|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
แบดมินปั่น - -

๑.
ไม่กี่วันก่อนซื้อไม้แบดมาใหม่ ยี่ห้อ Gosen ราคาพันกว่าบาท ทั้งๆ ที่นับครั้งได้ว่าตลอดชีวิต จับไม้แบดอยู่ไม่เกินสิบครั้ง แต่เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อเป็นเพราะพิจารณาดูแล้วว่า ระหว่าง จักรยาน TREK ราคาเกือบสองหมื่นกับไม้แบดราคาพันกว่าบาท คนเงินเดือนน้อยเท่าหอยมด อดบ้างเป็นบางมื้ออย่างเรา ก็ต้องเลือกอย่างหลัง และด้วยเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือ การปั่นจักรยานเป็นกีฬาที่เล่นคนเดียว ปั่นคนเดียว สนุกคนเดียว ขณะที่แบดมินตันจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น เพราะการเล่นเป็นทีม ชนะเป็นคู่ พลาดก็พลาดด้วยกันทั้งคู่ พ่ายแพ้ก็ก็ยังมีคนอยู่ข้างกัน แต่ถ้าปั่นจักรยาน ล้มก็เจ็บคนเดียว ไม่มีใครมารู้สึกรู้สาอะไรกับเราด้วย
แต่ปัญหาของนักกีฬามือสมัครเล่น อย่างเรา คือ ฝีมือยังอ่อนหัดมาก ไม่มีใครอยากเล่นกับคนที่เล่นไม่เป็น... เพราะมันเท่ากับไปเป็นตัวถ่วง ให้เขารำคาญใจเปล่าๆ นอกจากนั่งดูคนอื่นเล่น จึงวิ่งเก็บลูกข้างสนาม ไปพลางๆ จนกว่าจะมีใครสักคนเห็นใจ และเรียกไปลงสนามเมื่อขาดคู่ ความรู้สึกของการเป็น ตัวถ่วง ทำให้แทบอยากหักไม้แบดทิ้งและ ทุ่มทุนซื้อจักรยานมาเดี๋ยวนั้น....
แต่เมื่อตรึกตรองดูแล้ว... การเล่นกีฬาก็คงไม่ต่างจากการใช้ชีวิตเท่าไหร่
แบดมินตันสอนให้เรารู้จักการทำงานเป็นทีม แต่จักรยานสอนให้เรารู้ว่าล้มเองต้องลุกเอง...
๒.
มีเรื่องทำให้รู้สึกขัดเคืองใจมากอยู่เรื่องหนึ่งก่อนกลับบ้าน ก็เลยเลือกที่จะวิ่งรอบสนามสักรอบเป็นการระบายออกเผื่อว่า เหนื่อยแล้วความรู้สึกแย่ๆ มันจะได้ลดน้อยลงไปบ้าง วิ่งไป น้ำตาไหลไป วิ่งเหมือนกับว่าข้างหน้าคือเส้นชัย คือวิ่งเอาเป็นเอาตาย เหมือนหนีควายที่กำลังไล่ขวิดมายังไงยังงั้น เพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างสนิทมากคนหนึ่ง กำลังเตะบอลอยู่ในสนาม ไล่ตามลูกบอลมาข้างสนาม และตะโกนเรียก เป็นไงวิ่งได้กี่รอบแล้ว ในเวลานั้น น้ำตากำลังนองหน้าและอาการ ไม่อยากยุ่งกับใคร กำลังกำเริบเสิบสาน นอกจากจะไม่ตอบคำถามแล้วยังเดินหนีไปอีก พอเพื่อนเตะบอลเสร็จก็เดินออกมาหา
ถามทำไมไม่ตอบ เดินหนีเฉยเลย พี่ที่เค้าเตะบอลด้วยกันถามว่า เอ็งไปว่าอะไรเค้าหรือเปล่า เค้าถึงได้เดินหนีไปอย่างนั้นน่ะ
เมื่อเจอประโยคนี้ของเพื่อน ก็เลยตอบกลับไปว่า
สิ่งที่ควรถามน่าจะเป็นความรู้สึกของเรามากกว่า ว่าเราเป็นอะไร หรือเปล่าถึงได้เดินหนีไป...
บางครั้งคนเราก็ควรสนใจ ความรู้สึก มากกว่าสนใจ เนื้อหา ในสิ่งที่ใครสักคนกำลังแสดงออก หรือพูดออกมา....
เพราะบางทีเรื่องบางเรื่องมันก็แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง รู้เรื่องไปก็ไม่ได้อะไรช่วยอะไรขึ้นมา แต่ถ้า เข้าใจความรู้สึก แล้ว เรื่องราวต่างๆ มันก็แค่ส่วนประกอบเท่านั้นเอง
๓.
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปงานหนังสืออีกครั้ง และครั้งนี้สถานภาพเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นแค่คนซื้อหนังสือเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนขายหนังสือบ้าง จากที่เคยเดินอยู่หน้าร้านเปลี่ยนมายืนในร้านเพื่อช่วยแนะนำหนังสือ หยิบหนังสือใส่ถุง แถมที่คั่นหนังสือ คิดเงิน และ ขอบคุณพร้อมกับ บอกผู้ซื้อว่าขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ เป็นอีกความรู้สึกที่แตกต่าง....
ยิ่งเมื่อคนซื้อหยิบหนังสือที่เราเขียนขึ้นมาเพื่อเปิดดูเนื้อหาข้างใน และเลือกซื้อติดมือกลับไปเป็นหนึ่งในหนังสือหลายสิบเล่มที่นอนอยู่ในถุง ถึงแม้ว่าเขาจะเลือกอ่านมันเป็นเล่มสุดท้าย หรือลืมไปนานเป็นเดือน กว่าจะหยิบมันขึ้นมาอ่าน แต่ก็ยังดี... ที่อย่างน้อยเขาก็ยังอ่านมัน
ผลงานของเราหนึ่งเล่มของสำนักพิมพ์หนึ่ง ไม่มีขายแล้วในงานหนังสือปีนี้ เพราะทางสำนักพิมพ์บอกว่า หนังสือดีมาก อยากให้คนอื่นได้อ่านกัน ก็เลยนำมาจัดเป็นของสมนาคุณลูกค้าที่ซื้อหนังสือครบตามราคาที่กำหนด แปลเป็นภาษาบ้านๆ คือ มันขายไม่ออกก็เลยเอามาแถม
นักเขียนบางคนอาจจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ บางคนอาจชินชากับเหตุการณ์แบบนี้ และบางคนก็อาจจะรับไม่ได้ บางคนรับได้เพราะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ สำหรับคนเขียนหนังสือเอามากๆ ที่หนังสือจะขายไม่ออก (บ้าง)
และสำหรับเรา... เราบอกได้เพียงอย่างเดียวว่า ในขณะที่เราเขียนเรื่อง เราทำอย่างเต็มที่ขณะที่เขียน และเมื่อเรื่องนั้นจบ เราวางปากกา นั่นหมายความว่าหมดหน้าที่ของคำว่า นักเขียน แล้ว ที่เหลือ ก็เป็นหน้าที่ของคนอื่นต่อไป
เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เรายังกังวลว่า จะขายได้หรือไม่ได้.... ก็เท่ากับว่า เรายังไม่มั่นใจว่า เราทำทุกอย่างดีพอแล้ว

| Create Date : 21 ตุลาคม 2552 |
| Last Update : 21 ตุลาคม 2552 15:54:23 น. |
| |
29 comments
|
|
|
|
| | |
| โดย: nothing to lose. IP: 119.46.14.134 21 ตุลาคม 2552 17:31:36 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: สิ IP: 58.8.86.36 21 ตุลาคม 2552 21:46:39 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: คนนอก IP: 124.122.118.193 22 ตุลาคม 2552 16:55:39 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: จขบ. IP: 115.67.95.51 23 ตุลาคม 2552 12:02:04 น. |
|
|
|
| | |
โดย: veerar 28 ตุลาคม 2552 0:15:08 น. |
|
|
|
| | |
โดย: debry 28 ตุลาคม 2552 1:11:10 น. |
|
|
|
| | |
โดย: I_sabai 28 ตุลาคม 2552 9:43:58 น. |
|
|
|
| | |
โดย: หน่อยอิง 28 ตุลาคม 2552 11:53:01 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: แฟนผมฯ IP: 142.103.23.32, 202.134.119.218 28 ตุลาคม 2552 15:21:45 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) 28 ตุลาคม 2552 16:11:38 น. |
|
|
|
| | |
โดย: คนขับช้า 28 ตุลาคม 2552 19:27:17 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: รายารีย์ IP: 118.172.195.187 28 ตุลาคม 2552 21:36:30 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
กรุงเทพฯ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]
|
Just Do it :
* มีอีกชื่อว่า หญ้าเจ้าชู้
* เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์บทประพันธ์ รักข้ามรั้ว (หญ้าเจ้าชู้) ลุ้นสุดฤทธิ์ พิชิตรัก (หญ้าเจ้าชู้) ภารกิจรักพิทักษ์เธอ (หญ้าเจ้าชู้) ปีกแห่งฝัน (ดาริกามณี) * เป็นสาวก 'รงค์ วงษ์สวรรค์
* เป็นแฟน คาราบาว, กิ๊ก เฉลียง
* ฝืนอะไรที่เป็นอื่น ฝืนอัตตา สูงเทียมฟ้าก็มิเท่า เป็นเราเอง
* การปรากฎตัวของคนคนหนึ่ง อาจเปลี่ยนใครอีกคนไปทั้งชีวิต
* ชอบการ์ตูนของสตูดิโอจิบลิ แต่ไม่ชอบเจ้าชายน้อย เพราะโลกของเรา ก็คือโลกของเรา เปรียบเทียบกับอะไรไม่ได้ โลกของเจ้าชายน้อยต้องฝึกสุนัขจิ้งจอก ให้เชื่องเสียก่อนมันถึงจะยอมเป็นเพื่อนกับเขา
แต่โลกของเรา เพื่อนก็คือเพื่อน ไม่ต้องฝึกให้เป็นก็เป็น...
e-mail : chelie416@yahoo.com
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
แม้นดิ้นรน จนสิ้นใจ ก็ไร้ค่า
แต่ถ้าใช่ คนที่ใช่ ได้สบตา
จะรู้ว่า นี่แหละใช่ ไม่ต้องรอ....^^"