ความยึดมั่นถือมั่น คือ บ่อเกิดแห่งทุกข์
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
วงเวียนชีวิต...!

สวัสดีครับ เพื่อนพ้อง น้องพี่ ก่อนอื่นต้องบอกกล่าวว่า ที่หายไปนาน เพราะ มีเรื่องให้คิดมากมาย เวลาเลยน้อยลง
เกี่ยวกันใหมหนอ...เข้าเรื่องเลยดีกว่าเนอะ

วันนี้จะมาเล่านิทานให้ฟังดีรึเปล่า
กาลครั้งหนึ่ง มีชีวิตหนึ่งเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้

รอบที่ 1 ชีวิตนี้เป็นหญิง เธอเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่ หาความอบอุ่นนั้นยากซะเหลือเกิน

เมื่อมองตาดูโลกใบนี้ พ่อ ก็ไปมีภรรยาใหม่ แม่ก็รอเวลาเมื่อคลอดเสร็จ จะได้เป็นอิสระ จากพันธนาการชีวิตบัดซบ เพราะหลังจากคลอดเด็กสาวออกมา แม่เด็ก ก็หายสาบสูญไปในทันที คล้ายกับว่าหน้าที่ของเธอจบแค่นี้
ชีวิตเด็กหญิงตัวน้อยๆ เกิดมา เธอไม่มีพี่น้อง ญาติกระจัดกระจาย ต่างคนต่างอยู่

เด็กน้อย ได้รับการเลี้ยงดูจาก ยาย ผู้ซึ่งไม่ได้ต้องการจะรับภาระชิ้นนี้ แต่ ด้วยความจำใจ และ มีจิตเมตตาอยู่นิดนึง

เด็กสาว ผู้ไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ตัวเองจะต้องเจอะเจอกับอะไรบ้าง รู้แค่ เวลานอน ก็อยากนอน เวลาหิว ก็อยาก กิน ต้องการความรักความอบอุ่น เหมือนคนทั่วไป

แต่สิ่งที่เธอได้รับคือ เวลานอน มักจะไม่ได้นอน เพราะ ยาย ของเธอต้องหิ้ว เธอไปทำงานด้วยทุกวัน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีคนดูแล ยายของเธอรับเย็บเสื้อโหล สาวน้อยก็จะนอนอยู่ข้างๆ จักรเย็บผ้า ที่เสียงดังตลอดทั้งวัน และทั้งคืน

เวลาหิว ไม่มีอะไรกิน เพราะ ขนาดยายเธอเองยัง ต้อง อดมื้อ กินมื้อเลย เพราะฉนั้น เด็กสาวก็จะได้กิน วันละ 1 มื้อ เท่านั้น

ความรักความ อบอุ่น ช่างหายากซะเหลือเกิน

เวลาผ่านไป 10 ปี ยายของเธอได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

สาวน้อย ณ เวลานี้ อายุ 10 ปี เธอต้องทำงานทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด อาชีพหลักของเธอ คือ เก็บขยะขาย รับจ้างทำความสะอาดบ้าน ถางหญ้า และ อะไรก็ได้ที่มีคนจ้าง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ขณะนี้เธอ อายุ 25 ปี เป็นสาวน้อยหน้าตาสวย มีแต่คนมาชอบ แต่เธอไม่เคยคิดเรื่องคู่ครองเลย

เพราะ เธอกลัวชีวิตจะเป็นเหมือนแม่เธอ สาวเจ้าจึงปฎิเสธกับชายหนุ่มทุกคนที่เข้ามาในชีวิต

ณ เวลานี้เธอไม่ได้เก็บขยะขายแล้ว เธอทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน กรุงเทพ

จนมาวันหนึ่ง เธอได้พบกับ ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง เธอเกิดอาการหลงรัก เขาขึ้นมาทันทีในแรกพบ

ชายหนุ่มผู้นี้ ก็ ชอบเธอทันทีเช่นกัน ดูๆไปแล้วความรักน่าจะลงเอยด้วยดี แต่ว่า ชายหนุ่มผู้นี้มีภรรยา และ ลูกแล้ว

แต่ เธอ และ เขา ก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ทำให้ ทั้งคู่ได้ เป็น แฟนกันแบบลับๆ

เวลาผ่านไปจน เธออายุได้ 35 ปี ขณะนี้เธอมี ลูกกับชายคนนั้น 1 คน เป็นผู้หญิง อายุ 5 เดือน น่ารัก น่าชัง

และแล้วความลัพธ์ก็ไม่เคยมีในโลก (รึเปล่า) ภรรยาหลวงจับได้ว่า สามีตัวเองมีกิ๊ก (แปลว่า ชู้ มั้ง)

ภรรยาหลวงยื่นคำขาดห้ามยุ่งเกี่ยวกันเด็ดขาด มิเช่นนั้น จะฆ่า นังเมียน้อย และ ลูกทิ้ง (โหดร้ายจัง ว่าแต่ทำไมไม่ฆ่า สามีด้วยหละ จะได้สมน้ำสมเนื้อกัน)

สาว(เหลือ)น้อย ก็ต้องตัดใจจากสามีลับๆ หอบลูก ไปอยู่ที่ ต่างจังหวัด เธอมีเงินติดตัวมาไม่มากนัก จึงต้องออกไปหางานทำ แล้วเธอจะทำอะไรได้หละ นอกจากรับทำความสะอาด แบบเก่า แต่เนื่องจากอายุเธอมากแล้ว ไม่มีที่ใหนรับเธอ

เธอจึงไปรับจ้างเย็บเสื้อโหล แถวละแวกนั้น เธอต้องหิ้ว เด็กน้อยไปทำงานด้วยทุกวัน ค่าแรงที่เธอได้รับก็น้อยซะเหลือเกิน

ทำให้เธอต้องอดมื้อกินมื้อ และ ให้ลูกกินได้วันละ 1 มื้อ เท่านั้น
ความรักความ อบอุ่น ช่างหายากซะเหลือเกิน

พออ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึก อะไรบ้างใหมครับ วงจรชีวิตมัน เริ่มรอบใหม่แล้วใช่ใหมครับ

จากนิทานที่เล่าให้ฟัง พอจะได้อะไรใหมครับ หรือว่า งงๆ และคิดในใจว่าคนเขียนมันบ้ารึเปล่านี่

ชีวิตคนเรามันจะหมุนตามรอบ ของกรรมที่ทำไว้ หยุดกรรมได้เมื่อไร วงจรมันก็ขาดจากกันเมื่อนั้น

จะหยุดกรรมได้ ก็ต้องไม่ก่อกรรมใดๆทั้งสิ้นครับ

เวลาเราดำเนินชีวิต เราก็คือ 1 ในตัวละคร เราเคยหยุดนึ่งแล้วดู ละครที่เราเล่นบ้างรึเปล่าครับ เหมือนเวลาที่ได้อ่านนิทานที่ผมแต่งขึ้นมา เราก็จะเหมือนอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นๆ ทั้งๆที่มันเป็นแค่ มายา

ลองหยุด แล้วมองดูละครชีวิตตัวเราบ้างนะครับ เพราะเราจะได้ แก้ไข และ ปรับเปลี่ยน เพื่อ หนทางแห่งการหลุดพ้น คุณจะได้ไม่ต้องเล่นละคร ซ้ำไป ซ้ำมา...

ผัสสะ



Create Date : 11 ตุลาคม 2553
Last Update : 11 ตุลาคม 2553 14:40:16 น. 13 comments
Counter : 332 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ...ที่แวะไปทักทาย
ดีใจ..จัง..หายไปนานเลย

แวะมาอ่านนิทาน(แต่เหมือนจะเห็นในชีวิตจริงมากมาย หุหุ)

อ่านจนจบ..แล้วคำถามในใจก็เกิดขึ้นว่า
กรรมของใครละหนอ...

เฮ้ออออออ


โดย: ในความอ่อนไหว วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:16:40:16 น.  

 
ทุกอย่างในชีวิตของคนไม่ว่าจะใครก็ตามล้วนเป็นไปตามกรรมทั้งนั้นค่ะ แต่กรรมไม่จำเป็นต้องวนเวียนเป็นแบบเดิมเสมอไปมันขึ้นกับกรรมในอดีต ไม่ว่าจะเป็นอดีตปัจจุบันหรืออนาคตล้วนแล้วแต่ถูกกำหนดไว้แล้ว สิ่งที่ทำได้คือทำใจและปรับตัวยอมรับกับชะตากรรมให้ได้


โดย: Chulapinan วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:19:01:53 น.  

 
เรื่องนี้ดีมากค่ะ เขียนได้ดี อ่านง่าย ไม่น่าเบื่อ อ่านแล้วไม่งงหรอกค่ะ ถ้าเป็นวิชาสังคมก็คงเรียกว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเนาะ

บางครั้งก็น่าคิดนะคะ ที่กรรมเก่ากรรมใหม่มันทำให้รูปแบบชีวิตคนเราวนเวียนเป็นวัฏจักรซ้ำไปซ้ำมา เหมือนใครกำหนดไว้แล้ว แต่ที่จริงเรากำหนดเอง

และคนเราบ่อยครั้งที่เวลาเรามีทุกข์หนักๆ แก้ปัญหาไม่ตก แล้วก็โทษกรรมเก่า ซึ่งมันก็ทำให้จิตใจดีขึ้นหน่อยนึงถึงมาก ได้เหมือนกัน ตุ๊กตาก็เป็น อิๆๆ

จริงๆแล้วถ้าคนเราได้เข้าใจถ่องแท้ถึงเรื่องเวรกรรมตั้งแต่เล็กๆก็คงจะดีนะคะ


โดย: ตุ๊กตา (เกลือหนึ่งกำน้อย ) วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:23:51:07 น.  

 
สวัสดีเพื่อนๆครับ ...ผมลืมบอกไปนิดนึงว่า
เพราะ อาจจะสงสัยได้ว่า

เอ...เจ้าเด็กน้อยที่เป็นลูกของ หญิงสาวที่ได้ชื่อว่า ภรรยาน้อย นั้น ทำไมถึงต้องมารับ กรรม แบบเดียวกับ ที่แม่ของเธอ ได้รับ

ยังจำยายของ แม่ เด็กได้รึเปล่าครับ

...เหอ เหอ ยายคนนั้นคงเข้าใจ แล้วนะครับว่า เวลานอนแล้วมีแต่เสียงจักรเย็บผ้าดังตลอดเวลา เป็นเช่นไร

การที่ได้กินอาหารวันละมื้อในสภาพเด็กเล็ก เป็นเช่นไร

เห้อ..ความรักความ อบอุ่น ช่างหายากซะเหลือเกิน ...


โดย: ผัสสะ วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:0:31:30 น.  

 
เวียนว่ายตายเกิด

ถ้าไม่รู้เท่าทัน

ก็ไม่หลุดจากโคจรเสียที


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:14:00:46 น.  

 
หยุด!ทำร้ายพระพุทธศาสนา หยุด! ถวายเงิน ทอง แก่พระภิกษุและสามเณร พระภิกษุและสามเณร ที่รับเงิน รับทอง เป็นผู้ทำผิดพระวินัยบัญญัติและกฎหมายอาญา

ธรรมวินัยอันพระตถาคตเจ้าประกาศแล้วเปิดเผยไม่กำบังจึงรุ่งเรือง (เล่ม ๑๐ หน้า ๔๖๕_ปกน้ำเงิน)

บัญญัติของพระพุทธเจ้า จากพระไตรปิฎกชุด 91 เล่ม ของมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 3
(ปกสีแดง หน้า 887 ปกสีน้ำเงิน หน้า 940)

พระบัญญัติ
อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่ง ทอง-เงิน หรือยินดี ทอง-เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ก็ดี เป็นนิสสัคคียปาจิตตีย์
(นิสสัคคียปาจิตตีย์ 1 ตัว ต้องตกโรรุวนรก 1 ชั่วอายุ คือ 4,000 ปีของนรกขุมนี้ เท่ากับ 840,960,000 ล้านปีมนุษย์)

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535
เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้
โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตรา 15 ตรี มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
...(4)รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา

**หยุดทำร้ายพระพุทธศาสนา(โยมควรเรียนรู้) ทำบุญแล้วเป็นบาป ตกนรกทั้งพระและโยม
1.ตักบาตรด้วยเงินและทอง
2.ตักบาตรด้วยสิ่งของที่ต้องห้าม
3.ทำบุญกับพระทุศีล(ผิดศีลธรรมและไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย)รับเงิน รับทอง มีบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นของตนเอง
มีบัตรเอทีเอ็ม มีบัตรเครดิต
4.ฯลฯ
จากพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลไทยฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย 91 เล่ม

**ชาวพุทธทั้งหลาย ขอให้อธิษฐานเพื่อถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้
“ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญของข้าพระพุทธเจ้าให้เข้าไปรวมเป็นพระราชกุศลของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลังบุญทั้งหลาย ที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อพสกนิกรและราชอาณาจักร ขอบุญนั้นทั้งหมด
จงเป็นพลังขับดันโรคภัยทั้งหลายที่กำลังเกิดในพระวรกายของพระองค์ให้อันตรธานไป”

จากหลักฐานเทียบเคียงของการใช้สัจอธิษฐาน ในพระไตรปิฎก 91 เล่ม ฉบับมหามกฎราชวิทยาลัย เล่ม 74 หน้า 447-479
ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาตรา 1, 3, 341, 342 และ 343 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักสงฆ์ป่าสามแยก
ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ (www.samyaek.com)

ผู้มีปัญญาทั้งหลาย ขอจงพิจารณาเอาเถิด เพราะไม่บังคับให้ใครมาเชื่อหรือทำตาม
เพียงแต่นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย เพื่อให้ชาวพุทธปฏิบัติได้ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น


โดย: shada วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:4:10:24 น.  

 
สวัสดียามเที่ยงค่ะ
คนเรามักนึกถึงคำนี้ก่อนคำอื่นเสมอ
เมื่อเจอเรื่องทุกข์ใจ
"กรรม"ล้วนแล้วแต่เป็นตัวกำหนดทั้งสิ้น

มีความสุขกับมื้อกลางวันนะคะ


โดย: ในความอ่อนไหว วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:12:04:13 น.  

 


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 15 ตุลาคม 2553 เวลา:12:14:36 น.  

 
มารายงานตัวจ้า

ไม่ได้หายไปบวชชีหรอก...กรรมยังเยอะอยู่

คงต้องวนๆ เวียนๆ แกล้งคนอยู่แถวนี้ก่อน

ว่าแต่...ที่ตัวเองหาย ไม่เป็นไรนะ

คนอื่นหายมั่งหละ...บ่นเชียว


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 18 ตุลาคม 2553 เวลา:17:51:53 น.  

 
สวัสดีครับ มันเป็นอย่างนี้เอง วงจรชีวิตกรรม ถ้ามีสติ คงผ่านหรือหลุดพ้นกันได้

ตอนนี้ผม กลับมาอ่าน ศึกษา ปฎิจจสมุปบาท อีกครั้ง หลังมั่วแต่ไปมุ่งทำงานมากเกินไป ห่างหาย ธรรมมะหลายเดือน


โดย: OxyMan วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:13:19:54 น.  

 
ถ้าเรายอมรับได้กับกรรม ที่เราก่อก็ไม่ได้เป็นทุกข์เเต่อย่างใดนะ


โดย: แม่มณี IP: 125.27.228.86 วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:17:08:21 น.  

 
ช่วงนี้คุณผัสสะดูหนังเยอะไปรึป่าวค่ะ

วิ้ดวิ้วววววววววววววว

อิอิ ^^

(มาแซววัยรุ่น(เหลือน้อย)เฉยๆ ) ^^


โดย: P IP: 172.25.199.70, 202.44.7.80 วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:20:49:18 น.  

 
คิดถึงนะเนี่ยยยย


ช่วงนี้ยุ่งอยู่กะการทำงานเยอะเลยยยย
ไม่ได้แตะคง แตะคอม พอได้แตะ ก็นึกถึงบล้อกนี้เป็นบล้อกแรกเลย

ขอบคุณนะค่ะ ที่ยังคงอัพบล้อกให้ชมอยู่เรื่อยๆ


โดย: P IP: 172.25.199.70, 202.44.7.80 วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:20:51:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ผัสสะ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สิ่งที่รู้ รู้อะไร รู้ในสิ่งจริง หรือ สิ่งลวง หรือ ลวงในสิ่งจริง

คิด คิด ...คิด แล้ว จะ รู้ หรือ รู้ เพราะ ไม่คิด

".. ผัสสะ
Friends' blogs
[Add ผัสสะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.