If loving is to suffer..I will take any suffering until it reaches your heart.
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
5 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 

กว่าจะเป็นขนมนมเนยของโอ๋เอง

คำเตือน!! โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรอ่านผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

การทำขนมถือเป็นงานดิเรกอย่างหนึ่งที่หลายๆคนเลือกทำ นอกจากจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้วยังได้อิ่มอร่อยกับฝีมือของตัวเองล้วนๆแทนที่จะไปเสียเงินซื้อเค้ากิน ถ้าไม่นับรวมกับร้านกาแฟที่มีคนอยากเปิดแล้ว..กิจการเบเกอร์รี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งความฝันของใครหลายๆคนรวมทั้งเราด้วย...

จำได้ว่าร้านขนมเป็นความใฝ่ฝันในตอนเด็กๆที่อยากทำนอกเหนือจากอาชีพนักพากย์ที่อยากทำแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลอง ถ้าไม่นับรวมกับการเป็นดีเจทำมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบนับไปนับมาก็เป็นสิบปีจนจะแก่ตายอยู่หลังไมค์ ด้วยเพราะบุคคลิกที่ไม่เหมาจะเข้าครัวสักเท่าไหร่นัก เมื่อใครๆได้ชิมฝีมือการทำขนมถึงกับบอกว่า "ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ขนาดนี้" แล้วมันต้องขนาดไหนถึงจะเชื่อล่ะเนี่ย??

ถามว่าก่อนจะเริ่มทำขนมต้องเตรียมอะไรบ้าง?? ไม่ต้องอะไรมากมายหรอกขอแค่เตรียมใจเป็นพอ ใครว่าทำขนมสนุก!! สนุกนะ..ถ้าทำเล่นๆก็คงสนุกดีแต่ถ้าคิดจะยึดการทำขนมเป็นอาชีพ เราบอกได้เลยว่าถ้าใจไม่รักจริงและไม่ถึกพอก็น่าจะมองหางานอื่นดีกว่า...หูย..มันเว่อร์เกินจริงไปรึเปล่าเนี่ย? สำหรับคนอื่นเป็นยังไงเราไม่รู้ เรารู้แค่ว่าสำหรับสิ่งที่เราตัดสินใจลงไปนี่...อิอิ รู้งี้ไปเขียนนิยายขายดีกว่าเผื่อจะมีผู้จัดมาขอซื้อไปทำละครบ้าง เอิ๊กๆๆๆ



ว่าด้วยเรื่องของการทำขนมแล้วถึงจะไม่ได้มีอุปกรณ์ครบครันเหมือนคนอื่นๆเขาแต่ถ้ามีความตั้งใจจริงเราว่าคงไม่ยากนักที่จะทำเค้กออกมาสักก้อนหนึ่ง มีน้องสาวที่รู้จักคนหนึ่งไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องของการทำขนมอบเลย เราสอนทำขนมทาง msn อุปกรณ์อะไรก็ไม่มีมากมายถูๆไถๆไปตามเรื่อง ยังอุตส่าห์ได้เค้กช๊อคโกแลตหน้านิ่มเป็นของขวัญวันเกิดให้เพื่อนได้ เครื่องตีไข่ก็ไม่มีต้องใช้ที่ตีไข่แบบที่เป็นสปริงตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูซึ่งก็กินแรงและเวลาพอควรกว่าจะตีไข่ได้ที่ เตาอบก็ไม่มีใช้แบบที่เป็นฝาอบลมร้อนแทน แบบนี้เรียกว่าอุปกรณ์ไม่เอื้อแต่ใจรัก

เราเองเริ่มต้นการทำขนมด้วยการใช้แป้งสำเร็จรูปทำไปตามมีตามเกิดอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง เครื่องตีไข่ก็ไม่มีอุปกรณ์ทำขนมที่มีก็มีพิมพ์เค้ก 1 อัน อ่างผสมกับพายยาง แค่นี้จริงๆ แม่เห็นคงสงสารเลยถอยเครื่องตีไข่มาให้ใช้ ถึงเนื้อเค้กจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ถึงกับอวดชาวบ้านชาวเมืองได้มากนัก ด้วยไม่มีพื้นฐานการทำขนมเอาเสียเลย สมัยนู้นมีรายการสอนทำขนมทางโทรทัศน์ถ้ามีโอกาสก็ไม่พลาดที่จะต้องดูแน่ๆ นอกจากดูในทีวีแล้วยังต้องอาศัยหาหนังสือสอนทำเค้กในห้องสมุดอ่านเอา อยากได้สูตรอะไรก็ต้องหา ถ้าเทียบกับเดี๋ยวนี้แสนสบายอยากได้สูตรขนมอะไรก็ถามกูเกิ้ลเอา

ว่างเว้นจากการทำขนมอยู่หลายปีไม่รู้ผีตนไหนเข้าสิงหลงเข้ามาในห้องก้นครัวได้อ่านกระทู้ที่มีคนโพสไว้ เอ่อ! สูตรขนมเยอะแยะเลย..อ่านมันแทบจะทุกกระทู้ที่มี ต้องบอกว่าอ่านแทบทั้งหมดจริงๆทั้งกระทู้เก่าและกระทู้ใหม่แล้วค่อยๆเริ่มจดสูตรที่เพื่อนๆบอกทำแล้วอร่อย สมุดจดสูตรขนมของเราตอนนี้มีสองเล่มมีเป็นร้อยๆสูตร และจะยังจดไปเรื่อยๆถ้าไม่ขี้เกียจ



เมื่อมีสูตรขนมแล้วจะไม่ลองทำก็กระไรอยู่จึงต้องหาอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำขนม เริ่มจากวัตถุดิบทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นแป้ง น้ำตาล เนย สารเสริมประเภทต่างๆ รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆ จากครั้งแรกกล่องเก็บอุปกรณ์เป็นกล่องพลาสติกปิคนิคใบเล็กๆ พอมันอยากลองของมากขึ้นเรื่อยๆกล่องมันก็ใหญ่ตามตัว ต้องยอมรับว่าการคิดที่จะทำขนมมันเป็นการสิ้นเปลืองอย่างหนึ่ง เพราะต้องไปหาอุปกรณ์ต่างๆมาใช้ซึ่งเมื่อเทียบเป็นเงินแล้วก็หลายตังค์อยู่









ของพวกนี้ไม่ได้ซื้อทีเดียวหมด ตอนที่เริ่มทำเค้กก็จะมีแต่ของสำหรับทำเค้กอย่างเดียว พอริจะทำคุกกี้หรือขนมปังก็จะค่อยๆซื้อทีละนิดละหน่อย โดยเฉลี่ยแล้วเราซื้อของเข้าบ้านอาทิตย์ละหน มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความพอใจ ถามว่าจำเป็นต้องมีอุปกรณ์และทำขนมทุกประเภทไหม? ไม่ต้องหรอกเพราะมันไม่จำเป็น ของบางชิ้นตั้งแต่ซื้อมายังไม่ได้ใช้เลยสักครั้ง แต่ถ้าใครอยากจะซื้อก็แล้วแต่ทรัพยากรเงินในกระเป๋า มากน้อยตามฐานะ....

เริ่มแรกของการลองผิดลองถูกในการทำขนมเราใช้ฝาอบลมร้อนจากที่อบขนมแล้วหน้าไหม้หน้าแตก ปรับกันอยู่นานกว่าจะอบแล้วใช้ได้โดยที่ไม่ต้องใช้ฟอล์ยปิดหน้า หน้าขนมอาจจะไม่ค่อยเรียบก็เท่านั้นเองแต่ถ้าเทียบกับเตาอบธรรมดาแล้ว..ฝาอบลมร้อนใช้เวลาในการอบน้อยกว่าเตาอบอยู่มาก



ความร้อนสม่ำเสมอทั่วกันทั้งหมด แต่ต้องลดอุณหภูมิลงเพราะมันเป่าลงหน้าขนมตรงๆ อุณหภูมิปกติในการอบเค้กจะอยู่ราวๆ 170-200 องศา C แต่ถ้าใช้เตาอบลมร้อนต้องลดลงมาต่ำกว่านั้น ของเราความร้อนอยู่ที่ประมาณ 150 องศา C ซึ่งแต่ละเตาความร้อนที่เหมาะสมในการอบจะต่างกันไป

ใช้ฝาอบลมร้อนอยู่สักพักก็ริมองหาเตาอบที่จะเอามาอบขนมเป็นเรื่องเป็นราวเสียที เตาอบยี่ห้อยอดนิยมในห้องก้นครัวคงหนีไม่พ้น OTTO เราเดินเข้าออกอยู่หลายห้างมาจบการขายที่แมคโคร พนักงานขายบอก OTTO ไม่ค่อยทนไม้ทนมือซึ่งดูแล้วมันก็บอบบางจริงๆแหละ เทียบกับยี่ห้ออื่นที่ราคาพอๆกันแล้วดูจะแพงไปด้วยซ้ำ เรามาถูกใจเตาอบ TOMEX ตรงที่มันสวย แน่นหนา และที่สำคัญมีสูตรทำขนมแถมด้วย ราคาสองพันต้นๆก็พอจะซื้อได้



แบบนี้ค่อยดูเป็นมืออาชีพหน่อย ถอยเสร็จก็ประเดิมด้วยการอบเค้กซะเลย..เนื้อขนมที่ได้ดูนุ่มฟูดีแต่ก็นั่นแหละใช้เวลาอบนานกว่าของเดิม...อุปกรณ์ดีแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะขยันลองสูตรใหม่ๆแบบวันเว้นวัน ช่วงนั้นค่าไฟที่บ้านบานตะไท อิอิ พ่อบ่นประจำ... "มันจะขยันทำขนมอะไรกันนักหนา" ทำให้นึกถึงตอนที่ซื้อรถใหม่ล้างรถวันเว้นวันจนค่าน้ำพุ่งกระฉูด แต่ตอนนี้ล้างรถสองเดือนหนนึงเพราะมัวแต่ไปทำขนมขายอ่ะนะ

เราทำขนมแบบนี้อยู่เกือบปีเมื่อทำบ่อยเข้าจะกินเองก็เริ่มเอียน รู้ละ..ให้แม่เอาไปขายที่ทำงานดีกว่า อิอิ ขนมชนิดแรกที่ทำใส่ถุงไปขายคือขนมปังไส้หมูหยอง หนึ่งถุงมีสองชิ้น นวดแป้งหนึ่งครั้งจะได้แป้งโดที่แบ่งออกมาแล้วประมาณ 35 ก้อน นวดมันสองเท่าเลย (นวดมือด้วยนะ) ครั้งนั้นเอาขนมปังใส่ถุงไปให้แม่ที่ทำงานสามสิบถุงเห็นจะได้ ขับรถออกมาได้ไม่ถึงห้านาทีแม่โทรมาบอกว่า "ขนมปังหมดแล้ว" เจ๊ยยยยย อะไรมันจะเร็วขนาดนั้น นวดแป้งแทบตายขายแป๊บเดียวหมดเกลี้ยงเลย




หลังจากนั้นก็มีลูกค้ามหาวิทยาลัยที่เราทำวีดีทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัยให้สั่งขนมปังไปงานปฐมนิเทศ (แหะๆ ก่อนนี้เอาเค้กไปสวัสดีปีใหม่พี่เลยถามว่าทำขนมปังไหม? อิอิ เพื่อเงินก็ทำหมดแหละ) ออเดอร์คือขนมปังไส้หมูหยองและไส้ครีมจำนวน 150 ชิ้น ตายล่ะ!! นวดแป้งกันเพลินเลย วันนั้นเรานวดแป้ง พักแป้ง อบแป้ง ใส่ถุง เสร็จเช้าเลย...แม่เจ้า..ถึกมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะนวดแป้งด้วยมือได้เยอะขนาดนั้น

นอกจากจะหาสูตรขนมจากในห้องก้นครัวแล้ว เวลาไปซื้อวัตถุดิบเบเกอรี่ก็จะมองหาข่าวการสัมมนาจากบริษัทขายวัตถุดิบต่างๆ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่ไหนก็จะไป เพราะนอกจากจะได้กินข้าวฟรีแล้วยังได้สูตรขนมและเทคนิคต่างๆมาด้วย ตรงนี้ทำให้เรานำมาใช้ประยุกต์กับขนมที่ทำมีรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ประสบการณ์แบบนี้ต้องค่อยๆเก็บเกี่ยวเรื่อยๆว่ากันเป็นเดือนเป็นปี ถึงตอนนี้ก็ยังต้องไปสัมมนาเรื่องขนมอยู่ดี เพราะการเรียนรู้มันไม่มี่ที่สิ้นสุดจริงๆ



ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ทำมาหากินเป็นเรื่องเป็นราวเสียที จะขายขนมแล้วต้องทำยังไงล่ะ จะซื้อเครื่องผสมอาหารกับเตาอบมาใช้ก็กลัวจะใช้ไม่เป็น ไปหาที่เรียนดีกว่า เราเลือกที่จะไปเรียนทำขนมที่วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ ห้องหนึ่งๆรับคนไม่เยอะกลัวว่าจะไปสมัครเรียนไม่ทัน ไปมันวันแรกแปดโมงเช้าเลย สมใจล่ะ ได้เป็นนักเรียนเลขที่หนึ่งในแผนกคหกรรม ขนมอบ 1 เรียนทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เก้าโมงเช้าถึงเที่ยง มีคนถามว่าทำไมไม่ไปเรียนทำขนมที่สถาบันศิลปศาสตร์การอาหารของอาจารย์ยิ่งศักดิ์ ก็เราแค่จะไปเรียนใช้เครื่องผสมกับเตาอบเท่านั้นสูตรเราไม่สนใจ ฉะนั้นเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน

ห้องเรียนขนมอบ 1 ที่วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่มีนักเรียนทั้งรุ่นเล็กและนักเรียนรุ่นป้ามานั่งเรียนกันเต็มไปหมด อาจารย์ผู้สอนคืออาจารย์อมรรัตน์ อินทรลิป ชนิดของขนมก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ว่าสัปดาห์นี้จะสอนทำขนมอะไร อาจารย์ที่เราไปเรียนด้วยออกจะเสียงดังแสบแก้วหูไปสักหน่อย เช้าๆอาจารย์จะชอบของขึ้นแต่ถ้าสายๆหน่อยค่อยยังชั่ว

เราไปเรียนเพื่อต้องการกอบโกยความรู้จากอาจารย์เท่าที่จะทำได้ จึงไม่แปลกที่จะต้องถามว่า อะไร ทำไม เพื่ออะไร และอย่างไร จนพี่ในกลุ่มที่สนิทกับอาจารย์แอบมากระซิบให้ฟังว่า "อาจารยบอกพี่ว่าเช้าๆให้เอาแกไปห่างๆหน่อย เช้าๆถามอาจารย์มากอาจารย์เสียสมาธิ" เวรกรรม!! ก็มาเพื่อหาความรู้อ่ะนะถามมากก็ไม่ได้ หลังจากนั้นเราก็จะไม่ค่อยถามอะไรอาจารย์สักเท่าไหร่ออกแนวน้อยใจเล็กๆ "ไม่ถามก็ได้..ไม่เห็นอยากรู้เลย" หนึ่งเดือนผ่านไปเริ่มรู้งาน เช้าๆอาจารย์จะขี้หงุดหงิดใครอย่าเข้าใกล้เชียว สายๆหน่อยค่อยไปวุ่นวายกะแกได้


เวลาประมาณสามเดือนที่ไปเรียนทำขนมไปสายแทบทุกวัน หลังๆดูอาจารย์จะเอ็นดูเราเป็นพิเศษ เวลาเราไปสัมมนาทำขนมมาก็จะมาเล่าให้อาจารย์ฟังว่าเขาสอนอะไรมาบ้าง อยากจะบอกว่าเทคนิคในการทำขนมของอาจารย์แต่ละคนต่างกันไป อาจจะมีจุดที่คล้ายกันอยู่บ้างตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาใช้มากน้อยแค่ไหน



จะเห็นได้ว่าพัฒนาการในการทำขนมของเราดีขึ้น (หุหุ ไม่อยากจะชมตัวเอง) เห็นอะไรมาก็จะนำมาใช้บ้าง บ่อยครั้งที่ไปเดินห้างจะแถไปแถวๆขนมอบ ดูว่าชาวบ้านทำอะไรหน้าตายังไงเราจึงได้เทคนิคและรูปแบบขนมที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

เมื่อเรียนจบหลักสูตรขนมอบ 1 ที่วิทยาลัยสารพัดช่างจะช้าอยู่ใยหาเงินได้แล้วสิ..กลุ่มของเราที่เรียนมีเจ็ดคน เราและเพื่อนในกลุ่มอีกสองคนถอยเครื่องผสมอาหารและเตาอบกันคนละชุด สองคนนั่นซื้อที่เชียงใหม่แต่เราซื้อที่โรงงานกล้วยน้ำไท กรุงเทพ





โชคดีโทรไปเจอเฮียที่เป็นเจ้าของต่อราคาได้ที่ชุดละสามหมื่นบาท เป็นเครื่องผสมอาหารขนาดสิบลิตรหนึ่งเครื่องและเตาอบสองถาดอีกหนึ่งเครื่อง นอกจากจะฟรีค่าส่งและรับประกันหนึ่งปีแล้วยังไม่วายขอของแถมอีก..เราได้ถาดใบใหญ่มาสองใบ โอนเงินไปอีกสามวันรับของ..จัดส่งถึงบ้านโดยนิ่มซี่เส็ง ราคาถูกกว่าของเพื่อนประมาณสามพันบาท

ภายใต้ชื่อกล้วยน้ำไท..ถ้าจำไม่ผิดในกรุงเทพมีอยู่สี่กล้วยน้ำไท เราโทรถามราคาทั้งสี่ที่รวมทั้งยี่ห้ออื่นๆด้วย แต่ละที่ราคาไม่เท่ากันนะแม้แต่ของกล้วยน้ำไทเองก็ยังราคาไม่เท่ากันเลย กล้วยน้ำไทสาขาที่เราซื้อ (พระโขนง) ราคาถูกที่สุดถามได้ความว่าที่นั่นเป็นโรงงาน ส่วนที่อื่นเป็นตัวแทนจำหน่ายราคาจะสูงกว่า

เล่ามายืดยาวกว่าจะได้ทำขนมมันลำบากยากเย็นเหลือเกิน มาเข้าเรื่องของการทำขนมดีกว่า ทุกวันนี้สูตรในดวงใจของเราจะมีสูตรที่เด่นๆอยู่พอสมควร ที่เหลือจะเป็นการนำสูตรที่มีมาประยุกต์เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้เกิดความหลากหลาย ช่วงแรกๆที่ทำขนมขายได้มีโอกาสกลับไปเจออาจารย์อมรรัตน์ อาจารย์บอกเราว่าช่วงที่ขายดีให้รีบกอบโกย เพราะมันจะขายได้ไม่นาน...เราคงไม่เอาขนมของเราไปเทียบกับขนมยี่ห้อดังที่แสนจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ฉะนั้นการตัดสินใจคงอยู่ที่ตลาดทั่วๆไปที่ขายกันอยู่

แรกเลยก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าที่อาจารย์พูดถึงมันหมายความว่าไง แต่ตอนนี้เริ่มมองออกแล้ว..ที่อาจารย์บอกว่ามันจะขายได้ไม่นานคือธรรมชาติของคนไทยจะเห่ออะไรก็เห่อเป็นพักๆ ถ้าเลิกเห่อแล้วก็จะเงียบเลย ครั้งแรกเราเริ่มจากการขายขนมปังไส้หมูหยอง ทำไปขายเท่าไหร่ก็จะเกลี้ยงหมดพอขายไปสักพักคนเริ่มเบื่อหมูหยอง เราก็จะทำไส้อื่นไปขายอีก..คนก็จะไปเห่อไส้อื่นอีก เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ



ถ้าทำโบต้าทาร์ตไปก็จะแย่งกันซื้อโบต้าทาร์ตขนมชนิดอื่นก็จะเบาๆไป ตรงนี้เราจะบอกคนที่เริ่มกิจการเบเกอรี่ว่า ขนมที่ทำต้องไม่ได้มีแค่ชนิดเดียวอาจจะมีสักสองถึงสามชนิดเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกทาน และจะต้องไม่หยุดรูปแบบของขนมไว้แค่เท่าที่เรียนหรือศึกษามาเท่านั้นมันต้องมีการปรับให้มีรูปแบบใหม่ๆเพื่อให้ดูแปลกตาบ้าง ขนมปังไส้หมูหยองที่ทำเป็นลูกกลมๆอาจจะทำให้เป็นแบบยาวๆ ราดด้วยมายองเนสนิดหน่อยก็ทำให้คนรู้สึกแปลกใหม่และอยากลองมากขึ้น..ทั้งที่มันก็เป็นผีตัวเดียวกันนั่นแหละ แต่มันหลอกกันคนละแบบเท่านั้นเอง

หรือนำเอาขนมที่มีมาปรับเข้าด้วยกัน เช่นเค้กเนยถ้าเอาขนมปังมาห่อก็จะได้ขนมปังไส้เค้ก เศษๆขอบๆของเค้กเนยเอามาผสมกับผงโกโก้ ลูกเกด และน้ำผึ้ง ห่อด้วยขนมปังก็จะได้ขนมปังไส้ช๊อคโกแลต



เบื่อทำขนมปังเองจะซื้อขนมปังแซนวิชมาทำเป็นแซนวิชทูน่าก็เห็นขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ช่วงไหนเทศกาลทำขนมเอาใจคุณลูกค้าสักหน่อย สูตรเค้กที่มีจับมาใส่ถ้วยแต่งหน้าด้วยน้ำตาลสีๆก็ดูถูกใจกันดี





ตอนนี้เราส่งอยู่ประมาณห้าที่ไม่รวมกับที่แม่และเราขายเอง ลูกค้าแต่ละที่อาจจะมีชอบต่างกันไปบ้าง แต่ที่เหมือนกันคือทุกที่จะเห่อของใหม่..มีขนมชนิดใหม่ๆหรือที่ไม่ได้กินนานแล้วก็จะเหมาซื้อกัน ขำลูกค้าหลายๆคนถามถึงขนมด้วยเพราะลูกที่บ้านสั่งมา "แซนวิชทูน่ามีมั้ย??ลูกสาวพี่สั่ง" "ขนมปังไส้เค้กไม่มีเหรอ? แฟนพี่สั่ง" ตกลงว่าถ้าลูกเมียไม่สั่งก็คงจะไม่ได้ซื้อมั้งเนี่ย อิอิ

เหนื่อยนะ..ทำขนมให้ชาวบ้านกินเนี่ย เพราะมากคนก็มากความ แต่ถ้าทำแล้วคนซื้อชมค่อยหายเหนื่อย ก่อนนี้ทำขนมเพราะชอบแต่ตอนนี้ทำเพราะหยุดขายไม่ได้ บางทีงานหลักเยอะๆไม่ได้ทำขนมไปส่งก็มีลูกค้าโทร.มาบ่น "อะไรกันขายแล้วรวยจะเลิกขายแล้วรึไง???" ที่บ้านเลยกลายเป็นเหมือนโรงงานนรกแรงงานเถื่อนก็หาเอาแถวนี้แหละ อิอิ ป๊ะป๋าเราเอง ช่วยงานโดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าแรง

ตอนนี้เรายังมีแรงก็คงจะไม่แปลกถ้าจะทำขนมจนสว่าง..เพราะเรายังมีความสุขที่ได้ทำ..มีความสุขที่ได้ลอง



สาระต่างๆมีอยู่รอบตัว...ว่ากันว่าสถานที่หนึ่งมีวิธีที่จะไปถึงหลายวิธี บางคนถนัดที่จะเดิน บางคนถนัดขี่จักรยาน แต่บางคนอยากจะวิ่ง เคล็ดลับการทำขนมก็เช่นเดียวกันเค้กหนึ่งอย่าง..แต่มีหลายเคล็ดลับ ขนมปังหนึ่งอย่าง..นวดแป้งได้หลายวิธี แต่วิธีที่ดีที่สุดเราคงตอบไม่ได้หรอก..เพราะมันมีปัจจัยและองค์ประกอบที่ต่างกัน เทคนิคที่ดีของเราอาจจะไม่ใช่เทคนิคที่คนอื่นทำแล้วออกมาดีก็ได้ อยากให้ได้ลองแล้วปรับเองมากกว่าแล้วลองเอามาเทียบดูว่าผลลัพท์ที่ได้เป็นอย่างไร สไลต์ของใครก็ขึ้นอยู่กับคนนั้น..บางทีมันใช้ร่วมกันไม่ได้ แต่เราอยากจะเป็นกำลังใจให้กับหลายๆคนในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้รวมทั้งตัวเราเองด้วย ไม่ได้มีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดาย..แต่ก็ไม่มีอะไรที่ยากเกินกว่าความพยายาม ขอเพียงมีใจ..อะไรก็ไม่เกินกำลัง สู้สู้จ้า....

กล่องใส่ขนมของโอ๋




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552
28 comments
Last Update : 29 พฤษภาคม 2552 0:40:37 น.
Counter : 24869 Pageviews.

 

แอบเข้าไปเยี่ยมชมเวปขนมมา อิจฉาคนมีความมุมานะในการสร้างสรรค์ ขนมจังเลย พี่นะทำแบบว่า พอกินได้ไม่มีหัวทางด้านตบแต่ง เห็นแล้วหิ้วเลย

 

โดย: ตุ้ม สเปน IP: 85.60.10.67 23 พฤษภาคม 2552 21:46:06 น.  

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย เจ๊หลีตามมาอ่านแล้วอยากไปเรียนสารพัดช่างมั่งจังค่ะ



แถมอยากอุดหนุนขนมด้วยซักคนค่ะ อยู่ไกลกันจัง



อีกอย่าง อยากได้เครื่องผสมสิบลิตรจังเลย อยากทำซาลาเปากะขนมปัง อยากได้มากกกกกกกก ราคา สองหมื่นอยู่ไม๊คะเนี่ยะ

 

โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ 1 มิถุนายน 2552 20:09:09 น.  

 

อยากเรียนทำขนมมั่ง

 

โดย: Zanwit IP: 118.172.57.49 29 มิถุนายน 2552 20:24:15 น.  

 

อย่าเรียนทำขนมด้วยอ่ะค่ะ
ถ้าจะรับเป็นลูกศิษไหม ติดต่อได้น่ะค่ะ ยินดีรับใช้
0804664587 อ๊อฟค่ะ
aof_basketball@hotmail.com
http://miss-sa-do-nut.hi5.com

จะรอน่ะค่ะ
พอดีว่ามีร้านขายกาแฟ แต่อยากหาความรู้เพิ่ม
ยินดีถ้าจะได้รับใช้น่ะค่ะขอบคุณค่ะ

 

โดย: อ๊อฟ IP: 58.9.194.222 6 กรกฎาคม 2552 17:21:03 น.  

 

คุณขา ถ้าต้องการแรงงานบอกได้เลยนะคะ ไปช่วยโดยมิคิดสตางค์ ชอบทำเหมือนกันคะ อบแล้วไม่เป็นสัปรดเลย...

 

โดย: ศศิกานต์ IP: 118.172.22.77 3 กันยายน 2552 15:33:09 น.  

 

คุณโอ๋อยู่เชียงใหม่เหรอคะ อยู่เชียงใหม่เหมือนกัน ตอนนี้กำลังบ้าทำขนมอย่างหนัก อ่านแล้วรู้สึกดีจัง ได้กำลังใจค่ะ เพราะกำลังจะเริ่มมองหาลู่ทางหารายได้เพิ่มอยู่ แต่ฝีมือ(ทำขนม)กับความฝันสวนทางกันพอสมควร อิอิ ตอนนี้กำลังเล็งเครื่องนวดแป้งอยู่ค่ะ แต่ราคาคงไม่แพงมาก เพราะงบจำกัด เล็งเครื่องนวดแป้งแบบถัง4เหลี่ยม1แรงม้า ราคา4-5 พัน คุณโอ๋พอมีความรู้บ้างมั้ยคะ พล่ามมาซะเยอะ ขอบคุณสำหรับบล็อคน่ารักๆที่อ่านแล้วได้กำลังใจนะคะ

 

โดย: แม่โม IP: 112.142.119.15 28 กันยายน 2552 17:23:52 น.  

 

โห ดีจังเลยนะคะ คนเก่งๆ คนขยันๆแบบนี้น่ายกย่องมากๆค่ะ
จดสูตรขนมไว้ตั้งเยอะเชียว แถมทำขนมเก่งอีกต่างหาก ขอเป็นกำลังใจให้กับความมุ่งมั่นนะคะ^^

 

โดย: ธีร์มาลิน IP: 116.58.231.242 28 กันยายน 2552 21:47:26 น.  

 

เข้ามาโดยบังเอิญแต่อ่านแล้วเพลินมากค่ะ ดีจังได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

 

โดย: แม่น้องกะบูน 25 ตุลาคม 2552 20:50:26 น.  

 

ตอนจบ พูดได้ดีมาก ขอบคุณสำหรับประสบการณ์และสูตรที่นำมาเผยแพร่น่ะจ๊ะ

 

โดย: ด๊ะ IP: 161.246.76.145, 161.246.254.163 28 ธันวาคม 2552 14:27:24 น.  

 

ดีจัง ได้อ่านพัฒนาการของคุณ ชอบการทำขนมอยู่เหมือนกัน
ตอนนี้ซื้อเตาอบมาแ้ล้วอยากทำขายบ้างจัง

 

โดย: tipy IP: 192.168.1.100, 125.27.235.128 15 เมษายน 2553 10:27:42 น.  

 

พี่คะ อยากถามว่า เตาอบฝาลมร้อนน่ะค่ะ เราทำเค้กอะไรก็ได้ใช่ไหมคะ แต่ต้องเอาฟอย มาคอยปิดน่ะค่ะ ใช่หรือเปล่าเอ่ย ? ขอฟังคำตอบอยู่ค่ะ ^^

 

โดย: สุ IP: 223.204.126.247 29 มีนาคม 2554 23:39:13 น.  

 

@ คุณสุ ถูกต้องแล้วคร๊าบบบบ

 

โดย: อ้วนดำตาเหล่!! 7 เมษายน 2554 23:23:40 น.  

 

อ่านแล้วสนุกมากเลย ได้ทั้งความรู้ แถมแอบหัวเราะไปด้วย ขอบคุณมากจ๊ะเขียนได้ดีจิงๆ

 

โดย: olive IP: 223.207.180.109 17 สิงหาคม 2554 5:25:57 น.  

 

อยากทราบวิธีใช้เครื่องอบ TOMEX มากคะ เพราะอยากรู้วิธีใช้มากคะ ช่วยตอบมาทางอีเมลด้วยนะคะ จักขอบคุณมากคะ fom_aom19@hotmail.com

 

โดย: จริญา รัตนคำ IP: 113.53.7.72 26 ธันวาคม 2554 8:57:04 น.  

 

คุณจริญาคะ โอ๋ตอบเมลล์ให้แล้วแต่มันส่งไม่ได้ยังไงรบกวนขอเมลล์ใหม่นะคะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: อ้วนดำตาเหล่!! 28 ธันวาคม 2554 1:34:35 น.  

 

อยากทำขายมั้งอ่ะ

 

โดย: มะปราง IP: 125.27.16.209 8 มีนาคม 2555 20:52:33 น.  

 

อยากทำขนมมาตั้งแต่เด็กแล้วคะ
แต่ทุนทรัพย์ไม่พอ ไม่อยากรบกวนพ่อ-แม่
แต่ตอนนี้เริ่มทำงานแล้วอยากหารายได้เสริมด้วย
อ่านเรื่องพี่แล้ว มีกำลังใจอยากกลับไปทำเย็นนี้เลยคะ

 

โดย: KIB IP: 101.109.65.148 12 กรกฎาคม 2555 11:32:12 น.  

 

สุดยอดเลยครับ ผมคนนึ่งที่ชอบทำขนม

 

โดย: tiger IP: 110.168.14.177 5 ตุลาคม 2555 4:44:41 น.  

 

อยากทำมากคร้า เป็นคนชอบทำอาหาร แต่เบเกอร์รี่ไม่มีพื้นฐานเลยคร้าก็อยากทำแต่อุปกรณ์ไม่มีเลยคร้า ตอนนี้ว่างงานอยู่กำลังคิดว่าจะทำอะไรดี

 

โดย: jeab pink IP: 49.49.19.228 7 ตุลาคม 2555 15:36:23 น.  

 

เข้ามาชื่นชมคุณโอ๋ค่ะ ตอนนี้หัดทำขนมปัง ไม่มีเตาอบใช้ฝาอบลมร้อนค่ะ ขนมสุดๆไปทางกิงไม่ค่อยล่ายมากๆ ..
จะพยายามต่อไป เข้ามาอ่านบล๊อกคุณโอ๋แล้ว มีกำลังใจขึ้นมาอีกค่ะ^^

 

โดย: ตาลสด IP: 183.88.249.10 8 ตุลาคม 2555 22:00:46 น.  

 

อยากทราบราคาเตาอบคะ
อบได้ครั้งละเยอะไหม ใช้เวลานานเท่าไรคะ

 

โดย: อ้อ IP: 110.164.110.180 24 ตุลาคม 2555 17:29:49 น.  

 

อยากเรียนทำขนมอบครับ อยากเรียนตัวต่อตัวหรือกลุ่มเล็กๆ คุณโอ๋หรือท่านที่โพสในนี้ จะยินดีรับลูกศิษย์คนนี้ได้ไหมครับ หรือให้ไปช่วยฝึกงานก็ได้ครับ
อีเมล์ผม : servercenon@hotmail.com
(แล้วผมจะรีบติดต่อกลับไปครับ)

 

โดย: T_cm IP: 118.174.97.57 4 พฤศจิกายน 2555 9:36:48 น.  

 

อยากทำได้มั่งจัง..อ่านแล้วชอบมากค่ะ..อยากรู้ว่าเครื่องอบราคาปรเะมาณเท่าไร

 

โดย: Nok...ka IP: 1.20.0.151 7 พฤศจิกายน 2555 13:58:31 น.  

 

กำลังจะเริ่มต้นเรียนเหมือนกันค่ะ หาสูตรในห้องก้นครัวไว้เรื่อยๆ สิ้นปีนี้คุณสามีจะซื้ออุปกรณ์ให้ น่าจะลองชุดเล็กก่อน ถ้าทำคล่องค่อยขยับขยาย อ่านบล็อคคุณแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ^^

 

โดย: เหมือนแม่ IP: 49.49.146.154 16 พฤศจิกายน 2555 14:14:05 น.  

 

คุณโอ๋เป็นกำลังที่ดีมากเลยค่ะ ตอนนี้กะลังจะเริ่มลองทำขนมอยู่เหมือนกันค่ะ มีต้นทุนอยู่แล้วนิดหน่อยน่ะค่ะ เรียนจบคหกรรมค่ะ ตอนนี้เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ไม่มีอะไรทำแถมเงินก็ลดน้อยถอยลงแล้วน่ะค่ะ ก็เลยอยากจะทำตัวเองและวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาได้ประโยชน์บ้างน่ะค่ะ อยากเป็นลูกศิษย์ค่ะ อยู่เชียงใหม่เหมือนกันค่ะ คนเหนือแต้ๆเจ้า จะติดต่อคุณโอ๋ได้ช่องทางไหนได้บ้างคะ? อยากรู้จักคุณโอ๋จริงค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจดีๆ

 

โดย: Nokhuk IP: 171.98.194.21 21 เมษายน 2557 12:38:01 น.  

 

สนใจรับสอนเปล่าคะ086-9389679

 

โดย: มานะ IP: 1.47.163.189 12 สิงหาคม 2557 14:03:57 น.  

 

ขอบคุณมากๆนะคะ

ได้กำลังใจและแรงบันดาลเยอะเลยจ้า

 

โดย: บี IP: 125.27.54.189 27 กุมภาพันธ์ 2558 19:34:10 น.  

 

อยากได้เบอรโทรร้านที่ขายเตาแก็สกับเครื่องผสมแป้งจังค่ะรบกวนด้วยค่ะ

 

โดย: ชนัญดา IP: 124.122.185.49 27 พฤศจิกายน 2558 17:55:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อ้วนดำตาเหล่!!
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ต้นหญ้าเล็กๆที่แทรกตัวขึ้นมาระหว่างรอยแยกของปูนที่แข็งกระด้าง มันค่อยๆโตขึ้นเพียงเพราะมันมีความหวังว่ามันจะได้แสงแดดได้น้ำ

ในความแข็งของปูนก็ยังมีหนึ่งชีวิตเล็กๆที่ดูไร้ค่าแต่สามารถมีชีวิตอยู่ได้บนความแข็งนั้นได้...

มันไม่รู้หรอกว่ามันจะมีชีวิตอยู่ได้นานสักเท่าไรมันรู้แค่ว่ามันจะอยู่รอดและเติบโตด้วยความหวังเล็กๆของมัน
Friends' blogs
[Add อ้วนดำตาเหล่!!'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.