Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
16 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 

<<<<< มิตรภาพ >>>>>





เราเริ่มเขียน Blog นี้ตั้งแต่ 16 ต.ค. 52 เพราะอยากเก็บความประทับใจและรู้สึกดีๆ แบบนี้ไว้ตลอดไป ไม่อยากให้เลือนหายไปตามกาลเวลา

ยังเขียนไม่ทันจะจบ ก็มีเรื่องร้ายๆผ่านเข้ามา อาแท้ๆคนเดียวของเราป่วย นอนโรงพยาบาลไม่นานก็จากไปก่อนวัยอันควร

สำหรับเราแล้วมันเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้ เรากับอาค่อนข้างจะผูกพันกันมากกว่าพวกน้องๆ
ตอนเด็กๆ ช่วงปิดเทอม พ่อจะรับเราจากราชบุรีมาอยู่ดอนเมือง ถ้าวันไหนไม่ตามพ่อไปที่ทำงานด้วย ก็มักจะขอมาอยู่บ้านอาซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน ได้นอนดูเครื่องบินทั้งวัน มีความสุขที่สุด พ่อก็สบายใจไม่ต้องห่วงเราเพราะอาจะดูแลทุกอย่างค่ะ

จนกระทั่งเราเรียนจบ มีงานทำแล้ว แวะไปหาทีไร อาจะจัดเลี้ยงต้อนรับอย่างดี จนถูกล้อว่าเป็นลูกรักของอาอยู่บ่อยๆ

เสร็จจากงานศพอา กลับมาบ้าน เจอเจ้าน้องบิ๊กหมามินพินตัวน้อยเพื่อนยากของเรานอนซึม เหงือกซีด ข้าวปลาไม่ยอมกิน รีบพาไปหาหมอเจาะเลือดดูซะหน่อย ผลออกมาค่าตับขึ้นไป เก้าร้อยกว่า
ได้ยินแค่นี้ก็เย็นวาบไปทั้งตัวแล้ว เราเพิ่งเสียอาไปด้วยโรคตับ แล้วนี่เรากำลังจะเสียเจ้าหมาน้อยเพื่อนยากไปด้วยโรคเดียวกันอีกหรือเนี่ย

คุณหมอให้เจ้าบิ๊กนอนโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือ ให้ยา 6 คืน เจาะเลือดดูอีกที ค่าตับลดลงมาก แต่ก็ยังสูงกว่าปกติอยู่ดี อนุญาตให้กลับมากินยาเองที่บ้าน อาทิตย์หน้าตรวจติดตามผลอีกครั้ง เฮ้อ ! โล่งอกไปได้หน่อยนึง
เมื่อวานไปรับกลับมา มันเกือบจะเป็นเจ้าบิ๊กตัวเดิมแล้วล่ะ พี่มันค่อยมีกำลังใจอัพบล็อกขึ้นเยอะเลย หลังจากไม่ได้แตะคอมมาเกือบสองอาทิตย์

ตอนนี้พยายามทำใจ ชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ



########################################






<<<<< มิตรภาพ >>>>>




Thunderbirds ลาจากประเทศไทยไปได้อาทิตย์กว่าๆแล้ว ทิ้งความประทับใจ และภาพสวยๆ ไว้ให้เราได้ชื่นชม เห็นภาพแล้วมีความสุขจริงๆค่ะ

วิหคสายฟ้า บินไปแสดงต่อที่ญี่ปุ่น ตามด้วยเกาหลีใต้ งานเราก็เข้ามาสุมหัวเคลียร์ไม่ทัน ภาพวันแสดงจริงเรายังไม่ได้เอาลง Blog เลย

ตอนแรกคิดว่าจะใส่ภาพลงใน Blog เดิมนั่นแหละ เพราะมันก็ไม่ค่อยแตกต่างจากวันซ้อมมากนัก

แต่.....เมื่อเช้านี้ เด็กผู้ชายคนนึงโทรมาหาค่ะ

" สวัสดีคับ พี่จำผมได้เปล่าคับ "

เออ ... งงสิเรา เด็กที่ไหนหว่า โทรผิดหรือเปล่า เลยถามกลับไปว่า

" น้องจะพูดกับใครคะ "

ทีนี้มาเป็นชุดเลยค่ะ

" พี่ลืมผมแล้วเหรอคับ Thunderbirds ยังกลับไม่ทันถึงบ้านเลยนะคับ ..................................... "


โธ่เอ๊ย! ... นึกว่าใคร เจ้าเพื่อนใหม่ตัวน้อยที่เพิ่งรู้จักกันในวันงานนี่เอง

คุยกันได้สักครู่ เราก็ออกไปทำงาน แต่วันนี้ทำงานไม่ค่อยเป็นสุขนัก
คิดถึงคำพูดของเจ้าเพื่อนตัวน้อย ... เราลืม ...

จริงสิ......ใจเรามีแค่เจ้าวิหคสายฟ้า สองวันที่ทนตากแดดตัวดำก็เพื่อให้ได้ชื่นชมเจ้าฝูงนี้เท่านั้นเอง
หลังจากนั้นก็ยุ่งอยู่กับงานที่สุมอยู่บนโต๊ะ จนแทบไม่ได้นึกถึงสิ่งดีๆรอบตัวที่ได้พบในวันนั้นเลย
หลายครั้งหลายหนแล้วที่เราปล่อยให้ความรู้สึกดีๆแบบนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลยไป




########################################



วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2552 วันแสดงจริงของฝูงบินผาดแผลง USAF Thunderbirds
เราออกจากบ้านแปดโมงเช้า มาถึงดอนเมืองแปดโมงครึ่งกว่าๆ มาเร็วมากว่าเมื่อวานอีก

ผู้คนเริ่มมากันบ้างแล้ว วันนี้มีร้านขายของเยอะเลย เดินมาเจอร้านแรกเป็นร้านขายโมเดลเครื่องบินรบลำเล็กๆ มีหลายแบบ ทำจากพลาสติกและพยายามทำสีให้เหมือนของจริง แม้ว่ามันจะไม่ค่อยเหมือน แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปหยิบดู นึกถึงตอนเด็กๆ F-16 ลำแรกที่พ่อซื้อให้ลำใหญ่และดูดีกว่านี้หน่อยนึง
พี่คนขายยังจัดร้านไม่เสร็จ แต่ก็ยังมีน้ำใจบอกให้เราดูตามสบายในลังข้างล่างก็มีอีก เลือกดูได้เลย ไม่ซื้อไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน แค่แวะมาดูก็ดีใจแล้ว

น่ารักจังเลย ขอให้ขายดีๆนะคะ



เดินเลยเข้ามาด้านในมีร้านขายน้ำ ขายอาหาร เต็มไปหมด วันนี้ไม่อดแน่แล้วเรา ไม่เหมือนเมื่อวานร้านขายของในโรงอาหารขายจนไม่มีอะไรเหลือเลย โชคดีที่เรามีน้ำตุนไว้แล้วสองขวด ไม่งั้นตายแน่ๆ


ขึ้นไปบนอาคารจอดรถดูเพื่อนรักจากต่างแดนหน่อยซิ วันนี้เป็นไงบ้าง


น่าน.น..น...น ยังไม่ตื่นเลยค่ะ




อ่ะ... ชัดๆ หลับสนิทเลย



เราเก็บภาพทีละลำเหมือนเมื่อวาน บนฟ้าตามไม่ทันนี่หว่า ก็ต้องยิงตอนจอดนี่แหละ
ดูเวลาเพิ่งจะเก้าโมงกว่า อีกตั้งนานกว่าประตูจะเปิด ตัดสินใจเดินลงมาข้างล่างหาซื้อน้ำสองขวดเหมือนเดิม ใส่เป้ไว้ จะได้ไม่ต้องห่วง ไม่ได้กินข้าวไม่เป็นไร ขอแค่มีน้ำก็พอค่ะ
เดินมาถึงหน้าประตู ด้านขวาเป็นเต๊นท์ของประชาสัมพันธ์ ด้านซ้ายเป็นที่ว่างๆ มีรถเข็นขายน้ำจอดอยู่สองคัน
ริมรั้วมีแนวคอนกรีตยาวๆ มีคนนั่งเรียงราย เราเลือกนั่งแถวนั้นเพราะใกล้กับประตูและดูจากเงาของรั้วที่ทอดลงมาคิดว่าคงบังแดดให้ได้อีกนานอย่างน้อยก็ใกล้ๆประตูเปิดนั่นแหละ

วันนี้นัดกับเจ้าเอ๊ดเพื่อนรักไว้ด้วยค่ะ แต่มันยังไม่มา ถือว่าบ้านอยู่หลัง รพ.ภูมิพลแค่นี้ นั่งรถมาแป๊บเดียวก็ถึง
คนเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ต้องโทรไปตามค่ะ บอกว่าคนเยอะนะ ให้รีบมาได้แล้ว แต่มันชะล่าใจ ว่าเราอีกด้วย มาทำไมแต่เช้า ยังไงก็เข้าไปไม่ได้เพราะประตูเปิดเที่ยง
...ก็ชั้นอยากไปยืนอยู่แถวแรก อยากดู Ground Show อ่ะ แกไม่รู้รึไงฟะ

นั่งว่างๆ ระหว่างรอเจ้าเอ๊ด เลยหยิบกล้องขึ้นมาดูรูปที่ถ่ายไว้เมื่อวาน เลือกลบบางรูปที่เจ้าวิหคสายฟ้าปีกขาด หางขาด ออกไปบ้าง อยากบินเร็วทำไมล่ะ บอกแล้วไง ตามไม่ทัน
กำลังดูรูปเพลินๆ ก็ได้ยินเสียง

" ตัวเล็ก พี่ขอนั่งด้วยคนนะ "

เจ้าของเสียงเป็นพี่ผู้หญิง ในมือถือถุงผลไม้กับน้ำ มากับลูกชายอายุประมาณแปดขวบได้มั้ง
เรายิ้มเลย รีบขยับแบ่งที่นั่งให้ทันที เพราะว่าตั้งแต่อายุเกินสิบห้ามานี่ไม่มีใครเรียกว่า " ตัวเล็ก " อ่ะ
ส่วนพี่เค้าจะมีปัญหาทางสายตาหรือเปล่าอันนี้ไม่ทราบนะคะ
เราสูง 165 ซม. น้ำหนัก 70 กก. ตัวเล็กจริงๆ

อัธยาศัยดีทั้งแม่ทั้งลูกเลยค่ะ ชวนเราทานผลไม้ด้วย ลูกชายขอดูรูปที่ถ่ายไว้ พอรู้ว่าเรามาตั้งแต่วันซ้อม คำถามก็ตามมา " ......เครื่องบินรุ่นอะไร...มากี่ลำ...มายังไง...เสียงดังมากมั้ย...บินสูงแค่ไหน...ปล่อยควันสีด้วยหรือเปล่า...มีนักบินลำละกี่คน...ประเทศเรามีเครื่องบินรุ่นนี้มั้ย...ทำไมไม่ซื้อล่ะ "

คุยมากไปหน่อยลูกชายหมดแรง บ่นหิวข้าว เดือดร้อนแม่ต้องพาไป
ก่อนไปยังหันมายิ้มแล้วบอกกับเราว่า " เจอกันข้างในนะครับ "

ดูนาฬิกา สิบโมงกว่าแล้ว โทรหาเพื่อนรักอีกที
" เฮ้ย...เอ๊ด แกออกจากบ้านมารึยัง คนเยอะแล้วนะว้อย ! ชักช้าแกกับชั้นต้องหลงกันแน่ๆว่ะ "
กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ประชาสัมพันธ์ก็ประกาศว่าเนื่องจากมีผู้ชมมารอจำนวนมาก จึงเลื่อนเวลาเปิดประตูมาเป็น 11.00 น. สิ้นเสียงประกาศคนเริ่มเดินมาเข้าแถวรอเป็นแถวตอนเรียงสอง เราบอกให้เจ้าเอ๊ดมันรู้ มันบอกให้ไปเข้าแถวเลยไม่ต้องรอ เดี๋ยวค่อยเจอกัน

ไม่ถึงห้านาทีท้ายแถวก็ยาวเลยออกไปหน้าอาคาร แต่ยังเป็นแถวตอนเรียงสองอยู่ค่ะ คนที่หลบแดดอยู่บริเวณอาคารทั้งสองฝั่งก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน เรายืนอยู่แถวซ้ายมือช่วงกลางๆของแถว ข้างหน้าเป็นพ่อกับลูกชายสองคน คนเล็กพ่อยังต้องอุ้มค่ะ คนพี่อายุไม่เกินสิบขวบ ใส่เสื้อแขนสั้นสีเหลืองทั้งทีม
ข้างหลังเราเป็นลูกชายวัยรุ่นสองคนมากับแม่ หลบแดดอยู่ในร่มคันเดียวกันมองแว๊บเดียวก็พอรู้ล่ะค่ะว่าฐานะดี แตกต่างจากสามพ่อลูกที่ยืนตากแดดอยู่ข้างหน้าเราอย่างชัดเจน หมวกก็ไม่ใส่ ร่มก็ไม่มี ตัวเปล่าจริงๆ

ส่วนตัวเรามีเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับหมวกช่วยบังแดดได้บ้าง ร่มไม่ได้พกไปค่ะ
ว่าคนอื่นไว้เยอะ มีที่ไหนฟระ กางร่มดูแอร์โชว์ เมื่อวานยืนอยู่แถวหน้าสุดติดรั้ว ทำให้ไม่เจอปัญหาร่มบัง แต่มีบางคนเจอปัญหานี้ แอบได้ยินเสียงบ่นมาค่ะ ทางประชาสัมพันธ์ก็ประกาศนะคะ ว่าให้ช่วยเก็บร่มตอนแสดง มีหลายคนไม่ทำตาม เข้าใจค่ะว่าร้อน แต่มันบังคนอื่นเค้านะ วันนี้มีคนเดินขายร่มด้วย คันละ 120 บาท ใครทนแดดไม่ไหวก็ซื้อ แต่ไม่ใช่เรา มันมีความรู้สึกขัดแย้งในใจ และอีกอย่างนึงมันเป็นร่มแบบตอนเดียว พับไม่ได้ เกะกะค่ะ

คุณแม่ข้างหลังเราบ่นกับเราว่าวันนี้อากาศร้อนมาก แดดก็แรง เราก็เลยบอกว่า ถ้ามองในแง่ดี คือไม่ต้องห่วงเรื่องฝน เมื่อวานร้อนน้อยกว่านี้ มีเมฆมาก ฟ้าไม่ใส ถ่ายรูปออกมาไม่สวย แสดงเสร็จฝนตกลงมาอย่างหนัก วันนี้น่าจะดีกว่า น้องสองคนพอรู้ว่าเมื่อวานเรามา ก็ โดนอีกแล้วค่ะ... คำถามมาอีกแล้ว " ... ยืนตรงไหนถึงจะเห็นชัดๆครับ ...ถ่ายรูปมุมไหนดีครับ............ "
เท่าที่ได้คุยกัน น้องสองคนนี้รู้จักเจ้าวิหคสายฟ้าพอสมควรเลย จำท่าบินได้เกือบทุกท่า

เข้าแถวได้ไม่ถึงครึ่งชั่งโมง เริ่มร้อนมากแล้วเหงื่อตกอ่ะ ต้องยืนหันหลังให้แดด เจ้าตัวเล็กข้างหน้าที่พ่ออุ้มอยู่บ่นร้อนจังเลย พ่อถามลูกว่าจะไปนั่งหลบแดดข้างในตึกก่อนมั้ย เจ้าตัวเล็กก็ไม่ยอม บอกว่าเดี๋ยวอดดูเครื่องบิน คนพี่ก็บ่นว่าเมื่อยขาขอนั่งก่อน พ่อแก้ปัญหาโดยการให้น้องนั่งตักพี่ พ่อยืนใช้ตัวบังแดดให้ลูกค่ะ แต่พื้นมันร้อนเจ้าคนพี่นั่งได้แป๊บนึงก็ต้องเปลี่ยนท่า พี่ผู้ชายใจดีแถวขวามือให้กระดาษหนังสือพิมพ์หนึ่งคู่มารองนั่ง จะแบ่งมาบังแดดก็คงไม่พอ พ่อก็ตัวผอม บังแดดได้แค่หน่อยเดียว สามคนพ่อลูกนี้เพิ่งมาจากกำแพงเพชร ลูกอยากดูมากพ่อก็ต้องพามา เห็นแล้วสงสารค่ะ

เราตัดสินใจเท่าที่จะทำได้ ถอดเสื้อเชิ้ตแขนยาวออกคลุมให้เจ้าตัวน้อย ผู้เป็นพ่อหันมาขอบคุณ เราได้ยินคุณแม่บอกลูกชายให้เดินไปเอาร่มที่รถแล้วก็ซื้อน้ำมาด้วย หลังจากนั้นก็ขยับมาเอาร่มบังให้เรา สักครู่หนึ่งลูกชายก็กลับมาพร้อมกับร่มสองคัน น้ำอีกสี่ขวด ร่มหนึ่งคันกับน้ำสองขวดถูกแบ่งให้กับสามพ่อลูก พ่อกับเจ้าคนพี่ยกมือไหว้ขอบคุณ ส่วนเจ้าตัวเล็กน่ะไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ เสื้อเราคลุมหัวอยู่ เราได้เสื้อคืนมาแล้วยังได้อาศัยร่มจากคุณแม่น้ำใจงามท่านนี้ ร่มอีกคันอยู่กับลูกชายสองคน มีเด็กๆแอบมาอาศัยร่มอยู่ข้างหลังอีกสามคนค่ะ

ใกล้จะถึงเวลาเปิดประตูแล้ว คุณแม่กับลูกชายเริ่มเป็นกังวลว่าอาจจะถูกแซงคิวจากคนที่หลบแดดอยู่ข้างอาคาร พอประชาสัมพันธ์ประกาศอีกครั้งว่าให้เตรียมตัวประตูใกล้เปิดแล้วเท่านั้นแหละค่ะ สิ่งที่กลัวก็เป็นจริง พวกที่หลบแดดอยู่วิ่งไปอัดกันอยู่ที่หน้าประตู และจำนวนคนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าพวกเราก็ตกอยู่ท่ามกลางฝูงชน ไม่เป็นแถวเป็นแนวอีกต่อไปแล้ว สามพ่อลูกถูกแยกจากเราโดยคนกลุ่มหนึ่ง ที่เบียดเข้ามาจากด้านข้าง

เราเริ่มไม่พอใจ มองหน้าพวกเค้าเพื่อหาคำตอบว่าทำไมพวกคุณถึงกล้าทำแบบนี้ พวกเค้าก้มหน้าไม่ยอมสบตา แต่ยังคงยืนเบียดอยู่อย่างนั้น ร้อนก็ร้อน หงุดหงิดจากการถูกแซงคิวอีก คุณแม่น้ำใจงามท่านนี้ฟิวส์ขาดค่ะ พูดออกมาดังๆเลยว่า
" คุณๆทั้งหลายที่เบียดเสียดเข้ามาทั้งซ้ายทั้งขวาเนี่ย หน้ามียางอายกันบ้างมั้ยคะ พวกเรายืนเข้าแถวตากแดดอยู่เกือบชั่วโมง ลูกเด็กเล็กแดงเต็มไปหมด ช่วยหันหลังไปดูหน่อยได้มั้ย ว่าท้ายแถวอยู่ตรงไหน แล้วกรุณาเดินไปต่อท้ายแถวด้วยค่ะ "
มีเสียงเห็นด้วยหลายเสียงจากคนที่เข้าแถวอยู่เดิม แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆจากคนเห็นแก่ตัว พี่แกได้แต่ถอนหายใจ บอกว่าพูดไปก็เหนื่อยเปล่า ทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่หรือสารวัตรทหารออกมาดูแลความเรียบร้อยเลย

ยังไม่ทันได้เข้าไปข้างในก็มีคนเป็นลมแล้ว ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นผู้หญิงหนึ่งในกลุ่มที่แซงคิวพวกเราค่ะ เธอได้ยาดมจากผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเราที่เข้าแถวพร้อมกันตั้งแต่แรก เราหันไปยิ้มให้เธอ ซาบซึ้งในน้ำใจแทนยัยคนที่แซงคิวนั่นจริงๆ

เจ้าเอ๊ดโทรมาอีก ".. ชั้นอยู่หน้าคาร์โก้ว่ะ เข้าไม่ถึง ทำไมคนเยอะหยั่งงี้วะ "
.....แล้วจะมาบ่นหาไรอ่ะ ชั้นบอกแกแล้วนี่ ไอ้ตรูดเอ๊ดเอ๊ย


11.00 น. ได้เวลาเปิดประตูแล้ว ลักษณะของประตูต้องเปิดออกมาด้านนอกทั้งสองบาน แต่...เปิดไม่ได้ค่ะ ติดกลุ่มคนที่ยืนแออัดกันอยู่ด้านหน้าประตู เจ้าหน้าที่ประกาศขอให้ช่วยถอยหลังออกมาก่อน ซ้ำๆกันหลายครั้ง กว่าประตูจะเปิดได้เสียเวลาไปสิบห้านาที ฝูงชนค่อยๆขยับทีละนิดๆ ยิ่งใกล้ประตูก็ยิ่งเบียดกันแน่น เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนให้ระวังรักษาทรัพย์สินมีค่าให้ดี เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพวกฉวยโอกาส
พวกเราต้องยืนตากแดดเบียดกันอยู่อย่างนั้นสี่สิบนาทีบวกกับที่ยืนเข้าแถวตั้งแต่แรกด้วยก็ประมาณชั่วโมงครึ่ง กว่าจะทะลักผ่านประตู ผ่านเครื่องสแกนเข้ามาได้ เครื่องสแกนมีแค่สองเครื่องค่ะ

คุณแม่ใจดีกับลูกชายทั้งสอง หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ พยายามมองหารอบๆ ก็ไม่เจอ ถ้างั้นแยกกันเลยนะคะ ขอบคุณที่แบ่งปันร่มเงาให้ค่ะ

ก่อนเข้ามาข้างในตั้งใจไว้ว่าวันนี้จะยืนตรงมุมรั้วทางด้านขวาของเต๊นท์ VIP เปลี่ยนมุมถ่ายรูปดูบ้าง หลังจากที่เมื่อวานไปอยู่ด้านซ้ายค่ะ แต่พอเห็นคนเข้าไปมุงอยู่เต็มหมดทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ต้องเปลี่ยนใจกลับไปฝั่งซ้ายเหมือนเดิม เข้าไปถึงก็ต้องยืนซ้อนเป็นแถวที่สามแล้ว ข้างหน้าเราแต่ละคนใช้ DSLR หลายคนพกกระบอกข้าวหลามมาด้วย มืออาชีพทั้งนั้น ดูท่าทางแล้วคงไม่มีใครขยับออกมาง่ายๆ จะแทรกเข้าไปก็ไม่กล้าพอ ลองเก็บภาพดูก่อนละกันค่ะ

ภาพแรก 11.36 น.





ยังอยู่ในชุดนอนค่ะ เปลี่ยนใหม่ซะด้วย ปีที่แล้วสีน้ำเงินนี่นา







ต้องมีคนมาปลุก






ตื่นแล้วววววว



ได้ไม่กี่รูปหรอกนะคะ ข้างหน้าก็โดนบัง ข้างหลังก็เบียดเข้ามาเรื่อยๆ อ่อนหัดอย่างเรามือยังไม่นิ่งพอ กว่าจะได้แต่ละรูปต้องใช้เวลา ดูท่าทางแล้ววันนี้คงไม่ได้ภาพนักบินกลับบ้านแน่ๆ ร้อนก็ร้อน อึดอัด หายใจไม่ออก ที่สำคัญคือ ทนกลิ่นตัวคนข้างๆไม่ไหวค่ะ อยู่ต่อไปเป็นลมแหงๆ พอดีเหลือบไปเห็นริมรั้วด้านข้างติดกับที่จัดไว้สำหรับสื่อมวลชน คนยังบางตาค่ะ จึงรีบตรงดิ่งไปทันที ได้อยู่แถวสองก็ยังดีพอจะมีมุมให้ถ่ายรูปได้บ้าง อยากได้รูปหมู่ของนักบินค่ะ
คุณลุงที่ยืนอยู่ข้างหน้าถามเราว่าธันเดอร์เบิร์ดบินกี่โมง พอเราตอบว่าประมาณบ่ายโมงกว่าๆ แต่เดี๋ยวเครื่อง C-17 ลำใหญ่ๆ สีเทานั่นจะขึ้นบินโชว์ก่อนแกร้องจ๊ากเลย บอกว่าจะดูธันเดอร์เบิร์ดไม่อยากดู C-17 ขอไปนั่งรอในที่ร่มๆดีกว่า แล้วก็ให้เรายืนแทนที่ โชคดีจริงๆ ได้อยู่แถวแรกอีกแล้ว
ขอบคุณค่ะคุณลุง




ได้ที่ยืนตรงนี้ มีความหวังแล้วค่ะ ยังไงซะก็ต้องได้รูปนักบินกลับบ้านบ้างล่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีร่มใครมาบังด้วย
แต่ว่า...ขอเข้าไปข้างในด้วยคนได้มั้ยคะ



ตรงนี้ใครผ่านไปมาจะมองเห็นหมดค่ะ แต่รับแดดเต็มๆ ต้องทนร้อนเอาหน่อย นานๆทีถึงจะมีลมพัดมาให้ชื่นใจ


เจ้าหน้าที่ ลำเลียงเครื่องเสียง และอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นดินค่ะ









ขนอุปกรณ์มาเองทั้งหมด ... เพียบเลย




เที่ยงกว่าๆแล้วค่ะ เก็บภาพไปเรื่อยๆ ระหว่างรอท่าน ผบ.ทอ. เดินทางมา





ฝั่งตรงข้าม ที่ตั้งใจว่าจะไปยืนตั้งแต่แรก
แท่งพลาสติกสีส้ม คือบริเวณที่จัดไว้ให้สำหรับนักบินแจกลายเซ็นค่ะ






เจ้าเอ๊ดเพื่อนรัก กลัวตัวดำ หลบแดดอยู่ข้างหลังค่ะ






ส่องคนดังซะหน่อย.....สวัสดีค่ะพี่






ใครหว่า






แดดตอนเที่ยงร้อนสุดๆค่ะ น้องผู้หญิงสองคนทางซ้ายมือเราทนไม่ไหวขอไปอยู่ข้างหลังดีกว่า มีคุณป้าขึ้นมายืนแทนพร้อมกับร่มคันใหญ่ มันก็บังหมดล่ะสิงานนี้ กลุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังเราซึ่งกำลังถ่ายรูปอยู่เริ่มไม่พอใจ
เรากำลังคิดว่าจะบอกป้าแกยังไงดี กลัวแกด่ากลับมาอ่ะค่ะ แต่ไม่ทันแล้วล่ะ เสียงพูดดังมาจากข้างหลังว่า

" มองไม่เห็นเครื่องบินเลยอ่ะ ร่มบังหมด "

(ไม่แน่ใจว่าคุณป้าได้ยินหรือเปล่า แต่แกยังคงกางร่มต่อไปค่ะ )

จากนั้นเจ้าของเสียงเมื่อกี้ก็เบียดเข้ามา แล้วเกิดเสียหลักเซมาทับเราเต็มๆทั้งตัวเลย ถ้าหลักไม่ดีล้มไปแล้วค่ะ

" โทษค่ะ พี่เป็นไรป่ะ " เราก็ปากไวตอบไปเลยว่าไม่เป็นไร
แต่จริงๆก็เจ็บเหมือนกันนะ ตอนที่หัวเธอกระแทกหลังเราอ่ะ

ตอนนี้เธอยืนอยู่ข้างหลังเราค่ะ ระหว่างนั้นมีนายทหารท่านหนึ่งเดินผ่านมาดูแลความเรียบร้อย น้องคนนี้แสบมาก ยื่นมือที่ถือกล้องคอมแพคพรวดออกไปเลย พร้อมกับพูดว่า " ถ่ายรูปเครื่องบินให้หน่อยสิ " เธอพูดแค่นี้จริงๆค่ะ เรากับพี่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ทางขวาหันมามองหน้ากันเลย เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากน้องซึ่งแต่งเครื่องแบบนักศึกษา ( ไม่อยากบอกชื่อสถาบันค่ะ )

แต่ที่น่าชื่นชมและขอคารวะก็คือ นายทหารยศนาวาอากาศเอกท่านนั้นค่ะ ท่านเดินยิ้มตรงเข้ามารับกล้องไปส่งให้พี่ สห. ช่วยถ่ายรูปให้
เราไม่ได้ตำหนิน้องคนนี้ที่ดูยศทหารไม่ออก แต่มันติดใจตรงที่ว่า เธอไม่มีสัมมาคารวะเสียเลย เธออายุไม่เกินยี่สิบแน่ๆ ส่วนท่านประมาณห้าสิบค่ะ

เห็นแล้ว อดไม่ได้ ขอซะหน่อย

" น้องรู้จักท่านเหรอคะ " เราถาม " เปล่าค่ะ ไม่รู้จักหรอก เห็นเดินมาก็เลยใช้ให้ถ่ายซะหน่อย " เธอตอบ

เราหงุดหงิดเพิ่มเป็นสองเท่า ขออนุญาตสั่งสอน ( จริงๆแล้วกระซิบบอกเธอค่ะ )

" น้องคะ ท่านเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่นะคะ กรุณาให้เกียรติท่านด้วยค่ะ ดูยศไม่ออกน่ะไม่เป็นไร แต่ อาวุโส น้องน่าจะดูออกนะคะ "

ได้ผลค่ะ เธอยิ้มแบบจืดๆ " ขอโทษค่ะ หนูไม่ทันดู "
เฮ้อ! โล่ง.....นึกว่าจะโดนเธอด่ากลับซะแล้ว ขอบใจนะที่ฟังกัน ไม่งั้นเราคงได้เก็บเศษหน้าใส่เป้กลับบ้านแหงเลย

มีอีก ยังไม่หมดค่ะ ประทับใจยัยคนนี้จริงๆ
ระหว่างที่รอพี่ สห. ถ่ายรูปเครื่องบินให้อยู่นั้น เธอพยายามจะยื่นหน้าออกไปดูเราก็เลยเบี่ยงตัวหลบให้ ทีนี้เธอยื่นออกไปครึ่งตัวเลยค่ะ สักพักนึงเธอก็กลับมายืนเหมือนคนปกติ เมื่อยล่ะสิ ร้อนอีกต่างหาก
แล้วคุณเธอก็เปลี่ยนท่าใหม่ค่ะ เอาคางมาวางไว้บนไหล่เราซะเลย

เราก็นึกในใจ เฮ้ย ! ...ไรวะเนี่ย ยัยนี่มันคิดไรของมันอยู่วะ ?

คือเธอเอาคางมาวางจริงๆ แบบตั้งใจเลยอ่ะค่ะ รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่มากระทบเลยอ่ะ
โชคดีหน่อยที่อีกแป๊บเดียวพี่ สห. ก็เอากล้องมาคืน คราวนี้เธอยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณ ก่อนที่จะค่อยๆแทรกตัวออกไป เราถอนหายใจอย่างโล่งอก ทำเอาพี่คนข้างๆ ขำก๊ากไปเลยค่ะ



หลังจากที่ท่าน ผบ.ทอ. เดินทางมาถึงได้ไม่นาน เวลาบ่ายโมงกว่าๆ เครื่องบินลำเลียงแบบ C-17 Globemaster ก็ขึ้นบินโชว์ ช่วง Take off กับ Landing ถ้าไม่ได้อยู่ริมรั้วด้านหน้าก็หมดสิทธิ์ที่จะเก็บภาพค่ะ
















อ๊ากกกกซ์ ..... เข้ามาใกล้ๆ ทามม๊ายยยยย ซูมออกไม่ทันว้อยยย!

ไอ่เจ้าอ้วนนี่ตอนอยู่บนดินกับบนฟ้า คนละเรื่องกันเลยค่ะ บินได้พลิ้วจริงๆ ดูเพลินเลย บางท่าแอบหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน เอียงเสียจนปีกแทบจะตั้งฉากกับพื้นโลก กลัวปีกไม่เกาะอากาศแล้วหล่นตุ้บลงมา แต่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ใช้เวลาแสดงประมาณสิบห้านาที น่าทึ่งมากค่ะ สมรรถนะของเครื่องบวกทักษะของนักบิน เจ๋งโคตร





หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย...คอยมานาน... โดยเฉพาะเรา
ยืนเข้าแถวรอมาตั้งแต่สิบโมงเศษๆ ถึงตอนนี้บ่ายโมงครึ่ง ไม่ได้นั่งเลยสี่ชั่วโมงกว่าแล้ว แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทนได้ไงเนี่ย

ตอนนี้เริ่มเมื่อยขามากมาย กลัวจะเป็นตะคริว คิดว่ายังงัยก็ต้องขอนั่งพักสักนิดค่ะ แต่พอกลับหลังหันมา ก็เจอผู้หญิงคู่หนึ่งนั่งอาศัยตัวเราบังแดดให้อยู่ ทั้งสองคนส่งยิ้มให้เราอย่างอายๆ แล้วถามเราว่า

"น้องจะนั่งหรือเปล่าคะ นั่งด้วยกันกับพี่ก็ได้ค่ะ"

พร้อมทั้งคลี่กระดาษรองนั่งออก และชวนพี่คนข้างๆเราให้นั่งด้วยกันอีก

ครู่หนึ่งประชาสัมพันธ์ก็ประกาศขอความร่วมมือผู้ชมให้ช่วยนั่งลง เพื่อที่คนข้างหลังจะได้มีโอกาสเห็น Ground Show
ผู้ชมด้านหน้าเริ่มทยอยลงนั่ง มีเสียงปรบมือแสดงความขอบคุณจากผู้ชมด้านหลังด้วยค่ะ
คุณป้าที่ถือร่มคันใหญ่หันรีหันขวางไม่รู้จะนั่งตรงไหนดี พี่แกเลยชวนมานั่งด้วยกันอีกคน
จริงๆแล้วคุณป้าแกก็น่ารักนะคะ อายุหกสิบกว่าแล้ว มาคนเดียวด้วยค่ะ กางร่มเผื่อพวกเราอีก ร่มคันเดียวคนห้าคน แล้วบอกกับเราว่าถ้าจะถ่ายรูปก็บอกนะ ป้าจะได้หลบให้ค่ะ

วันนี้เมฆขาดความเมตตา แดดก็ไร้ความปราณี จนพี่คนข้างๆเรา บ่นว่าไม่ไหวแล้วร้อนจนแสบตัวไปหมด แล้วก็หยิบโลชั่นออกมาทาแขน เป็นโลชั่นธรรมดาไม่ใช่ซันบล็อคค่ะ แต่ก็มีน้ำใจจะเทแบ่งใส่มือให้เราทาอีกด้วย เธอบอกว่าอย่างน้อยก็ช่วยให้เย็นลงได้นะ เราปฏิเสธเพราะเกรงใจ แต่พี่แกคิดอีกอย่าง แกหัวเราะ แล้วก็พูดซะดังเลย

" อ๋อ.อ..อ กลัวเปื้อนกล้องเหรอคะ งั้น...มา พี่นกทาให้ค่ะ "

จากนั้นก็ถกแขนเสื้อของเราขึ้น จัดการทาโลชั่นให้ทั้งสองข้าง
เรารู้สึกเย็นลงจริงๆ ลืมความร้อนไปได้พักหนึ่ง
ขอบคุณนะคะพี่นก


นั่งคุยฆ่าเวลาไปหลายนาทีแล้ว การแสดงก็ยังเริ่มไม่ได้ เพราะมีพวกมือ(ไม่)ดีปล่อยลูกโป่งสวรรค์ลอยขึ้นไป ไม่ใช่ลูกเดียวนะคะ ลูกแรกจะตั้งใจหรือเปล่าเราไม่ทราบ แต่หลังจากที่ประชาสัมพันธ์ประกาศขอความร่วมมือว่ากรุณาอย่าปล่อยลูกโป่ง พร้อมทั้งย้ำแล้วย้ำอีกว่ามันจะเป็นอันตรายต่อเครื่องบินและนักบิน ซึ่งอาจมีผลทำให้ทีมงานพิจารณายกเลิกการแสดงได้ แต่...มันก็มีตามมาอีกหนึ่งลูก และอีกหนึ่งลูก จากแถวๆบริเวณอาคารที่จอดรถ แบบนี้มันตั้งใจแล้วล่ะค่ะ เลว.ว..ว...ว....ว




นั่งนานชักเริ่มเมื่อยแล้วค่ะ ขอเก็บภาพผู้ชมหน่อยนะคะ





อาคารจอดรถ วันนี้ห้ามขึ้นดาดฟ้าค่ะ






ข้างหลังเรา ร่มสีฟ้าของคุณป้าค่ะ





ได้เวลาแล้วค่ะ ประมาณบ่ายสองโมงได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์ประกาศว่า ขณะนี้นักบินธันเดอร์เบิร์ดกำลังเดินทางมาค่ะ ผู้ชมข้างหน้าส่วนใหญ่ก็ยังนั่งกันดีอยู่ มีบ้างเล็กน้อยที่ลุกขึ้นยืน คิดว่าคงจะเมื่อยแหละค่ะ



ขณะที่เรากำลังรอเก็บภาพหนุ่มๆมาดเท่อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเบาๆ มาจากข้างหลัง

" พี่คับ ขอผมเข้าไปถ่ายรูปนักบินนิดนึงนะคับ "

ขอกันดีๆ น่ารักแบบนี้ ใครจะไปใจร้ายกับเด็กได้ลงคอล่ะคะ
เรากับพี่นกขยับออกมาหน่อยนึงเพื่อให้น้องเข้าไปนั่งข้างหน้า
เป็นเด็กผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆ ตัดผมทรงนักเรียน อายุไม่เกินสิบขวบ ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืดสีเขียวอ่อน ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปค่ะ (รุ่นใหม่กว่าของเราอีกด้วยอ่ะ )

เจ้าตัวเล็กเริ่มชวนคุย บอกว่าอยู่ข้างหลังมองไม่เห็นอะไรเลย ต้องขอแทรกเข้ามาเพราะว่าอยากได้รูปนักบินไปอวดเพื่อนค่ะ เมื่อวานได้รูปเครื่องบินไปเยอะเลย แต่เป็นตอนที่จอดอยู่นะ เหมือนใครวะเนี่ย







แล้วนักบินของเราก็มาถึงค่ะ










เท่ห์ มาก.ก..ก...ก มาย.ย..ย...ย




ตอนนี้ทุกคนลืมความร้อนไปได้พักหนึ่งเลยล่ะค่ะ เพราะมัวแต่ไปสนใจนักบินมาดเท่ห์ทั้งหกคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า เชื่อเถอะค่ะ ว่าไม่มีใครที่มีกล้องอยู่ในมือแล้วไม่ยอมถ่ายรูปนักบิน

เจ้าน้องผู้ชายตัวเล็กข้างหน้าเราก็เช่นกัน กดไปหลายภาพเลย แต่ก็บ่นว่ารูปไม่ชัด ซูมได้แค่นิดเดียวเอง

" พี่คับ คนไหนหล่อสุด "

" ซ้ายสุด เบอร์หก " เราตอบ

พี่นกบอกว่า " เบอร์หนึ่งต่างหากล่ะ คนขวาสุดนั่นน่ะ เป็นหัวหน้าด้วยนะ "

มันก็จริงอยู่อ่ะค่ะพี่นก แต่อย่าให้ป๋าแกถอดหมวกก็แล้วกัน ความร้อนมันจะเพิ่มขึ้นอีกมากมายนะ



มีเสียงชื่นชมนักบินดังมาจากข้างหลังเราไม่ขาดระยะ

หล่อ...เท่ห์...มีแฟนหรือยัง...อยากขอแต่งงานอ่ะ...เค้าพักกันที่ไหนคืนนี้จะไปหา

คำพูดสุดท้ายทำให้เราต้องหันไปมองเจ้าของเสียง เฮ้อ!... ยังเด็กอยู่เลยอ่ะ
จะพูดเล่นหรือพูดจริงก็ไม่รู้ล่ะ แต่มันไม่สมควรนะ เป็นน้องเป็นนุ่งโดนตบกระโหลกร้าวจริงๆ

จากนั้นเป็น Ground Show ค่ะ หามุมถ่ายรูปแทบไม่ได้เลย ถูกพี่ๆสื่อมวลชนทั้งหลายบังหมด ไม่ได้โทษพี่เค้าหรอกนะคะ เพราะพี่ๆแกก็ยืนอยู่ในที่ๆจัดไว้ให้ เราต่างหากที่ยืนไม่ถูกที่เอง









ซูมข้ามหัวไหล่พี่ตากล้องข้างหน้าไป ได้ภาพเครื่องหมายเลข 6 มาค่ะ
จากนั้นโดนบังมิด อดเห็นหวานใจตอนขึ้นเครื่องเลยอ่ะ



ได้จังหวะอีกที ตอนที่พี่ๆสื่อฯ ทั้งหลายขยับหามุมกล้องกัน ช่องนิดนึงก็ยังดี ซูมเอาก็ได้



Maj. Sean Gustafson ขึ้นเครื่องหมายเลข 4 เรียบร้อยแล้ว





ผ้ารองในหมวกบินสีแดงเชียวนะ





แต่งตัวเรียบร้อย ติดเครื่องยนต์ เช็ค Speed brake





Ground Show สวยงามพร้อมเพรียงกันมากค่ะ เสียดายที่เก็บภาพได้แค่นี้เอง จากนั้นเจ้าวิหคสายฟ้าทั้งหกลำก็ Taxi ผ่านหน้าพวกเราไป มองเห็นนักบินโบกมือให้นิดหน่อยก็ยังดี







### ต่อ Blogใหม่ ... บนฟ้าค่ะ ###





 

Create Date : 16 ตุลาคม 2552
10 comments
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2552 20:15:28 น.
Counter : 2261 Pageviews.

 

ผมไปดู Thunderbird มาสะใจที่สุดในโลกทั้งชีวิตนี้ไม่เคยเห็นมาเลย ดีใจมากที่ได้มาดูครั้งนี้ ผมไปดูฝั่ง ท.อ.ไม่คอยมี่คนมากนัก ผมไม่เคยลืมภาพความประทับใจที่เก็บไว้ในความทรงจำ และอยากให้มีต่อๆไปอีกนาน...แสนนาน...

 

โดย: Akoh IP: 61.19.219.150 15 พฤศจิกายน 2552 8:35:19 น.  

 

คุณ archawin ..... หลังไมค์หน่อยนะครับ พอดีมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือด่วน ๆ นิดนึงฮะ

 

โดย: Skyman (Analayo ) 17 พฤศจิกายน 2552 13:13:31 น.  

 

เท่าที่ดู คุณarchawinยืนจุดเดี๋ยวกับผมเลยอ่ะครับ ไหงไม่ยักเจอกันแฮะ - -

 

โดย: pop IP: 118.172.189.158 18 พฤศจิกายน 2552 19:35:29 น.  

 

ขอแสดงความเสียใจเรื่องคุณอาด้วยนะครับ

 

โดย: pop IP: 192.168.2.117, 110.164.239.145 19 พฤศจิกายน 2552 17:01:33 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณ Akoh

ประทับใจสุดๆ เช่นกันค่ะ
เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะจำไปจนตายเลย
เมื่อไหร่จะมีโอกาสได้ดูอีกก็ไม่รู้นะคะ
นอกจากว่า...จะตามไปดูที่บ้านพวกเค้า

 

โดย: archawin 26 พฤศจิกายน 2552 12:24:37 น.  

 

คุณ pop

ขอบคุณมากนะคะ
ยังคิดถึงท่านอยู่อ่ะค่ะ
แต่คิดว่าท่านคงไปสบาย
เพราะชีวิตนี้ท่านทำบุญไว้มากเลยค่ะ

 

โดย: archawin 26 พฤศจิกายน 2552 12:31:52 น.  

 

ช่วงนี้ พันทิป กำลังปรับปรุง
เข้าเวบ, Blog ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
เลยยังไม่ได้ขึ้น Blog ใหม่ซะที
เขียนเสร็จนานแล้วแหละค่ะ
แต่ยังไม่ได้ตรวจว่าพิมพ์ผิดบ้างหรือเปล่า
งานประจำก็เยอะมาก อู้งานก็ไม่ได้อีก

 

โดย: archawin 26 พฤศจิกายน 2552 12:47:13 น.  

 

ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด Blue Angelsไม่แสดงนอกประเทศใช่ไหมครับ

 

โดย: pop IP: 125.25.248.117 29 พฤศจิกายน 2552 18:28:18 น.  

 



ช่วงนี้อากาศดีเลยหนีไปเที่ยวซะหลายวัน

...................

คุณ pop

น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ
ยังไม่เคยได้ยินข่าวว่า BA ออกแสดงนอกประเทศเหมือนกัน


พูดถึง BA แล้ว เลยนึกถึงหลายเรื่องเลยค่ะ

- เมื่อไหร่จะเปลี่ยนเครื่องซะที อยากให้เปลี่ยนเป็น Super Hornet จังเลย
หรือว่ามันใหญ่ไปหน่อย เลยขาดความคล่องตัวเวลาบิน



- เมื่อไหร่จะมีนักบินผาดแผลงเป็นผู้หญิงบ้างนะ
นักบินหญิงของกองทัพเรือมีตั้งหลายคนนิ
Events Coordinator ปีที่แล้วก็เป็นนักบิน Super Hornet
หรือว่าปัญหาทางสรีระ เพราะไม่ให้ใส่ G-suits

 

โดย: archawin 12 ธันวาคม 2552 9:40:24 น.  

 

หวัดดีจ้า แวะมาเยี่ยม หายไปไหนนานเลย

คิดถึงๆ นะ

 

โดย: iamnid (iamnid ) 5 พฤศจิกายน 2553 21:53:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


archawin
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับสู่ blog ของคนบ้านกเหล็ก
Friends' blogs
[Add archawin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.