กุมภาพันธ์ 2557

 
 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
ระหว่างน้ำกับฟ้่า ตอนที่ ๗
เธออาจจะเป็นนกก็ได้ ถ้าเธอลองหัดบิน...
เธอเพียงแต่ว่ายน้ำจนชิน จึงเข้าใจว่าครีบ นั้นคือปลา
หากสองแขนเธอคือปีก อีกไม่นานช้า...
เธอจะบินว่ายทะเลฟ้า ไปจนสุดปลายขอบรุ้ง...
หรือแท้จริง เธออาจ จะเป็นนก? เพราะวิหค มักอยู่บนที่สูง...
หรือบางที เธออาจเป็นนกยูง หวังเพียงมุ่ง เป็นตัวของตัวเธอ...
เป็นอะไร ให้เป็นเช่นที่อยาก ใช่จะยาก อยากเป็นเช่นที่หมาย
จะนกปลา จะฟ้าน้ำ เธอทำได้... เพียงมั่นใจ แล้วมุ่งไป....ให้ถึงมัน....


อรวีอ่านกลอนเปล่าบทนี้จบแล้วก็หยิบดินสอขึ้นมาร่างแบบวาดภาพประกอบ เธอยังไม่อ่านทั้งเล่ม เพราะอรวีรู้สึกว่ากวีเล่มเล็กเล่มนี้เป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่ต้องค่อยๆ ขุดค้นทีละนิด แต่ระหว่างที่กำลังจะเริ่มต้นวาดภาพ สัญญาณมือถือก็ดังขึ้น เป็นสายของกวินท์เจ้าของร้านกาแฟนั่นเอง

“สวัสดีครับคุณเลขา ผมโทร. มาประสานเรื่องถ่ายแบบโฆษณาน่ะครับ ภาพชุดนี้เราจะใช้ลงโฆษณาในนิตยสารแล้วก็สื่อออนไลน์ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ธีมของภาพคือ กาแฟอุ่นในลมหนาว ซึ่งแน่นอนว่าโลเกชั่นในการถ่ายแบบชุดนี้ต้องเป็นสถานที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหนาว นั่นก็คืออำเภอปาย แม่ฮ่องสอน ไม่ทราบว่าทีมของคุณสะดวกในการเดินทางมั้ยครับ” หลังจากถ่ายแบบภาพนิ่งไปชุดแรกแล้วก็ตามมาด้วยการถ่ายโฆษณากาแฟยี่ห้อใหม่นำเข้าจากบราซิล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของร้านกาแฟซิกตี้คาเฟ่

ดินสอที่ร่างภาพอยู่นั้นถึงกับค้างเมื่อเจอประโยคตรงไปตรงมาแบบนักธุรกิจของกวินท์ อรวีใช้เวลาโทรศัพท์ถึง “นายแบบ” เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็เป็นอันพร้อมสำหรับการเดินทางไปยังปลายทางได้แทบจะทันที มีหรือที่จิรวิจะไม่ดีใจในเมื่อเขามีโอกาสจะได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวที่เขาชอบ

“ว่าแต่... เค้าไม่หลอกเราแน่เหรอคุณจิรวิ อยู่ๆ ก็จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักให้ตั้งหลายคืน แถมอาหารการกินทุกอย่างฟรีหมดแบบนี้ จะหลอกเราไปขายข้ามแดนหรือเปล่าก็ไม่รู้”
เธอแอบกระซิบกับเขาเมื่อเห็นว่าทีมงานทั้งหมดมีแต่คนของฝ่ายกวินท์ทั้งนั้น มีแต่เธอกับเขาเท่านั้นที่เป็นคนอื่น หรือจริงๆ แล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นแผนของเขาที่วางไว้แต่แรก กวินท์อาจจะเป็นคนของเขา เด็กสาวที่มาขอถ่ายรูปก็อาจเป็นเพียงหน้าม้า บลา บลา บลา อรวีชักไม่แน่ใจว่าการตกกระไดพลอยโจนครั้งนี้ เป็นการตกแบบถูกผลักหรือตกเพราะบังเอิญจริงๆ แต่ก็อีกนั่นแหละ เที่ยวปายหน้าหนาวฟรีทุกอย่างโอกาสแบบนี้หาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่กัน คิดได้เท่านั้นก็ยักไหล่ไม่สนใจที่ไปที่มาของงานใหม่นี้ อย่างน้อยการได้ออกเดินทางก็ช่วยให้เธอได้มีวัตถุดิบสำหรับการเขียนภาพประกอบหนังสือเพิ่มขึ้น เพราะทุกครั้งที่อรวีออกเดินทางเธอจะมีกล้องถ่ายรูป ดินสอ สีไม้และกระดาษร่างแบบติดตัวอยู่เสมอ –

“เอิ่ม... คุณเป็นช่างภาพหรือครับคุณเลขา ผมเห็นคุณหิ้วกล้องไปมาแล้วก็ถ่ายรูปตลอดเวลาเลย”

“อ้อ เปล่าหรอกค่ะคุณนายแบบ ฉันถ่ายรูปไว้วาดรูปน่ะค่ะ”

“ยังไง ถ่ายรูปไว้วาดรูป”

“คือ ถ่ายรูปไว้เป็นแบบ สำหรับวาดภาพ คือฉันทำงานรับจ้างวาดภาพประกอบหนังสือน่ะค่ะ”

“เก่งจัง น่ารักแล้วยังเก่งด้วย”

“เหอะๆ เขินอ่ะ ถูกชม” อรวีเป็นสาวเส้นตื้น อ่อนไหว รักษ์โลกตามสไตล์ศิลปินอินดี้ทั่วไป แต่ก็ใช่ว่าจะตกหลุมรักใครง่ายๆ นัก ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนเอาไว้พอสมควร ระยะหลังเธอจึงระมัดระวังเรื่องความรัก เพราะกว่าจะรักษาหัวใจให้ฟื้นคืนชีพมาเป็นปกติได้ก็ใช้เวลาไม่น้อยทีเดียว ที่สำคัญจิรวิก็เป็นเพียงชายหนุ่มที่พลัดหลงเข้ามาในชีวิต เป็นมิตรที่ดีต่อกันและเป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่น่ามากไปกว่านั้น ที่สำคัญ-เนี้ยบขนาดนี้ เกย์ชัวร์

อรวีนั่งอยู่ไม่ห่างจากจิรวินัก เธอคอยดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม เพราะทุกอย่างที่ทางฝ่ายผู้จ้างงานจะประสานไม่ว่าจะเรื่องค่าจ้าง เรื่องเวลา สถานที่และอาหารการกินทุกสิ่งอย่างจะต้องประสานมาที่เธอ แต่บางเรื่องที่ต้องให้เจ้าตัวเขาตัดสินใจก็ต้องถามให้ชัดเจน แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็น “ของเล่นใหม่” ที่เธอไม่เคยรู้จัก – เป็นผู้จัดการนายแบบ... ฟังดูเก๋ไม่เบานะเนี่ย

บ้านจามจุรีเป็นรีสอร์ทแบบโฮมสเตย์ตั้งอยู่บนภูเขา มองลงด้านล่างเห็นแม่น้ำปายไหลเอื่อยเฉื่อย อากาศเดือนธันวาหนาวจัดแต่ก็เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบจัดเต็มสำหรับเสื้อผ้า ซึ่งก็คือสปอนเซอร์ของร้านกาแฟอีกทอดหนึ่ง การถ่ายแบบที่ดูเหมือนจะแค่ นั่งจิบกาแฟบนยอดดอยสูงจึงไม่ใช่แค่ขายกาแฟอย่างเดียว ทีมงานทั้งหมดพักกันที่นี่และออกพื้นที่ไปถ่ายแบบตามโลเกชั่นที่ทีมได้จัดหาไว้แล้ว ระหว่างที่เขาถ่ายแบบเครื่องดื่ม เธอก็โฟกัสไปที่ดอกไม้ ภูเขา โดยมีภาพของเขาติดมาด้วยเป็นส่วนประกอบโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลย

“แอบถ่ายรูปผมรึเปล่าไหนขอดูหน่อยซิ”

“หื๊อ หลงตัวเองไปละ มีแต่ภูเขา ลำธาร ไก่กาหมาแมว จะดูเหรอคะ อย่าเลยคุณไปทำงานของคุณเถอะ ฉันรอส่วนแบ่งค่าจ้างอยู่นะ”
ที่จริงแล้ว....มันเต็มไปด้วยภาพของจิรวิ ส่วนไก่กาหมาแมวที่ว่า ก็แค่ส่วนประกอบ

“ไม่ค่อยจะงกเล้ยยย”

“นิดนึง ไม่งั้นไม่ถ่อมาให้เสียเวลาทำมาหากินหรอก”

“นึกว่าอยากอยู่ใกล้ชิดผมซะอีก”
หยอดมาแต่ละมุขก็อดทำให้เคลิ้มไม่ได้เหมือนกันถึงบอกตัวเองว่าเขาเป็นเกย์ก็เถอะ

“จ่ะ พ่อรูปหล่อ หลงตัวเองเข้าไป... ไปได้แล้วคุณโน่น ตากล้องเค้ากวักมือเรียกยิกๆ หลบมาอู้เดี๋ยวก็ถูกหักค่าตัวหรอก”
แล้วจิรวิก็กลับไปที่กองถ่ายอย่างว่าง่าย ดูเหมือนกราฟชีวิตของเขาจะพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของความรัก ชายหนุ่มพอใจในการใช้ชีวิตแบบนี้มากกว่าเป็นประธานบริษัทให้กับคุณหญิงแม่ เขารู้ว่าอีกไม่นานนักหรอกเขาต้องศึกษางานอย่างจริงจังและรับช่วงงานของที่บ้านอย่างเต็มตัว แต่ตอนนี้เขาอยากใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่การถ่ายแบบโฆษณากาแฟ (ซึ่งน่าจะเป็นสินค้าตัวรองจาก เสื้อผ้า รองเท้าที่เป็นแบรนด์เนมอย่างแจ่มแจ้ง) จึงเป็นเรื่องสนุกของวัยรุ่นตอนปลายนิดหน่อยอย่างเขา จะว่าไปก็ไม่ต่างจากอรวีนัก เธอได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่หลังจากที่ได้รู้จักกับจิรวิ และด้วยความบังเอิญทำให้จับพลัดจับผลูมาเป็นพรีเซนเตอร์กาแฟนำเข้าแบรนด์ใหม่จากบราซิลซึ่งอาจจะตีตลาดคอกาแฟทั้งหลาย อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

“คุณจิรวิเป็นนายแบบที่มีเสน่ห์มากเลยนะครับ โชคดีจริงๆ ที่เราได้เขามาช่วยโฆษณาสินค้าของเรา ในตอนแรกผมยังกังวลอยู่เลยว่า ทางเจ้าของโปรดักส์โน่นจะยอมใช้นายแบบคนไทยหรือเปล่า แต่พอส่งรูปไปให้เค้าดู เค้าโอเคทันที แต่ตอนที่ผมโทรศัพท์ไปหาคุณผมก็กลัวเหมือนกันว่าคุณจิรวิจะไม่ตอบตกลง”
กวินท์นั่งลงข้างๆ อรวี มองไปยังจุดที่กำลังถ่ายทำด้วยสาตาพึงพอใจกับงานที่กำลังดำเนินอยู่นั้น

“ขอบคุณมากนะคะ แล้วฉันจะบอกเค้าค่ะ ว่าคุณตาถึง”

“ฮ่ะๆ อาจเพราะพวกเรามีวาสนาต่อกันก็ได้นะครับ”

“นั่นสินะ บางอย่างก็เป็นเพราะโชคชะตา”
อรวีอดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันแรกที่เธอได้เจอกับจิรวิ บางทีโชคชะตาอาจกำหนดมาแบบนี้ก็เป็นได้

“ถ้าหาก ตลาดตอบรับเป็นอย่างดีเราอาจจะต้องรบกวนคุณอรวีแล้วก็คุณจิรวิอีกนะครับ”

“ยินดีมากเลยค่ะ ฉันชอบ และฉันว่าเขาก็คงชอบเหมือนกัน”
ชายหนุ่มผู้กำลังถูกนินทาดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขายังคงเพลิดเพลินกับของเล่นใหม่อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย จนอรวีอดสงสัยไม่ได้ - - เอาพลังมาจากไหนเยอะแยะ

และเมื่อถึงคืนสุดท้ายของงานก็มีการเลี้ยงฉลองอย่างสนุกสนาน จิรวิเป็นหนุ่มรูปร่างสูงสง่าและหน้าตาดี เขาร่าเริงตลอดเวลา ถึงแม้จะดูมาดขรึมแต่เมื่อเขายิ้ม โลกทั้งโลกก็เหมือนจะยิ้มไปกับเขาด้วย แบบนี้สินะถึงได้เรียกว่าหนุ่มเจ้าเสน่ห์ และระหว่างที่เขาร้องเพลงคลอไปกับเสียงกีตาร์โปร่ง เมาท์ออแกน ของนักดนตรีที่ทางจามจุรีรีสอร์ทได้จัดหามาให้ อรวีจึงเผลอมองเพลินจนลืมกดชัตเตอร์เก็บไว้

แต่ก็แปลกที่พอสบตากับเขาแล้วเธอรู้สึกร้อนวูบขึ้นใบหน้า สงสัยว่าจะเป็นเพราะไวน์สองแก้วที่ดื่มไป แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเพราะเธอก็เคยดื่มไวน์มาบ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยทำให้หัวใจเต้นแรงได้ขนาดนี้เลยนี่นา

“ผมร้องเพลงเพราะใช่มั้ย คุณเลขาถึงกับเคลิ้มไปเลย”
ระหว่างพักจากการร้องเพลงเขาเดินมาหาเธอและนั่งลงข้างๆ

“ฉันง่วงหรอกค่ะ”

“อะไรกันเพิ่งจะสี่ทุ่มเอง ง่วงไวจัง”

“ฉันดื่มไวน์ไปน่ะ”

“อ่อ งั้นคุณไปพักผ่อนดีกว่านะ - - ผมไปส่งมั้ย”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เอง”
แล้วอรวีก็กลับเข้าห้องไป เธอเปล่านอนหลับ และไวน์สองแก้วนั้นก็ทำอะไรเธอไม่ได้ อรวีนั่งดูภาพถ่ายและลบรูปที่ไม่ต้องการทิ้งไป เวลาผ่านไปเรื่อย เสียงที่ดังอยู่ด้านนอกค่อยๆ เบาลงและเงียบไปในที่สุด บางทีทุกคนอาจจะกลับเข้านอนแล้ว เพื่อเตรียมตัวกลับในวันรุ่งขึ้น อรวีไม่ได้เห็นฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนานมากแล้ว เธอจึงออกจากห้องพักมาแหงนคอตั้งบ่าเพื่อดูดาวบนฟ้า

“ฟ้าหน้าหนาวช่างชวนเหงาดีแท้”
เธอเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ราวกับปลง ซึ่งจริงๆ เธอเองก็เริ่มจะปลงไปบ้างแล้วบางเรื่อง ชีวิตนี้สั้นนักการผูกติดยึดมั่นกับสิ่งใดก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตยาวขึ้นเลย

“เฮ่ออออออ”
แล้วก็ถอนหายใจยาวเหมือนหางว่าว

“เป็นอะไรไปคุณเลขาทำไมถอนหายใจเสียเหมือนหมดอาลัยในชีวิตขนาดนั้น”

“อ้าว คุณจิ ยังไม่นอนอีกเหรอคะ ป่านนี้แล้ว นอนดึกแก่ไวนะ”

“บอกตัวเองเองเหอะ - - ว่าแต่คุณมีทุกข์อะไรหรือถึงต้องมานั่งถอนหายใจ มองดาวให้ลมหนาวกระแทกผิวแบบนี้ หรือว่าลืมคนรักเก่าไม่ได้ นี่นะ ผมจะบอกเคล็ดลับให้ ถ้าคุณลืมแฟนเก่าไม่ได้ก็ให้คิดเสียว่าเขาเป็นเกย์ เชื่อดิ มันได้ผล ผมเคยทำมาแล้ว”

“หื๊อ...”

“ฮ่ะๆ ผมล้อเล่นน่า... ก็แหม เห็นมายืนเหงามองดาวเหมือนคนอกหักนี่นา”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากรู้ว่าบนฟ้ามีดาวกี่ดวงเท่านั้นเอง”

“อยากมีคนนั่งนับดาวเป็นเพื่อนมั้ย”

“ถ้าคุณอยากนั่งให้ลมหนาวกระแทกผิวก็ยินดีค่ะ”

“ฮ่าๆ ยินดี - - เออ ผมว่าจะถามคุณหลายหนละ คุณมาแบบนี้แฟนคุณไม่เป็นห่วงแย่เหรอครับ”
ที่จริงเขาแค่อยากรู้ว่าเธอมีแฟนหรือเปล่าต่างหาก

“ก็...คงเป็นห่วงนะคะ”
เธอเว้นระยะไว้ให้ความเงียบเดินเล่น ปล่อยให้จิ้งหรีดแผดเสียงสนั่นดอยให้สาสมใจ ไม่ถึงอึดใจก็เอ่ยประโยคต่อมา “ถ้าฉันมีแฟนน่ะนะ”

“แสดงว่าคุณไม่มีแฟน โล่งใจจัง”

“ทำไมคะ ฉันไม่มีแฟนแล้วมันแปลกตรงไหน ใช่ฉันคนเดียวเมื่อไหร่ในโลกนี้ที่ไม่มีแฟนน่ะ”

“มาเป็นชุดเลย - - ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมแค่รู้สึกว่าคุณเป็นคนน่ารักดี ไม่น่าจะรอด เอ้ย ไม่น่าโสดมาจนถึงวันนี้”

“ก็ไม่รู้สินะ - - สวยเลือกได้มั้ง” แล้วเธอก็กลับเข้าห้องพักไป

“เอิ่ม... ครับ”
จิรวิอึ้งกับคำตอบและไม่รู้จะโต้อย่างไร จึงเดินกลับเข้าห้องพักบ้าง แต่อย่างน้อยการได้รู้ว่าอรวีไม่มีแฟนก็ทำให้เขานอนหลับได้อย่างสบายใจ

ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของเครื่องดื่มที่ซัดเข้าไปเต็มเหนี่ยวเมื่อสักครู่เลยจริงๆ ~




Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2557 12:25:52 น.
Counter : 849 Pageviews.

4 comments
  
-- เนี้ยบขนาดนี้ เกย์ชัวร์ -- มันโดนมากอ่ะ
โดย: Beeberserker IP: 223.204.248.156 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:18:44:20 น.
  
ขอบคุณที่กลับมาลงต่อให้ได้อ่าน...เป็นแรงใจให้นะคะ รออ่านตอนต่อไปจ้า
โดย: ดอกฝิ่น IP: 110.168.13.97 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:07:25 น.
  
รออ่านตอนต่อไปนะคะ
ปล.ชอบมุก ถ้าคุณลืมแฟนเก่าไม่ได้ก็ให้คิดเสียว่าเขาเป็นเกย์ อิอิ
โดย: Othello เเจ้าหญิง IP: 183.89.57.86 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:51:39 น.
  
ตอนใหม่มาแล้ว...แต่คงต้องกลับไปอ่านตอนเก่าอีกครั้งค่ะ
ขอบคุณค่ะ
โดย: สุภาพร IP: 124.122.80.135 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:42:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดาริกามณี
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



Just Do it :


* มีอีกชื่อว่า หญ้าเจ้าชู้

* เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์บทประพันธ์
รักข้ามรั้ว (หญ้าเจ้าชู้)
ลุ้นสุดฤทธิ์ พิชิตรัก (หญ้าเจ้าชู้)
ภารกิจรักพิทักษ์เธอ (หญ้าเจ้าชู้)
ปีกแห่งฝัน (ดาริกามณี)

* เป็นสาวก 'รงค์ วงษ์สวรรค์
* เป็นแฟน คาราบาว
* เป็นกิ๊ก เฉลียง
* ฝืนอะไรที่เป็นอื่น ฝืนอัตตา
สูงเทียมฟ้าก็มิเท่า เป็นเราเอง

* การปรากฎตัวของคนคนหนึ่ง
อาจเปลี่ยนใครอีกคนไปทั้งชีวิต

* หากต้องการอ่านนิยายที่ใส่รหัส,
รบกวน "ฝากข้อความหลังไมค์" จ่ะ