Sticky Fingers..."Go Over Time And Spaces"
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
เมื่อคนคิดมากอยากจะเดินช้อปปิ้ง


สืบเนื่องมาจากการเกิด “ภูมิคุ้มกันทางการเงินบกพร่อง”
ทำให้
เราคิดจะวางแผนการจัดการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก โดยในครั้งแรกต้องรู้ “เงินที่ใช้ต้องที่มาที่ไป” ทำให้พักหลังนี้โดยปกติเป็นคนคิดมาก คิดซับซ้อนอยู่แล้ว (แต่ไม่เคยคิดเรื่องเงิน) กลายเป็นคนที่ลองคิดมากเรื่องเงินดู ก็เลยเป็นที่มาว่า พวกคุณ ๆ ที่อ่านเคยคิดแบบนี้ไหมเวลาเดินซื้อของ ถ้าคิดได้แบบนี้พฤติกรรมการซื้อของจะเป็นอย่างไร? Smiley



1. ห้างสรรพสินค้า ก็คือพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของนี่เอง บางทีเราเองก็คงไม่อยากเอาของในพิพิธ๓ณฑ์มาไว้ที่บ้านหรอกใช่ไหม จัดแสดงไว้ที่ห้างจะสวยกว่านะ Smiley


2. ไม่ช่วยร้านค้า Stock สินค้า ตอนที่มัน Sale ราคาถูกมาก ๆ เพราะเมื่อเราใช้หมดไปหนึ่งชิ้น เดี๋ยวมันก็ต้องมา Sale ใหม่ในLot เดิม วันหมดอายุเท่าเดิม Smiley ซื้อตอนนั้นก็ไม่สายนะ


3. อยากได้ของชิ้นไหนที่ราคาสูง ๆ หรือฟุ่มเฟือย (ดูนิยามของฟุ่มเฟือยได้ใน “เงินที่ใช้ต้องที่มาที่ไป”) ให้ยั้งการซื้อไว้ แล้วผ่านไป 1 อาทิตย์ ถามตัวเองว่ายังอยากได้อยู่ไหม ถ้าอยากได้ก็ซื้อซะ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลา จาก 1 อาทิตย์ เป็น ครึ่งเดือน เป็น 1 เดือน


4. เสื้อผ้าให้คิดต้นทุน (Cost) ต่อการใส่ในแต่ละครั้ง เช่น ซื้อเสื้อมา 1 ตัวในราคา 1,000 บาท ถ้านำมาใส่ทั้งหมด 10 ครั้งนั่นแปลว่าในแต่ละครั้งที่คุณใส่ตัวนี้คุณเสียค่าเช่าชุดนี้มาใส่ครั้งละ 100 บาท (ยังไม่รวมค่าซักรีด) และนี่แค่เสื้อ เพราะออกจากบ้านแต่ละครั้งคุณต้องใส่ กระโปรง กางเกง รองเท้า หรือแม้แต่กระเป๋า ยันเครื่องประดับ Smiley


5. ข้อนี้เคยบอกไปแล้ว ถามตัวเองว่า “จำเป็น” หรือ “อยากได้”


6. ยี่ห้อที่แตกต่างกันในสินค้าประเภทเดียวกัน ส่วนผสมแตกต่างกันจริงหรือไม่ ถ้าส่วนประกอบทั้ง 2 ยี่ห้อแตกต่างกันไม่เกิน 50% จงใช้ของเดิมเหอะ


7. ครีมอาบน้ำ หรือสบู่ ที่มีราคาสูงมาก ๆ (บางทีตกขวดละ 500 ถึง 1,000 บาทเชียวนะ) สามารถชดเชยได้ด้วยน้ำหอม หรือโคโลญจน์ อย่าลืมว่าครีมอาบน้ำ หรือสบู่ คือการล้างเอาสิ่งสกปรก และ“เงิน”ออกไปจากร่างกาย


8. สลัดบาร์ (ชอบซื้อกันจัง) จะตักอะไรในสลัดบาร์ให้คิดเสมอว่า เราต้องซื้อสิ่งนั้นในราคากิโลละเท่าไรตอนตัก เช่น สลัดบาร์ขายขีดละ 20 บาท ถ้าตักมะเขือเทศลงไป นั่นแปลว่าเราซื้อมะเขือเทศในราคากิโลละ 200 บาทเชียวนะ Smiley และพวกผักใบที่แช่ในน้ำถ้าไม่สลัดน้ำออกเลยก่อนใส่ถุง นั่นคือคุณกำลังซื้อน้ำลิตรละ 200 บาทดี ๆ นี่เอง Smiley


9. ฝึกนิสัยถามแม่ค้าในราคาขายจำนวนที่น้อยกว่า จำนวนที่แม่ค้าขายขั้นต่ำ เช่นขนมไข่เต่าทอด แม่ค้าขายถุงละ 10 บาท ลองฝึกบอกและถามคนขายว่า อิ่มแล้วแต่อยากกินนิดเดียว 5 บาทพอขายให้ไหม (กินพอหายอยาก แล้วไม่อ้วนด้วยนะ) ไม่มีอะไรจะเสียนี่ถ้าไม่ขายก็แล้วไป


10. ของที่มีแนวโน้มราคาที่สูงขึ้น สามารถซื้อเก็บไว้ได้ นั่นคือสินค้าผูกขาดในสมัยก่อน หรือสินค้าที่ชีวิตต้องใช้ และไม่เน่าไม่เสีย คือ น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช เกลือ แม้แต่ข้าว (แต่ต้องเก็บรักษาดี ๆ)


11. ของที่มีแนวโน้มราคาตกลงเรื่อย ๆ เมื่อมีสินค้าใหม่เข้ามาแทนที่ ห้ามไปซื้อมาเก็บไว้เด็ดขาด เช่น เสื้อผ้า คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ้ค Thump Drive สินค้าอิเล็คทรอนิค สินค้า IT และสินค้าที่ไม่ใช่ของสะสมที่มีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น


12. ถ้าจะให้ดีหยุดงานอดิเรกแนวสะสมของ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของร้าน ห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ และนิทรรศการสะสมให้เรา แล้วว่าง ๆ ก็ไปเชยชมดูซะหน่อย


13. E-book บทความ คำแนะนำดี ๆ สาระความรู้มีหมดในอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องไปหาซื้อหนังสือที่เราซื้อมาอ่านซะหมดหรอก ถ้าจะมีหนังสือก็เพื่อไว้อ่านยามว่าง ๆ และอย่าลืม ร้านเช่าหนังสือก็มีนะ


14. คู่มือการใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นที่ใช้อยู่ปัจจุบันตอนนี้อยู่ไหนละ? เอามาดูซิว่าใช้ Function ของโทรศัพท์รุ่นนั้นเกิน80%ของที่คู่มืออธิบายรึไม่ ถ้ายังไม่ถึง อย่าเพิ่งไปซื้อรุ่นใหม่เลย


15. นิตยสารแฟชั่นอ่านเล่มเก่า ๆ ดูก็ได้นะ หรืออ่านที่เขาวาง ๆ ไว้ในร้านอาหารก็ดี เพราะผ่านไป 6 เดือน หรือ 1 ปี แฟชั่นไม่ได้ไปไวขนาดนั้นสักเท่าไร แล้วแต่งตัวตามหนังสือเป๊ะเนี่ย จะทำเหรอ?


16. เอาของที่เราซื้อ Stock เอาไว้มาจัดเรียงในที่ที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด เพื่อเตือนความทรงจำเราด้วยภาพให้เกิดแก่สมองของตนเอง เวลาที่จะซื้อของประเภทเดียวกันกับที่มีอยู่แล้วจะได้นึกออกว่ามันมีอยู่แล้ว Smiley จัดเรียงอยู่ที่ตำแหน่งใด ขอย้ำว่าต้องเอามาจัดเรียงทุกชิ้น เพราะชิ้นไหนที่ยังเอาเก็บไว้พ้นสายตาอยู่ ชิ้นนั้นแหล่ะมันจะนำเอาชิ้นอื่น ๆ จากข้างนอกบ้านเข้ามาซุกอยู่กับมันด้วย


17. ดังนั้นตู้เสื้อผ้าควรซื้อแบบประตูกระจกใสจะดีกว่า เพื่อให้มองเห็นเสื้อผ้าที่มีอยู่ชัดเจน


18. จดรายการสิ่งของที่ต้องซื้อก่อนช้อปปิ้งก่อนซื้อของ คุณควรจดรายการสินค้าที่ต้องการ และมุ่งตรงไปยังรายการของที่จดมาเท่านั้น อย่าหลวมตัวซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น เพียงเพราะสินค้านั้นมีโปรโมชั่นใหม่ๆ


19. เปรียบเทียบราคาสินค้ากับปริมาณ เพื่อให้ได้สินค้าที่ต้องการในราคาที่ดีที่สุด คุณอาจต้องเปรียบเทียบยี่ห้อและดูปริมาณ เพราะบางครั้งผู้ผลิตทำแพคเกจที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป แพคเกจที่ดูใหญ่อาจมีปริมาณน้อยกว่ายี่ห้อที่มีแพคเกจเล็กกว่าก็ได้


20. รู้แหล่งซื้อของถูก การรู้จักแหล่งซื้อของถูกจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้ แม้เล็กน้อย แต่หากรวมกันหลายครั้งเข้าก็เป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียว แต่ขอย้ำว่าอย่ารู้หลายแห่งนัก เพราะมันจะไปซื้อทุกแห่ง แห่งละนิด ๆ จนรวมกันแล้ว “เยอะ”


21. คูปองส่วนลดพิเศษ ซุปเปอร์มาร์เก็ตมักแจกคูปองส่วนลดพิเศษ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในโอกาสต่อไป เมื่อคุณได้รับคูปองต่างๆ ควรตรวจดูว่าคูปองหมดอายุเมื่อไหร่ และใช้คูปองส่วนลดนั้นในการซื้อของใช้จำเป็น เช่น ผงซักฟอก ยาสีฟัน สบู่ ฯลฯ


22. ซื้อที่ใส่นามบัตรเล่มพกพาเพื่อใส่พวกคูปองส่วนลด หรือใบปลิวโปรโมชั่นดี ๆ อันนี้ทำมาเพื่อให้เรานึกถึงทางเลือกที่จะซื้อของที่ถูกกว่าได้ ไม่ใช่ทำเพื่อกระตุ้นให้ไปซื้อของที่ลดราคา อย่าลืมล่ะ ไปอ่านข้อต้น ๆ ด้วย


23.ถ้าของที่ซื้อมีราคาเกิน 10%ของรายได้ ของสิ่งนั้นต้องคิดมากก่อนจะซื้อแล้ว เพราะถ้ามีของสิ่งนั้น 10 ชิ้น แปลว่าเงินเดือนนั้นเราจะหมดทันที และถ้าการช้อปปิ้งแต่ละครั้งจ่ายไปเกิน 25%ของรายได้ นั่นแปลว่าต้องคิดมากในการจ่ายครั้งต่อไปได้แล้วล่ะเพราะถ้าเราช้อปปิ้งแบบนี้อาทิตย์ละครั้ง วิบัติทางรายได้ก็จะเกิดขึ้นแก่เราแน่นอน Smiley


จดรายการมาได้ก็พอสมควรถ้ามีใครที่มีเทคนิคการซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด และประหยัด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทไหน ก็รบกวนช่วยโพสต่อ ๆ มาด้วยนะครับ


To be continued |||>




Free TextEditor


Create Date : 29 มิถุนายน 2552
Last Update : 29 มิถุนายน 2552 12:07:56 น. 10 comments
Counter : 1793 Pageviews.

 
เทคนิคเริ่ด ค๊า


โดย: MyLittleWorld วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:12:11:53 น.  

 
555 เห็นด้วยทุกประการ แต่จะได้รึเปล่าน้า


โดย: korean4life วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:13:06:15 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ แต่ทำบ่อยที่สุดก็ข้อ 19. เปรียบเทียบราคาสินค้ากับปริมาณ


โดย: YesterdayOnceMore วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:16:43:19 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ ค่ะ

ที่ทำได้ก็มีหลายข้อ แต่มักจะเผลอใจกับเสื้อผ้า มีเยอะมากที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้ใส่


โดย: The Best of Me วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:18:08:15 น.  

 
เห็นด้วยแทบทุกข้อเลยค่ะ


โดย: เอ๊กกี่ วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:22:38:14 น.  

 
24. ถ้าห้ามใจตัวเองไม่เคยได้ ขอแนะนำให้ปิดหูปิดตาจากข่าว sale ทั้งหลาย แล้วคิดย้อนไปว่าที่ผ่านมาไปงาน sale ยี่ห้อนี้แล้วหมดเงินไปเท่าไหร่ สะสมไปที่ละงาน รวมแล้วมากกว่าเงินเดือนอีก ไม่เชื่อก็ลองดูสิ


โดย: piglet IP: 124.120.168.134 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:23:45:21 น.  

 
ตามมาดูบล๊อกค่ะ

นับถือในแนวความคิด(ที่ชัดเจน)

ป้าทุยฯ ขออภัยเรื่องคำถามใน บีพี อีกครั้งหนึ่งด้วยนะคะ


โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:33:37 น.  

 
แวะมาอ่านจร้า bigeye


โดย: CIA (tewtor ) วันที่: 14 เมษายน 2554 เวลา:0:44:10 น.  

 
ทักทายครับ ^^ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
Best Camcorder On Sale
Best Camcorder On Sale
Best Camcorder On Sale
Best Camcorder On Sale
Best Camcorder On Sale
Best Camcorder On Sale


โดย: cameralism วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:1:10:31 น.  

 


โดย: cameralism วันที่: 30 ตุลาคม 2555 เวลา:1:49:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

armadius
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add armadius's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.