ขยันทำงาน...ดูแลครอบครัวให้ดี....มีความสุขทุกวัน..พอเพียงแล้วคะ
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
ชีวิตในยูเค..ที่ต้องอดทน..

.......เดินทางมาอยู่อังกฤษเป็นเวลาเกือบปีแล้วคะ...1 ตุลาคม2551 ก็จะครบ 1 ปีพอดี ..แต่ เราเพิ่งฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม...ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองแต่งงานมา 1 ปีแล้ว เหมือน 1 เดือนเลย สามีบอก..เพราะความรักของเรานั้นสดชื่นทุกวัน....

....การใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมันยากนะ....เพราะคนละภาษา คนละเชื้อชาติ...แต่ก็จูนกันได้ดี เราคงอายุไล่เลี่ยกัน...เป็นผู้ใหญ่แล้วด้วยสิ..มีอภัยให้กันเสมอ
เราจะประคองชีวิตคู่ จนแก่เฒ่า...เหมือนพ่อแม่ของเราทั้งคู่.......

......การดำเนินชีวิตในอังกฤษ หรือเมืองนอก ที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันอยากจะมาอยู่กันจัง...มันไม่ง่ายเลยนะ..กว่าเราจะปรับตัวได้ใช้เวลาครึ่งปี...เรามาตอนอากาศหนาวพอดี แทบไม่อยากก้าวขาออกหน้าประตูบ้านไปไหน....สำหรับอาหารไทยที่เรารักที่สุด (ไม่เคยชอบอาหารชาติอื่นเลย นอกจากจำเป็นต้องทาน)..ไม่ใช่จะหาทานกันง่าย ๆ เหมือนเดินไปหน้าปากซอยบ้านเรา ก็ได้ทานละ....อยู่ที่นี่ต้องหัดทำอาหารไทยทานเอง...พกตำรามาเพียบ...เซิทในเนทก็มี....แต่ว่าไปแล้ว มีทุกอย่างที่อยากได้นะ...ทำทานเอง แต่อาจจะไม่อร่อยเหมือนร้านข้างทางในบ้านเรา..ที่เสาะแสวงหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง....เครื่องปรุงอาจไม่ครบ...เพราะต้องไปซื้อไกลถึง 40 กิโลเมตร....เดือนละครั้งถึงจะเข้าร้านเครื่องปรุงที....

......เหมือนอยู่แบบลำบากเลยนะ คือเรื่อง อากาศและอาหารไทย...โทรคุยกับแม่ ท่านเคยบอกว่า.. ถ้าอยู่ลำบาก ก็กลับมาบ้านเรานะลูก..น้ำตาพรากเลยสิ...มาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้เพื่อสามีด้วย...มาอยู่ไม่ใช่มาเที่ยว ต้องอดทนทุกอย่าง...ทนคิดถึงบ้าน.. คิดถึงครอบครัว.. คิดถึงเพื่อน.. คิดถึงอาหารไทยรสดั้งเดิม.. คิดถึงประเทศไทย......แต่ ...ที่เรายอมย้ายมาอยู่ที่นี่ มีเหตุผลข้อเดียวคือ เพราะเราเลือกที่จะอยู่กับคนที่รักเราที่สุดอีกคนหนึ่ง..สามีสุดที่รัก....เรื่องอื่น ๆ พอทนได้..สู้ชีวิตอยู่แล้วคะ

......หากใครมาบอกว่า อยากมาอยู่เมืองนอกจังเลย....ขอให้คิดดีๆ...รับราชการอยู่ดี ๆ ไม่ต้องลาออก....(ยกเว้นว่า เบื่องานราชการที่ทำอยู่ และอยากหาอะไรใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง และอยากอยู่กับคนรักจริง ๆ ก็ว่ากันไป ) ...เห็นมีเพื่อนหลายคนที่ต้องลาออกจากราชการแล้วมาอยู่ที่นี่ งานก็หายาก....ตกงานอยู่นานเป็นปีกว่าจะได้ทำ... แต่ไม่ใช่งานสบายเลย นอกจากใครจะโชคดี...อยู่เมืองไทยเงินเดือนน้อย แต่เราอยู่ได้เพราะค่าครองชีพถูก....ไม่รู้ว่าเราทำให้หลายคนกลัวรึเปล่านะ...แต่ถ้าเป็นคนไม่ยอมแพ้ และสู้ชีวิต..ตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ได้เลยคะ....

.....แต่...ถ้าอยากมาจริง ๆ ต้อง...อดทนกับอากาศ..ชีวิตความเป็นอยู่...วัฒนธรรม...และการดูถูกของฝรั่งที่นี่ส่วนใหญ่ที่มองหญิงไทยในทางเสียหาย...เคยมีฝรั่งทั้งหญิงชายหลายคน เข้ามาถามสามีเลยว่า ...เธอไปเอาผู้หญิงบาร์มาเป็นเมียเหรอ....อาจเป็นเพราะเราอยู่เมืองเล็ก ๆ คนรู้จักกันหมด..คนที่นี่เคยไปเมืองไทยบ่อย ๆ และชอบไปพัทยากันเรื่อย...ส่วนใหญ่ได้เมียมาจากพัทยาไงละ...ดิฉันเลยถูกเหมารวมไปด้วย....สามีก็เข้าใจเพราะมันเป็นธรรมชาติของคนเมืองนี้ แกก็บอกว่า My wife is lady not bargirl. .....วันต่อมาไปเจอคนเดิมที่เคยถาม... สามีบอกไปว่า เมียฉันเสียใจมากที่ยูบอกว่าเป็นสาวบาร์ กลับไปบ้านร้องไห้ใหญ่เลย สามีขี้จุ๊คะ ...เราไม่ได้ร้องไห้หรอก ...แต่โมโหเท่านั้น.. เราโมโหไปถึงบ้านเมืองไทย ที่ไม่ช่วยกันสร้างภาพที่ดีในสายตาชาวต่างชาติ ...เราไม่ถือสาฝรั่งที่นี่เท่าไหร่ เค้ารู้จักประเทศไทยน้อยมาก มีแต่ที่ พัทยาที่รัก นี่แหละ...ที่รู้จักดีนักแล... สามีก็ต้องอธิบายว่าเราอยู่เมืองไทยทำงานไร ที่ไหน..บลา ๆ ๆ ๆ...จนตานั่นเข้ามาขอโทษขอโพยยกใหญ่ แถมยกมือไหว้ด้วยนะ..เออ ให้มันได้งี้สิ...ผู้หญิงอีกคนก็ขอโทษ ตอนหลังเราเลยเป็นเพื่อนกันไปซะ....

.....อยากเล่าต่อคะ..เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นตอนที่มาอยู่แรก ๆ ....เพิ่งนึกได้เคยมีคนอินเดีย อายุน่าจะ 60 ขึ้นนะ ดูแก่หง่อมเชียว ไว้หนวดหงอกยาวเฟื้อย น่าจะมีกลิ่นตัว ยิ่งอากาศหนาวด้วยคงไม่ค่อยอาบน้ำแน่ 555...ตอนนั้นเราไปเดินซื้อของในซุปเปอร์เล็ก ๆ แถวบ้าน...ผู้ชายคนนี้เดินเข้ามาคุยกับเราอยู่ข้าง ๆ เรากำลังก้ม ๆ เงย ๆ มองหาของอยู่...อีตานี่บอกว่า" ฉันเคยเห็นเธอบ่อย ๆ บ้านอยู่ใกล้กันเลย "พอดีตึกแถวตรงเยื้องบ้านจะมีคนอินเดียอยู่กันเป็นโขยงเลย...เราก็บอกว่า เหรอ..แล้วมันก็พูดอะไรอีกไม่รู้ ฟังไม่เข้าใจ ยิ่งภาษาอังกฤษ สำเนียงอินเดีย ..ฟังลำบากเชียว...แล้วตานี่จู่ ๆ ก็ขอเบอร์โทรเรา....(แหม..สำคัญตัวเองนักเชียว อีตานี่ อยากด่ามาก..) เราบอกว่า มีสิ แต่เป็นเบอร์ของสามี จะเอาไหม....5555..มันตอบมาประมาณว่า ..ไล่สามีเธอไปให้พ้นเลย...หนอยแน่ะ..อีตานี่ วอนซะแล้ว...แล้วมันก็รีบเดินหนีไปเลย..เราก็มองตาม แบบเอาเรื่อง...ให้มันรู้ซะมั่ง ไผเป็นไผ...

....ยัง ยังไม่หมด...มีอีกคน...ตานี่เป็นคนปากีส....แต่มันมาทำงานเป็นยามที่ซุปเปอร์ เพราะเห็นเดินไป เดินมา เราจะไปที่ร้านนี้บ่อย เพราะใกล้บ้าน เดินไปก็ได้ 5 นาทีเอง... อีตานี่ก็พูดอังกฤษ ไม่ค่อยได้ แต่อยากคุยกับเรา..มันบอกว่ามันพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่มันอยากรู้ว่า เราขายอะไร.....เราก็ งง มันถามแปลก...เราก็นึกว่ามันเคยเห็นเราทำงานร้านอาหารไทยมั้ง คงอยากรู้ว่าขายอาหารไทย ประมาณนั้น..เรานึกอยู่พัก ก็เอะใจ มันจะมาไม้ไหน..เราก็ย้อนไปว่า เธอหมายถึงอะไร...มันก็พยายามจะพูดอยู่นั่นละ ..you sell ..You sell...เอ..เราก็ยิ่งระแวงเวลาใครมาคุยด้วย เราคิดไปว่า.. มันคงจะถามว่า ..เราขายตัวอะไรประมาณนั้นมั้ง...เฮ่อ ๆ ...เลยบอกมันไปว่า "ฉันไม่ได้ขายอะไร ฉันมีสามี คนอังกฤษ และสามีฉันก็เป็น มาเฟียถิ่นนี้ด้วย...ที่นี่ละ มันเดินแทบจะวิ่งเลยเชียว..5555 สะใจมากกก..ตอนหลังไปที่ร้านนี้อีก มันไม่กล้าเข้ามาใกล้เลย แม้แต่มองก็ยังไม่กล้า....สมน้ำหน้า

....แถวบ้านจะมีซุปเปอร์อยู่ 4 ห้าง เราชอบออกไปซื้อของมาทำอาหารไทย ที่ซุปเปอร์..เกือบทุกวัน...เวลาที่ไปคนเดียว สามีไม่ได้ไปด้วย...เมื่อก่อน เราจะเดินซื้อแล้วก็กลับ ไม่มองหน้าใครเลยละ...แต่เดี๋ยวนี้ ไม่กลัวคะ..ใครจะมาไม้ไหน...โต้ตอบได้เสมอ(คำพูดเท่านั้นนะ ยังไม่กล้าต่อยปาก อิอิ )...สามีบอกว่า ฉันจะหาปืนให้เธอพกไว้ .. อื้ยยย..คนที่นี่ น่ากลัวเวลาเมาด้วย...ถ้าไม่จำเป็นไม่ออกจากบ้านไปไหนหรอกคะ.. นอกจากไปกับสามีเท่านั้น.....

.....เมื่อก่อนสามีจะไปผับเกือบทุกคืน เพราะ เหงา และ โสด ไงละ พอแต่งงาน เราก็ออกกฎไว้เลยว่า ...ไปได้แต่เฉพาะวันเสาร์เท่านั้น..แรก ๆ ไม่ค่อยยอม ตอนนี้คงเริ่มชินแล้ว พอวันเสาร์มาถึง แหม..กระดี้กระด้าเลยละ..ตลกมาก..เหมือนเด็กจะได้ออกไปเที่ยวสวนสนุก...มันเป็นธรรมเนียมและชีวิตของคนที่นี่ วันหยุดหรือเลิกงานแล้ว เค้าจะต้องไปดื่ม คุยกับเพื่อน...เราก็ไม่ชอบไปเล้ย...แต่ต้องไปเป็นเพื่อน ไม่งั้นแล้วจะดื่มยาว..แรก ๆ เค้าก็หาว่าเราเจ้ากี้เจ้าการ...เราบอกว่า ฉันทำเพื่อสุขภาพของเธอ..ไม่ใช่เพื่อฉัน...แต่เราดื่ม J2O ตลอดไม่ดื่มของที่มีแอลกอฮอล์ ยิ่งถ้าย้ายผับไปเรื่อย ๆ 4-5 ที่ เราจะต้องดื่ม เจทูโอ ถึง 4-5 ขวด ในคืนนั้น ..ป้าดดด....กลับมาบ้านเข้าห้องน้ำทั้งคืนคะ ....จนเด็กที่ผับรู้เลยว่าเราดื่มอะไร ไม่ต้องสั่งน้องเค้าหยิบมาให้เลย......

.....สามีบอกว่า.. ถ้าไม่ยอมไปผับกับเค้า..เดี๋ยวคนที่เคยเห็นเธอ เค้าจะหาว่าเธอเป็นผู้หญิงบาร์มาเที่ยวอังกฤษ แค่ระยะสั้น พอได้เงินแล้วก็กลับเมืองไทย หายไปเลย.....เค้าอยากเอาเราไปโชว์ให้คนเมืองนี้ได้รู้ว่า นี่เมียฉันนะ...ไม่ใช่ผู้หญิงบาร์อย่างที่คิด ...แหม..ฝรั่งมันคิดอะไรตื้น ๆ นะ..พวกโบราณจริง ๆ ....เราจะเป็นสาวบาร์ได้ยังไง แต่งตัวออกจะเรียบร้อย คุณนาย..555...ที่ผู้หญิงอังกฤษ มาเที่ยวผับ แต่งตัวยังกับจะไปเต้นอะโกโก้ ..นมแทบจะทะลักมากองตรงหน้า...เราก็ขี้สงสัยจัง ถามสามีว่า ทำไมผู้หญิงที่นี่แต่งตัวโป้ สั้นจุ้ดจู๋ เห็น กกน เลย และชอบโชว์หน้าอก...สามีบอกว่า พวกนี้ไม่สวยและอ้วน ไม่มีไรน่าดูและโชว์ได้...นอกจาก นม...แป่ว...เพราะผู้ชายจะเพิ่งสายตาไปที่ นม อย่างเดียว...5555...สามีเราคงมองเหมือนกันแหละนะ....


.....นึกอะไรได้จะมาเขียนต่อนะคะ..ตาเริ่มปวดแล้วเพราะเพ่งคอมนาน...


Create Date : 11 สิงหาคม 2551
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 1:39:50 น. 26 comments
Counter : 434 Pageviews.

 
ส่วนใหญ่ฝรั่งที่ไม่เคยไปเมืองไทย หรือไม่เคยย่างเท้าออกนอกประเทศ และไม่ชอบเห็นคนอื่นได้ดี มีความอิจฉาที่คนอื่นได้ดีกว่าตัว เช่นเพื่อนสามีที่ผับประจำ ก็จะมองหญิงไทยไปในทางที่เสียหาย ก็อย่างที่คุณน้ำอ้อยพูดนั้นหละค่ะ รับแต่ข่าวเสียๆหายๆเกี่ยวกับหญิงไทย คนไทยเก่งๆไม่เห็นพวกเขารู้จักกัน
ตัวเราก็ถูกมองว่าเป็นอย่างนั้น เรานี้เลือดขึ้นหน้าเลยค่ะ เมื่อสามีมาเล่าให้ฟัง ได้แต่เขียนด่าในกระดาษ เพราะยังพูดภาษาไม่เก่ง กะว่าจะเอาไปแปะที่ผับให้คนพวกนั้นได้อ่านกัน ขอบ่นนะค่ะ


โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:23:31:28 น.  

 
เรามาช่วยกันนะคุณ กวนฐานฮวา...ช่วยเพื่อชาติอีกแรง ถึงจะตัวเล็ก ๆ แต่ทำบ่อย ๆ ฝรั่งเค้าก็เปลี่ยนความคิดไปเองแหละนะ...ฝรั่งขี้อิจฉาก็มีเนอะ..ไม่น่าเชื่อ อยู่เมืองเจริญแล้วแท้ ๆ


โดย: น้ำอ้อยสด วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:0:15:07 น.  

 
Hallo from germany kaa


โดย: Be Happy ja วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:1:16:15 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ตอนนี้คงเริ่มชินกะสภาพดินฟ้าอากาศและผู้คนแล้วใช่มั๊ยคะ

เรื่องคนปากเสีย มีเยอะค่ะ ต้องเจอสวนกลับ...

เราเคยพูดกะคุณลุงคนหนึ่งที่ทำงาน ว่า "ตอนสมัยชั้นเรียนหนังสือ ฉันเคยทำงานหลังเรียน เอาเงินไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยแหล่ะ"

คุณลุงคนนั้นถามกลับมาว่า "เธอทำที่บาร์พวกไหนเหรอ มีแขกเยอะหรือป่าว"...

ไอ้เราก็แบบว่า ... โห... ไม่โกรธนะ เพราะลุงแกหน้ารัก และไม่เคยไปเมืองไทยมาก่อน

เราเลยตอบไปว่า "ป่าวหรอก ฉันไม่ได้ทำงานแบบนั้น ไม่เคย ไม่คิด และไม่อยากทำด้วย ฉันหมายถึงรับในแล๊ปน่ะ ช่วยน้กศึกษาภาคค่ำ อะไรก็ว่าไป"...

ลุงแกก็ไม่เคยพูดอะไรแบบนี้อีกเลย...


โดย: Match Point วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:1:24:10 น.  

 
ไม่เป็นไรนะคะ
คงต้องยอมรับว่าผู้หญิงไทยทำเสียไว้เยอะจริงๆ แก้ยากค่ะ เพราะมันไม่ได้เป็นการแก้ที่ตัวเรา เราไม่สามารถไปแก้คนอื่นได้ เราเองก็เคยโดน แต่ส่วนใหญ่สวนกลับ เป็นภาษาไทยนี่แหละ ด่าแล้วสะใจกว่าด่าภาษาปะกิต อิอิอิ
เหนื่อยหน่อยที่จะพิสูจน์ตัวเองเนาะ



โดย: จอมยุทธสุดอึ๋มส์ วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:1:44:27 น.  

 
เห็นด้วยกับการมองหญิงไทยของต่างชาติบางคนค่ะ เกิดเป็นหญิงไทยบางทีก้อต้องทำใจค่ะ ยอมรับว่าสะกิดใจเหมือนกัน แต่อยู่ ๆ ไป ก้อชินค่ะ
อีกอย่างเราไม่ได้เป็นแบบนั้น และไม่เคยเป็น ตอนนี้เลยเฉยซะแล้วค่ะ

คุณน้ำอ้อยอยู่ที่เมืองไทยเหรอค่ะ ตัวเองก้อมาอยู่ได้จะครบปีเหมือนกันค่ะ หลังจากที่ไป ๆ มา ๆ อยู่หลายตลบ ดีแต่ว่าส่วนตัวเป็นคนชอบหน้าหนาวมากกกกกกก เลยรู้สึกดี (ไม่รู้แปลกหรือเปล่านะคะ)

ยังงัยก้อยินดีที่ได้รู้จักนะคะ


โดย: khuntop (KhunTop ) วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:1:55:26 น.  

 
สวัสดีคะคุณMacth...

เรื่องที่ฝรั่งมาถามสามีเรานี่...เรารับได้นะ... แต่ต้องขออธิบายเรื่องอันยาวของประเทศไทยก่อน..จนฝรั่งยอมขอโทษที่พูดไปแบบนั้น....วันหลังจะอัดเทปแล้วเปิดให้ฟังดีกว่านะ จะได้ไม่ต้องพูดแล้วพูดอีก เมื่อยปาก.. คงจะดีเนอะ...แต่ถ้าพูดให้ฟัง 1 คน เราจะได้คนที่เข้าใจเราเพิ่มขึ้นอีกหลายคน เพราะเค้าต้องไปบอกต่อ ๆ จริงไหม งั้นเรายอมเหนื่อยละกันนะ....ช่วย ๆ กันคะ

แต่สงสารสามีนะสิ..เหมือนโดนดูถูกว่า หาเมียดีดีไม่ได้แล้วเหรอ...เห็นแกทำหน้าเหี่ยวแล้ว สงสารมากคะ..ก็ปลอบแกไปว่า.. ไม่ต้องไปสนใจคนวิสัยทัศน์แคบ.. คนบ้านนอกไม่เคยเปิดเนทดูโลกภายนอกว่าเป็นยังไง...มัวแต่เที่ยวผับ ดื่มมันทุกวัน...ฉันคงต้องใช้เวลาอีกนาน พวกนี้ถึงจะรู้ว่าฉันเป็นคนยังไง....ถึงเบื่อการใช้ชีวิตที่นี่ อยากกลับบ้านเต็มที แต่ยังเก็บเงินไม่ได้เลยนะสิ...รอ รอ รอ

คุณจอมยุทธฯคะ ...วันหน้าจะด่าเป็นภาษาไทยบ้าง ก็คงดีเนอะ.....


โดย: น้ำอ้อยสด วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:1:56:44 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณน้ำอ้อย
เห็นด้วยกับคุณ Match Point ค่ะ ต้องสวนคืน เลยนะค่ะ โดยทางกฏหมายของยูเค เขาไม่มีสิทธิ์พูดเช่นนั้นกับคุณ ในที่สาธารณะ

เราเองก็เคยโดนเหมือนกันค่ะ เมื่อครั้งที่เรามาอยู่ใหม่ๆ และได้เข้าทำงานที่แมคโดนัล เจอลูกค้าถามตรงๆ ต่อหน้าเลย เราแต่เราไม่ได้ตอบ ได้แต่ยิ้ม และเดินไปบอกผู้จัดการ แล้วผู้จัดการก็มาเคลียร์กับลูกค้าคนนี้ เรามีใบผ่านงานรับรองมาจากเมืองไทย เขาไม่มีสิทธิ์พูดกับพนักงานในร้านเช่นนี้ วันนั้นสรุปคือ ลูกค้าคนนั้นโดนแบน ( ห้ามเข้ามาในร้านแมคโดนัล สาขานี้อีก ) เจอเจ้านายดีค่ะ ก็เลยโชคดี

ต้องเข้มแข็งค่ะ คนอังกฤษดีๆ มีอีกเยอะ สู้ๆค่ะ อย่าพึ่งท้อ


โดย: ดอกหญ้าในดงผู้ดี วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:2:03:51 น.  

 
*** เข้ามาแก้ไขค่ะ เห็นว่าตัวเองพิมพ์ผิดไป****


สวัสดีค่ะ

ตอนนี้คงเริ่มชินกะสภาพดินฟ้าอากาศและผู้คนแล้วใช่มั๊ยคะ

เรื่องคนปากเสีย มีเยอะค่ะ ต้องเจอสวนกลับ...

เราเคยพูดกะคุณลุงคนหนึ่งที่ทำงาน ว่า "ตอนสมัยชั้นเรียนหนังสือ ฉันเคยทำงานหลังเรียน เอาเงินไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยแหล่ะ"

คุณลุงคนนั้นถามกลับมาว่า "เธอทำที่บาร์พวกไหนเหรอ มีแขกเยอะหรือป่าว"...

ไอ้เราก็แบบว่า ... โห... ไม่โกรธนะ เพราะลุงแกน่ารัก และไม่เคยไปเมืองไทยมาก่อน

เราเลยตอบไปว่า "ป่าวหรอก ฉันไม่ได้ทำงานแบบนั้น ไม่เคย ไม่คิด และไม่อยากทำด้วย ฉันหมายถึงรับในแล๊ปน่ะ ช่วยน้กศึกษาภาคค่ำ อะไรก็ว่าไป"...

ลุงแกก็ไม่เคยพูดอะไรแบบนี้อีกเลย...


โดย: Match Point วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:3:06:46 น.  

 
เราปฏเสธไม่ได้ว่าสังคมทีเมืองไทยมีแบบนี้จริงๆ
แต่เราเลือกที่จะสอนให้คนที่มีอยู่แต่มุมมองแบบนั้น รู้ได้ว่า ประเทศเรามีดีกว่านั้นเยอะ

อย่าคิดมากค่ะ มุมมองคนเราต่างกัน
ถ้าเราไม่ใช่ แง่คิดร้ายๆของเค้าก็ทำอะไรเราไม่ได้

สู้ๆนะคะ



โดย: yr_naughty_annie วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:4:21:48 น.  

 
สวัสดีคะ จุ๊เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยเกือบจะตัดสินใจไปอยู่เมืองนอกและลาออกจากราชการ แต่ด้วยการที่ทนภาวะกดดันภายนอกและภายในไม่ไหว จึงทำให้รู้ว่า เรายังไม่พร้อมที่จะเสียสละกับคนๆ นั้น
และจนทุกวันนี้ จุ๊ แต่งงานกับคนเนเธอร์แลนด์ แต่ก็อยู่คนละที่ ยอมรับว่ามันก็ลำบากทั้งสองฝ่าย แต่ด้วยภาระหน้าที่จึงต้องอดทน จุ๊เคยไปเที่ยวบ้านเขาและก็บอกกับตัวเองว่าให้ไปอยู่ที่นั่นคงจะไม่ได้ เขาก็เข้าใจและไม่บังคับ เหมือนที่คุณน้ำอ้อยพูด นั่นแหละ ทุกอย่างต้องอดทน
เพื่อครอบครัว การที่ไปอยู่เมืองนอกใช่ว่าจะสบาย ไหนจะเรื่องอากาศ เรื่องภาษายังฝึกหัดกันได้ไม่เกิน 3 เดือนก็เป็นแล้ว จริง ๆ แล้ว ฝรั่งก็ใช่ว่าจะดีทุกคน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นใครมาจากไหน แต่ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงไทยเขาจะมองในภาพลบไว้ก่อน เพื่อนแม่สามีก็เหมือนกัน เขาชอบนินทาผู้หญิงไทย เพราะเวลาเขามาเที่ยวเมืองไทย เขาก็ไปเที่ยวแต่แหล่งแบบนั้น เราก็ไม่โทษเขาหรอกเพราะโอเวอร์วิวของเขามันแคบ แต่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าเราเป็นใคร ถ้าเราดีซะอย่างไม่จำเป็นต้องประกาศ เพราะพฤติกรรมมันจะบอกได้แน่นอนว่า background ของเราเป็นอย่างไร
แต่คุณน้ำอ้อยก็เก่งนะคะ ที่ฟันฝ่าอุปสรรคมาได้ขนาดนี้


โดย: Ju (Littlejuno015 ) วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:10:45:56 น.  

 
Wadee ka.


โดย: CrackyDong วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:19:19:15 น.  

 
ได้เลยค่ะ คุณน้ำอ้อย ชื่อนี้หรือเปล่าไม่รู้เรียกแล้วหละค่ะ หากไม่ใช่ก็ขออภัยนะค่ะ เรามาช่วยๆกัน อย่างที่คุณพูดนั้นหละเราพูดอธิบายและทำให้เขาเห็นอย่างที่เราเป็น จากคนๆเดียว เราเลือกที่จะพูดกับคนที่เป็นประมาณว่าหอกระจ่ายข่าวอ่ะค่ะ มีอยู่คนค่ะที่ผับประจำของสามี เดี๋ยวก็จะกระจายข่าวไปเอง เราไม่ชอบที่จะไปที่นั้น แต่เมื่อมีโอกาสเราก็จะพยายามพูดและอธิบายและเปรียบเทียบการดำเนินชีวิตของคนที่นี่ และคนไทยค่ะ ตอนนี้เราพอจะถูดได้มากกว่าแรกๆที่มาค่ะ
ดีเหมือนกันเนอะด่าเป็นภาษาไทย อย่างคุณคุณจอมยุทธฯสะใจดี
อย่างนั้นเลยหรือค่ะ คุณดออกหญ้าฯ ดีจังเลยค่ะได้เจ้านายดี ที่นี่เขาให้สิทธิ์มนุษย์ชนมาอันดับ 1 นะค่ะ ดีจังเลย


โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:20:30:49 น.  

 
"เราไม่ได้ร้องไห้หรอก ...แต่โมโหเท่านั้น.. เราโมโหไปถึงบ้านเมืองไทย ที่ไม่ช่วยกันสร้างภาพที่ดีในสายตาชาวต่างชาติ ...เราไม่ถือสาฝรั่งที่นี่เท่าไหร่ เค้ารู้จักประเทศไทยน้อยมาก มีแต่ที่ พัทยาที่รัก นี่แหละ...ที่รู้จักดีนักแล... "
อารมณ์เดียวกันเลยคะพี่น้ำอ้อยแต่หนูสวนกลับต่อหน้า และก็ขู่จะฟ้องร้องด้วย เป็นคนขวานผ่าหัว เอ๊ยผ่าซากคะ
ชอบทุกเรื่องที่พี่น้ำอ้อยเขียนในบล๊อกมากๆคะ
อ่านแล้วมีความรู้ และสนุก
ตัวพลอยเองก็อยากเปิดร้านอาหารไทยที่ฝรั่งเศสคะ แต่รู้สึกว่าเราไม่มีประสบการณ์ ไม่รู้อะไรหลายๆอย่าง ถ้ายังไงขอรบกวนสอบถามพี่น้ำอ้อยเป็นครั้งคราวนะคะ
สุขสันต์วันแม่คะ


โดย: s_cretel (piggalanla ) วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:20:30:56 น.  

 
ชินแล้วค่ะเรื่องฝรั่งกับภาพพจน์ผู้หญิงไทย บอกได้คำเดียวว่า ต้องทำใจ


โดย: GlowPopJigglyJam วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:0:08:34 น.  

 
...สาวไทยพื้นฐานดีดี มีทุกมุมโลก เรามาช่วยกันนะคะ เอ้า เฮ เฮ...ไม่ต้องอายหรือกลัว ว่าถูกมองในทางไม่ดี ...เพราะฝรั่งก็ใช่ว่าจะฉลาดเหมือนกันหมด...บางคนโง่กว่าคนไทยอีก....พื้นฐานทางครอบครัวแย่กว่าคนไทยด้วยซ้ำ เด็กบางคนยังไม่รู้ว่าพ่อตัวคนไหนด้วยซ้ำ แสดงว่าแม่ไม่ได้นอนกับผู้ชายคนเดียวก่อนจะมีเค้า....(ดูจากรายการทีวี)....น่าสงสารเด็ก....

เรียกอ้อย,น้องอ้อย หรือ พี่อ้อยก็ได้คะ..อายุ 45 แล้ว.อิอิ.

น้องพลอย .....ศึกษาเรื่องการจัดการร้านอาหารก่อนว่าจะเริ่มตรงไหน หาข้อมูลเยอะ ๆ จนมันแน่นแล้วก็รอจังหวะทำได้เลยคะ..สามีสนับสนุนก็คงไม่ยาก ให้สามีเดินเรื่องทางเอกสารของราชการ ส่วน เราก็บริหารจัดการร้านคะ.......

คุณจุ๊คะ....อยู่เมืองไทยสักพักก่อนก้ได้...ถ้ารักกันยาวนาน ทุกฝ่ายก็คงเห็นด้วยว่า น่าจะถึงเวลาอยู่ด้วยกันได้แล้วนะ. ก็ต้องเลือกเอาระหว่างงานที่เมืองไทย กับชีวิตครอบครัวที่นี่ บางทีมันก็เหมือนเสี่ยงโชค..ถ้าเราอยู่กับที่ ชีวิตก้จะเรื่อย ๆ ไม่สนุก ถ้าเราก้าวออกจากที่เดิม มันมีอะไรให้เจอมากมาย น่าสนุกนะคะ..แรก ๆ อาจต้องลำบาก พอนานไปก็คงชินคะ แค่เราอดทนและไม่ยอมแพ้...ก่อนจะมาอยู่เมืองนอก ศึกษาหาข้อมูล วางแผนว่าจะทำอะไรที่นี่ดี ถ้ามาโดยไม่มีงานทำ มันอาจจะน่าเบื่อ....แต่ อย่าเพิ่งไปกลัวก่อนที่อนาคตยังมาไม่ถึงคะ...ถ้าเราไม่ออกเดินหน้า ก็จะไม่รู้สิว่า โลกยังมีอะไรให้เจอเยอะแยะ
น่าค้นหา...ถ้าเป็นนักผจญภัย คงจะชอบมากคะ

มีผู้หญิงไทยที่ทำงานดีดี การศึกษาดี มาใช้ชีวิตเมืองนอกเยอะคะ..โดยทิ้งหน้าที่การงานดีดีเมืองไทย ถ้าเจอสามีดีรักเรา แค่นี้ เราก็ยอมคะ....นี่คือสิ่งที่หญิงไทยอย่างเราต้องการ.. แต่งงานแล้วก็ควรอยู่ด้วยกันคะ..แยกกันอยู่ไม่ค่อยดีนะ...งั้นจะแต่งไปทำไมน้อ...อาจเป็นบางคู่ที่ชอบแยกกันอยู่..แต่เราพร้อมที่จะเจอสิ่งต่าง ๆ วันข้างหน้ากับสามี..






โดย: น้ำอ้อยสด วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:0:48:39 น.  

 
เข้ามายกมือร่วมด้วยช่วยกันค่ะ เห็นด้วยกับทุกคนค่ะ
แต่ไม่อยากพูดอะไรออกไปมากมาย บางครั้งแค่นึก
มันก็ทำให้เราปวดหัว และเสียความรู้สึกค่ะ แต่ก็มีผู้หญิง
บางคนเป็นอย่างที่คนที่นี่ว่าไว้เหมือนกันค่ะ

นี่ก็สด ๆร้อน ๆ เพื่อนโทรมาเล่าให้ฟังเมื่อเย็นนี้นี่เอง
ว่า.... เขารู้จักผู้หญิงคนหนื่ง เธอแต่งงานกับคนอังกฤษ
มีลูกด้วยกัน สองคน แต่เธอคนนั้นทำตัวไม่ดี ไปกับคน
อื่นทั่วไปหมด (ไม่รู้เขาเรียกผู้หญิงชนิดนี้ว่าไงดี) สามีก็รู้
แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเขาไม่ทำอะไรเลย... เพื่อน ๆ ของเธอก็รู้ แต่เวลาเจอใคร ๆ สามีของเธอ จะม่ายค่อยคุย เอาแต่ก้มหน้างุด ๆ ใครทักก็ไม่ทักตอบค่ะ
ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าสามีเขาคิด... รึว่าผู้หญิงคนนั้นคิดกันอย่างไง เรารู้... เราก็ ... งง .... ไปด้วยค่ะ


โดย: Little pearl วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:4:12:31 น.  

 
เข้ามาอ่านที่คุณน้ำอ้อยสด(สดจากไร่)แล้วซึ้งมาก ๆ ขอเป็นกำลังใจด้วยคนนะคะ และขอเอาใจช่วยให้ผ่านพ้น
ทุกอย่างด้วยดี และเข้มแข็ง
ขนาดดิฉันอยู่เมืองไทย เดินกับเพื่อนสนิทที่เป็นฝรั่ง(ยังไม่
ถึงเวลาจะเป็นแฟน)ยังโดนมองจากคนไทยด้วยกันเลย
ทั้งที่ ดิฉันและเพื่อน ก็ผู้ใหญ่แล้ว แต่งตัวก็เรียบร้อย
ท่าทางก็ไม่ได้มีประเจิดประเจ้ออะไรเลย บางทีทำให้
ไม่อยากไปไหนด้วยซะงั้น(คิดว่าเขาคงไม่เข้าใจสายตา
เหมือนเราหรอกค่ะ) ทั้ง ๆ ที่เราก็อยากจะไปไหน ๆ กับ
เขาบ้าง บางทีต้องบอกตัวเองว่า ไม่ต้องไปสนใจ เพราะ
เรารู้ดีว่าเราเป็นอะไร แต่บางทีก็อดไม่ได้ เสียใจเหมือน
กัน เพราะสายตาของผู้ที่มองเหมือนเราเป็นอะไรที่ไม่ใช่
คนไทยซะงั้น


โดย: เปปเปอร์ วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:16:22:29 น.  

 
ขนาดรุ่นพี่สมัย ม.ปลาย ไปเรียนต่อเฉพาะทางทันตกรรม และได้งานทำที่อังกฤษ ยังโดนเค้าเหมาเอาเป็นคุณตัวเลย สาเหตุที่เค้าเหมาเอาหลังจากฟังแล้วเลือดขึ้นหน้า
First of all : you come from Thailand
Second : you are not pale quite tan then i guess you come Northeast of Thailand , as I've known the girls from that part of Thailand become bargirl, is that right?
แต่พี่เค้าไม่ตอบโต้นะคะ แต่กลับบ้านไปนั่งร้องไห้ เค้าบอกว่าเรามาอยู่เป็น 10ปี เหงาก็เหงา แล้วยังมาเจออย่างงี้อีก แต่เหมือนเวรกรรมมีจริง วันนึงอีตานี่ ก็ไปรับบริการทางทันตกรรมที่ คลินิกที่พี่เค้าทำงานอยู่ เข้ามาเห็นหน้าพี่เค้า แล้วก็เดินออกไปเลย
พลอยเลยถามพี่เค้าว่า ถ้าเค้าจะทำจริงๆพี่จะทำให้ป่าวคะ พี่บอกทำสิ มันเป็นจรรยาบรรณ แต่เจ็บไม่เจ็บหนะอีกเรื่อง


โดย: s_cretel (piggalanla ) วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:19:41:33 น.  

 
เอางี้มั้ยน้องอ้อย หากเขียนเพิ่มเติมเรื่องนี้อีก ให้ใส่เป็นตอนๆไป เหมือนเรื่องร้านอาหารไทยไง เออแล้วมันเรื่องอารายของตู่ว่ะ ส.ใส่เกือกไม่เข้าเรื่อง
ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ จะได้ติดตามตอนต่อไปไง เพราะไม่รู้ว่านอ้งอ้อยเขียนเพิ่มเติมหรือเปล่า จะได้ไม่ต้องเข้ามาอ่านอีกรอบ ดีมั้ยจ๊ะ

อ่านเรื่องสามีของน้องเข้าผับแล้ว สบายใจมานิดหน่อย ว่านั้นมันเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่จริงๆ พี่เลยแซวทุกครั้งที่สามีขับรถผ่านผับเจ้าประจำของแก ว่านั้นไงบ้านหลังแรกของแก แล้วแฟนคลับก็อยู่กันครบ มากันตั้งแต่ไก่โห้ ให้ตายเถอะ หนาวยังไงก็ยังสู้อุตส่าห์ออกมาสูบบุหรี่

พี่บอกว่าหากเป็นที่บ้านฉัน คนเขาจะหาว่าคุณมาผับทุกวันเพราะมีปัญหาครอบครัว

คุณซะมีของพี่ก็เหมือนกัน คุณเธอเข้าผับตั้งกะนมตั้งเต้าว่างั้นเถอะ เธอเลยยังเลิกไม่ได้ แม้จะหว่านล้อมแล้วทุกวิถีทาง ตัวเธอเองก็พูดเสอมว่าจาเลิก ผ้า
มันทุกอย่างเพื่อเรา

พี่ก็เพิ่งรู้นะนี่ว่าคนที่นี่เขาคิดอย่างนั้น ว่าไอ้ที่เราหายหน้าไม่ไปผับ นั้นแสดงว่าเรามาที่นี่ชั่วคราว พี่คนหนึ่งหละที่ไม่ชอบเลย มีทะเลาะกันเรื่องไปผับด้วยเหมือนกัน แต่ตอนนี้คุณเธอเข้าใจแล้ว พี่ดื่มน้ำส้มอย่างเดียวค่ะ เดี๋ยวจะลองสั่งไอ้ที่น้องดื่มบ้างมันจะเป็นยังไง J20


โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:20:28:39 น.  

 
น้องพลอย....สงสัยอีตานั่นคงอึ้ง ทึ่ง... ไม่นึกว่าสาวไทยคนนั้นจะมีความสามารถทำงานวีชาชีพดีดีแบบนั้นนะ..คงอายมากเลยเดินหนีไปเลย....บอกพี่เค้าไปนะว่า จงภูมิใจในความเป็นคนไทย...พี่บอกฝรั่งทุกคนที่ถามว่ามาจากไหน..Thailand...บอกแบบภูมิใจเพราะเรามีอะไรดีดีกว่าฝรั่งตั้งมากมาย...แต่เพื่อนพี่บางคนที่ไม่อาจทนมันดูถูกได้ แกตอบว่า มาจากจีน หรือฟิลิฟปินล์ (เขียนถูกไหมนี่) ไปซะงั้น เพราะดีกว่าบอกว่า เป็นคนไทย...แต่ที่รู้ ๆ มาสาวปิน หรือจีน และอื่น ๆ ในเอเซีย ก็ไม่เบานะเดี๋ยวนี้...เคยอ่านในคอลัมพ์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเค้าบอกว่า ร้านนวดไทย มีหมอนวดโดย..สาวสวยจากไทย-จีน...ไว้บริการ..ถามสามีว่า หมายความว่าไงอ่านแล้ว..สามีบอก ก็อย่างว่าไงละ...ผู้ชายที่นี่เค้ารู้กันทั้งนั้น...เฮ่อ..เคยเปิดทีวีตอนดึก ๆ มันบังเอิญเราก็เปลี่ยนช่องไปเรื่อย ๆ แบบจะหาหนังดีดีดูไงละ..แต่มาเจอช่องหนึ่งกำลังฉายเรื่อง นวดไทยพอดีเลย..ผู้หญิงไทย หุ่นดีสวยด้วยนะ ถอดผ้าหมด ทาน้ำมันทั้งตัวมันก็ลื่น.. กำลังเอาตัวเข้านวดผู้ชายฝรั่งอยู่พอดี ถูไปถูมา .... มันไม่น่าจะนวดเพื่อสุขภาพเลยนะเพราะไม่ได้เน้นเป็นจุด ๆ แต่เพื่อได้อารมณ์ อีตานั่นก็คงกำลังสั่น 555..น่าจะเป็นวิธีการนวดของร้านนวดไทยในเมืองนอก เข้าใจว่าเจ้าของร้านคงเป็นฝรั่งมากกว่า หรือมีเมียไทยที่สมรู้ร่วมคิดกันไง แบบไม่มีความละอายใจเลย ...น้องนางคนนั้นหล่อนนวดไปก็พูดเป็นภาษาไทยและยิ้มหวาน ๆ ว่า ...มาอยู่นอร์เวย์ได้ 6 ปีละคะ ทำงานนี้มาตลอด..ว้าววว....มาตั้ง 6 ปี แล้วหล่อนมาด้วยวีซ่าอะไรเนี่ย....เนื้อแนบเนื้อ มันก็คงถึงจุดสป๊ากละนะ...เวรกรรมประเทศไทย

คุณเปปเปอร์คะ...ใครมาว่า หรือมองมาแบบดูถูก ก็เชิดหน้าใส่เลยคะ...อ้อยก็ทำมาแล้ว..เจอสายตาแบบนั้นเหมือนกัน เราก็มองกลับไปแบบนั้นบ้าง ทีนี้..พวกนั้นต้องหลบตาไปเลย..สู้เราไม่ได้..55....มีแฟนฝรั่งต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับคนพวกนี้คะ...

คุณลิตเติ้ล...เคยได้ยินเหมือนกันว่า สาวไทยบางคนแต่งงานมาแล้วน่าจะพอเพียง ดูแลกันไป แต่หล่อนไม่มีความพอดี ....คงหลงแสงสีเมืองนอกเมืองนานะคะ...ไม่จำคำที่พ่อแม่สอน...ผัวเดียวเมียเดียว...สงสารลูกและสามีนะ แล้วแบบนี้เราจะไปคุยให้ฝรั่งได้ไงว่า... สาวไทยเป็นกุลสตรี รักครอบครัว ดูแลลูกและสามีเยี่ยมมาก ไม่ชอบดื่ม หรือสูบ ไม่เมาในผับแล้วจับผู้ชาย ....(จะพูดให้ฝรั่งฟังตลอดเรื่องนี้ว่า สาวไทยแตกต่างจากสาวฝรั่งข้อไหนบ้าง...แต่เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย)..เค้าว่า สาวไทยชอบหลอกเอาเงิน แต่สาวฝรั่งก็ชอบเงินเหมือนกันนะ...หล่อนจะขอเงินผู้ชายอ้างเรื่องลูกมาก่อน..แล้วถึงจะเป็นแฟนกัน.. มีน้องชายสามี คบกับสาวฝรั่ง หล่อนก็ใช้ต่อเติมบ้าน แต่งบ้านอยู่นั่นละ และให้จ่ายค่าบิลต่าง ๆ พอสมใจหล่อนแล้วก็หาเรื่องเลิก..ดูมันสิ.... น้องชายเค้าก็รักมากด้วย ตอนนี้อกหัก..แกเลยอ้างว้างเจอใครก็ชอบเค้าไปหมด..คงอยากหาใครสักคนมาทดแทนรักเก่า..สามีเรา
เกลียดยัยพวกนี้จัง...เราได้คุยกับแฟนคนใหม่ของน้องชาย หล่อนเมาเลยพูดออกมาหมดว่า หล่อนยังรักสามีเก่าที่หย่ากันไปแล้ว ไม่สามารถรักน้องชายสามีเราได้อีก...แต่ก็นอนด้วยกันทุกคืน เราแอบบอกให้สามีรู้ เค้าบอกว่า หล่อนคงหลอกให้น้องชายจ่ายบิลและแต่งบ้านให้อีก และหาคนมานอนด้วยเมื่อต้องการ (น้องเป็นช่าง)...เดี๋ยวต้องบอกน้องละ..ไม่งั้นหมดตัวโดนหลอก....


โดย: น้ำอ้อยสด วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:21:03:38 น.  

 
พี่ไอริน...เราคงเขียนตอบในเวลาเดียวกัน ดูสิโพสใกล้กันเปะเลย..555...อยู่หน้าคอมใช่ไหมละ...อยากไปรีดผ้าเหมือนกันนะ กองโต เดี๋ยวสามีกลับมาจะหาว่าเราขี้เกียจ แต่ขอตอบก่อนละกัน..

เอางั้นก็ได้คะ ถ้ามีไรเพิ่มเติมแบบว่าไปเจอมา อ้อยจะเขียนตอนต่อไปดีกว่าเนอะ.. ขาประจำอย่างพี่ไอริน จะได้ไม่ งง..อิอิ...อ้อยชอบเขียนคะ ถ้านึกออก..หรือใครถามมา มันจะพร่างพรูออกมาจากหัวโต ๆ ใบนี้เอง...ตอนเรียนโท ช่วงสอบ..เขียนซะ8-9 หน้า ใน 1 ข้อ..แต่มีแหล่งอ้างอิง..เลยได้ A..ตั้งหลายตัว ยกเว้นหากจำทฤษฎีไม่ได้ เพราะไม่ชอบท่องจำคะ...ก็จะได้ A- หรือ B+....






โดย: น้ำอ้อยสด วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:21:27:51 น.  

 
พี่ไอรินคะ...เจทูโอ..หรือ J2O...มันจะมีอยู่หลายรสคะเช่น แอปเปิ้ล+มะม่วง หรือ น้ำส้ม+แพลสชั่น หรือ น้ำบลูเบอรี่ ประมาณนี้แหละ ...อ้อยจะสั่งทุกรสในคืนเดียว ลองไปเรื่อย ๆ ..อร่อยนะคะ มีประโยชน์ อร่อยกว่าน้ำส้มกระป๋องที่เราซื้อตามซุปเปอร์คะ ... แต่ถ้าดื่มหลาย ๆ ขวดในคืนเดียว ก็ม่ายไหวคะ....ชิ้งฉ่องทั้งคืนเลย....


โดย: น้ำอ้อยสด วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:21:41:42 น.  

 
เขียนเยอๆเลยคะพี่ อยากอ่าน พี่น้ำอ้อยเขียนสนุกดี แต่เรื่องต่อเติมบ้านของน้องสามีพี่อ้อย ไม่รู้จะว่ายังไงดี ความเหงาบางครั้งก็อยู่เหนือความรัก เอางี้มั๊ยคะพี่ ให้น้องสามีเปลี่ยนอาชีพไปเลย อย่างเช่นทนายความ จะได้ไม่มีผู้หญิงคนไหนมาหลอกต่อเติมบ้านอีก


โดย: s_cretel (piggalanla ) วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:22:09:11 น.  

 
น้องอ้อยอ่านเรื่องตอนต่อปากต่อคำกับคนต่างๆๆมันค่ะ และปรบมือชมด้วยเลยจ้า ...พี่ยังไม่เคยเจอะแบบนั้น ส่วนใหญ่ ก็มีมิตรภาพที่ดีนะคะ


โดย: คนเจียงฮาย (คนเจียงราย2 ) วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:17:52:57 น.  

 
แหม..พี่อ่างจ้าว..อ้อยมันเลือดไทยเต็มตัว.ยอมไม่ได้คะ .แค่มีสามีฝรั่งเท่านั้นง่ะ... เห็นอ้อยเรียบร้อยเฉย ๆ แบบนี้ เวลาจี๊ดขึ้นมาก็ ไม่เบาเหมือนกันเลยนะจ้าว....อยู่เมืองไทยตอนทำงาน..น้องๆผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เท่าไหร่ เวลาอ้อยมาถึงที่ทำงาน กำลังดูทีวี จะแตกกันหมด อ้อยก็สงสัย ถามว่ามีไรกัน ..รู้ทีหลัง เห็นเด็กบอกว่า พี่อ้อยดู น่าเกรงขาม ท่าทางดุ..เลยไม่กล้า..555..(ความคิดของคนที่ยังไม่คุ้นกันคะ) แต่อ้อยใจดีนะคะ..ซื้อขนม ส้มตำไก่ย่าง มาแจกอยู่เรื่อย ๆ ...ว่าแล้วก็อยากทานส้มตำมาตะหงิดๆ...


โดย: น้ำอ้อยสด วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:23:04:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

น้ำอ้อยสด
Location :
เชียงราย-Lancashire United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ฉันเป็นคนที่กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน...ในชีวิตที่ผ่านมา ฉันมีเจอแต่สิ่งดีดี..และโชคดีเสมอ ในวันนี้และวันต่อ ๆ ไป ฉันคงจะโชคดีอีกเช่นกัน... บันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต... กันลืม และแชร์ประสบการณ์กับผู้ผ่านมาเจอ ก็คงดีนะ...
Friends' blogs
[Add น้ำอ้อยสด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.