Group Blog
 
<<
เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
12 เมษายน 2549
 
All Blogs
 

การได้รับพยากรณ์เพื่อความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน (ต่อ)

(ต่อ)

อธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้ว่า ผู้ที่ประสงค์จะได้รับการพยากรณ์ว่าจะสำเร็จเป็นพระผู้มีพระภาคเจ้า บรรลุซึ่งพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในอนาคตนั้น ความดำรินั้นจะสำเร็จผลได้ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1.เป็นมนุษย์ ส่วนนาค ครุฑ เทวดาไม่อาจสำเร็จได้
2.เป็นบุรุษ ส่วนสตรี กระเทย หรือผู้มีสองเพศโดยแท้จริง ไม่อาจสำเร็จได้
3.เป็นบุรุษผู้มีอุปนิสัยอันจะบรรลุอรหัตตผลได้ในกาลนั้น หากละซึ่งพุทธภูมิ
4.ปรารภพุทธภูมิในสำนักของพระผู้มีพระภาค
5.ดำรงอยู่ในเพศบรรพชิต มิใช่เพศคฤหัสถ์
6.เป็นผู้ได้อภิญญา5 และสมาบัติ8
7.ได้ถวายชีวิตแก่พระผู้มีพระภาค
8.ประกอบด้วยความพอใจในพุทธภูมิ ประกอบความพยายามและการแสวงหาอันใหญ่ยิ่งเพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า

สุเมธดาบสประกอบด้วยธรรม8ประการ ยังปรารถนาในพระโพธิญาณ ครั้นแล้วทอดร่างบนเปือกตม พระทศพลทีปังกรเสด็จถึงเบื้องศีรษะของสุเมธดาบส ทรงทอดพระเนตรเห็นสุเมธดาบสก็ทรงทราบถึงความปรารถนาของดาบสนั้น ทรงดำริว่าความปรารถนาของเขาจักสำเร็จหรือไม่หนอ ได้ไตร่ตรองด้วยพระอนาคตังสญาณแล้วก็ทรงทราบว่า ล่วงกาลผ่านไปสี่อสงไขยกับเศษอีกแสนกัปในภายภาคหน้า สุเมธดาบสนี้จักสำเร็จซึ่งพระโพธิญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง มีพระนามว่าโคดม พระองค์ยืนอยู่ ณ ที่นั้น ได้ตรัสพยากรณ์แก่พระอรหันตสาวกที่แวดล้อม โดยทรงดำรัสถามว่าพวกเธอเห็นดาบสผู้มีตบะสูง นอดทอดกายบนเปือกตมทางเบื้องหน้านี้หรือไม่ เหล่าพระสาวกตอบว่า เห็น พระเจ้าข้า พระทศพลทีปังกรตรัสว่าดาบสนี้จักสำเร็จในพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในกาลล่วงไปภายหน้าสี่อสงไขยกับเศษแสนกัป มีพระนามว่าโคดม จะออกบวชจากพระนครกบิลพัสดุ์ กระทำทุกรกิริยา ครั้นแล้วนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ รับข้าวปายาสแล้วไปยังริมฝังแม่น้ำเนรัญชรา เสด็จถึงโคนต้นโพธิ์ พระโพธิสัตว์กระทำประทักษิณโพธิมณฑลแล้ว จักตรัสรู้ที่โคนต้นโพธิ พระพุทธมารดาของพระองค์มีพระนามว่ามายา พระบิดามีนามว่าสุทโธทนะ มีพระอุปติสสะและพระโกลิตะเป็นอัครสาวก พระอุปัฏฐากชื่ออานนท์ อัครสาวิกาชื่อนางเขมาและนางอุบลวรรณา ต้นไม้ตรัสรู้ของพระโคดมคือต้นอสัตถพฤกษ์ บรรดาชนทั้งหลายในที่นั้นได้ฟังก็มีความปรีดา ด้วยคิดอยู่ว่าบุคคลผู้ปรารถนาจักข้ามฝั่งคือสังสารวัฏ หากคลาดจากท่าข้ามหนึ่งแล้ว พึงมุ่งหวังว่าจักข้ามฝั่งได้ในท่าต่อๆไป ก็หากตนจักมิได้ซึ่งพระนิพพานในพระศาสนาของพระทศพลทีปังกรนี้ด้วยขาดวาสนาบารมี ตนก็จะขอตั้งจิตปรารถนาพระนิพพานในพระศาสนาแห่งพระโพธิสัตว์ผู้นี้ คงจักสำเร็จผลเป็นแน่ แม้พระทศพลก็ทรงบูชาในพระโพธิสัตว์นี้ ทรงบูชาด้วยดอกไม้8กำมือ ทรงกระทำประทักษิณแล้วเสด็จหลีกไป แม้เหล่าพระอรหันตสาวกก็บูชาพระโพธิสัตว์ด้วยของหอมและดอกไม้สด กระทำประทักษิณแล้วหลีกไป

พระโพธิสัตว์ลุกขึ้นแล้วในเวลาที่คนทั้งปวงหลีกไป ได้ตรวจตราบารมีทั้งปวงของตนโดยนั่งขัดสมาธิบนกองดอกไม้ เหล่าเทวดาในหมื่นจักรวาลได้เปล่งเสียงสาธุการ ในหน่อพระชินสีห์ผู้นี้ผู้กำลังขัดสมาธิตรวจตราบารมีของตน แม้เหล่าเทวดาทั้งหลายก็ตั้งจิตปรารถนาว่าแม้ตนมิได้พระนิพพานในพระศาสนาของพระทศพลทีปังกรแล้ว ก็จงบรรลุได้ในพระศาสนาของพระโพธิสัตว์ผู้นี้เถิด แม้มนุษย์ นาค คนธรรพ์ต่างก็กราบไหว้พระโพธิสัตว์แล้วหลีกไป พระโพธิสัตว์มีปิติอันท่วมท้น คิดได้ว่าเราเป็นผู้ชำนาญในฌานและอภิญญาไม่มีฤาษีผู้เสมอเหมือน นิมิตต่างๆได้ปรากฏแก่พระโพธิสัตว์ผู้นั่งขัดสมาธิอยู่ อันเป็นเครื่องยืนยันว่าพระโพธิสัตว์จะได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน คือ
1.ความหนาวเหือดหาย ความร้อนก็ระงับในวันนี้
2.โลกธาตุหมื่นหนึ่งปราศจากเสียง ไม่มีความยุ่งเหยิงในวันนี้
3.พายุใหญ่ไม่พัด แม่น้ำลำคลองไม่ไหลในวันนี้
4.ดอกไม้ทั้งบนบกและในน้ำต่างบานในทันใด ต่างผลิตผลในวันนี้
5.รัตนะทั้งหลายทั้งบนดินและในอากาศก็ส่องแสงในวันนี้
6.ดนตรีของมนุษย์และที่เป็นทิพย์ต่างบรรเลงขับขานขึ้นในวันนี้
7.ท้องฟ้ามีดอกไม้สวยงาม ฝนก็ตกมาในวันนี้
8.มหาสมุทรม้วนตัวลง โลกธาตุหมื่นหนึ่งก็หวั่นไหว ดังลั่นเป็นไปในวันนี้
9.ไฟในนรกหมื่นขุมดับในขณะนั้น ก็เป็นไปในวันนี้
10.พระอาทิตย์ปราศจากเมฆหมอก มองเห็นดาวทั้งปวงในวันนี้
11.น้ำพุ่งปะทุขึ้นจากแผ่นดินโดยฝนมิได้ตกในวันนี้
12.หมู่ดาวสว่างไสว ดาวฤกษ์ก็สว่างไสว พระจันทร์ประกอบด้วยวิสาขฤกษ์ในวันนี้
13.สัตว์ทั้งหลายในโพรง ในซอกเขา ต่างพากันออกจากที่อยู่ในวันนี้
14.สัตว์ทั้งหลายต่างปราศจากความไม่ยินดี ถือในสันโดษอยู่ในวันนี้
15.โรคทั้งหลายสงบระงับ ความหิวพินาศไปในวันนี้
16.ครานั้นราคะเบาบาง โทสะและโมหะก็พินาศลง กิเลสก็ปราศไปในวันนี้
17.ภัยทั้งหลายไม่มี เป็นนิมิตขึ้นในวันนี้
18.ธุลีไม่ฟุ้งขึ้นในวันนี้
19.กลิ่นไม่พึงปรารถนาถอยห่างไป กลิ่นหอมเป็นทิพย์ปรากฏในวันนี้
20.เหล่าเทวดาเว้นแต่อรูปพรหมปรากฏอยู่ มองเห็นได้ในวันนี้
21.นรกทั้งหลายมองเห็นได้ในวันนี้
22.ฝาผนัง บานประตู แผ่นหินกลายเป็นที่ว่าง ไม่เป็นเครื่องกีดกั้นในวันนี้
23.การจุติ การอุบัติไม่มีในวันนี้
นิมิตเหล่านี้ปรากฏขึ้น ชนทั้งหลายรวมทั้งเทวดาต่างประจักษ์ ทราบว่าพระโพธิสัตว์นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน กล่าวว่าท่านจงประคองความเพียรให้มั่น อย่าได้ถอยกลับ จงก้าวหน้าไป

พระโพธิสัตว์ได้ฟังพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าทีปังกร และถ้อยคำของเทวดาในหมื่นจักรวาลก็เกิดความอุตสาหะยิ่ง คิดขึ้นว่าพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมเป็นคำจริงแท้ ไม่หลอกลวง ไม่ใช่วาจาว่างเปล่า เราจักเป็นพระพุทธเจ้าเป็นแน่แท้ ครั้นแล้วสุเมธดาบสได้ตรวจดูธรรมทั้งหลายอันจะกระทำซึ่งความเป็นพระพุทธเจ้าโดยลำดับ ก็ทราบว่าธรรมเหล่านั้นได้แก่
1.ทานบารมี
2.ศีลบารมี
3.เนกขัมมบารมี
4.ปัญญาบารมี
5.วิริยะบารมี
6.ขันติบารมี
7.สัจจบารมี
8.อธิษฐานบารมี
9.เมตตาบารมี
10.อุเบกขาบารมี

พระโพธิสัตว์ได้ใคร่ครวญธรรมเหล่านี้โดยรอบคอบว่าจักต้องบ่มเพราะบารมีธรรมเหล่านี้ให้บริบูรณ์ จักขาดหรือย่อหย่อนไปในข้อใดข้อหนึ่งมิได้ และมิต้องมีธรรมใดเกินกว่า10ประการนี้ บารมีเหล่านี้มิได้มีในทิศใดตลอด10ทิศ ทั้งบนพื้นดินและในอากาศ หากแต่อยู่ในหทัยของท่านนั้นเอง และพิจารณาทราบว่าบารมีแต่ละข้อใน10ข้อนั้นมี3ระดับคือ
1.บารมี คือเป็นบารมีระดับสามัญ
2.อุปบารมี เป็นบารมีระดับที่ยิ่ง คือทำได้ยาก
3.ปรมัตถบารมี เป็นบารมีอันอุกฤษ คือกระทำโดยชีวิตจะปลิดปลงไปเสียได้
พระโพธิสัตว์พิจารณาทศบารมีทั้งแต่ต้นจนปลาย จากปลายย้อนสู่ต้น จากต้นไปไว้ข้างปลาย จากกลางไปยังต้นและปลาย จากต้นและปลายสู่กลาง เมื่อไตร่ตรองธรรมเหล่านี้โดยอาการเช่นนี้แล้ว พร้อมทั้งสภาวะกิจและลักษณะ ด้วยเดชแห่งธรรม แผ่นดินพร้อมด้วยโลกธาตุหมึ่นหนึ่งก็สั่นสะเทือน ปฐพีไหว ผู้คนที่อาศัยในรัมมกนครต่างมิอาจทรงกาย ต่างสะดุ้งกลัว พากันไปเข้าเฝ้าพระทศพลทีปังกรว่า ขอพระองค์จงตรัสบอกเหตุนั้นแก่พวกข้าพระองค์เถิด พระศาสดาทรงสดับแล้วตรัสว่า อย่ากลัวเลย ภัยจักไม่มีแก่ท่านด้วยเหตุนี้ สุเมธดาบสผู้ที่เราพยากรณ์ว่าจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมในอนาคต บัดนี้ เขาไตร่ตรองบารมีทั้งหลายอยู่ว่าเป็นธรรมที่พระชินเจ้าทั้งหลายถือปฏิบัติมาแล้ว โลกธาตุหมื่นหนึ่งหวั่นไหวและร้องลั่นอยู่เพราะเดชแห่งธรรม

มหาชนได้ฟังพระตถาคตตรัสแล้ว ต่างยินดีและร่าเริง พากันนำดอกไม้ ของหอม และเครื่องลูบไล้ ไปหาพระโพธิสัตว์ที่นอกรัมมกนครเพื่อบูชาและกระทำประทักษิณ แล้วกลับเข้าเมือง พระโพธิสัตว์ยึดมั่นในพระพุทธคุณ กระทำในใจไว้ให้มั่น นมัสการพระทีปังกรตถาคตเจ้า ลุกจากอาสนะ ลำดับนั้น เทวดาในหมื่นจักรวาลพากันมาบูชาพระโพธิสัตว์ด้วยดอกไม้และของหอมอันเป็นทิพย์ กล่าวสรรเสริญและให้พรพระโพธิสัตว์ให้บำเพ็ญบารมีโดยสะดวก แล้วพากันกลับเทวสถานของตนๆ ครั้งนั้น สุเมธดาบสผู้เป็นพระโพธิสัตว์อธิษฐานจิตไว้มั่นว่าจะบำเพ็ญบารมีโดยไม่ย่อท้อจนสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังนี้แล้ว ได้เหาะขึ้นบนท้องฟ้าไปสู่ป่าหิมพานต์




 

Create Date : 12 เมษายน 2549
0 comments
Last Update : 14 เมษายน 2549 17:54:36 น.
Counter : 257 Pageviews.


พญาเหยี่ยว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พญาเหยี่ยว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.