Mr.Death
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
ละอองฝน...ที่โตเกียว 2





6 Oct.08



08.00 น. ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ที่ญี่ปุ่นนี่เร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง ตื่นมีอาการมึนๆ เพราะไม่ได้นอน ประกอบกับมึนอยู่แล้ว แต่ช่างเหอะ พอทนๆ พวกเรานัดกันลงไปกินข้าวตอน 08.30 น.ที่ห้องอาหารญี่ปุ่นชั้น 3 บรรยากาศโอเคมากๆ ฝนตกโปรยปราย ละอองฝนละเอียดยิบที่เรามองผ่านกระจก เรารู้สึกว่า ไอ้ละอองแบบนี้ไม่เคยเห็นที่เมืองไทยแฮะ เพิ่งจะเคยเห็นที่นี่แหละ






พวกเราอิ่มหน่ำสำราญ ก็ลงมาเจอกับอากิ และคุณวิวัฒน์ จุดหมายแรกของวันนี้คือ วัดอาซะกุซะ ซึ่งเราเคยมาแล้ว สายฝนโปรยปรายไม่หยุด โชเฟอร์รถตู้สีดำ เตรียมร่มไว้





ให้พร้อมเพรียง พวกเราเดินเล่นกันท่ามกลางสายฝน โดยเราไม่ได้ของอะไรเลยซักชิ้น เพราะไม่รู้จะซื้ออะไร แต่แน่นอน ไม่ลืมที่จะถ่ายรูป ถึงฝนจะตกแต่พวกเรามีร่ม ก็ถ่ายกันแบบนั้นแหละ ได้อารมณ์หนุกหนานไปอีกแบบ






จบจากวัด อากิก็พาไปดู Museum ของซันโทรี่ โชคดีจริงๆ ที่นี่เราได้ดูงานศิลป์ของ Picasso เขาเริ่มแสดงก่อนวันเราไปหนึ่งวันคือ 4 ตุลาคม - 14 ธันวาคม 2008 เหตุเพราะ Museum ที่ฝรั่งเศสปิดซ่อมแซม เขาเลยขนย้ายงานเขียนของ Picasso มาโชว์ที่ญี่ปุ่น แจ๋วจริงๆ






จากภาพวาดของ Picasso ทำไมเราถึงไม่รู้สึกว่ามันแปลกประหลาด หรือน่าทึ่ง เหมือนที่คนอื่นรู้สึกก็ไม่รู้ซี สงสัยเพราะเราไม่รู้จักงานศิลป์ลึกซึ้งมั๊ง แต่ที่รู้รู้สึกคือ สิ่งที่ Picasso รู้สึก กับการวาดภาพของเขา ว่ามีพัฒนาการอย่างไร ตั้งแต่เขาเริ่มวาดรูป เมื่อตอนอายุ 10 กว่าขวบ เป็นฝีมือธรรมดาๆ หลังจากนั้น เขาก็บอกว่า งานวาดของเขาเริ่มมีมิติ เรามีความลึก ความละเอียดมากขึ้น บางภาพวาด เขาจะบอกว่า ช่วงนี้เขามีอารมณ์ไม่ดี มองโลกในแง่ร้าย ภาพเขาจึงออกมาแนวทะมึนๆ หลังจากนั้นมุมมองของเขาก็ดีขึ้น ภาพเลยดูสว่างไสวไม่ขมุกขมัวอย่างที่ผ่านมา บางช่วงเขาอธิบายว่า เขาเอาสัตว์อย่างวัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ภาพวาดของเขาเลยมีภาพวัวแทรกอยู่ด้วย แต่ท้ายสุดแล้ว การวาดภาพของเขาก็กลับมาเป็นเหมือนเมื่อตอนเริ่มต้นเขียนอีกครั้ง คือ ไม่มีมิติ ทื่อๆ ตรงๆ จนกระทั่วถึงรูปสุดท้ายก่อนตาย เป็นภาพวาดที่แค่ตวัดพู่กัน แค่นั้นภาพนี้ก็ดูดีมีราคา มาจนถึงทุกวันนี้






สรุปแล้วสิ่งที่ได้จากการดูภาพวาดของ Picasso คือ สูงสุดคืนสู่สามัญ วาดอะไรมาร้อยแปด ทุกอย่างก็กลับไปเบสิค






ที่ Museum แห่งนี้ นอกจากงานของ Picasso แล้ว ยังมีสถานที่จัดเลี้ยงแบบไฮโซ สำหรับคนซันโทรี่ และยังมีสถานที่จัดชงชาแบบดั่งเดิม แต่วันนี้ไม่มีโชว์ มีแค่สถานที่ให้ดูเฉยๆ ซึ่งเราไม่ได้ซีเรียส เพราะเมื่อ 2 ปีก่อนที่มาญี่ปุ่นกับอายิโนะโมโตะ เราได้ไปนั่งขาชามาแล้ว ในพิธีชงชาแบบโบราณ






เมื่อดูทุกอย่างเสร็จ อากิ ก็พาไปกินมื้อกลางวันในร้านญี่ปุ่นๆ ไปกินราเมนแบบดั่งเดิม ร้านอาหารราเมนร้านนี้ เขาบอกว่าเปิดมาเป็น 100 ปี บรรยากาศภายในร้าน เป็นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ มีที่นั่งกับพื้นแบบญี่ปุ่น ราเมนร้านนี้อร่อยดี เราชอบมาก โดยเฉพาะปลาไหลย่าง กลิ่นหอม อร่อยดีจริงๆ






ภาคบ่าย คือการเดินทางไปช้อปๆๆ ที่ตึกม่วง อันเป็นแหล่งของถูก สายฝนโปรยปรายไม่ได้หยุดเกือบทั้งวัน แต่ไม่ได้ตกแรง เพราะฉะนั้นเลยเดินกันอย่างสบายๆ






ทุกคนมีออเดอร์เครื่องสำอางจากเพื่อนๆ ยกเว้นเรา เราก็เลยเดินไปเดินมา ได้แผ่นรองรองเท้ามาใช้เองหนึ่งอัน แล้วก้อขนมอีกหนึ่งถุง นอกนั้นก็ไม่ได้อะไร เมื่อทุกคนช้อปกันเสร็จสรรพ อากิก็พาเดินทางต่อไปที่ โตเกียวทาวเวอร์ ที่สูงประมาณ 350 เมตร ที่นี่ พวกเราได้ขึ้นไปดูกรุงโตเกียวในมุมสูง ถ่ายรูปกันแบบสะจาย หลังจากนั้น ก็ไปช้อปต่ออีกครับท่าน อิอิ






ที่ช้อปแหล่งต่อไปที่อากิพาไปคือ กินซ่า ที่นี่มีศูนย์การค้า มีร้านเยอะแยะ เราเดินหาซื้อรองเท้า กะกระเป๋า ในร้าน MUJI แต่ไม่ได้อะไรเลย เพราะสีไม่ได้ ไซด์ไม่ได้ แบบไม่ถูกใจ แต่คนอื่นๆ ได้หมด อ้อ...เรามาได้เสื้อตัวหนึ่ง สีเขียว ราคา 300 กว่าบาท (1,000 เยน) ก็โอเคแหละ พอรับได้






มื้อค่ำวันนี้ เป็นอาหารอิตาเลียน สุดยอดจริงๆ อากินี่ช่างสรรหาที่กินให้พวกเราไม่ได้หยุด แล้วกินแต่ละมื้อก็เยอะมากๆ ไอ้ที่บอกพุงปลิ้นน่ะ ปลิ้นแล้วจริงๆ แค่วันที่ 2 เองนะเนี่ย






ที่ร้านอาหารอิตาเลียน มีพนักงานเสริฟคนหนึ่ง หน้าฝรั่งเดี๊ยะๆ แต่พูดญี่ปุ่นชัดแจ๋ว จนอากิอึ้ง คุณวิวัฒน์เลยสัมภาษณ์ ในที่สุดก็ได้คำตอบว่าเขาเกิดที่ญี่ปุ่น อ่ะ...มิน่าล่ะ พูดญี่ปุ่นตัวจริงอึ้งขนาดนั้น แต่ที่ร้านอาหารอิตาเลียนนี่ดีจริงๆ พนักงานหน้าตาดีทู้กคน ชอบๆๆๆ มีทั้งฝรั่งทั้งญี่ปุ่น หล่อๆ ท้างน้านนน






ที่นี่ทุกคนสนุกมาก อากิก็ตลก แซวกันเรื่องเนื้อม้าไม่ได้หยุด แล้วอากิยังแซวฝรั่งพูดญี่ปุ่นตลอดเวลา ฮาก่อนนอน อาหารก็อร่อย หนุ่มก็หล่อ เฮ้ออ...สนุกสนานกันไป คืนนี้มั่นใจ นอนหลับสบายแน่นอน เพราะตอนกินก็ใกล้จะหลับซะให้ได้เชียว



แล้วคืนนี้ ก็หลับสนิทจริงๆ พรุ่งนี้ต้องทำงานแล้ว





Free TextEditor




Create Date : 15 ตุลาคม 2551
Last Update : 29 พฤษภาคม 2559 23:15:27 น. 1 comments
Counter : 44 Pageviews.

 
ถึงจะฝนตกเยอะ
แต่ก็เที่ยวสนุกนะคะ


โดย: fahtsuki วันที่: 17 ตุลาคม 2551 เวลา:12:33:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เสี่ยวเจิ้น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add เสี่ยวเจิ้น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.