อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนประเทศไทยเรา...ขอโทษด้วยนะคะที่เจ้าบ้านไม่ค่อยได้อัพเดทเลย อย่าเพิ่งโกรธกันนะคะ ไม่มีเน็ตเล่นหง่า... :( “Just being alive is such a lovely and wonderful thing”. - Aya (1 litre of tears)

Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 เมษายน 2551
 
All Blogs
 

จิตสงบ..กายสบาย ด้วย "สมาธิ"

...หลังจากสวดมนต์เรียบร้อยแล้ว เรายังควรจะฝึกจิตใจให้สงบโดยการฝึก

สมาธิวิปัสสนากรรมฐานด้วยนะคะ เพื่อจะได้มีความเจริญ ความแข็งแรง

อายุยืน ปราศจากโรคภัยอันตรายใดๆ ทั้งมวล โดยการนั่งในท่าขัดสมาธิตัว

ตรง หน้าตรง เอาเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย หัวแม่มือชนกัน

นั่งหลับตาตามสบาย ไม่ต้องเกร็งตัว เหมือนกำลังพักผ่อน (จะนั่งพับเพียบ

แทน หรือนั่งบนเก้าอี้ หรือเอนกายนอนบนเตียงก็ได้ สุดแต่จะสะดวก แต่

ถ้านั่งสมาธิตัวตรงได้จะดีที่สุด) หรือจะเดินจงกรมก็ได้ แล้วก็กำหนดลม

หายใจเข้าออกด้วยคำสวดภาวนาว่า "พุทโธ" หายใจเข้าสวด “พุท” หายใจ

ออกสวด “โธ” หรือ "ยุบหนอ..พองหนอ" หายใจเข้าสวด "พองหนอ"

หายใจออกสวด "ยุบหนอ" แล้วแต่ใครจะถนัดหรือเคยชินกับสำนักไหน แต่

ไม่ว่าจะยึดการเจริญกรรมฐานของสำนักใดก็ตาม เราต้องพึงระลึกอยู่เสมอ

ว่า เรากำลังดำเนินรอยตามและยึดในธรรมปฏิบัติของพระพุทธองค์ท่านนะคะ



การฝึกสมาธิสำหรับผู้เริ่มฝึกใหม่ๆ อาจจะใช้เวลาน้อยๆ ก่อน เพียงแค่วันละ

10-15 นาที จากนั้นจึงฝึกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในวันต่อๆ ไป เป็นวันละ 20-30

นาที จนถึงวันละ 1 ชั่วโมง เป็นประจำทุกวัน เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตน

เอง พร้อมด้วยพร 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ เป็นที่รักใคร่ของ

มวลมนุษย์ เทวดาและเทพ ภยันตรายทั้งหลายก็ไม่อาจทำอันตรายแก่ร่าง

กายและชีวิตเราได้...







 



Smiley สมาธิคืออะไร?? Smiley


สมาธิ คือ อาการที่ใจตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว
อย่างต่อเนื่อง

หรือ อาการที่ใจหยุดนิ่งแน่วแน่ ไม่ซัดส่ายไปมา เป็นอาการที่ใจสงบรวมเป็น

หนึ่งแน่วแน่ มีแต่ความบริสุทธิ์ผ่องใส สว่างไสวผุดขึ้นในใจ จนกระทั่ง

สามารถเห็นความบริสุทธิ์นั้นด้วยใจตนเอง อันจะก่อให้เกิดทั้งกำลังใจ กำลัง

ขวัญ กำลังปัญญา และความสุขแก่ผู้ปฏิบัติในเวลาเดียวกัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง

ในเชิงลักษณะการปฏิบัติ สมาธิ แปลว่า ความตั้งมั่นของจิต หรือภาวะที่จิต

แน่วแน่ต่อสิ่งที่กำหนด หรือการที่จิตกำหนดแน่วแน่อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่

ฟุ้งซ่าน




"สมาธิ" คือ กระบวนเพื่ออบรมบ่มใจให้ดำรงอยู่ในสภาวะอันสงบ สุกใส

กว้างใหญ่ เบาสบาย เพื่อให้กลายเป็น ความงาม ของใจ ค่อยๆ ปฏิบัติ

ค่อยๆ ทำกันไปวันละเล็กละน้อย เพราะใจคือสิ่งที่ถูกใช้สอยหนักที่สุดกว่า

ส่วนใดๆ ของร่างกาย การทำสมาธิจึงเป็นการ พัก ใจที่มักเหนื่อยล้ากว่าร่าง

กาย ให้กลับสดชื่นขึ้นได้ เพื่อชั่วโมงใหม่ เพื่อวันใหม่ที่ดีกว่า


จึงเป็นเรื่องจำเป็น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เป็นกิจที่บรรพชนของเรา ถือเป็นความ

สำคัญที่ต้องปฏิบัติไม่ให้ขาดแม้สักวันเดียว เพราะสมาธิเป็นต้นเหตุของใจ

อันงาม และใจอันงามเป็นทางมาของบุญกุศล เป็นที่อยู่ของศิริมงคล ทำให้ผู้

เป็นเจ้าของใจมีชีวิตที่ดีวันดีคืน สมาธิ จึงเป็นสิ่งพึงปฏิบัติสำหรับพุทธ-

ศาสนิกชน ตลอดจนบุคคลผู้ปรารถนาความสุขและความสำเร็จในชีวิต







Smiley ประโยชน์ของการนั่งสมาธิ Smiley



1. ประโยชน์ทางจิตใจและการพัฒนาบุคลิกภาพ


(1) ส่งเสริมให้คุณภาพของใจดีขึ้น คือ ทำให้จิตใจผ่องใส สะอาด บริสุทธิ์ ที่

สำคัญคือ ทำให้มองโลกในแง่ดี และมีจิตเมตตาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

(2) มีบุคลิกหนักแน่น เข้มแข็ง

(2) มีความสงบเยือกเย็น ไม่ฉุนเฉียวเกรี้ยวโกรธ

(3) มีความสุภาพ นิ่มนวล ท่าทีมีเมตตากรุณา เป็นผู้มีสัมมาคารวะและมี

ความอ่อนน้อมถ่อมตน

(4) สดใส สดชื่น เบิกบาน

(5) สง่า องอาจ น่าเกรงขาม

(6) มีความมั่นคงทางอารมณ์

(7) กระฉับกระเฉง ไม่เซื่องซึม

(8) พร้อมเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ฉับไว

(9) เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ สามารถคุ้มครองตนให้พ้นจากความชั่วทั้งหลายได้ เป็น

ผู้ที่มีความประพฤติดี เนื่องจากจิตใจดี ทำให้ร่างกายประพฤติทางกาย

และวาจาดีตามไปด้วย

(10) เป็นผู้ที่มีความมักน้อย สันโดษ รักสงบ และมีขันติเป็นเลิศ

(11) เป็นผู้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์

ส่วนตน



2. ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน


คนมักถามว่าฝึกสมาธิแล้วได้ประโยชน์อะไรในชีวิตประจำวัน บ้างก็ว่าฝึก

แล้วทำให้บรรลุมรรคผลนิพพาน แต่ว่าถ้าจะให้ถึงขั้นนั้น ก็คงต้องใช้เวลา

นานพอสมควร สำหรับมือใหม่อย่างเรา ลองฝึกไปเรื่อยๆ แบบขั้นต้นก่อน

ดีกว่า แล้วก็ยึดเอาประโยชน์ที่เห็นได้ชัดว่าการฝึกสมาธินั้น เห็นผลในชีวิต

ประจำวันจริงๆ มาดูกันว่าประโยชน์ที่ว่านั้นมีอะไรบ้างนะคะ...


(1) ทำให้ใจสบาย ไม่เครียด มีความสุข ผ่องใส

(2) หายหวาดกลัว หายกระวนกระวายโดยไม่จำเป็น

(3) นอนหลับง่าย ไม่ฝันร้าย สั่งตัวเองได้

(เช่น สั่งให้หลับหรือตื่นตามเวลาที่กำหนดไว้ได้)

(4) กระฉับกระเฉง ว่องไว รู้จักเลือกและตัดสินใจเหมาะแก่สถานการณ์

(5) มีความแน่วแน่ในจุดหมาย มีความใฝ่สัมฤทธิ์สูง

(6) มีสติสัมปชัญญะดี รู้เท่าปรากฏการณ์ และยับยั้งใจได้ดีเยี่ยม

(7) มีประสิทธิภาพในการทำงาน ทำกิจกรรมสำเร็จด้วยดี

(8) ส่งเสริมสมรรถภาพมันสมอง เรียนหนังสือเก่ง ความจำดีเยี่ยม

(9) เกื้อกูลต่อสุขภาพร่างกาย เช่นชะลอความแก่ หรืออ่อนกว่าวัย

(10) รักษาโรคบางอย่าง เช่น โรคเครียด โรคนอนไม่หลับ โรคท้องผูก

โรคกระเพาะ โรคความดันโลหิต โรคหืด หรือโรคกายจิตอย่างอื่น


**โรคกายจิต(อ่านว่าโรค กา-ยะ-จิต ) หมายถึง ไม่เป็นโรค แต่ใจคิดว่าเป็น

คิดบ่อยๆ เข้าก็เลยเป็นจริงๆ อาการอย่างนี้ฝึกสมาธิสักพักเดียวก็หาย**







แอ้เองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบภาวนาและเจริญวิปัสสนากรรมฐานเหมือนกันนะ

คะ (แม้ว่าเดี๋ยวนี้จะไม่ได้มีโอกาสนั่งสมาธิเลย แต่ก็ยังสวดมนต์อยู่สม่ำ

เสมอนะ) แอ้ยึดปฏิบัติตามแนวทางสติปัฏฐาน ๔ ของหลวงพ่อจรัญ ฐิต

ธัมโม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ค่ะ หลังจากที่ได้ไปบวชเรียนมาและเจริญ

ภาวนาตามที่หลวงพ่อบอกแล้ว รู้สึกดีมากๆ ค่ะ แล้วก็ทำตามได้ไม่ยากเลย

เพียงแต่ต้องตั้งใจและไม่ล้มเลิกความพยายามไปเสียก่อนนะ ลองมาดูกันดี

กว่าว่า หลวงพ่อท่านมีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการทำสมาธิอย่างไรบ้าง...




Smiley วิธีทำสมาธิแบบง่ายๆ Smiley







โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

วัดอัมพวัน

ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี



......................................



ให้นั่งขัดสมาธิ คือขาขวาทับขาซ้าย นั่งตัวตรง หลับตา

เอาสติมาจับอยู่ที่สะดือ ที่ท้องพองยุบ เวลาหายใจเข้าท้องพอง กำหนดว่า

พองหนอ ใจนึกกับท้องที่พอง ต้องให้ทันกัน อย่าให้ก่อนหรือหลังกัน หายใจ

ออกท้องยุบ กำหนดว่า ยุบหนอ ใจนึกกับท้องที่ยุบ ต้องทันกัน อย่าให้ก่อน

หรือหลังกัน ข้อสำคัญให้สติจับอยู่ที่พอง ยุบ เท่านั้น อย่าดูลมที่จมูก อย่า

ตะเบ็งท้อง ให้มีความรู้สึกตามความเป็นจริงว่า ท้องพองไปข้างหน้า ท้องยุบ

มาข้างหลัง อย่าให้เห็นเป็นไปว่า ท้องพองขึ้นข้างบน ท้องยุบลงข้างล่าง ให้

กำหนดเช่นนี้ตลอดไป จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด



เมื่อมีเวทนา เวทนาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จะต้องบังเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติแน่

นอน จะต้องมีความอดทน เพื่อเป็นการสร้างขันติบารมีด้วย ถ้าผู้ปฏิบัติขาด

ความอดทนเสียแล้ว การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นก็ล้มเหลว ในขณะที่นั่ง

หรือเดินจงกรมอยู่นั้น ถ้ามีเวทนา ความเจ็บ ปวด เมื่อย คัน เกิดขึ้น ให้หยุด

เดิน หรือกำหนดพองยุบ ให้เอาสติไปตั้งไว้ที่เวทนาเกิด และกำหนดไปตาม

ความเป็นจริงว่า ปวดหนอๆๆ เจ็บหนอๆๆ เมื่อยๆ คันหนอๆๆ เป็นต้น ให้

กำหนดไปเรื่อยๆ จนกว่าเวทนาจะหายไป เมื่อเวทนาหายไปแล้ว ก็ให้กำหนด

นั่งหรือเดินต่อไป



เวลานั่งหรือเดินอยู่ ถ้าจิตคิดถึงบ้าน คิดถึงทรัพย์สิน หรือคิดฟุ้งซ่าน

ต่างๆ นานา ก็ให้เอาสติปักลงที่ลิ้นปี่ พร้อมกับกำหนดว่า คิดหนอๆๆๆๆ ไป

เรื่อยๆ จนกว่าจิตจะหยุดคิด แม้ดีใจ เสียใจ หรือโกรธ ก็กำหนดเช่นเดียวกัน

ว่า ดีใจหนอๆๆๆ เสียใจหนอๆๆๆ โกรธหนอๆๆๆ เป็นต้น



...............................................



ตอนที่ฝึกแรกๆ ก็งงๆ นะคะว่า ทำไมเวลาเราปวดขาหรือปวดหลัง (เพราะนั่ง

นาน) หลวงพ่อท่านถึงให้กำหนดว่า "ปวดหนอๆๆๆ" น้า...แล้วมันจะหายปวด

มั้ยน้า... แต่พอทำเข้าจริงๆ มันก็ได้นะคะ เพราะเมื่อจิตเรานิ่งและมีสติปัก

อยู่ที่ลิ้นปี่และลมหายใจตามที่หลวงพ่อท่านว่าแล้ว ควรเจ็บปวดที่อยู่ที่ขา

หรือหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากที่จิตเราเพ่งอยู่นั้น มันก็จะหายไปเอง

ค่ะ เหมือนกับคำที่ว่า "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว" เมื่อจิตเรานิ่งและ

เข้มแข็งเสียอย่าง เมื่อมีสิ่งใดมาสะกิดเพียงนิดเดียว เราก็จะไม่ว่อกแว่ก

เนื่องจากว่าขณะนั้น จิตมันเป็นสมาธิแล้วนั่นเอง ซึ่งจะทำให้เกิดมีสติ

สัมปชัญญะในขั้นต่อไป...



ว่างๆ จะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ จากการสวดมนต์ภาวนาและการฝึก

กรรมฐานให้อ่านกันวันหลังนะคะ...ขออนุโมทนาบุญถึงทุกท่านที่หมั่นทำ

เป็นประจำอยู่แล้วหรือกำลังจะเริ่มบำเพ็ญภาวนานะคะ ราตรีสวัสดิ์ด้วยค่ะ







ขอขอบคุณและอนุโมทนาสาธุสำหรับท่านที่เอื้อเฟื้อข้อมูลดีๆ:

*http://makee10507.exteen.com/20060330/body-mind

*http://learners.in.th/blog/nutoon/138170
Create Date : 28 เมษายน 2551
3 comments
Last Update : 28 เมษายน 2551 20:05:36 น.
Counter : 663 Pageviews.

 

พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า...
มนุษย์เราเกิด 2 หน

1. เกิดจากท้องแม่
2. เกิดครั้งที่ 2 เมื่อเราเจอ " ธรรมะ "

ก็ฟังเค้ามาอีกทีน้องสาว

 

โดย: อาปูจัง IP: 203.118.74.143 30 เมษายน 2551 22:57:53 น.  

 

สงสัยจังเลยอ้อแอ้ ทำมายบล็อคนี้ทำมายไม่มีใครเข้ามา comment เลยแฮะ สงสัยยิ่งอ่านยิ่งเครียดป่าวเพราะตอนสุขก็ไม่อยากหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ตอนสบายใจอยากจะคุยตลกแบบคาเฟ่เน่อะ อนิจจัง อ่านแล้วทำให้จิตใจสบายขึ้นน่ะ เอ้ากลับมาแล้วรีบไปบวชชีตามความปรารถนาของหัวใจเน้อ

 

โดย: maekai IP: 125.24.134.185 14 พฤษภาคม 2551 15:37:00 น.  

 

สงสัยจังเลยอ้อแอ้ ทำมายบล็อคนี้ทำมายไม่มีใครเข้ามา comment เลยแฮะ สงสัยยิ่งอ่านยิ่งเครียดป่าวเพราะตอนสุขก็ไม่อยากหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ตอนสบายใจอยากจะคุยตลกแบบคาเฟ่เน่อะ อนิจจัง อ่านแล้วทำให้จิตใจสบายขึ้นน่ะ เอ้ากลับมาแล้วรีบไปบวชชีตามความปรารถนาของหัวใจเน้อ

 

โดย: maekai IP: 125.24.134.185 14 พฤษภาคม 2551 15:37:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


cadeau
Location :
Tasmania Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




ฝัน ไปเถิดฝันไปปล่อยใจฝัน

คง สักวันฝันเป็นจริงดังวาดหวัง

ไม่ ยอมแพ้แม้ร่างกายไร้กำลัง

ไกล เพียงใดไม่หยุดยั้งก้าวต่อไป

------------------------

@ ยินดีต้อนรับทุกๆ คน @

@ และขอบคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจค่ะ @


------------------------

C'est un cadeau pour moi (",)



เค้กช็อกโกแล็ตหน้านิ่ม




Black Forest Cake




Tiramisu




Chocolate Fudge Brownies




Éclair




ขนมไข่




Lava Cake




Marble Cake




Berry Muffins




Mini Strawberry Rolls




Macarons




Cornflake Cookies




Surprise-Filled Cookies




กลีบลำดวน




คุ้กกี้น้องหนอน




Chocolate Chips Cookies




Classic Shortbread




ข้าวเหนียวสังขยา




ขนมน้ำดอกไม้




แกงส้มไข่ชะอม(เทียม)




ข้าวมันไก่




ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์




บะหมี่น่องไก่




Sweet n Sour Chicken




Salmon Cake/Patties




ขนมจีบไก่กุ้ง




ทอดมันปลาบาซะ




ทอดมันข้าวโพด *มังสวิรัติ*




กุ้งขี้เกียจ(ทำ)




Home made Pizza




Mini Pizza




Pizza Scrolls




Basa Pie




หอย(Tassie)ทอด




ปอเปี๊ยะสด*มังสวิรัติ*




ขนมหัวผักกาด(ทอด)




Friends' blogs
[Add cadeau's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.