กินคลอลาเจน ดีจริงหรือ ???
หลายคน แห่กิน  คอลลาเจนโดยเชื่อว่า มันจะดูดซึม และเด้งเข้าผิวทันที

เชื่อไปว่า กินปุ๊บทำให้ผิวสวยใส ใน 3 วัน 5 วัน
แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า มันต้องผ่านการย่อยจนกลายเป็นกรดอะมิโน หน่วยย่อยที่เล็กที่สุดก่อน แล้วร่างกายจึงดูดซึมกรดอะมิโนเพื่อนำไปประกอบกันขึ้นใหม่เป็นโปรตีนที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้

เรามักเห็น โฆษณาว่า คอลลาเจนจากหอยเป๋าฮื้อ จากหอยมุก จากไข่ปลาคาเวียร์คอลลาเจนผงจากปลาทะเลน้ำลึก หรือไม่ก็คอลลาเจนบริสุทธิ์ เหล่านั้น ล้วนเป็นเพียง gimmick เพื่อให้ดูเป็นของล้ำค่า

เป็นเรื่องจริง ที่คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะคอลลาเจนไม่เพียงเป็นองค์ประกอบของผิวหนังเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ทุกๆ เซลล์ในร่างกายไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นเนื้อเยื่อ เป็นอวัยวะ และร่างกายที่สมบูรณ์ขึ้นมาได้ คอลลาเจนจึงมีปริมาณถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย เพราะเป็นโครงสร้างในส่วนที่ยืดหยุ่นของร่างกาย


เป็นเรื่องจริงที่เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในร่างกายและผิวหนังจะเสื่อมสภาพไป ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง จึงเป็นเหตุให้ผิวหนังเหี่ยวย่น แต่ข้อมูลที่ว่า การกินคอลลาเจนจากแหล่งอื่นจะเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกายได้นั้น เป็นข้อมูลที่หมกเม็ดข้อเท็จจริงบางอย่างไว้

ข้อเท็จจริงประการแรกคือ การดูดซึมโปรตีนเข้าสู่ร่างกายจำเป็นต้องผ่านกระบวนการย่อยก่อน โปรตีนทุกชนิดจะถูกเอนไซม์หลายชนิดในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กย่อยสลาย จากโปรตีนที่เป็นสายยาวจะถูกเอนไซม์ตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เหลือเพียงหน่วยย่อยที่เล็กที่สุด คือ กรดอะมิโน แล้วร่างกายจึงดูดซึมกรดอะมิโนเพื่อนำไปประกอบกันขึ้นใหม่เป็นโปรตีนที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้

คอลลาเจนเองก็ต้องถูกย่อยจนกลายเป็นกรดอะมิโน ไม่เหลือสภาพความเป็นคอลลาเจน ไม่แตกต่างจากโปรตีนชนิดอื่นๆ คอลลาเจนไม่ได้ถูกดูดซึมไปทั้งเส้นแล้วตรงไปประกอบเข้าเป็นผิวหนังอย่างที่หลายคนจินตนาการจากคำโฆษณา

ประการที่สอง คอลลาเจนไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว แต่เท่าที่ค้นพบในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 29 ชนิด แต่ละชนิดก็เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อแบบต่างๆ คอลลาเจนที่อยู่ในชั้นผิวหนังคือคอลลาเจน 1 นอกจากนี้คอลลาเจนของสัตว์แต่ละชนิดล้วนแตกต่างกัน สังเกตได้ง่ายๆ จากเนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อปลา จะมีลักษณะและความยืดหยุ่นแตกต่างกัน ดังนั้นความแตกต่างของคอลลาเจนในสัตว์แต่ละชนิดจึงทำให้ ไม่สามารถนำคอลลาเจนจากสัตว์อื่นๆ มาทดแทน หรือรวมเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างผิวหนังของคน

ดังนั้นเมื่อคอลลาเจนไม่สามารถรับจากภายนอกได้ ไม่สามารถรับจากสัตว์อื่นๆ ได้ หากต้องการให้ร่างกายมีคอลลาเจนอย่างเพียงพอ มีเพียงการบำรุงรักษากลไกของร่างกายที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาจนเท่านั้น การบำรุงรักษานั้นเพียงแค่รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้นเอง วัตถุ ดิบที่จำเป็นในการสังเคราะห์คอลลาเจนเราได้รับอย่างเพียงพอจากอาหารอยู่แล้ว การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นให้กลไกทำงาน และการพักผ่อนช่วยให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายสึกหรอช้าลง


ทำไมกินแล้ว สดชื่น ผิวนุ่มขึ้น

ส่วนหนึ่งอาจเป็นความความรู้สึกจริงๆ การดื่มแล้วสดชื่น อาจมาจากน้ำตาลคาเฟอีน ซึ่งจะทำให้ดื่มแล้วติดใจ บางยี่ห้อ อาจมีกลิ่นคาว ออกรสเปรี้ยว  มีให้เลือกรสส้ม รสสตรอเบอรี่ ฯลฯ ซึ่ง รสเปรี้ยวก็เนื่องมาจากการใส่วิตามินซี เพื่อช่วยในการดูดซึม  แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เครื่องดื่มพวกนี้ส่วนใหญ่เค้าอยากให้คนติด เพราะฉะนั้นสองตัวที่จะใส่เข้ามาคือ คาเฟอีน กับน้ำตาล สองตัวนี้เป็นตัวที่ทำให้คนปิ๊งที่สุด คนรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ถ้าเป็นน้ำตาลฟรุกโตสยิ่งแย่เลย มันทำให้ติดหวาน และทำให้จุกตับ กลายเป็นแคลอรี่เยอะโดยไม่รู้ตัว

ทำไมกินแล้ว ผิวขาวขึ้น

คุณหมอให้ความเห็นว่า การกินแล้วขาวนั้น อาจจะเป็นเพราะการผสมกลูตาไธโอน หรือผสมสารปรอท ซึ่งสารปรอททำให้คุณขาวแน่นอน แต่ผลข้างเคียงเยอะมาก มีส่วนทำให้ตับ ไต พังได้ ในระยะสั้นขาวจริง แต่ในระยะยาวเป็นผลเสียต่อร่างกายมาก ระยะยาวนั้นถ้าเป็นคนไข้ที่ไม่ได้มีโรคประจำตัว เช่น ตับไม่ได้วาย ไตไม่ได้วาย อาจจะราวๆ 1 ปีติดต่อกันไตจะเกิดอาการวาย

นอกจากนี้ ยังมีเคสกินแล้ววูบ หน้ามืด ใจสั่น นั่นคือผลข้างเคียงจากกลุ่มยา Diuretic หรือกลุ่มของยาขับปัสสาวะ ก็จะทำให้ปัสสาวะเยอะ และลดความดันบางตัว ทำให้ดูซีด จึงทำให้ดูขาว เพราะเกิดจากการซีด ทำให้มีผลในเรื่องความดัน เป็นอาการของ Orthostatic Hypotension เช่น ลุกขึ้นมาวิงเวียนศีรษะ ความดันต่ำ วูบ

มีเจ้าของผลิตภัณฑ์หลายที่ อ้างผลวิจัยว่า การทานคลอเจน ช่วยให้ผิวใส นุ่มเนียน เด้งขึ้น ซึ่งทั้งหมด เป็นความรู้สึกส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่างเล็กๆ ที่อาจถูกถามนำด้วยคำถามในแบบสอบถามว่า “หลังจากกินแล้ว  รู้สึกผิวใส นุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นหรือไม่” แล้วมีตัวเลือกเช่น ผิวนุ่มมาก ผิวนุ่มเล็กน้อย เท่าเดิม ผิวนุ่มน้อยลง ให้เลือก การถามนำลักษณะนี้ย่อมได้คำตอบที่เอนเอียงไปในแนวทางที่ผู้วิจัยต้องการ นอกจากนี้ “ที่บอกว่านุ่มมากขึ้น” นั้น “มากขึ้น” เมื่อเทียบกับอะไร? ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นการทดลองเทียบระหว่างการกินคอลลาเจนกับการไม่กิน  ซึ่งไม่แปลกที่สารต่างๆที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ จะให้จะทำให้ให้รู้สึกว่าผิวใจ นุ่มมากขึ้น แต่งานวิจัยกลับสรุปเหมารวมว่าเป็นเพราะผลของคอลลาเจนล้วนๆ

อย่างไรก็ตามคอลลาเจนไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ในทางการแพทย์แผ่นคอลลาเจนเป็นวัสดุที่เหนียว ยืดหยุ่น และอุ้มน้ำได้ดี เป็นคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับใช้ปิดปากแผล ใช้เป็นลิ้นหัวใจเทียม หรือใช้ในการศัลกรรมอวัยวะต่างๆ รวมทั้งเพื่อเสริมความงาม ในอุตสาหกรรมอาหารใช้คอลลาเจนในการเพิ่มเนื้อสัมผัสให้อาหาร โดยใช้คอลลาเจนที่ผ่านความร้อนเป็นเวลานานจนโปรตีนเสียสภาพ หรือที่เรียกว่า เจลลาติน ซึ่งเราเองก็บริโภคกันมานานในฐานะขนมชนิดหนึ่ง


ณ จุดนี้ คงฉุดความดังของ คอลลาเจนไม่อยู่ หากเราเป็นคนหนึ่ง ที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผสมคลอลาเจน ก็ควรเลือกจากส่วนผสมเป็นสำคัญ ตรวจดู แหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มากกว่า เลือกจากพรีเซนเตอร์ หรือคำโฆษณา สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักไว้มากเรื่องการดูแลผิวไม่ให้ร่วงโรยตามการเวลา คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมของผิว โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ และอีกสิ่งสำคัญที่จะชะลอความแก่ของเราได้มากคือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น แสงแดดจัด มลภาวะ บุหรี่ แอลกอฮอล์ และแน่นอน เบสิคของการดูแลตัวเอง คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ

สุดท้าย อ่านจนจบถึงบรรทัดนี้ คงทราบอย่างหนึ่งว่า คอลลาเจน กินแล้วไม่ได้ได้เด้งเข้าผิวทันที




Create Date : 29 ตุลาคม 2556
Last Update : 29 ตุลาคม 2556 14:41:55 น.
Counter : 3376 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

AoffyBerry
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



Love me Love my style
New Comments
ตุลาคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
All Blog