Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
Tinker Tailor Soldier Spy (2011) ...หมากแปรพักตร์บนกระดานสงครามเย็น



เชื่อขนมตัวเองกินได้เลยว่าต่อให้หนังเรื่องนี้ได้ผู้กำกับที่เป็นคนอังกฤษแท้ๆมาทำก็ยังยากที่จะทำออกมาให้ดีเท่ากับที่ผู้กำกับสวีเดนอย่าง Tomas Alfredson ทำไว้ได้

ผกก. Alfredson ใช้อาวุธลับของคนทำหนังสวีเดนแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้ในการบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันพิลึกพิลั่นระหว่างเด็กหนุ่มเก็บกดกับแวมไพร์สาว(?)ท่ามกลางบรรยากาศหิมะตกใน Let the Right One In นั่นคือความเงียบงันและบรรยากาศอันเย็นยะเยือกมาปรับใช้ในการเล่าเรื่องราวที่เปรียบได้กับเป็นเกมหมากรุกท่ามกลางสมรภูมิ(สงคราม)เย็นระหว่างสองขั้วอำนาจแห่งโลกตะวันออก(รัสเซีย)กับโลกตะวันตก(อังกฤษ)ที่มีเหล่าสายลับเป็นตัวหมากมีชีวิตนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

สามารถมองว่าเป็นได้ทั้งการคารวะหนังสายลับ espionage ยุค 60's - 70's (ยุคสงครามเย็น)อย่าง The Spy Who Came in from the Cold, The Ipcress File, หนัง James Bond ยุค Sean Connery, หรือแม้กระทั่ง Tinker Tailor Soldier Spy ฉบับทีวีซีรีส์ของ BBC ที่มี Alec Guinness รับบท George Smiley ของผกก. Alfredson พอๆกับที่เป็นการสร้างโลกยุคสงครามเย็นที่เหล่าสายลับในยุคนั้นต้องรับมือกันอยู่ทุกวี่ทุกวันขึ้นมาใหม่อีกครั้งอย่างสมจริงสมจัง



นอกจากนั้นแล้ว จังหวะจะโคนในการตัดต่อ ใช้ฉากย้อนความ (Flashback) ของผกก. Alfredson (ที่ส่วนตัวแล้วดูแล้วนึกถึงสไตล์การเล่าเรื่องของผกก. David Fincher ใน The Social Network) ที่บางครั้งก็เพื่อใช้ในการเล่าเรื่องราวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบสวนหาตัวหนอนบ่อนไส้ในองค์กรสายลับอังกฤษของตัวเอกของเรื่อง George Smiley ผ่านมุมมองของตัวละครสมทบอื่นๆและบางครั้งก็เพื่อเปิดเผยรายละเอียดชีวิตส่วนตัวและด้านลึกของตัวละครสายลับแต่ละคน(รวมทั้งตัว Smiley เอง)ท่ามกลางเกมหักเหลี่ยมเฉือนคมของสองขั้วอำนาจนั้น

แม้ว่าจะทำให้ตัวหนังที่แต่เดิมก็มีพล็อตเรื่องที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอยู่แล้วสลับซับซ้อนขึ้นไปอีกจนคนดูมีสิทธิ์ตามเนื้อเรื่องไม่ทันหากไม่มีสมาธิแล้ว ในอีกแง่หนึ่งก็ช่วยเพิ่มรสชาติความน่าติดตามแบบหนังสือนิยายรหัสคดีหรือหนังสืบสวนสอบสวนแนว Who-dun-it? ที่คนดูต้องไขปริศนาตัวตนที่แท้จริงของหนอนบ่อนไส้ไปพร้อมๆกับ Smiley และเพิ่มมิติตื้นลึกบางหนาให้กับตัวละครแต่ละตัวซึ่งก็เท่ากับเป็นการเพิ่มมิติตื้นลึกบางหนาให้กับเนื้อเรื่องของหนังไปในตัวอีกด้วย

และแน่นอนว่าบทสนทนาที่ได้รับการเขียนมาอย่างดี ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลงแต่พร้อมจะพูดเอาตายได้ในทุกวินาทีเองก็มีส่วนช่วยอย่างมากด้วยเช่นกัน(เพราะสำหรับหนังสายลับที่ไม่มีแอ็คชั่นแล้ว บทสนทนานี่แหละคืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด)



อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของหนังเรื่องนี้ก็คือทีมนักแสดงที่รวมดาวหัวหอกของวงการหนังเกาะอังกฤษในขณะนี้จนเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล ทั้ง Gary Oldman, Colin Firth, John Hurt, Tom Hardy, Benedict Cumberbatch, Mark Strong, Toby Jones, และ Ciaran Hinds

นักแสดงทุกคนล้วนมอบการแสดงที่น่าเชื่อถือในส่วนบทตัวเอง แต่ก็แน่นอนว่าคนที่ได้รับการจับตามองจากคนดูมากกว่าใครเพื่อนย่อมต้องเป็น Gary Oldman ในบท George Smiley การแสดงของ Oldman ในหนังเรื่องนี้(ที่เจ้าตัวให้คำนิยามว่าเป็น “It’s a sitting down role.”) ไม่ติดกลิ่นความโอเวอร์แอ็คติ้ง(แบบจงใจ)แบบในบทตัวร้ายของเขาที่คนดูส่วนใหญ่คุ้นเคยกันอย่างใน Leon: The Professional, The Fifth Element เลยแม้แต่น้อย แต่เป็นการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยความนิ่งเงียบ สุขุมนุ่มลึกในแบบที่หัวกะทิขององค์กรสายลับพึงเป็น พร้อมแอบแฝงความอ่อนไหวที่ผู้ที่เก็บความลับมากมาย(ทั้งความลับขององค์กรและความลับของตัวเอง)ไว้อย่างยาวนานอย่าง Smiley ย่อมต้องมีอยู่ในส่วนลึก

เป็นการแสดงที่ดูๆไปแล้วนึกถึงบทบาทผู้หมวด Jim Gordon ของ Oldman ในหนัง Batman ของผกก. Christopher Nolan เพียงแต่ว่าด้วยบทบาทที่เทียบกันแล้วมีมากกว่ากันทำให้บท Smiley ของ Oldman มีสิทธิ์ขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งบทบาทการแสดงที่เป็นที่จดจำของเขาได้อย่างไม่ยากเย็นเลยทีเดียว



สรุป...ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้ชอบผลงานชิ้นแจ้งเกิดของผกก. Alfredson อย่าง Let the Right One In มากมาย แต่พอได้มาดู Tinker Tailor Soldier Spy แล้วเหมือนตัวเองโดนของ...เพราะนี่คือหนึ่งในหนังสายลับที่สมจริงที่สุดเท่าที่ตัวเองเคยดูมา

ควรพลาดสำหรับใครก็ตามที่หวังไปดูหนังสายลับอย่าง James Bond, Mission: Impossible, The Bourne แต่ห้ามพลาดสำหรับใครก็ตามที่ต้องการหนังสายลับอารมณ์ espionage ยุคคุณพ่อยังหนุ่มและ/หรือหนังสายลับที่มีความสมจริงและจริงจังสูงปรี๊ดอย่าง Munich, Syriana, The Good Shepherd

ส่วนตัวแล้วขอให้คะแนนพิศวาสหนังเรื่องนี้ด้วยการยกให้เป็นหนึ่งในหนังที่ตัวเองชอบมากที่สุด(จากเท่าที่ตัวเองได้ดู)ของปี 2011 เป็นอันดับสองรองจาก Drive เท่านั้น




8.0/10


Create Date : 08 มกราคม 2555
Last Update : 8 มกราคม 2555 7:36:48 น. 3 comments
Counter : 870 Pageviews.

 
ว้าวเจ๋ง จะหามาดูทันใดครับ


โดย: Nanatakara วันที่: 9 มกราคม 2555 เวลา:10:32:09 น.  

 
แต่ผมเคยชอบ Let The Right One In มาก ถึงขั้นไม่ดู Let Me In เพราะไม่อยากทำให้เรื่องที่เราชอบด่างพร้อย
อ่านแล้วทำให้ตัดสินใจในการไปชมหนังเรื่องนี้ง่ายขึ้นเลยครับ ฉายที่โรงใหญ่ด้วยใช่ไหมครับ?


โดย: คนขับช้า วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:22:03:41 น.  

 
สนุกไปอีกแบบ ไม่เหมือน Bourne ทั้ง 3 ภาคแน่ๆ เพราะไม่มี Hero เดี่ยวๆ ไม่ Action แบบข้ามาคนเดียว

แค่มีเรื่องให้ขบให้คิด ออกจะซับซ้อนกว่า Bourne ด้วยซ้ำ


โดย: leehua IP: 111.84.162.179 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา:0:10:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Apple101
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เอาบทความที่เคยเขียน(และแชร์)ลงกระทู้มาลง(และแชร์ต่อใน)บล็อก...
Friends' blogs
[Add Apple101's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.