Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
30 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
The Fighter (2010) ...แมตช์เก่าๆ...ที่เอามารีมาสเตอร์ใหม่



นับตั้งแต่หนังชกมวยดีกรีออสการ์อย่าง Rocky เป็นต้นมา...โจทย์สำคัญของหนังชกมวยทุกๆเรื่องก็คือการนำเอาสูตรเนื้อเรื่องแนว Rise and fall and rise again มาเขย่าใหม่ให้เป็นของๆตัวเอง

สิ่งที่ The Fighter ทำคือการเอา"ส่วนผสม"บางส่วนของสูตรสำเร็จนั้นมาปรุงเสียใหม่

เช่น หนังนักมวยส่วนใหญ่มักจะโฟกัสไปที่เรื่องราวของตัวเอกนักชกของเรื่องแต่เพียงผู้เดียว

The Fighter กลับเลือกที่จะนำเสนอทั้งเรื่องราวของตัวเอกของเรื่องอย่าง Micky Ward และตัวสมทบอย่าง Dicky Eklund ไปพร้อมๆกัน

โดยเฉลี่ยเกลี่ยน้ำหนักเรื่องราวของทั้งสองตัวละครให้อยู่ในระดับที่เสมอๆ สมดุลกัน และมีประเด็นสายสัมพันธ์ของพี่น้องเป็นตัวยึดเหนี่ยวไว้อีกที เหมือนเป็นทางสองสายที่มาบรรจบกันในตอนท้าย



และอีกอย่างหนึ่งคือประเด็นเกี่ยวกับครอบครัวในหนัง ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังชกมวยเรื่องอื่นๆ

ตรงที่ว่าโดยปกติแล้ว"ครอบครัว" ไม่ว่าจะบุพการี,พี่น้อง,ผองเพื่อน,หรือคนรักของตัวเอก มักจะเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ตัวเอกผ่านพ้นมรสุมชีวิตของตัวเองไปได้ในท้ายที่สุด

แต่ใน The Fighter ...มรสุมชีวิตของตัวเอกของเรื่องก็คือ"ครอบครัว"นั่นเอง

ตัวหนังยังทำให้ประเด็นนี้ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนอยู่แล้วละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นด้วยการใส่ประเด็น"ทางเลือก"ของตัวเอก ระหว่าง"ครอบครัว"กับ"ตัวเอง"เข้าไปอีก



หาก Micky เลือกที่จะอยู่กับ"ครอบครัว" เขาจะมีครอบครัวที่รักและสนับสนุนเขาเต็มร้อยอยู่เคียงข้างเสมอ...แต่นั่นอาจหมายถึงการที่เขาจะไม่มีทางไปได้ไกลกว่าที่ครอบครัวของเขาจะปูทางให้ได้ และเขาอาจต้องจมอยู่ในเงาของพี่ชายผู้เป็นเสาหลักของบ้านไปตลอดกาล



แต่ถ้า Micky เลือกที่จะหยืนหยัดด้วย"ตัวเอง" เขาอาจจะไปได้ไกล ประสบความสำเร็จได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง...แต่นั่นอาจหมายถึงการที่เขาต้องหันหลังให้กับครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...พี่ชายผู้ที่เขารักและรักเขา และปลุกปั้นเขาจนเขาได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้

สุดท้ายแล้ว...ตัวหนังจะสรุปประเด็นอันละเอียดอ่อนนี้ได้อย่างไรนั้น? ขอให้ทุกท่านไปรับชมกันเอาเอง แต่เชื่อเถอะว่า...มันจะออกมาน่าประทับใจ



ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม การแสดงของ Christian Bale ในบท Dicky Ecklund ในหนังเรื่องนี้ถึงเป็นที่กล่าวขาน

ทั้งการลงทุนลดน้ำหนักจนผอมกะหร่องเหมือนคราวตอนที่เขาเล่นเรื่อง The Machinist และการแอ็คติ้งแบบคนติดยา ออกไฮเปอร์นิดๆ และไม่มั่นคงทางอารมณ์อย่างหนัก(แถมยังเป็นการแสดงที่"เหมือน"มาก...ใครที่ดูหนังเรื่องนี้"จนจบ"คงจะเข้าใจ)

เป็นการคืนฟอร์มอย่างสมศักดิ์ศรีหลังจากตกเป็นลูกไล่ให้นักแสดงร่วมจอในหนังเรื่องอื่นๆ (The Dark Knight, Public Enemies, Terminator Salvation ฯลฯ) มาพักใหญ่ๆโดยแท้



แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความพระเอกตัวจริงของเรื่องอย่าง Mark Walhberg ในบท Micky Ward จะโดนกลบรัศมีไปจนหมดเลยเสียทีเดียว

การกลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่สามของเฮีย Mark กับผกก.คู่บุญ David O. Russell ในครั้งนี้หลังจาก Three Kings, I Heart Huckabees ได้ทำให้เฮีย Mark มอบการแสดงที่ดีที่สุดของเขาในพักหลังๆมานี้หลังจากมีชะตากรรมคล้ายๆคนที่แสดงเป็นพี่ตัวเองด้วยการไปจมปลักอยู่กับหนังที่ควรค่าแก่การลืมเลือนทั้งหลาย (The Happening, Max Payne ฯลฯ) มาพักใหญ่ๆ

เป็นการคืนฟอร์มที่อาจจะไม่ทรงพลังเท่าเฮีย Bale ...แต่ก็สมศักดิ์ศรีไม่แพ้กัน

และนอกจากการแสดงของสองหนุ่มแล้ว แรงซัพพอร์ตจากสองสาว รุ่นเล็ก (Amy Adams) และรุ่นใหญ่ (Melissa Leo) ก็ไม่ควรถูกมองข้ามไปแต่อย่างใด



ไฮไลท์อีกอย่างที่ถึงแม้จะถูกทำให้ดูด้อยลงด้วยเนื้อเรื่องอันเข้มข้นและทีมนักแสดงที่ร่วมใจกันแสดงดีก็คือฉากชกมวย ที่ผมขออวยอย่างไม่เว่อร์เลยว่าเป็นฉากชกมวยที่สมจริงเท่าที่ผมเคยเห็นมาในหนัง

ผสมโรงด้วยการถ่ายทำให้ออกมาเหมือนการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ทำให้โทนอารมณ์ของฉากสมจริง ชวนลุ้นระทึกยิ่งขึ้น ดูแล้วนึกถึงตอนดูฉากแข่งรักบี้รอบเวิลด์คัพในหนังกีฬาพาชาติเจริญของปู่ Clint Eastwood เรื่อง Invictus ยังไงอย่างงั้น



สรุป...อาจไม่ใช่หมัดที่หนักพอที่จะป่วนจิต Inception,โค่นบัลลังก์ The King's Speech,ทำเซิร์ฟเวอร์ The Social Network ล่มบนเวทีรางวัล

แต่หมัดนี้...ก็เป็นหมัดที่แรงพอที่ฮุกซ้ายฮุกขวาจนคว้าเข้มขัดแชมป์จากใจคนดูมาได้อย่างแน่นอน




8.0/10


Create Date : 30 มกราคม 2554
Last Update : 30 มกราคม 2554 19:48:30 น. 3 comments
Counter : 860 Pageviews.

 



แวะมาทักทายค่ะอากาศเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ดูแลสุขภาพดีๆ ด้วยนะคะ


โดย: deeplove วันที่: 30 มกราคม 2554 เวลา:20:54:29 น.  

 
ประทับใจ Amy Adams ครับ บทที่เธอเล่น มองเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไรเสมอๆ แต่พอได้ดูจริงๆ แล้วต้องยอมรับว่าเธอคือหนึ่งในนักแสดงที่รับผิดชอบ "บทที่เหมือนไม่มีอะไร" ของเธอ ได้ "ลึกมาก" (เหมือนการเข้าชิงทั้ง 2 ครั้งของเธอ จาก Junebug และ Doubt)

มามอง ณ วันนี้ Amy Adams กลายเป็น Three-time Oscar Nominee ไปแล้ว ดีใจจริงๆ ครับ


โดย: The Academy Award Winner วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:08:27 น.  

 
เป็นหนังที่ถูกใจผมที่สุดในรอบปี 2011 เลยครับ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amp-atom&month=02-2011&date=18&group=2&gblog=240


โดย: คนขับช้า วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:22:17:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Apple101
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เอาบทความที่เคยเขียน(และแชร์)ลงกระทู้มาลง(และแชร์ต่อใน)บล็อก...
Friends' blogs
[Add Apple101's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.