงานไทยกี่จาน? กี่ชีวิต? กี่ครอบครัว?

ท่านนายกรัฐมนตรีมีคำตอบไหมครับ?


"Honda's move to invest in Indonesia comes on the heels

of the major disruption to its Thai operations due to the

devastating floods last year."


การย้ายการลงทุนไปยังอินโดนีเซียของฮอนด้านั้น เป็นไปหลัง

จากการหยุดชะงักสำคัญด้านการผลิตในประเทศไทยเนื่องจาก

เหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในปีที่แล้ว



"Although the automaker has stated in a separate note

that it will restart production at its Ayutthaya assembly plant

on 26 March, the natural disaster seems to have left the

OEM with a certain degree of risk aversion with regard to its

global production."


"แม้ฮอนด้าออกแถลงการณ์อีกฉบับซึ่งแยกออกมาต่างหากว่า

โรงงานที่อยุธยาจะเริ่มการผลิตอีกครั้งในวันที่ 26 มีนาคมก็ตาม

แต่หายนะทางธรรมชาติดูเหมือนยังทำให้ OEM

พบกับความเสี่ยงสูงที่ไม่พึงประสงค์ต่อการผลิต

ป้อนตลาดโลกของฮอนด้า"



"The investment announcement was somewhat

unexpected as the automaker did not give any indication

of the investment in the past."


"การประกาศการลงทุนในครั้งนี้นั้น เป็นไปโดย

ไม่ได้คาดหมายดังที่ผู้ผลิตรถยนต์ (ฮอนด้า)

ไม่ได้ให้สัญญาณถึงการลงทุนที่ผ่านมาในอดีตแต่อย่างใด"



"However, the decision to set up a new plant in Indonesia

clearly highlights Honda's desire to mitigate the risk of

further production disruption due to unforeseen factors."


อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจตั้งโรงงานใหม่ในอินโดนีเซียนั้น

แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการย้าย

ความเสี่ยงจากปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้ของการชะงักงันด้าน

การผลิตในอนาคต



IHS Global Insight/Reuters

http://www.ihs.com/products/global-insight/industry-

economic-report.aspx...


ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักวิเคราะห์และที่ปรึกษา

IHS Global Insight

http://en.wikipedia.org/wiki/Global_Insight


ใครเป็นเลขาฯ ครม. เอาข้อความส่วนของ ดร.นพนันท์

ไปอ่านให้นายกฯ ฟังในวง ครม.วันนี้หน่อยเป็นไร

จะได้รู้ว่า การแต่งสวยนั้น ช่วยทำให้งงงวยเฉพาะ

สังคมรากหญ้าประชานิยมในประเทศไทยเท่านั้น

แต่กับคนต่างด้าว-ท้าวต่างแดน เช่นที่ญี่ปุ่น

ต่อให้แต่งสวยเช้งกระเด๊ะขนาดไหน ก็ไร้ความหมาย

ถ้าสวยนั้น ไม่ประกอบด้วย "สมอง"!

ก็ขอบคุณ ดร.นพนันท์ แต่ท่านอยู่แต่เมืองนอก

คงไม่ทราบหรอกว่า การอยู่ หรือการเอาอยู่ของรัฐบาลของยิ่งลักษณ์

นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพแห่งกึ๋นหรอก

แต่จะอยู่คงทนหน้าชนคอนกรีตไม่ถลอกก็เพราะ...ตรงนี้

เอ้า...อ่านดู ผมคัดจาก "คนหน้า ๕" ที่ผู้ใช้นามว่า "ดินสอโดม"

เขาเขียนเป็นข่าวสังคมไว้ในเดลินิวส์ ฉบับ ๑๙ มี.ค.๕๕ ดังนี้

"อ้าว...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง

รักษาราชการเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธี

ย้าย ศาลพระภูมิ ประจำทำเนียบรัฐบาลไปเมื่อวันก่อน.....เท่านั้น

ไม่พอ ยังสั่งหันทิศ ปืนใหญ่ ที่ตั้งอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ๒ กระบอก

จากเดิมพุ่งตรงไปยัง ตึกบัญชาการ ให้เหไปทางประตู ๑

เฉียดห้องนักข่าว ส่วนอีกกระบอกที่เคยหันเข้าหา ก.พ.

ก็สั่งให้ส่องไปทาง โรงเรียนราชวินิตมัธยม และ สะพานชมัยมรุ

เชฐ......ในฐานะเป็นมิตรรักของ ทักษิณ ชินวัตร

ที่สั่งให้มาคอยดูแล น้องสาว และในฐานะเป็น ผู้มีสัมผัสพิเศษ

พอเหยียบทำเนียบฯ ก้าวแรก ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

เพราะไม่มีใครหันปากกระบอกปืนใหญ่เข้าหาที่ทำงานของตัวเอง.

เผื่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์ท่านชอบให้ปืนกระบอกใหญ่หันเข้าหาล่ะ

จะว่าไง ลองใช้ "สัมผัสพิเศษ" สำรวจดูให้แน่ๆ อีกทีซิ...

ท่านเลขาฯ!?.



อ้างอิงจาก หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ คอลัมน์ เปลว สีเงิน

ฉบับวัน อังคาร ที่ 20 มีนาคม 2555

http://thaipost.net/news/200312/54278



Create Date : 20 มีนาคม 2555
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 15:06:54 น. 4 comments
Counter : 1784 Pageviews.

 

อยากทราว่า ดร.นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ไปอยู่ที่ไหน และจะติดต่อได้ยังงัยคะ


โดย: เกสรา IP: 203.146.142.107 วันที่: 8 กรกฎาคม 2557 เวลา:10:55:43 น.  

 
ถ้าท่าน ดร.นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ได้เห็น ข้อความนี้ กรุณาติดต่อกลับดิฉันด้วยนะคะ ดิฉัน ชื่อ เกสรา เบอร์ติดต่อคือ 0874155156 ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ


โดย: เกสรา IP: 203.146.142.107 วันที่: 8 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:01:06 น.  

 
fWZDzd http://www.FyLitCl7Pf7kjQdDUOLQOuaxTXbj5iNG.com


โดย: Bradley IP: 94.23.252.21 วันที่: 8 สิงหาคม 2558 เวลา:16:21:43 น.  

 
mth6lm http://www.FyLitCl7Pf7kjQdDUOLQOuaxTXbj5iNG.com


โดย: gordon IP: 188.165.201.164 วันที่: 15 ตุลาคม 2559 เวลา:19:14:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.